ตกค่ำเหมาฮ่าวก็ให้ฉางเหมยหาทางหลอกล่อฉู่เยว่ให้กลับไปนอนที่เรือนสาวใช้เขาจึงได้โอกาสลอบเข้าห้องของเวยฟางอีกครั้ง วันนี้นางอาบน้ำสระผมเนื้อตัวหอมกรุ่นกำลังจะเข้านอนครั้นเห็นเขาเดินเข้ามาพร้อมปิดประตูเบาๆ ก็ใ
“คุณชายท่านเข้ามาทำไมกัน?”
เหมาฮ่าวทำตาโต“เ้าสัญญาแล้วจะแสร้งความจำเสื่อมหรือ?”เขาเดินมานั่งริมเตียงถอดรองเท้าซ่อนข้างใต้แล้วพลิกกายสอดเข้าใต้ผ้าห่มกอดเอวนางเอาไว้
“เ้าอย่าคิดเล่นตุกติกเลยน่าคนที่เสียเปรียบคือเ้านะ พวกเรามานอนกันเถอะ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำมากกว่าคืนก่อน”เขาฉวยโอกาสหอมแก้มนางฟอดใหญ่แล้วพานางล้มตัวลงนอน
“นี่ท่าน! นอนเฉยๆ ไม่ได้หรือไร?”
“ข้าบอกเ้าแล้วว่าจะทำไม่มากกว่าคืนก่อนหรือเ้าจำไม่ได้ว่าข้าทำอะไรไปบ้าง?” เขากระซิบยิ้มๆเวยฟางดิ้นขลุกขลักแต่กลับไม่เป็ผล เขาหอมแก้มนางอีกข้างหนึ่งอย่างอุกอาจ“ยังไม่ครบเลยนะ ยังเหลืออีกอย่าง”
หญิงสาวผงะทำตาโตแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เขายื่นหน้าเข้ามาจูบริมฝีปากนางอย่างอ่อนหวาน เวยฟางได้แต่นอนงงงวยให้เขาจูบจนพอแล้วแล้วปล่อย นางเอง
“เ้าไม่ดิ้นแล้วหรือ?”
นางหน้าแดงจัดทั้งอายทั้งโมโห“ต่อให้ข้าดิ้น ท่านก็หาทางบังคับข้าอยู่ดี”
“ข้ารู้ว่าเ้าเองก็ไม่รังเกียจข้า”เขายิ้มพลางกระชับวงแขนให้ร่างของนางแนบชิด “เ้าเป็คู่หมั้นของข้าข้าไม่ได้อยากได้สตรีอื่นนอกจากเ้าจำไว้ด้วย”
เวยฟางได้ยินเขายืนยันเช่นนั้นก็ใจเต้นรัวนางรู้สึกปิติยินดีที่เขา้านาง “แต่ข้าไม่มีฐานะที่คู่ควรกับท่าน ไม่อาจจะสร้างประโยชน์ให้ท่านได้เท่าคุณหนูโซว่”
“ข้าไม่้าแต่งภรรยามาสร้างประโยชน์อื่นใดนอกจากทำให้ข้ามีความสุขโซว่ซิ่นมี่นั้นข้ารู้จักนางมาก่อนเ้าตั้งหลายปีหากข้าชอบนางก็คงจะหมั้นหมายกับนางไปนานแล้ว”
เสียงของเขาดังอยู่เหนือใบหูเวยฟางรู้สึกว่าคำพูดของเขาก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
“แต่ท่านแม่ของท่านไม่้าหญิงธรรมดาเช่นข้าเป็สะใภ้ ท่านก็ตามใจหม่าฮูหยินไม่ดีกว่าหรือ?”
“อืม...เ้ายังไม่รู้อีกหรือ?หากข้าตามใจท่านแม่ ป่านนี้ข้าก็คงเป็ขุนนางเหมือนโหลวซีห่าวไปแล้วแต่เพราะข้าอยากมีชีวิตในแบบที่ตนเอง้าจึงได้อยู่อย่างนี้เื่ของเ้าก็เหมือนกัน ต่อให้ท่านแม่ไม่ยินยอมข้าก็ไม่มีทางถอนหมั้นเ้าเด็ดขาดคอยดูฝีมือข้าก็แล้วกัน”
เวยฟางถอนหายใจเฮือกใหญ่“เฮ้อ!พวกท่านสองแม่ลูกนิสัยเหมือนกัน ทั้งดื้อรั้นและชอบเอาชนะข้าเป็คนกลางรู้สึกอึดอัดเหลือเกิน”
เหมาฮ่าวหัวเราะเบาๆ“เ้าก็ทำตัวเอาใจท่านแม่อย่างที่เ้าทำอยู่นั่นล่ะดีแล้วส่วนข้าก็จะทำหน้าที่ทำลายวาสนาของบุรุษอื่นกับเ้าเอง”
“แต่ข้า...”
“เอาเถอะน่าความสัมพันธ์ของเราสองคนข้าจะปิดเป็ความลับไว้ก่อนรอให้หาหนทางทำให้ท่านแม่ยอมรับเ้าได้แล้ว ค่อยเปิดเผยก็แล้วกัน”
เวยฟางกลอกตาไปมา“จะมีวันนั้นหรือ? ท่านแม่ของท่านถึงขนาดเตรียมของหมั้นไว้ให้ท่านแล้วนะเ้าคะ”
“แล้วอย่างไร?เ้ากับข้ายามนี้ก็นอนร่วมเตียงกันมาสองคืนแล้วข้าจะยอมให้ผู้อื่นมาพรากภรรยาของข้าไปได้หรือ?”
นางถอดหายใจอีกครั้ง“ถ้าเช่นนั้นก็แล้วแต่พวกท่านสองแม่ลูกจะรบรากันเถิด ข้าไม่รู้ด้วยแล้ว”
สองหนุ่มสาวนอนกอดกันจนฟ้าสางเหมาฮ่าวจึงได้ลอบออกจากเรือนของนางไป ฉางเหมยทำหน้าที่มาปลุกเวยฟางเพื่อให้นางออกไปเรียนเย็บปักเมื่อเห็นหน้าหม่าฮูหยินเวยฟางที่เกรงกลัวความลับของตนจะถูกเปิดเผยก็รีบประจบขอเรียนการปักขั้นสูงขึ้น
“เ้าเอาใจใส่ดีจริงนี่คงคิดจะปักผ้าไปเอาใจมารดาของเสี่ยวห่าวสินะ”
เวยฟางรีบรับสมอ้างไม่ว่าจะด้วยหนทางใดนางจะต้องเรียนรู้วิธีการปักผ้าชั้นสูงของหม่าฮูหยินให้ครบถ้วนโดยเร็วที่สุดหากวันใดเหมาฮ่าวเกิดเกเรพูดเื่ของนางกับเขาขึ้นมานางจะได้ไม่ต้องเสียดายภายหลัง
“เ้าค่ะนายหญิงได้โปรดเมตตาสั่งสอนข้าด้วย วันหน้ามารดาของสามีจะได้เมตตาข้าเหมือนอย่างที่ท่านเมตตา”
หม่าฮูหยินยิ้มแย้มพอใจ“เ้านี่ช่างรู้จักพูดจาเอาใจ มาๆ วันนี้ข้าจะสอนขั้นต่อไปให้เ้า”
เวยฟางนำสมุดมาจดขั้นตอนการปักเย็บอย่างละเอียด
“เ้าช่างเป็คนที่ละเอียดลออนักสมกับที่ข้าอยากจะถ่ายทอดวิชานี้ให้ น่าเสียดายที่ข้าไม่มีบุตรสาวเลยสักคน”หม่าฮูหยินมองดูใบหน้างดงามขาวเนียนดุจหิมะแรกของสตรีตรงหน้าหากว่านางมิใช่บุตรสาวของนักพนันข้างถนนแต่เป็บุตรีของขุนนางสักคนก็คงจะดีไม่น้อย....น่าเสียดายนัก!
หญิงสาวก้มหน้าก้มตาร่ำเรียนจนมืดค่ำนางยิ้มกับสมุดจดที่เพิ่มขึ้นนับสิบหน้า การเรียนในวันนี้ก้าวหน้าอย่างยิ่งใน่นี้พี่ซีฮันช่วยไปสืบเื่ต่างๆ แทนนางแล้วเวยฟางจึงคิดจะตั้งหน้าตั้งตาร่ำเรียนขั้นตอนการปักให้เร็วขึ้น
“ไหนๆเ้าก็เรียนมาพอสมควรแล้ว ก็ถือโอกาสปักชุดแต่งงานให้ เสี่ยวฮ่าวเสียเลยสิข้าคิดจะแอบเตรียมไว้ให้เขาพอดี ขนาดตัวของเขาก็มีจดบันทึกเอาไว้แล้ว”
เวยฟางรีบรับคำในเมื่อเป็ชุดแต่งงานของบุตรชายกับว่าที่ลูกสะใภ้แน่นอนว่าหม่าฮูหยินจะต้องใช้วิธีการปักชั้นสูงกับชุดพวกนั้น
“ข้าน้อยยินดีช่วยเหลือฮูหยินอย่างเต็มที่เ้าค่ะ”
“ว่าแต่เ้าอย่าบอกให้เขารู้ก็แล้วกันว่าข้าเตรียมชุดแต่งงานไว้ให้เขากับซิ่นมี่ประเดี๋ยวจะพาลอาละวาดเสียก่อน นิสัยเสี่ยวฮ่าวข้ารู้ดี เขาดื้อรั้นมาก”
เวยฟางพยายามกลั้นยิ้มนางอยากบอกหม่าฮูหยินเหลือเกินว่านิสัยนี้ของเขาก็ถ่ายทอดมาจากมารดาของเขานั่นล่ะ
เหมาฮ่าวออกไปติดตามคดีของเวยเลี่ยงที่สำนักมือปราบกับหัวหน้าโหยวอีกับรองหัวหน้าจั๋วจึงไม่ได้มาวอแวกับนางเมื่อไม่เห็นเขาอยู่ที่เรือน เวยฟางจึงแอบถามฉางเหมย
“คุณชายไปนอนคฤหาสน์คุณชายเถียนเ้าค่ะเห็นว่ามีธุระสำคัญคงไม่ได้กลับมาสักสามวัน”
แทนที่จะโล่งใจเวยฟางกลับนึกอยากจะรู้ว่าเหมาฮ่าวอยู่ข้างนอกใช้ชีวิตอย่างที่คนพูดกันจริงหรือไม่?เขาเสเพลไม่เป็โล้เป็พายไร้สาระจริงหรือ?ยามนี้นางใคร่จะรู้เื่ส่วนตัวของเขานัก หญิงสาวนอนพลิกตัวไปมาใต้ผ้าห่มคืนนี้ไม่อุ่นอย่างวันที่มีเขานอนกอด นางยกมือขึ้นแตะแก้มคิดถึงตอนที่เขาหอมนางฟอดใหญ่ เมื่อเลื่อนมือไปถึงริมฝีปากก็คิดถึงตอนที่เขาประทับจูบดูดดื่ม
‘นี่ข้าเป็บ้าอันใด?เขาไม่อยู่น่ะดีแล้ว แผนของข้าจะได้ราบรื่น’
*************************

