บทที่ 9 การรวบรวมคาถาที่สมบูรณ์
“ทารันทูลา ปิดประตู”
หลินฮ่าวออกคำสั่งและเดินไปที่ห้องด้านใน
ทารันทูลาะโออกจากกระเป๋าทันทีหลังจากได้รับคำสั่ง
ฟู่!
ใยแมงมุมสองเส้นพุ่งออกมา และดึงประตูปิดทันที
จากนั้นทารันทูลาก็ไต่ไปตามใยแมงมุมอย่างรวดเร็วและลงกลอนประตู
ทุกการเคลื่อนไหวล้วนราบรื่น
หลินฮ่าวยิ้มด้วยความพอใจกับการกระทำของแมงมุมพิษตัวน้อย
เมื่อเข้าไปในห้องด้านใน หลินฮ่าวพลันรู้สึกว่าอากาศที่นี่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอม
เหมือนกับกลิ่นตัวของจ้าวหลิงเอ๋อร์
เมื่อหยิบตำราบนเตียงขึ้นมา แมลงวันตัวน้อยก็บินมาเกาะบนไหล่ของหลินฮ่าวและมองไปที่ตำราในมือของเขา
‘ตำราคาถาพื้นฐาน’
มีอักษรสีทองอยู่สี่ตัว
ที่มุมล่างขวาของตำรามีตัวอักษรขนาดเล็กอยู่
‘ฉบับถอดความดั้งเดิมโดยสำนักเทียนเหยี่ยน’
หลินฮ่าวรู้สึกประหลาดใจ
ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยได้ออกไปเดินเล่น แต่ก็ยังได้ยินข่าวลือมาบ้าง
กล่าวกันว่า สำนักเทียนเหยี่ยนเป็สำนักศึกษาหลวงของราชวงศ์ต้าเหยียน ซึ่งคล้ายกับมหาวิทยาลัยในชาติที่แล้วของเขา
มีเฉพาะผู้มีความสามารถเท่านั้นที่จะผ่านการทดสอบของสำนัก
ตอนนี้ จ้าวหลิงเอ๋อร์อายุสิบเก้าปี และด้วยอายุเท่านี้ นางจึงมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของสำนักเทียนเหยี่ยน
ทั้งพร์และความสำเร็จด้านวิชาอาคมของนางมากพอแล้วที่จะเข้าสำนักศึกษาหลวงแห่งนี้
ดังนั้นนางจึงได้รับการยอมรับจากสำนักเทียนเหยี่ยนเมื่อสองสามวันก่อน
สำนักเทียนเหยี่ยนได้มอบตำราคาถาพื้นฐานให้แก่จ้าวหลิงเอ๋อร์
แม้ว่าเนื้อหาจะเป็เพียงความรู้ขั้นพื้นฐาน แต่ก็มีคุณค่ามากสำหรับคนภายนอก
หลินฮ่าวมองตำราเล่มนี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นราวกับว่าได้เปิดโลกใบใหม่
หลังจากอ่านจบ เขาก็ตระหนักว่าสิ่งที่เรียกว่าผู้ใช้อาคมนั้นไม่ใช่เวทมนตร์ที่เขาจินตนาการไว้
แต่เป็ทักษะการสร้างคาถาประเภทหนึ่งด้วยการสลักอักขระและใช้งานปราณิญญาจาก์และโลก
ตอนที่อยู่ในโรงอาบน้ำ เขาเห็นสิ่งที่จ้าวหลิงเอ๋อร์ทำ
การขยับมือของนางคือการใช้พลังภายในจิตใจเพื่อร่ายคาถาธาตุน้ำ
เพียงแค่นี้ก็กระตุ้นพลังของ์และโลกให้ก่อตัวเป็ละอองน้ำปกคลุมห้องน้ำทันที
เมื่อนึกย้อนกลับไป หลินฮ่าวก็ตระหนักได้
ในขณะที่วิธีการบ่มเพาะของผู้ใช้อาคมส่วนใหญ่ คือการนั่งสมาธิเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของพลังิญญา ยิ่งความแข็งแกร่งทางจิติญญาแข็งแกร่งมากเท่าไร ก็ยิ่งดูดซับรัศมีแห่ง์และโลกได้มากขึ้นเท่านั้น
หลินฮ่าวพบว่าเนื้อหายังบันทึกวิธีการทำสมาธิและฝึกฝนพลังิญญาไว้
กล่าวโดยย่อคือการนั่งสมาธิเพื่อเข้าถึงสภาวะแห่งความว่างเปล่า
การขัดเกลาพลังิญญาจะเชื่อมโยงกับความผันผวนของปราณแห่ง์และโลกได้
"ยิ่งความแข็งแกร่งทางจิติญญาแข็งแกร่งขึ้น ความเข้าใจในปราณ์และโลกจะยิ่งสูงขึ้น..."
หลินฮ่าวพึมพำกับตัวเองและนั่งขัดสมาธิทันที ทำจิตใจให้ว่างเพื่อทำสมาธิ
ด้วยพร์ในการบ่มเพาะขั้นสูงสุด หลินฮ่าวจึงเข้าสู่สภาวะการทำสมาธิในไม่ช้า
ในการทำสมาธิ เขาััได้ว่ามีปราณอยู่รอบ ๆ ตัวเขา
ปราณนั้นกว้างใหญ่และงดงามดุจมหาสมุทร
กลิ่นอายของ์และโลกภายในเรือนพลันสั่นไหว
หากมีผู้บ่มเพาะอยู่ที่นี่ในยามนี้ เขาจะต้องประหลาดใจเป็แน่
เนื่องจากความแข็งแกร่งทางจิติญญาของหลินฮ่าว และความสัมพันธ์กับจิติญญาแห่ง์และโลกนั้นสอดคล้องกันอย่างไร้ที่เปรียบ
ความรู้สึกนั้นสมบูรณ์แบบดุจเป็หนึ่งเดียวกับ์
นี่คือผลของพร์ในการบ่มเพาะขั้นสูงสุด
ในขณะที่ทำสมาธิ หลินฮ่าวพลันนึกถึงคาถาไฟในตำราเป็อย่างแรก ด้วยความช่วยเหลือจากการมองเห็นของแมลงวันกังฟู
เขายื่นมือออกไป ปราณิญญาที่มองไม่เห็นก็ออกมาจากนิ้วของเขา
จากนั้น ด้วยการขยับนิ้วของหลินฮ่าว ปราณิญญาก็ค่อย ๆ บิดวนกลายเป็ตัวอักขระ
จิตใจของเขาสั่นไหว และอักขระก็เริ่มเปลี่ยนไป
รัศมีของโลกโดยรอบพลันกัน และตัวอักขระก็ค่อย ๆ ปรากฏเป็เปลวเพลิง
จากนั้นไฟก็ค่อย ๆ แรงขึ้น และทันใดนั้นลูกไฟก็ถูกควบแน่น
บางทีการผสานอักขระอาจไม่สม่ำเสมอ ลูกไฟจึงไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่าแตงโม กลับมีขนาดเพียงหัวแม่มือ
แต่ถึงอย่างนั้น หลินฮ่าวก็ยังมีความสุขมาก
ในที่สุดเขาก็ร่ายคาถาไฟสำเร็จ ซึ่งเป็การเริ่มต้นที่ดี ส่วนความแรงของเปลวไฟสามารถขัดเกลาได้ในภายหลัง โดยศึกษาผ่านการฝึกฝนได้
"ไม่เคยคิดเลยว่าข้าจะเป็ผู้ใช้อาคมได้"
หลินฮ่าวพยายามระงับความตื่นเต้น!
ในตอนต้นของ ‘ตำราคาถาพื้นฐาน’ ได้กล่าวว่า หาก้าเรียนรู้อักขระ พร์ของพลังิญญาเป็เพียงปัจจัยรอง และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความเข้าใจ เมื่อเข้าใจการจารึกอักขระได้เท่านั้นถึงจะใช้พลังิญญาได้
สิ่งนี้ใช้เวลาหนึ่งถึงสองเดือนสำหรับคนที่มีความเข้าใจดี
ผู้ที่ทำความเข้าใจได้ไม่ดีอาจไม่ได้รับผลลัพธ์ใด ๆ แม้พวกเขาจะฝึกฝนอย่างหนักเป็เวลาครึ่งปีก็ตาม
นี่เป็เหตุผลว่าเหตุใดคนที่ฝึกฝนอาคมได้จึงหายากเมื่อเทียบกับผู้บ่มเพาะที่เป็ผู้ฝึกยุทธ์ เพราะข้อกำหนดนั้นสูงมาก
ภายในเมืองขนาดเล็กอย่างเทียนอู่ จำนวนผู้ใช้อาคมนั้นหายากยิ่งกว่า
ดังนั้น หากเ้ายังเป็ผู้ใช้อาคม ก็จะได้รับความเคารพจากผู้อื่นและเป็แขกผู้มีเกียรติในงานเลี้ยงต่าง ๆ ไม่ว่าจะอยู่เมืองใดก็ตาม
ในขณะนี้ เสียงผลักประตูดังมาจากด้านนอก
เนื่องจากประตูถูกลงกลอนไว้ คนข้างนอกจึงไม่สามารถเข้ามาได้
“หลินฮ่าว เ้าอยู่ในนั้นใช่หรือไม่?”
ไม่นานก็มีเสียงดังมาจากข้างนอก
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า คนคนนั้นคือจ้าวหลิงเอ๋อร์
หลินฮ่าววางตำราคาถาพื้นฐานไว้ที่เดิม
หวือ!
ในไม่ช้า หลินฮ่าวก็สะบัดปลายนิ้วและลูกไฟก็หายไป จากนั้นจึงเดินออกจากห้องด้านในอย่างรวดเร็วแล้วเปิดประตู
ครืด!
ขณะที่เขาเปิดประตู ใบหน้าอันบอบบางและเ็าของจ้าวหลิงเอ๋อร์ก็รออยู่หน้าประตู
“เ้าลงกลอนประตูทำไม?”
จ้าวหลิงเอ๋อร์ขมวดคิ้วถามพลางจ้องมองหลินฮ่าว
หลินฮ่าวทำหน้าประหม่าและพูดว่า "มีแมงมุมพิษอยู่ในจวน ข้าเกรงว่ามันจะแอบเข้าไปในห้อง จึงลงกลอนประตูไว้เมื่อกลับมา"
ต้องบอกว่าทักษะการแสดงของหลินฮ่าวนั้นยอดเยี่ยมมาก
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จ้าวหลิงเอ๋อร์ก็ไม่สงสัย
นางมองไปยังหลินฮ่าว แต่มีความดูแคลนในสายตาของนาง
“ข้ารู้ว่าไม่ควรสร้างภาระให้เ้า”
จ้าวหลิงเอ๋อร์ส่ายหัวและถอนหายใจ ราวกับว่านางเริ่มรู้สึกเสียใจ
ถึงแม้ตระกูลหลินจะมีบุตรที่โดดเด่นมากมาย แต่พวกเขาก็ไม่ใช่คนที่นางชื่นชอบ
จุดประสงค์หลักในการเลือกหลินฮ่าว ซึ่งเป็สมาชิกที่อ่อนด้อยที่สุดในตระกูลหลิน ก็เพื่อควบคุมเขาและรักษาความบริสุทธิ์ของนางไว้
เมื่อนางกลายเป็ศิษย์ของสำนักเทียนเหยี่ยนในอนาคต ย่อมใช้ประโยชน์จากภูมิหลังอันทรงพลังเพื่อยุติการแต่งงานกับหลินฮ่าว
ไม่ว่าตระกูลหลินจะมีอำนาจเพียงใดในเวลานั้น พวกเขาจะไม่กล้าทำอะไรกับตระกูลจ้าว!