ภายในรถคันหรูที่พร้อมสตาร์ทเครื่องเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นเฉียบพร้อมกับบรรยากาศอันเงียบขรึมเย็นเยียบ หลังจากที่ลากพาชิงชิงมาด้วยอย่างยากลำบากชายหนุ่มร่างท้วมก็มานั่งหน้าเครียดด้วยอีกคน เขาเป็ผู้จัดการของชิงชิงมีนามชื่อว่า หนิงอาน ซึ่งหนิงอานก็เป็ผู้จัดการส่วนตัวช่วยจัดการเื่ต่างๆให้ชิงชิงมาั้แ่ก่อนที่คิดว่าจะเข้าวงการบันเทิงแล้วเสียอีก และเพราะเช่นนี้เขาจึงไม่เคยเห็นชิงชิงเป็เช่นนี้เลย... อาการที่ควบคุมตนเองไม่อยู่เช่นนี้
“ชิงชิง”
“สืบ” ชายหนุ่มผู้มีนามเรียกว่า ‘ชิงชิง’ กลับมานั่งสงบสติอารมณ์อยู่ภายในรถได้สักพักแล้วกล่าวขึ้น ใบหน้าหล่อที่มักฉายแววความร่าเริงทะเล้นกลับนิ่งเรียบไร้ความรู้สึก ดวงตาคมกริบลุ่มลึกไร้แวว เขากำลังคิดเื่ราวความน่าจะอีกหลาย... แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็ได้เจอกับอี้เฟยกัน
พานพบแล้วจากลาเพื่อมาพบกันอีกครั้ง... ใช่ เมื่อมาพบกันอีกครั้งก็ไม่วันปล่อยไปอีกแล้ว
“ส่งคนไปสืบเื่ของอี้เฟยมา เฉียนิ... อื้ม คนที่ชื่อเฉียนหลิงนั่นก็ด้วย”
“ชิงชิงนายเป็อะไรน่ะ” หนิงอานไม่รู้ว่าทำไมชิงชิงถึงได้ดูมีอาการกับเด็กอี้เฟยคนนั้นนักนะ หากกล่าวในรูปลักษณ์ก็อาจจะมีส่วนได้อยู่กระมัง... ความหล่อเหลาสง่างามอันเป็เอกที่ช่างตราตรึงใจถึงเพียงนั้น
หรือว่าชิงชิงของเขาจะตกหลุมรักแรกพบเด็กหนุ่มอี้เฟยคนนั้นกัน!
“หนิงอานส่งคนไปสืบเื่ของอี้เฟยมา!”
หนิงอานขับรถออกมาจากกองถ่ายแล้วเพราะตอนนี้ถึงแม้ว่าชิงชิงจะกลับมาอยู่ในห้วงอารมณ์สงบปกติแล้ว แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าหากวันนี้ทำงานต่อการถ่ายทำงานจะผ่านไปได้อย่างราบรื่นหรือเปล่าหากว่าชิงชิงยังมีเื่ราวที่ค้างคาอยู่อย่างนี้
อาจจะมีเื่ราวอะไรในเบื้องลึกเบื้องลับที่เขาก็ไม่อาจรู้อีกก็ได้กระมัง
ฝีมือในการจัดการงานของหนิงอานมีประสิทธิภาพอย่างยอดเยี่ยมเสมอ และไม่นานเกินรอภายในไม่เกินสองชั่วโมงประวัติเกี่ยวกับอี้เฟยและเฉียนหลิงอย่างละเอียดก็มาอยู่ในมือของชิงชิง เขารับไอแพดมาพลางกวาดสายตาอ่านทั้งหมดทั้งเื่ของอี้เฟยและเฉียนหลิง คิ้วเข้มขมวดแน่นเป็ปม ใบหน้าเคร่งเครียดขมึงขึ้นพร้อมกับพยักหน้ารับรู้ทั้งหมดแล้ว
หลังจากที่ได้อ่านประวัติของอี้เฟยแล้วจึงพบว่าอีกฝ่ายคงจะลำบากไม่น้อยเลยทีเดียว ถึงว่าทำไมเขาถึงตามหาอี้เฟยไม่พบเพราะเหตุนี้นี่เอง อี้เฟยอยู่ในเขตชานเมืองที่เงียบสงบจนเกินไปแถมยังไม่ค่อยมีข้อมูลไกลเข้ามาอีก เป็ที่ที่เขาคิดไม่ถึงจริงๆ และยังประวัติส่วนตัวที่เป็เด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้งก็ทำเอาเขาอึ้งมากทีเดียว
ในยุคปัจจุบันนี้... แล้วชีวิตในวัยเด็กของอี้เฟยเล่าจะเป็อย่างไรบ้าง แค่คิดว่าคนที่เป็อ๋องน้องได้รับความลำบากเขาก็รู้สึกหายใจยากแล้ว
ต้องขอบคุณซ่งเหยียนที่ซื้อบ้านหลังนั้นในปักกิ่งไว้ให้อี้เฟย และต้องขอบคุณการตัดสินใจที่จะกลับมาอยู่ภายในเขตในเมืองหลวงของอี้เฟยด้วย เพราะการมาของอี้เฟยที่ทำให้เ้าตัวกลายเป็เด็กหนุ่มในชุดฮั่นฝูโบราณสุดฮอตจนเป็จุดเริ่มต้นทำให้เขาสามารถรับรู้และสืบประวัติของเ้าตัวได้ง่ายขึ้น
แต่ในประวัตินี่ก็มีจุดที่น่าสงสัยและแปลกอยู่นะ...
ชิงชิงอ่านจบแล้วพลางเงยหน้าจากไอแพดไปกล่าวกับหนิงอานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและจริงจังมาก “หนิงอานนายต้องไปส่งฉันที่บ้านของเสี่ยวเฟยเอ๋อร์”
“ชิงชิงนายเป็อะไรไปน่ะ... นายไม่รู้จักกับอี้เฟยนะแล้วนายจะไปบ้านของเขาทำไม” หนิงอานรู้สึกว่าเขาปวดหัวมากจนถึงกับต้องกุมขมับเลยกับความตกหลุมรักแรงของชิงชิง
ตอนนี้เขาเริ่มจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิดก่อนหน้านี้แล้วว่าหรือชิงชิงจะตกหลุมรักแรกพบอี้เฟยกัน และดูท่าว่าจะเป็หลุมที่ลึกอยู่มากทีเดียว.... นี่ถึงขั้นจะบุกไปบ้านของน้องเขาเลยหรือ?!
“ไปเถอะ... ไปเถอะนะ พาฉันไปเถอะ ไม่งั้นฉันต้องตายจริงๆแน่ๆ”
ส่วนในอีกทางด้านของอี้เฟยนั้น... หลังจากที่ผู้จัดการร่างท้วมของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่นั้นมาพาตัวคนไปแล้ว ภายในกองถ่ายก็ยังคงมีความรู้สึกที่กระอักกระอ่วนอยู่บ้างเล็กน้อยแต่เพราะว่าใบหน้าขาวเนียนของเด็กหนุ่มนั้นซีดๆแลดูจะไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่เช่นกัน จึงไม่มีใครเอ่ยถามเื่ราวที่เกิดขึ้นต่างเพียงช่วยกันส่งยิ้มให้กำลังใจและปลอบโยนอย่างคล้ายกับคนถูกรังแก
เื่ราวไม่รู้เป็มายังไงแต่ท่าทางของอี้เฟยก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขายังไม่ได้ทำอะไร เขาคือผู้ถูกรังแก!
จวนในเวลาบ่ายโมงของวันหลังจากกลับมาจากการแคสติ้งเอ็มวีแล้ว เมื่อพวกเขาทั้งคู่กลับมาถึงบ้านนั่งอยู่ภายในห้องนั่งเล่นด้วยกันนั่นแหละ เฉียนหลิงจึงได้มีโอกาสในการเอ่ยไต่ถามอี้เฟย “นี่อี้เฟยเื่ราวมันเป็มายังไงกันแน่”
“มันเป็อุบัติเหตุ” อี้เฟยนั่งลงบนโซฟาถอดเสื้อแจ็กเก็ตออกแล้วดื่มน้ำดื่มท่าเสียหน่อยแล้วค่อยตอบเฉียนหลิงไปตามตรง... อีกอย่างก็เพราะผู้ชายคนนั้นก็ถอยไปไม่ดูโดนเก้าอี้ล้มระนาวนั้นเป็อุบัติเหตุโง่ๆของผู้ชายตัวโตคนนั้นเองจริงๆ เขาไม่ได้ทำอะไรเลย
พอได้ฟังคำตอบแต่เฉียนหลิงก็หาได้รับความกระจ่างจากคำตอบของอี้เฟยไม่ เขายิ่งสงสัยกับการตอบคำถามของอี้เฟยมากกว่าจึงได้ถามกลับไปอีก “อุบัติเหตุยังไง”
“เขาทักคนผิด” อี้เฟยเอนหลังพนักพิงกับโซฟาพร้อมตอบอย่างสบายๆมาก มือก็หยิบรีโมทกดเปิดโทรทัศน์หาอะไรดูพลางๆแล้วจิ้มผลไม้ที่เฉียนหลิงเพิ่งหั่นมากินไปจิบน้ำชารสเลิศไปด้วย
“ทักคนผิด?”
ไม่จริงอ่ะ!... เฉียนหลิงคิดในใจแล้วส่ายหน้าทันที คนอย่างอี้เฟย รูปลักษณ์อย่างเซียนเซียน กิริยาท่าทางองอาจงามสง่าอย่างคนสูงศักดิ์ และกลิ่นอายความเป็อี้เฟยเช่นนี้มีเพียงคนเดียวในโลกเท่านั้นแหละไม่มีใครที่คล้ายหรือเหมือนอี้เฟยได้อีกแล้ว การที่คนคนนั้นจะมาทักคนผิดน่ะไม่มีทางหรอก!
“หึๆ คิดว่าฉันโง่หรือไง... ไม่ใช่ว่านายมีเื่ราวเบื้องลึกเื้ัอะไรกับเขาหรอกนะ?”
“ไร้สาระน่า” อี้เฟยตอบส่ายๆหน้า… เขาจะไปมีเื่ราวเบื้องลึกเื้ัเบื้องลับอะไรกันคนเช่นนั้นได้เล่า
เฉียนหลิงกำลังจะพูดต่อ แต่ทว่า... ก็มีเสียงหนึ่งดังขัดคำพูดของเขาขึ้นมาก่อน
ติ๊งต๊องๆๆ ติ๊งต๊องๆๆ
“ใครมาหานายกัน”
“ไม่รู้สิ” อี้เฟยตอบกลับอย่างไม่สนใจ ใบหน้าเนียนเรียบเฉยแต่กำลังตั้งใจ สายตาก็ยังคงมองจดจ้องไปอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์ไม่เปลี่ยนแปลง... เขาไม่ได้มีความรู้สึกแปลกใจอะไรเลย
เฉียนหลิงเห็นท่าทางนี้ของอี้เฟยแล้วก็ให้ขมวดคิ้วใบหน้ายุ่งๆ ถ้าไม่รู้ว่าใครมากดกริ่งบ้านเราก็ควรไปเปิดดูไม่ใช่เหรอ? ไม่ใช่มานั่งดูละครต่อแบบนี้!...ไอ้ท่าทางเช่นนี้นี่มันอะไรกัน ช่างแตกต่างกับเมื่อตอนที่อยู่ในกองถ่ายเสียจริงๆ เขาส่ายหน้าให้พลางกล่าวก่อนที่จะลุกขึ้น “งั้นฉันจะไปเปิดประตูให้ละกัน”
“ไม่ต้องเปิด!”
พอเฉียนหลิงพูดจบปฏิกิริยาของอี้เฟยก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็วภายในทันที... อี้แฟยรีบหันขวับมาพูดกับเฉียนหลิง และด้วยเพราะท่าทางปฏิกิริยาที่ตอบสนองอันรวดเร็วของอี้เฟยนี่แหละที่ทำให้เฉียนหลิงมองอย่างงงๆและสงสัยมากยิ่งขึ้น
“นายรู้เหรอว่าใครมา”
“ใครจะมาหาฉันได้ ฉันไม่รู้จักใครหรอกนะ... กดกริ่งผิดบ้านกระมัง” แต่อี้เฟยก็ยังไม่ทันได้พูดจบประโยคนี้ดี เสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้นมาอีกรอบหนึ่งเรียกความสนใจจากพวกทั้งสองอีกครั้ง
และก็ทำให้มองให้เห็นอยู่ว่าคำพูดของอี้เฟยนั้นไม่เป็ความจริงเลย!
ติ๊งต๊องๆๆ ติ๊งต๊องๆๆ
“อี้เฟย...” เฉียนหลิงกำลังจะบอกว่าคนหน้าบ้านนั้นกดกิ่งอีกแล้วแต่ยังไม่ทันได้พูดเป็ประโยค อี้เฟยก็ตัดบทขึ้นตอบกลับมาว่าไม่ต้องเปิดอยู่เหมือนเดิม... เขาไม่รู้ว่าคนหน้าบ้านเป็ใครกันแน่ที่ทำให้อีเฟยถึงกับไม่เปิดประตูบ้านต้อนรับกันเลยทีเดียว
“ไม่ต้องเปิด!”
แต่เมื่อคนข้างในไม่เปิดประตู คนหน้าบ้านข้างนอกนั้นก็ยิ่งช่างทำตัวน่าขัดใจนัก.. อีกฝ่ายกดกริ่งอย่างรัวๆมาหลายรอบจนน่าโมโหขึ้นเลย!
ติ๊งต๊องๆๆๆ ติ๊งต๊องๆๆๆ... ติ๊งต๊องๆ
“นี่เสี่ยวเฟยแบบนี้มันไม่ใช่ว่ากดกริ่งผิดบ้านแล้วนะ!” เฉียนหลิงลุกขึ้นพูดอีกรอบอย่างคนมีน้ำโห่ เขารู้สึกทนไม่ไหวแล้วกับเ้าคนหน้าบ้านข้างนอกนั้นน่ะ... ทำแบบนี้มันน่าโมโหและน่ารำคาญเกินไปแล้ว!
เฉียนหลิงจึงตัดสินใจ!
“ถ้านายไม่ไปเปิดเดี๋ยวฉันไปเปิดเอง!”
“เดี๋ยวเฉียนหลิง นี่หลิง! หลิง! หลิง!”
ส่วนในอีกทางด้านคนหน้าบ้านข้างนอกนั้น... เขาไม่ใช่คนอื่นใครเขาคือ ชิงชิง นั่นเอง!
ชิงชิงชายหนุ่มร่างสูงมาพร้อมกับชายหนุ่มร่างท้วมหนิงอานผู้จัดการของเขาที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเคร่งเครียดอย่างหนักเป็ที่สุด ส่วนต้นสาเหตุนั้นก็คงจะไม่พ้นว่ามาจากตัวเขาเองนี่แหละ... ชิงชิงที่กำลังรัวนิ้วชี้เรียวกดกริ่งบ้านหมายเลข 1101 อย่างน่าโมโหสุดๆไปเลย!
“ชิงชิงนายพอเถอะ อี้เฟยคงไม่อยู่หรอก”
“อยู่... อยู่แน่นอน”
สรุปคือสุดท้ายหนิงอานก็ต้องขับรถพาชิงชิงมาบ้านของอี้เฟยที่ได้รับมาจากนักสืบ และตอนนี้ชิงชิงก็กำลังกดกริ่งบ้านอี้เฟยมาหลายรอบและนานมาพอสมควรอยู่แล้ว ซึ่งถึงเขาจะห้ามอย่างไรก็ไม่ฟังอีกด้วย... หนิงอานถอนหายใจพลางยกมือขึ้นกุมขมับตัวเอง ต่อให้แม้ว่าเขาจะเอ่ยห้ามอย่างไรชิงชิงก็ไม่สนใจกลับยิ่งแต่กดกริ่งหน้าบ้านอี้เฟยอย่างรัวๆมากกว่าเดิมเสียอีก
“อานอานนายเชื่อฉัน... เสี่ยวเฟยเอ๋อร์อยู่แน่นอน”
ชิงชิงพูดอย่างมั่นใจ เขารู้ดี!... เพราะในยุคสมัยอดีตนั้นอ๋องน้องก็ไม่ยอมเปิดประตูจวนอ๋องให้เขาเข้าไปง่ายๆเช่นกัน ฉะนั้นเขาจึงต้องหาสรรหาวิธีอื่นเข้าจวนอ๋องบ่อยๆ ซึ่งวิธีหาทางเข้าจวนอ๋องของอ๋องน้องน่ะเขามีเป็ร้อยวิธีหรอก บ้านของอ๋องน้องในยุคปัจจุบันนี้ก็เช่นกัน!
แต่ในระหว่างที่เขากำลังกดกริ่งอย่างรัวๆอยู่นั้นในที่สุดประตูบ้านของอ๋องน้องก็เปิดแล้ว!
“อ๋องน้อง!”
“นี่จะกดกริ่งอะไรนักหนาห๊ะ! อ้าว คุณ!”
“เ้า...” ชิงชิงขมวดคิ้วแน่นเป็ปม ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววความบึ้งตึงถมึงดุ... ประตูบ้านของอ๋องน้องเปิดแล้วแต่คนมาเปิดกลับไม่ใช่อ๋องน้องของเขา!
“เหตุใดเ้าถึงมาอยู่ที่นี่!”
“ผมก็อยู่ที่นี่อยู่แล้วไง... ผมสิต้องเป็ฝ่ายถามว่าทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่?” เฉียนหลิงมองข้ามคำพูดคำจาของอีกฝ่ายที่ดูแปลกไป เพราะเปิดประตูมาแล้วเขาก็ใเมื่อเห็นว่าคนที่กดกริ่งรัวๆคนนั้นก็คือชายหนุ่มคนเดียวกับก่อนหน้านี้ที่กองถ่าย ถามไปแล้วเขาก็ยิ่งขมวดคิ้วยุ่ง ไม่รู้ว่านี่มันเื่อะไรกันแน่...
เขาพลางมองสำรวจคนตรงหน้าใหม่ อืม หน้าตาดีมาก ถ้าอี้เฟยคืออันดับหนึ่ง เขาคงจะวางให้คนคนนี้เป็อันดับสองแล้วกัน
“เฉียนิ อ่า เฉียนหลิงนายหลบไปก่อน... เสี่ยวเฟยเอ๋อร์อยู่ที่ไหน” ชิงชิงไม่ตอบคำถามของอีกฝ่ายแต่เขากลับถามกลับอย่างไม่สนใจท่าทางงงๆของเฉียนหลิง ก่อนหน้านี้เขาได้อ่านประวัติของอีกฝ่ายแล้วซึ่งก็พบว่ามีความน่าสนใจอยู่ แต่ตอนนี้ช่างเื่ของเฉียนหลิงก่อนเถอะ... เพราะคนที่เขา้าคือ อี้เฟย!
และในขณะที่เฉียนหลิงยังไม่ทันได้ตั้งตัว ชายหนุ่มตรงหน้าคนนี้ก็ดันผลักตัวเขาให้เบี่ยงหลบทางและรีบแทรกตัวเองเข้ามาภายในบ้านอย่างรวดเร็ว ใช่ เร็วมาก!
ย๊า แบบนี้มันผิดกฎหมายไม่ใช่เหรอ?!
“นี่คุณ!”
ชายหนุ่มร่างสูงคนนั้นเดินเข้าไปเร็วมาก เฉียนหลิงก็รีบเดินตามเข้าไปทันที และหนิงอานเองก็แทบจะทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน! แบบนี้เื่ราวมันชักจะใหญ่เกินไปแล้วนะ เขารีบเดินตามคนทั้งคู่ไปและไม่ลืมที่จะปิดประตูบ้านด้วย
“อ๋องน้อง... เสี่ยวเฟยเอ๋อร์ เสี่ยวเฟยเอ๋อร์อยู่ไหนน่ะ”
“นี่คุณหยุดเดี๋ยวนี้นะไม่งั้นผมจะแจ้งตำรวจแล้วนะ!”
“ชิงชิงนายหยุดเถอะ”
ชิงชิงไม่ได้สนใจใครทั้งสิ้น เขาเดินเข้ามาภายในบ้านจนเมื่อถึงห้องนั่งเล่นนั่นแหละถึงได้ขมวดคิ้วแน่น อี้เฟยกำลังนั่งสบายๆจิ้มผลไม้กินไปพลางจิบน้ำชาไปพลางและดูละครพีเรียดไปด้วย นี่ชักจะสบายเกินไปแล้ว!
“อี้เฟยเรามีเื่ต้องคุยกันนะ”
“ครับ ว่ามาได้เลย” อี้เฟยกล่าวพลางหันมามองคนมาใหม่พร้อมกับยกยิ้มนุ่มนวลสุภาพให้ พร้อมกับผายมือเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลงข้างๆ เขาไม่ได้มีท่าทีตื่นใหรือแปลกใจอะไรเพราะได้ยินเสียงการพูดคุยของทั้งหมดนั้นั้แ่ที่หน้าประตูแล้ว... ก็บอกแล้วไงว่าอย่าเปิดประตู!
“ไม่ใช่ที่นี่แบบนี้ แค่ข้ากับเ้า... แค่ฉันกับนายสองคนเท่านั้น”
“นี่คุณออกไปเดี๋ยวนี้นะ!” เฉียนหลิงที่รีบเดินตามหลังมาแล้วก็รีบเข้าไปขวางหน้าคนที่ชื่อ ‘ชิงชิง’ เพื่อกันออกไปให้ห่างจากอี้เฟยอย่างปกป้อง เขาก็ไม่รู้ว่าเื่นี้มันเื่อะไรกันแน่แต่สิ่งที่คนชื่อชิงชิงทำมันไม่ถูกต้อง!
ชิงชิงขมวดคิ้วมองคนที่ยืนขวางระหว่างตัวเขากับอี้เฟย ก่อนที่จะหันไปสั่งคนของตัวเอง “หนิงอานพาเฉียนหลิงออกไป”
“ไม่มีทาง! ใครจะไปรู้ว่านายจะทำอะไรเสี่ยวเฟยบ้าง ถ้าจะคุยก็ต้องคุยมันตรงนี้เลย!”
“เสี่ยวเฟยเอ๋อร์” ชิงชิงทำหน้าอ้อนวอนจะร้องไห้หันไปเรียกชื่อคนที่กำลังนั่งกินแล้วดูโทรทัศน์อย่างสบายๆ สบายใจเฉิบอีกครั้ง
และคราวนี้เองที่อี้เฟยหยุดกินแล้วหยิบทิชชู่ขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดมือพลางลุกยืนขึ้น ก่อนที่จะหันไปพยักหน้ากับคนตัวโตที่กำลังทำหน้าจะร้องไห้น้ำตาไหลเต็มที่แล้ว
“เชิญที่ห้องหนังสือครับ”
เฉียนหลิงอยากเอ่ยห้ามอี้เฟยแต่ก็เอ่ยไม่ออก เพราะคิดว่าบรรยากาศมันแปลกๆจริงๆ อี้เฟยหันไปพยักหน้าไม่เป็ไรให้กับเฉียนหลิง พร้อมกับยิ้มทักทายหนิงอานและเชิญให้อีกฝ่ายเข้ามานั่งก่อนอย่างคนเป็เ้าบ้านที่ดี จนหนิงอานต้องเอ่ยเกรงใจเป็อย่างมากและเข้ามานั่งรอคนของตัวเองอย่างพยายามใจเย็น
ส่วนภายในใจของหนิงอานนั้น... อี้เฟยสุดยอด! ขนาดนี้แล้วยังยิ้มนุ่มนวลแบบนี้อยู่ได้แปลว่าช่างเป็คนดีจริงๆ!
เมื่อพวกเขาทั้งสองได้เข้ามาภายในห้องหนังสือแล้วอี้เฟยก็เป็คนเปิดปากพูดก่อนคนแรก...
“มีอะไรก็ว่ามาเถอะครับ”
“อี้เฟยนายเชื่อเื่การเกิดใหม่หรือชาติที่แล้วอดีตชาติอะไรแบบนี้ไหม” ชิงชิงถามเข้าประเด็นทันทีไม่มีการอารัมภบทแต่อย่างก่อนใด เขาจะต้องคาดคั้นอี้เฟยจนรู้ให้ได้ว่าอีกฝ่ายลืมไปจริงๆ หรือว่าแค่้าทำเื่สนุก!
“ไม่ครับ ผมอยู่กับปัจจุบัน”
“งั้นนายอยากฟังหรือเปล่า”
“ไม่ครับ ไม่สนใจอดีต”
พอได้ยินทุกคำตอบของอี้เฟยแล้ว... ชิงชิงก็ถอนหายใจพลางทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!
“อ๋องน้องเลิกเล่นได้แล้ว!”
ชิงชิงมองใบหน้าเกลี้ยงเกลาที่ประดับดามด้วยรอยยิ้มนุ่มนวลสุภาพสำหรับมอบให้แขกแล้ว เขาก็พลันจะทนไม่ไหวอยากจะตีคนคนนี้จริงๆเลย... ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้ดื้อดึงนักนะ! ไม่รู้ว่าฝ่าาไปเลี้ยงดูตามใจกันยังไงให้ดื้อได้ถึงขนาดนี้!
“เ้าจะบอกว่าชุดนั่นไม่ใช่ชุดของอี้อ๋องอย่างนั้นรึ?...”
“ชุดฮั่นฝูโบราณนั้นเป็สิ่งที่ผมได้รับเป็มรดกตกทอดมาจากพ่อบุญธรรมครับ”
“อ๋องน้อง…” ชิงชิงเรียกอี้เฟยน้ำเสียงเบาหวิว ภายในดวงตานั้นเริ่มมีหยาดน้ำใสปริ่มๆขึ้นมาจริงๆแล้ว เขามองเข้าไปในดวงตาว่างเปล่าของอี้เฟย ใจก็พลันเ็ปขึ้นมาจริงๆ
“เหตุใดเ้าถึงจำมิได้... เหตุใดถึงต้องมีเพียงข้าที่ต้องจดจำได้เพียงผู้เดียว”
ชิงชิงยังไม่ถึงกับถอดใจ.. เด็กดื้อคนนี้ช่างชอบเล่นสนุกซุกซนนัก กลั่นแกล้งผู้อื่นไปทั่ววังหลวงทั้งเมืองหลวง ฝ่าารักใคร่เสียยิ่งกว่าผู้ใดทั้งยังช่างชอบตามใจและให้ท้ายเป็ที่สุด
ฉะนั้นเขาจะไม่สนใจการแสดงและการกลั่นแกล้งของอีกฝ่ายอีกต่อไป... ชิงชิงคิดว่าสิ่งที่อี้เฟยทำตอนนี้มันคือการแสดงและการกลั่นแกล้ง
“อ๋องน้อง!” ชิงชิงมีวิธี! เขาจะเรียกจะตัดพ้อจะร้องไห้จริงๆแล้วอยู่นั่นแหละจนกว่าอี้เฟยจะจำเขาได้!
“อ๋องน้อง!”
“อ๋องน้อง!”
แต่ทว่าเมื่อชิงชิงกำลังอ้าปากจะเรียกต่อไปอีก...
“เลิกเรียกได้แล้ว... ถ้าจะเรียกก็ไม่ควรเรียกข้าว่า ‘อ๋องน้อง’ เพราะว่าข้าเป็หลานชายมิใช่น้องชาย!”
ตอนนี้แหละที่ชิงชิงยิ้มได้แล้ว...
“ ‘เสด็จอา’ ใช้ไม่ได้!”
“อ๋องน้องเ้ายอมรับแล้ว... เสี่ยวเฟยเอ๋อร์เด็กดื้อ ช่างซุกซนได้น่าตีนัก”
-----------------------------------
Talk
เสด็จอายิ้มได้แล้วนะเพคะ :) :) :)
งื้อออ โดนตีค่ะ อยากโดนเสด็จอาตี! ละคือถ้าจะดุอ๋องน้องก็ควรดุให้มันจริงจังกว่านี้สิ ไม่ใช่มาดุน้ำด้วยเสียงนุ่มๆกับยิ้มหวานๆแบบนี้!
ตอนนี้ความจริงกระจ่างแล้ว ชิงชิงก็คือเสด็ดจอานั่นเอง! ตอนหน้ามาร่วมกันเป็กำลังใจให้ท่านอ๋องด้วยกันอีกเถอะ!
อ่านแล้วเป็เช่นไรบ้างก็ฝากคอมเมนต์เพื่อเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ :)