ไพโรจน์กำลังนั่งเช็คเอกสารกองโตที่ได้มาจากตู้เซฟอย่างเคร่งเครียดเปิดระบบคอมพิวเตอร์ภายในห้องเต็มพิกัดทุกระบบจนไม่ทันสังเกตว่าเจนจิราพาพลอยกับส้มยืนข้างโต๊ะทำงานแล้ว
“สวัสดีค่ะคุณตาไพโรจน์...เจนบอกพวกหนูว่าคุณตา้าเจอพวกหนู” พลอยกับส้มเกิดอาการประหม่าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อยืนต่อหน้าโพโรจน์“คือ...คือ..คือ..คือว่า...หนูไม่...ไม่...ไม่แน่ใจว่าคุณตา...อยากเจอพวกหนูเื่อะไรเหรอคะ?”
“นั่งก่อนสิ...ทั้ง3 คนเลย” เสียงที่นิ่มนวลแต่เยือกเย็นทำให้พลอยกับส้มเกิดอาการทั้งประหม่าทั้งเกร็งอย่างมาก“มุกมักจะพูดถึงหนูทั้ง 2 คนเสมอเห็นบอกว่าหนูทั้ง 2 คนเป็เพื่อนสนิทของหลานฉันด้วย”
“หนูเป็เพื่อนเจนั้แ่เด็กอนุบาลค่ะเราเป็เพื่อนกันมานานแล้วค่ะ”พลอยเอ่ยปากตอบก่อน
“ส่วนหนูเป็รุ่นน้องที่คณะค่ะ”ส้มเอ่ยตาม
“แต่ละคนถนัดหรือชอบอะไรกันบ้างล่ะ? เอ่อ...ฉันหมายถึงอยากทำงานอะไรหรือชอบทำงานอะไรเป็พิเศษไหม?”
“หนูสนใจแต่พวกเื่อาหารอย่างเดียวเื่อื่นหนูไม่รู้เื่เลยค่ะ”พลอยตอบ
คำตอบของพลอยทำให้ไพโรจน์สนใจมาก “หนูสนใจทำอาหารงั้นเหรอ? หรือยังงัย?”
“พ่อหนูเคยเป็เชฟที่ฝรั่งเศสค่ะแต่ตายไปั้แ่หนูเรียนชั้น ม.6 ค่ะแม่ได้เรียนวิชาทำอาหารมาบ้าง...ก็เลยสอนหนูทำค่ะ หนูก็พอทำได้บ้างค่ะ”
“หนูรู้ใช่ไหมว่าซีคอร์ปมีร้านอาหารด้วย?”
“ทราบ...ทราบ.ท...ทราบค่ะพวกหนู 3 คนไปทานกันหลายร้านแล้วค่ะ”
“อืมๆดีๆๆ...แล้วหนูส้มล่ะ สนใจด้านไหน? หรือถนัดด้านไหนเป็พิเศษ?”
“หนูสนใจพวกเทคโนโลยี,เครื่องกล...พวกรถหนูก็ชอบ คอมพิวเตอร์ไอทีก็ชอบค่ะ”
“หนูรู้จักด้านรถกับเทคโนโลยีด้วย?”
“ตัวหนูเองสนใจพวกนี้มาั้แ่เด็กๆแล้วค่ะ พอได้รู้จักกับพี่เจน พี่เจนก็แนะนำให้หนูรู้จักหลายอย่างเลยค่ะ”
“ฉันเรียกหนูทั้ง2คนมาคุย...ฉันคิดว่าหนูน่าจะเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้แล้วว่าหลานฉันคงต้องไปทำงานที่บริษัทแล้วฉันอยากถามหนูทั้ง 2 คนก่อนว่า สนใจไปช่วยงานหลานฉันไหม?”
คำเชิญชวนของไพโรจน์สร้างความตื่นเต้นให้ทั้ง3 คนอย่างมาก พลอยกับส้มพยักหน้าตอบรับแทบจะทันทีในขณะที่เจนแสดงอาการใอย่างเห็นได้ชัด “สนใจค่ะ!”
“อะไรนะคะคุณตา!!...คุณตา!...คุณตาจะให้หนูไปทำงานที่บริษัทเหรอคะ?…ถ้าหนูต้องไปทำจริงๆหนูก็ทำได้นะคะ หนูสนใจพวกงานด้านการตลาด พนักงานการตลาดก็ได้ค่ะถ้าได้ติดต่องานด้านต่างประเทศยิ่งดีเลยค่ะหรือจะให้หนูเริ่มต้นเป็พนักงานธุรการในออฟฟิศก่อนก็ได้ค่ะแต่หนูทำอะไรไม่เป็สักอย่างนะคะ แล้วแต่คุณตาเห็นว่าเหมาะสมกับหนู...หนูยินดีหัดทำหัดเรียนรู้งาน ตอนนี้หนูอยากทำตามที่พ่อ้าค่ะ”
คำตอบของ 3สาวทำให้ไพโรจน์อดอมยิ้มไม่ได้ “ตอนแรกฉันก็ไม่เข้าใจว่าวรวิทย์กำลังคิดอะไรอยู่? หรือว่า้าทำอะไรกันแน่? ฉันพยายามมานั่งคิดว่าวรวิทย์้าสื่ออะไรกับฉัน”
คำพูดที่จริงจังและซีเรียสมากจนทำให้เจน,พลอยและส้มต้องตั้งใจฟังทุกคำพูดที่ออกมาจากปากไพโรจน์ “งานที่หลานไปทำไม่ใช่พนักงานการตลาดหรือพนักงานธุรการแต่ฉัน้าให้หลานลงชิงตำแหน่งซีอีโอตามเจตนารมณ์ของวรวิทย์...”
“อะไรนะคะ!!!..ซีอีโอ...น...หนู...นะ หนูฟังไม่ผิดใช่ไหมคะ?เป็ไปไม่ได้ค่ะ!!!ห..หน..หนู..จะให้หนูไปเป็ซีอีโอได้ยังงัยคะ? หนูทำอะไรไม่เป็สักอย่างหนูไม่เคยไปที่บริษัทด้วยซ้ำ ไม่ไหวค่ะเกินความสามารถหนูไปเยอะมาก...คุณตาอาจจะไม่ทราบว่า หนูเป็หลานเป็โง่มากโง่มานานแล้ว คุณตาอาจจะรู้จักหนูไม่ดีพอ หนูสมองทึบมากนะคะจนป่านนี้หนูยังทำอะไรไม่เป็ชิ้นเป็อันสักอย่างโง่แบบหนูไม่มีปัญญาทำไรแบบนี้ได้หรอกค่ะ...”
คำพูดของเจนจิราทำให้ไพโรจน์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย“คำตอบที่หลานอยากรู้หลานลองหันไปมองเอกสารกองโตที่โต๊ะทำงานสิ!”
เจน,พลอยและส้มต้องหันไปมองเอกสารจำนวนมาก ถูกแบ่งออกมาหลายกองหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ติดกำแพงด้านหนึ่งกำลังแสดงข้อมูลต่างๆ มากมายเต็มไปหมด
“ถ้าหลานเป็อย่างที่พูดจริงๆฉันคิดว่าวรวิทย์ไม่น่าจะเตรียมเอกสารกองโตขนาดนี้ไว้ให้หลานหรอกนะ...เอกสารเหล่านี้เป็ข้อมูลต่างๆของบริษัท พ่อของหลานเตรียมการทุกอย่างไว้ล่วงหน้าและที่สำคัญพ่อของหลานเตรียมการมาหลายปีแล้ว”
“แต่...แต่ว่า...”
“ในอดีตฉันเคยไว้วางใจวรวิทย์มาแล้วครั้งหนึ่งเขารับปากฉันว่าจะดูแลวิไลพรอย่างดี แล้วเขาก็ไม่ทำให้ฉันผิดหวัง...ถึงตอนนี้ฉันคงต้องไว้วางใจวรวิทย์เป็ครั้งที่2 ถึงแม้ว่าฉันแทบจะไม่รู้จักหลานเลยก็ตาม แต่ฉันก็ปฎิเสธเจตนารมณ์แน่วแน่ของวรวิทย์ไม่ได้เช่นกัน”
คำพูดที่เยือกเย็นและเต็มไปด้วยความหนักแน่นทำให้ท่าทีของเจน,พลอยและส้มนิ่งสงบลง “สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ฉันคิดว่าวรวิทย์ต้องผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดีแล้วล่ะฉันคิดว่าวรวิทย์ไว้ใจและเชื่อใจหลานมาโดยตลอด...”
“…”
“ฉันมีเวลาเหลือแค่13 วันที่จะสอนหลานกับหนูทั้ง 2 คนเรียนรู้งานและข้อมูลต่างๆเหล่านี้ให้ได้มากที่สุด ก่อนที่จะลงชิงตำแหน่งซีอีโอตามระเบียบบริษัท”
“ในเมื่อ...ใน...ในเมื่อเป็ความ้าของพ่อ...หนู...หนู...หนูยินดีรับหน้าที่นี้ค่ะ”
“แล้วหนู2 คนสนใจมาช่วยงานหลานฉันไหม?”
“เอาค่ะๆๆ...หนูทั้ง 2 คนเต็มใจค่ะ”
“แล้วหนู2 คนติดปัญหาอะไรไหม? เื่การเรียน การกินอยู่”
“วันประชุมโหวตซีอีโอเป็วันที่หนูกับเจนสอบกลางภาควันแรกด้วยค่ะ หนูกับเจนมีสอบ 3 วันส่วนส้มไม่มีสอบค่ะ เท่ากับว่าวันนั้นมีสอบ่เช้าก่อนแล้วค่อยไปประชุมโหวต่บ่ายโมงครึ่งที่บริษัทค่ะ...ส่วนเื่ที่อยู่เจนทำห้องไว้ให้หนูกับส้มนานแล้วค่ะ หนูกับส้มก็มานอนที่นี่ปกติอยู่แล้วค่ะ”พลอยตอบ
“อืมๆดีๆๆ...ถ้างั้นฉันจะให้มุกจัดเตรียมเื่ที่อยู่กับอาหารการกินไว้ให้ส่วนเื่การเดินทางไปเรียน เดี๋ยวฉันจะให้หมูรับผิดชอบตรงนี้...13 วันจากนี้หนูทั้ง 2 คนมาอยู่ที่นี่ก่อน”
“หลานพาเพื่อนหลานไปรอฉันที่ห้องทำงานเล็กฉันขอเวลาเช็คเอกสารอีกสักครึ่งชั่วโมง...มุกเพิ่งนึกได้ว่าบนโต๊ะมีซองเอกสารสีน้ำตาลอยู่ชุดหนึ่งวรวิทย์้าให้หลานก่อนเสีย ฉันไม่รู้ว่าเป็เอกสารอะไร”
เจน,พลอยและส้มเดินออกจากพื้นที่โถงใหญ่ในห้องทำงานวรวิทย์ออกไปห้องข้างๆเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลวางอยู่บนโต๊ะจริงๆ เธอค่อยๆ เปิดซองหยิบเอกสารออกมาเพียงแค่เห็นหัวกระดาษทำให้เธอต้องเอามือกุมปากตัวเอง ปล่อยโฮออกมาทันที จนซองกับเอกสารหล่นลงพื้น
พลอยรีบหยิบซองเอกสารขึ้นมาจากพื้นพลอยกับส้มเพียงแค่เห็นเอกสารใบแรกทำให้เธอต้องหลุดปากออกมาแบบไม่ตั้งใจ “โอ้ย!! ตายแล้ว!”
“พ่อ...พ่...พ่อไว้ใจกูเชื่อใจกูมาโดยตลอด แต่...แต่...แต่กูกลับ...กลับไม่เชื่อใจพ่อ...ไม่เชื่อใจพ่อตัวเอง...นี่เป็เอกสารระเบียบการของมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น...เป็มหาวิทยาลัยที่เราอยากไปเรียนด้วยกัน...”
พลอยเอื้อมมือหยิบอัลบั้มรูปภาพออกมาจากซองเอกสารเปิดดูทีละรูปๆ ล้วนแล้วแต่เป็รูปที่วรวิทย์ถ่ายภาพบรรยากาศมุมต่างๆภายในมหาวิทยาลัย รูปชุดสุดท้ายในอัลบั้มเป็การถ่ายร่วมกับอธิการบดีร่วมกับคณะผู้บริหารด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“มึงไม่ต้องคิดมาก...ยังงัยก็ตามในตัวมึงยังมีเืของพ่อกับแม่มึงอยู่ถึงเวลาแล้วที่มึงต้องสู้ มึงต้องทำตามเจตนารมณ์ของพ่อมึงให้ได้!”
เจนจิรากำหมัดกัดฟันกรอดด้วยความรู้สึกเ็ปอย่างถึงที่สุด“พ่อ...พ่อ....พ่อ..หนูขอโทษ...”
“สวัสดีค่ะพบกันอีกเช่นเคยนะคะ ดิฉันจูน กมลชนกค่ะวันนี้ไม่มีเื่ไหนที่จะใหญ่ไปกว่าประกาศจากฝ่ายประชาสัมพันธ์บริษัทซีคอร์ปฉบับนี้นะคะั้แ่เช้ามาแฮชแท็ก #ซีคอร์ป #เจนจิรา ติดอันดับ 1 กับ 2 กว่า 5 ล้านวิวเป็การประกาศอย่างเป็ทางการแล้วนะคะว่า ผู้ที่เข้ารับการเสนอชื่อโหวตเป็ประธานเ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของซีคอร์ปคือ คุณขจรกับคุณเจนจิรา บุตรสาวคนเดียวของคุณวรวิทย์ค่ะ”
“เื่นี้หักปากกาเซียนกูรูทั้งไทยและเทศต่างออกมาวิพาษณ์วิจารณ์กันทั่วโลกแล้วนะคะเดิมทีเดียวเราคาดการณ์กันว่า อาจจะให้คุณขจรขึ้นเป็ซีอีโอแบบไม่มีคู่แข่งหรืออย่างมากสุด เสนอชื่อนักบริหารมืออาชีพคนนอกเข้ามาแข่งแต่กลายเป็ว่าเสนอชื่อคุณเจนจิราค่ะ”
“ก่อนที่จะเข้ารายการในวันนี้ดิฉันได้มีโอกาสสอบถามพูดคุยกับหลายๆ ท่านในแวดวงเศรษฐกิจทุกคนต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่า เซอร์ไพรส์มากที่ในฝั่งของคุณวรวิทย์เลือกที่จะส่งลูกสาวตัวเองเข้าโหวตในครั้งนี้ ทั้งๆ ที่เธออายุเพียง 21ปีและกำลังศึกษาอยู่...”
“คำถามที่ทุกคนอยากรู้มากก็คือเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร? นี่เป็เื่ใหญ่มากนะคะ ซีคอร์ปเป็บริษัทระดับโลก มีพนักงานกว่า4 แสนคนทั่วโลกต่างจับตามองการโหวตครั้งนี้อย่างมากค่ะ”
การเข้าร่วมเสนอชื่อโหวตคัดเลือกซีอีโอคนใหม่ของเจนจิราสร้างความประหลาดใจไปทั่วโลกรวมไปถึงเพื่อนๆ นักศึกษาในมหาวิทยาลัยแม้กระทั่งเด็กนักเรียนหลายที่เคยลงคอร์สติวภาษาอังกฤษก็เพิ่งทราบเื่เช่นกันแต่ละคนต่างโพสต์ข้อความและรูปที่เคยถ่ายเซลฟี่เต็มแอดมี
“ผมเคยติวกับพี่เจนด้วย...เพิ่งรู้ว่าพี่เจนรวยขนาดนี้เป็ลูกคุณวรวิทย์อีกต่างหาก!”
“หนูเคยถ่ายรูปรถพี่เจนไว้ด้วยแต่รถพี่เจนเก่ามาก หนูงงตรงที่พี่เจนรวยมากแต่ใช้รถเก่าสุดๆๆ”
“เดี๋ยวนะ!นางยังเรียนไม่จบนี่? เรียนไม่จบแต่จะชิงตำแหน่งซีอีโอซีคอร์ปพูดเป็เล่นไป?!!??”
“อ้าว! เพิ่งรู้ว่าเจนรวยขนาดนี้!!!”
“ตกลงพี่เจนเป็ลูกคุณวรวิทย์แน่นอนแล้วใช่ไหม? อ่านข่าวงงไปหมดแล้วเนีย!!!”
“พี่เจน...พี่เจนปี4 เนียนะ!!!...เป็ลูกคุณวรวิทย์ เพิ่งรู้เนียยย!!!!!”
“เฮ้ยๆๆๆพี่เจนที่เป็ติวเตอร์ภาษาอังกฤษใช่ป่ะ? คนเดียวกันใช่ไหม?...นี่อ่านข่าวตอนแรกงงมาก”
เวลาเหลืออีกเพียงแค่ 13 วันเท่านั้นทำให้เจนต้องเรียนรู้งานและข้อมูลของบริษัทให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้บางวันมีคลาสเรียนสลับกับก็ต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบกลางภาค
วันเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวัน เธอต้องศึกษาเรียนรู้งานด้านต่างๆรวมถึงข้อมูลเอกสารหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็งบการเงิน, เอกสารจากระบบงานในบริษัทโดยมีไพโรจน์กับวินัยช่วยกันสอนเจน, พลอยและส้ม บางวันหนักหนาสาหัสถึงขนาดทำให้ทั้ง3 คนรับไม่ไหวหลายครั้งหลายคราต้องกอดกันร้องไห้
“นายใหญ่ครับพอก่อนดีไหมครับ? คุณหนูเริ่มไม่ไหวแล้วนะครับ...”
ไพโรจน์ยืนจ้องมองดูหลานสาวตัวเองที่ฟุบหลับคาโต๊ะทำงานในยามค่ำคืนบนกองเอกสารมากมาย ด้านหลังมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นอืดคาชามโดยที่เธอยังไม่ได้กินแม้แต่คำเดียว ด้านข้างมีชีทกับหนังสือเรียนถูกคั่นด้วยที่คั่นหนังสือวางอยู่หลายเล่ม
เจนยังคงมุ่งมั่นศึกษาเอกสารต่างๆ อย่างต่อเนื่องเธอใช้เวลาทุกวินาทีอย่างมีค่า ไม่มีเวลาแม้กระทั่งทักทายเพื่อนร่วมห้องเรียนโดยมีไพโรจน์ติวเข้มอย่างถึงที่สุด
“ตอนนี้หนูเข้าใจแล้วค่ะว่าทำไมพ่อถึงต้องทำงานหนักมากขนาดนี้” เจนพูดไปก็มีน้ำตาคลอออกมา“หนูเข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อถึงไม่มีเวลาแม้กระทั่ง...กลับบ้าน”