ถังฉีกล่าวด้วยใบหน้าจริงจังและใสซื่อ ก่อนจะหันไปมองถังซานและน้องชายคนอื่น ๆ
"อันที่จริง วันนี้เราทำเงินได้หลายร้อยตำลึงจากการขายไข่มุก!"
คำกล่าวของถังฉีทำให้แม้แต่ผู้นำตระกูลก็ยังตกตะลึง!
เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าไข่มุกจะสามารถทำเงินได้มากถึงเพียงนี้ หากทุกคนในหมู่บ้านสามารถหาหอยกาบที่ให้ไข่มุกได้ หมู่บ้านของพวกเขาก็จะไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากความอดอยากอีกต่อไป!
“ฉีเอ๋อร์... เ้ารู้ได้อย่างไรว่ามีไข่มุกอยู่ในพื้นที่นี้ ไข่มุกมักเป็เครื่องบรรณาการจากต่างแดน…”
น้ำเสียงของผู้นำตระกูลสั่นเครือ
“ข้าไม่รู้หรอกเ้าค่ะ แต่ข้าฝันถึงท่านแม่เมื่อไม่กี่วันก่อน ในฝันนางบอกข้าว่าหอยกาบสามารถผลิตไข่มุกได้ ไม่รู้ว่าเป็เช่นนี้ได้อย่างไรเ้าค่ะ”
ถังฉีไม่แน่ใจว่าจะอธิบายให้ผู้นำตระกูลฟังอย่างไร
นางจึงเอ่ยถึงนางหวังผู้เป็มารดา
นี่อาจเป็วิธีทดแทนคุณต่อมารดาผู้ล่วงลับ เพื่อให้ทุกคนในหมู่บ้านตระกูลถังรำลึกถึงความดีของนาง
“แม่ของเ้า...นางเป็คนดีมาก น่าเสียดาย...”
ผู้นำตระกูลมีสีหน้าเศร้าโศก แต่ยังคงจับจ้องถังฉีด้วยความกระตือรือร้นที่จะฟังต่อ
ถังฉีถอนหายใจด้วยความโล่งอก รู้สึกขอบคุณที่ผู้คนในยุคนี้เชื่อในิญญาและเทพเ้า
แม้แต่ผู้นำตระกูลก็ไม่มีข้อยกเว้น!
“เมื่อครู่เ้าบอกว่าหอยกาบสามารถผลิตไข่มุกได้ แม่ของเ้าได้เอ่ยถึงวิธีการเฉพาะเจาะจงหรือไม่?”
ผู้นำตระกูลถามเข้าเื่ทันที
"หอยกาบที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำมักมีพยาธิหรือเม็ดทรายอยู่ข้างใน เมื่อไม่สามารถขับไล่สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ได้ พวกมันจึงป้องกันตัวเองด้วยการสร้างชั้นมุกขึ้นรอบ ๆ สิ่งแปลกปลอม กระทั่งเมื่อเวลาผ่านไปจึงก่อตัวเป็เม็ดไข่มุกเ้าค่ะ"
ถังฉีอธิบายกระบวนการสร้างไข่มุก
และนางก็ค้นพบว่า คุณภาพน้ำใกล้ ๆ หมู่บ้านตระกูลถังเหมาะสำหรับการเพาะเลี้ยงหอยกาบอย่างยิ่ง!
“น่าทึ่งจริง ๆ ฉีเอ๋อร์ ต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้างในการเพาะเลี้ยงหอยพวกนี้?”
ผู้นำตระกูลถามอย่างกระตือรือร้น
"โชคดีที่คุณภาพน้ำใกล้ ๆ หมู่บ้านตระกูลถังเหมาะมากในการเลี้ยงหอยกาบเ้าค่ะ ให้อาหารพวกมันด้วยสาหร่ายสีเขียวและเศษซากสัตว์น้ำเปลือกแข็งก็เพียงพอแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น หอยกาบยังสามารถเลี้ยงร่วมกับปลาได้ กลายเป็วงจรทางชีวภาพที่พวกหอยจะได้กินมูลปลาอีกต่อหนึ่งเ้าค่ะ”
ถังฉีอธิบายอย่างคล่องแคล่ว
ผู้นำตระกูลไม่เข้าใจเื่วงจรทางชีวภาพอะไรนั่นหรอก แต่ก็เข้าใจแก่นแท้ในวาจาของถังฉี
"การเพาะเลี้ยงหอยกาบสามารถทำได้ทั้งแบบแขวนหรือแบบกรง แบบแขวนหมายถึงการเลี้ยงหอยกาบบนแพเชือกและแขวนไว้ในน้ำ ส่วนแบบกรงหมายถึงการวางหอยกาบไว้ในกรงตาข่ายที่มีขนาดเหมาะสม เพื่อให้มั่นใจว่าหอยกาบแต่ละตัวยึดเกาะกับพื้นกรงเ้าค่ะ"
ถังฉีอธิบายอย่างกระชับ
เมื่อเห็นสีหน้าตื่นเต้นของผู้นำตระกูล อดีตเ้าของฟาร์มหอยกาบในร่างเด็กหญิงก็เอ่ยเสียงเบา "แต่ว่า ระยะเวลาการเพาะเลี้ยงโดยทั่วไปคือสามถึงห้าปีเลยทีเดียวเ้าค่ะ"
"นานเพียงนั้นเชียว?"
หัวใจของผู้นำตระกูลดิ่งวูบ เขาไม่คิดว่าการผลิตไข่มุกในหอยกาบจะใช้เวลานานถึงปานนั้น
“เ้าค่ะ เกรงว่าลุงป้าน้าอาในหมู่บ้านอาจไม่เชื่อและถอดใจได้”
ถังฉี้านำพาชาวบ้านในหมู่บ้านตระกูลถังไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง
แม้จะให้ความช่วยเหลือนางอยู่บ้าง แต่คนเหล่านี้ก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย
การให้แม้เพียงเล็กน้อยก็หมายความว่าพวกเขาจะกินได้น้อยลง ในยุคสมัยนี้ ชาวนาทุกคนล้วนปรารถนาเพียงมีอาหารให้กินครบสามมื้อในแต่ละวัน
"อืม..."
ผู้นำตระกูลรู้สึกลังเล
คำกล่าวของถังฉีให้ความรู้สึกประหนึ่งน้ำเย็น ๆ ชโลมหัวใจที่เหี่ยวเฉา
“เอาละ... นี่คือเส้นทางสู่โชคลาภที่แม่ของเ้ามอบไว้ให้เ้า”
ผู้นำตระกูลเชื่อมั่นว่านางหวังไม่้าให้ลูก ๆ ของนางต้องทนทุกข์ทรมาน ถึงได้มาเข้าฝันบุตรสาวของตัวเอง
“ผู้นำตระกูล ข้ามีเื่จะถามเ้าค่ะ ข้าจะขอซื้อที่ดินในส่วนของแม่น้ำและูเาหลังหมู่บ้านของเราได้หรือไม่เ้าคะ?”
ถังฉีไม่ได้โลภโมโทสัน นางเพียง้ามีสระบัวหลังบ้าน
สร้างบ้านหลังใหญ่ ๆ เลี้ยงปลา และปลูกดอกบัวในฤดูร้อน
เมื่อคิดถึงสิ่งนี้ ถังฉีก็เต็มไปด้วยพลังพลุ่งพล่าน
“เ้า้าซื้อหรือ?”
เมื่อนึกถึงเงินที่ถังฉีได้จากการขายไข่มุก ผู้นำตระกูลก็เข้าใจแผนการของนาง
“เ้าค่ะ ข้าตั้งใจว่าจะเลี้ยงหอยกาบที่นั่น พอพวกน้องชายโตขึ้นเราจะได้นำมันไปขายแลกเงิน แต่ถึงตอนนั้นราคาไข่มุกอาจตกลงบ้าง เพราะความหายากคือสิ่งที่ทำให้วัตถุมีมูลค่า”
ถังฉีแจ้งให้ผู้นำตระกูลทราบ เผื่อว่าหากวันหน้าราคาไข่มุกลดต่ำลง นางจะได้ไม่ถูกตำหนิ
“นั่นเป็ความจริง พรุ่งนี้ข้าจะรวบรวมทุกคนและประกาศว่าไข่มุกของเ้าขายได้ในราคาหลายสิบตำลึง ใครก็ตามที่อยากเข้าร่วมสามารถเรียนรู้จากเ้าได้”
"เรายังเลี้ยงปลาได้อีกนะเ้าคะ แม้การขายไข่มุกจะไม่ประสบผลสำเร็จ เราก็จะไม่ขาดทุน"
หลังจากพูดคุยกันต่ออีกเล็กน้อย ผู้นำตระกูลก็ขอตัวกลับ
"ฉีเอ๋อร์ ลุงหม่านกุ้ยของเ้าอาจไม่มีความสามารถมากนัก แต่เราจะร่วมเพาะเลี้ยงไข่มุกกับเ้าด้วย เราไม่อยากให้ภายภาคหน้าถังจี๋ต้องทนทุกข์ทรมานเหมือนกับพวกเรา"
หลังจากเอ่ยจบ ถังหม่านกุ้ยก็มอบผักจำนวนหนึ่งให้ถังฉีและน้อง ๆ ก่อนจะกลับไปเช่นกัน
เวลานั้น ถังฉีรู้สึกว่าไหล่ของตนเองเริ่มหนักอึ้ง
“พี่ใหญ่ เราจะสร้างบ้านกันจริง ๆ หรือขอรับ?”
ถังซานเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น แต่แล้วก็ทำคอตกด้วยความอับอาย ในฐานะบุตรชายคนโตของครอบครัว เขารู้สึกไร้ประโยชน์ที่ต้องพึ่งพี่สาวคนโตมากถึงเพียงนี้
“ใช่ ตอนนี้เ้าอายุเก้าขวบแล้ว อีกไม่กี่ปีเ้าก็ต้องคิดถึงเื่การแต่งงาน เ้าไม่สามารถอยู่ห้องเดียวกันกับพี่ใหญ่ของเ้าไปได้ตลอดหรอกนะ”
ถังฉีขยี้ผมของถังซานอย่างอ่อนโยน
"น้องรอง จดจำลำดับชั้นของชาวนา คนงาน และพ่อค้าไว้ให้ดี แม้เวลานี้พี่ใหญ่ของเ้าจะหาเงินได้ แต่ก็ไร้ซึ่งสถานะ ผู้คนยังสามารถเอารัดเอาเปรียบเราได้ง่าย ๆ ดังนั้น งานที่สำคัญที่สุดสำหรับพวกเ้าพี่น้องก็คือการศึกษา!"
ถังฉีเอ่ยอย่างจริงจัง
“พี่ใหญ่ เราจะไม่ปล่อยให้ท่านถูกข่มเหงรังแกแน่นอน!”
เมล็ดพันธุ์แห่งความมุ่งมั่นพลันฝังลึกอยู่ในหัวใจของถังซานตัวน้อย
“จริงสิ พี่ใหญ่ ท่านเอาตำรามาให้พวกเราด้วยไม่ใช่หรือ? มาเริ่มเรียนกันเลยเถอะ!”
ถังสุ่ยและถังเฟิงไม่้าเสียเวลาอีกต่อไป
ถังฉีผงกศีรษะและหยิบ 'คัมภีร์ร้อยแซ่พันธุ์ั' ออกมา
"ดูตัวอักษรทั้งสามตัวนี้สิ พวกมันอ่านว่า 'ไป่เจียซิ่ง'..."
พี่น้องตระกูลถังตั้งใจเรียนอย่างจริงจัง และแม้แต่ถังเหอวัยเก้าเดือนก็ไม่ร้องไห้โยเย
ถังเจียงก็ฟังอย่างตั้งใจเช่นกัน
ร่ำเรียนจนเกือบจะมืดค่ำ พี่น้องจึงกลับเข้าห้องนอนของตน
เช้าวันรุ่งขึ้น ผู้นำตระกูลขอให้ชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านตระกูลถังมารวมตัวกันที่โถงบรรพชน
หลังอาหารเช้า ถังฉีจึงรีบรุดไป
เมื่อนางมาถึง ตัวแทนจากแต่ละครอบครัวในหมู่บ้านตระกูลถังก็อยู่ที่นั่นแล้ว
เห็นว่าทุกคนมาถึงแล้ว ผู้นำตระกูลจึงเอ่ยเื่ไข่มุกอีกครั้ง
"แค่สามปี! ภายในสามปี หมู่บ้านตระกูลถังจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!" ผู้นำตระกูลถังฟู่กุ้ยประกาศลั่น สีหน้าแฝงความตื่นเต้น
หลังจากกลับจากบ้านของถังฉีเมื่อวานและหารือกับคนในตระกูล เขาก็นอนไม่หลับทั้งคืน
“ผู้นำตระกูล เื่ทั้งหมดนี้ฟังดูน่าเหลือเชื่อเกินไป ไข่มุกเป็ถึงเครื่องบรรณาการจากต่างแดน หมู่บ้านเล็ก ๆ ในชนบทอย่างเราจะมีพวกมันได้อย่างไร!”
********************