อดีตเซียนน้อยเพ่งกระแสจิตเพื่อรวบรวมพลังปราณวิเศษอันน้อยนิดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในแก่นิญญาจากนั้นถ่ายทอดพลังปราณสายหนึ่งผ่านิัของตนส่งตรงไปยังมวลน้ำในถังใบเล็กและมือของมารดา
ทันทีที่มืออันหยาบกร้านซึ่งเต็มไปด้วยรอยแผลปริแตกของจ้าวเฟยเฟยได้ัักับผิวของลูกสาวและได้ัักับมวลน้ำในถังใบเล็กปฏิกิริยาอัศจรรย์บางอย่างก็บังเกิดขึ้นอย่างน่าเหลือเชื่อ
ความรู้สึกเจ็บแสบจากปากแผลและรอยแตกตามข้อนิ้วมือค่อยๆ จางหายไปถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเย็นสบายซาบซ่านเสมือนมีกระแสน้ำอุ่นไหลเวียนผ่านอุ้งมือ
จ้าวเฟยเฟยชะงักมือกึกแช่ค้างอยู่ในถังน้ำใบเล็กแล้วก้มลงมองมือตัวเองด้วยความรู้สึกทึ่งระคนประหลาดใจ
"เอ๊ะ..."
ภาพที่เห็นอยู่ตอนนี้ทำให้เธอจำต้องเบิกตากว้างจนดวงตาแทบถลนออกจากเบ้ารอยแดง รอยหยาบ และรอยแผลปริแตกที่เคยมีอยู่บนหลังมือ ค่อย ๆ สมานตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วต่อหน้าต่อตาิัที่เคยหยาบกร้านแห้งแตก กลับมาชุ่มชื้น นุ่มนวล และขาวผ่องราวกับหยกเนื้อดี
"นี่มัน..."จ้าวเฟยเฟยพึมพำเสียงสั่น เธอยกมือขึ้นมาพิจารณาใกล้ ๆขยับฝ่ามือพลิกไปมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตามือคู่นี้มันดูดีกว่าตอนที่เธอยังเป็สาวแรกรุ่นเสียอีก!
ความทึ่งระคนประหลาดใจเปลี่ยนแปรเป็ความตื่นเต้นระคนโลภมากในบัดดลเพื่อพิสูจน์ดูอีกครั้งว่าเธอไม่ได้ตาฝาดไปจ้าวเฟยเฟยจึงรีบจุ่มมือกลับลงไปในน้ำก้นถังอีกครั้ง
เมื่อถอนมือกลับขึ้นมาดูอีกครั้งก็ปรากฏว่าิัตรงหน้ามือและตรงหลังมือมันเต่งตึงขึ้นกว่าเดิมจ้าวเฟยเฟยลองวักน้ำขุ่น ๆในถังใบน้อยขึ้นมาลูบไล้ใบหน้าและลำคอของตัวเองอย่างบ้าคลั่งเพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่างโดยลืมเสียสนิทว่าน้ำในถังนั่นคือน้ำที่ปะปนกับเศษปฏิกูลที่เช็ดออกมาจากก้นของลูกสาว
ไม่นานนักความรู้สึกอุ่นวาบสายหนึ่งก็ซึมซาบเข้าสู่รูขุมขนของจ้าวเฟยเฟยทุกอณูตามมาติด ๆ ด้วยความรู้สึกสดชื่นอย่างน่าประหลาด
ตอนนี้หล่อนรู้สึกได้ถึงความกระจ่างใสที่ค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าของหล่อน ริ้วรอยจาง ๆ ที่เกิดจากความตึงเครียดและความหมองคล้ำบนใบหน้าดูเหมือนจะถูกชะล้างออกไปจนหมดจด
จ้าวเฟยเฟยไม่อยากแค่รู้สึกไปเองหล่อนจึงรีบควานหากระจกแตก ๆ ใบเดิมที่ซ่อนไว้ใต้หมอนจากนั้นยกขึ้นมาส่องดูโฉมหน้าของตัวเองอย่างรีบร้อน
ในกระจกบานเล็กสะท้อนเงาใบหน้าที่ขาวผ่องมีฝาดเืไหลเวียนดีผิวพรรณที่เคยหมองคล้ำดำเครียดกลับมาเปล่งปลั่งอมชมพูรูขุมขนที่เคยเปิดกว้างตอนนี้หุบกระชับเรียบเนียนทั่วทั้งใบหน้า
ริ้วรอยแห่งความทุกข์ระทมที่มักปรากฏอยู่ตรงกลางหว่างคิ้วพลันจางหายไปจนเกือบหมดแม้ร่างกายของหล่อนจะผอมโซเหมือนคนขาดสารอาหารไม่มีอันจะกินแต่ทว่าผิวพรรณบนโฉมหน้าและลำคอของหล่อนกลับมีสง่าราศีชวนมองจัดว่าดูดีเสียยิ่งกว่าคุณนายในเมืองใหญ่เสียอีก
"สวย…สวยขึ้น!" จ้าวเฟยเฟยอุทานเสียงหลง เธอลูบแก้มตัวเองไปมาอย่างหลงใหล"ผิวฉันทำไมถึงดีขนาดนี้? ทั้งที่อดหลับอดนอนทั้งที่ไม่มีครีมทาหน้า..."
เธอละสายตาจากกระจกแตกๆ หันขวับมามอง ‘ต้นเหตุ’ของปาฏิหาริย์ อันเจียหลินนอนตาแป๋วอยู่บนเตียงเตาไม่ได้ส่งเสียงร้องน่ารำคาญอีกแล้ว เด็กน้อยส่งยิ้มที่ดูไร้เดียงสาให้มารดาแต่ทว่าหากจ้องมองดูให้ดี ๆจะพบว่ารอยยิ้มนั้นเป็รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมที่ยากคาดเดา
เพราะในโลกนี้!ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ หรอกนะ
[มือแม่หยาบเกินไปจับโดนตัวแล้วรู้สึกเจ็บ ลูกเลยทำน้ำวิเศษให้แม่ มือแม่จ๋านุ่มขึ้นแล้ว แม่ชอบไหม?]
เสียงปริศนาสายเล็ก ๆดังขึ้นในหัวของจ้าวเฟยเฟยอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงข่มขู่แต่เป็เสียงใสแจ๋วที่ฟังดูออดอ้อนพิลึก
จ้าวเฟยเฟยสะดุ้งโหยงเล็กน้อยเพราะเธอไม่ค่อยชินกับการที่อยู่ดี ๆ ก็มีเสียงของใครอีกคนดังขึ้นในหัวจ้าวเฟยเฟยเพ่งมองลูกสาวตัวน้อยด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมราวหลังมือเป็หน้ามือ
ก่อนหน้านี้เธอมองเด็กคนนี้เป็มารหัวขนเป็ตัวภาระ เป็ตัวซวยที่ทำให้ชีวิตของเธอตกต่ำและยากลำบากแต่ทว่าตอนนี้ความคิดของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเธอไม่ใช่มารหัวขน ไม่ใช่ตัวภาระ ไม่ใช่ตัวซวย แต่เป็เครื่องรางนำโชคเป็บ่อเงินบ่อทอง และเป็ตัวผลิตน้ำยาวิเศษที่หาจากที่ไหนไม่ได้ในโลกใบนี้!
"ลูกแม่..."จ้าวเฟยเฟยเอ่ยเรียกลูกสาวด้วยน้ำเสียงหวานหยด หล่อนคลี่ยิ้มธุรกิจให้เด็กทารกน้อยเป็ครั้งแรกจากนั้นก็ยื่นเรียวแขนเข้าไปช้อนร่างกลม ๆ ป้อม ๆ ของอันเจียหลินขึ้นมาอุ้มแนบอก
การกระทำของผู้เป็มารดาไม่ใช่ด้วยความรักของแม่ที่มีต่อลูกน้อยแต่เป็การแสดงออกที่ส่อแววว่าหวงแหนสมบัติชิ้นนี้อย่างที่สุด
"ทำให้น้ำในถังนี่กลายเป็น้ำวิเศษ…ลูกทำได้ยังไง? ลูกรัก?”
คำว่า ‘ลูกรัก’ หลุดออกมาจากปากของจ้าวเฟยเฟยจนได้แม้ว่ามันจะไม่ค่อยจริงใจสักเท่าไหร่ก็เถอะอย่างน้อยมันก็ฟังได้รื่นหูยิ่งกว่าคำพูดด่าทอหยาบคายพวกนั้น
[เพราะลูกของแม่คือผู้มีบุญญาบารมีอดีตชาติเป็เทพเซียนผู้สูงส่ง บัดนี้ลงมาจุติเป็มนุษย์หากแม่อยากโชคดีอย่างนี้ตลอดไป แม่ก็ต้องเลี้ยงดูลูกสาวให้ดี]
เสียงที่ดังก้องในหัวของจ้าวเฟยเฟยทำหล่อนอ้าปากค้างเติ่งจนแมลงวันแทบบินเข้าไปเต้นรำได้
“นะ…นี่… พูดจริงเหรอ?"จ้าวเฟยเฟยพูดพึมพำเสียงแ่เบา ใบหน้าดูเลื่อนลอย เพราะหล่อนกำลังฉุกคิดตามคำพูดของเด็กน้อยและกำลังคิดปะติดปะต่อเื่ราวเหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับหล่อนและสามี
เมื่อคืนนี้ตอนที่เบ่งคลอดดันมีเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงดังสนั่นหวั่นไหว ทั้งที่ด้านนอกไม่มีลมฝนไม่มีเมฆหมอกพายุเลยแม้แต่นิดเดียว อีกทั้งยังมีเสียงประหลาดดังขึ้นในหัว คอยพูดเตือนสติหล่อนกับสามีอยู่ตลอด
เช้านี้มีเสียงในหัวและมีน้ำวิเศษที่ช่วยทำให้ิัเหี่ยวแห้งกลับมาเต่งตึงมีน้ำมีนวลได้อีกครั้งหนำซ้ำลูกสาววัยแบเบาะของหล่อนยังพูดสื่อสารกับหล่อนผ่านกระแสจิตได้ด้วย
เด็กนี่ต้องไม่ใช่เด็กธรรมดาๆ อย่างแน่นอน!
ที่อันเจียหลินบอกว่าเป็ผู้มีบุญญาบารมีและมีอดีตชาติเป็ถึงเทพเซียนผู้สูงส่งประเมินจากปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติพวกนั้นแล้ว งั้นดูท่าว่าสิ่งที่อันเจียหลินพูดน่าจะเป็เื่จริงทั้งหมด
“ใช่! ใช่แล้ว!ถ้าฉันอยากเป็ผู้หญิงสวยที่โชคดี ฉันจะต้องเลี้ยงดูเด็กนี่ไว้ข้างกายฉันจะทิ้งมันให้อดตายเหมือนความตั้งใจแรกไม่ได้”จ้าวเฟยเฟยพูดพึมพำกับตัวเองเหมือนคนบ้า
อันฉู่อี้ที่ยืนพิงกับขอบประตูอยู่ไม่ไกลสังเกตเห็นท่าทีผิดแปลกของภรรยา เขาก็ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยก่อนจะตัดสินใจเดินดุ่ม ๆ เข้ามาใกล้เพื่อดูว่าเธอเป็บ้าอะไรกันแน่
"เป็บ้าอะไรของเธอ?ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวเหมือนคนเสียสติไปได้"เสียงเข้มเ็าของสามีเรียกสติของจ้าวเฟยเฟยให้ไหลกลับมาอยู่กับร่องกับรอย
จ้าวเฟยเฟยเอี้ยวหน้าหันมามองสามีแววตาของหญิงสาวไม่ได้มีความโกรธเคืองเจือปนอยู่ มันเป็แววตาที่ขึ้นประกายวาบวาวแปลกๆ ซึ่งอันฉู่อี้ไม่ได้เห็นมันมานานแล้ว
จ้าวเฟยเฟยยื่นมือขาวผ่องไปตรงหน้าเขาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจว่า "ดูสิ! ดูมือฉัน!เมื่อกี้มันยังแห้งแตกมีเืซิบ ๆ อยู่เลย!"
อันฉู่อี้มองดูมือคู่นั้นอย่างตั้งใจเขานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เขาจำได้ว่ามือเมียเขาหยาบกร้านจากการทำงานและจากสภาพอากาศที่หนาวเหน็บแต่ตอนนี้มันกลับดูนุ่มนิ่มเหมือนมือของคุณหนูตระกูลผู้ดียังไงอย่างงั้น
"เป็ไปได้ยังไง?"อันฉู่อี้ถามเสียงเข้ม คล้ายไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตาเห็น"เธอไปเอายาวิเศษอะไรมาทา? ทำไมมันถึงกลายเป็แบบนี้"
"ยาวิเศษที่ไหนล่ะ!ที่มือฉันกลายเป็แบบนี้ได้ ก็เพราะน้ำเช็ดตัวลูกนั่นแหละ! ไม่สิ!ต้องบอกว่าน้ำวิเศษในถังนั่นต่างหาก"จ้าวเฟยเฟยชี้ไปที่ถังน้ำใบเล็กที่มีน้ำขุ่น ๆเย็นเฉียบจนแทบจะจับกันเป็ก้อนน้ำแข็งซึ่งมีน้ำอยู่เพียงก้นถัง
"พอฉันจุ่มมือลงไปในน้ำและเอาน้ำนั่นเช็ดตัวให้ยัยหนูเจียหลิน มือของฉันก็หายเจ็บ ผิวก็ดีขึ้นทันตาเห็น!พี่ดูหน้าฉันสิ! ตอนนี้มันเป็ไง ดีกว่าตอนแต่งงานกับพี่ใหม่ ๆ อีกนะ จริงไหม?"
อันฉู่อี้มองพิจารณาใบหน้าภรรยาเขาต้องยอมรับว่าเธอดูสวยขึ้นผิดหูผิดตาผิวพรรณเปล่งปลั่งสวนทางกับสภาพความเป็อยู่ในตอนนี้อย่างสิ้นเชิง
"ลูกคนนี้..."อันฉู่อี้หรี่ตามองทารกน้อยที่นอนนิ่งตาแป๋วอยู่ในห่อผ้าอ้อมผืนใหม่ในอ้อมอกภรรยา"ทั้งหมดที่เกิดขึ้นคงจะไม่ใช่เื่บังเอิญ เด็กคนนี้ไม่ใช่ธรรมดาแล้วเมื่อคืนก็เตือนเื่อนาคต เช้านี้ก็เสกน้ำวิเศษได้"
จ้าวเฟยเฟยกอดลูกสาวแน่นขึ้นสายตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแบบใหม่ "ฉู่อี้…เราจะใจร้ายกับเด็กคนนี้ไม่ได้แล้วนะ เพราะเด็กคนนี้คือดาวนำโชคดวงน้อยของเราแล้วอีกอย่างอันเจียหลินคือเครื่องผลิตความงามของฉัน! ถ้ามีลูกอยู่ด้วยทั้งคน…ฉันก็ไม่ต้องกลัวหน้าแก่หน้าเหี่ยวอีกต่อไป!"
เพ้ย!อันฉู่อี้ไม่ได้สนใจเื่ความงาม แต่สนใจเื่ปากท้องและความอยู่รอดของตัวเขาเองสมองอันชาญฉลาดและเห็นแก่ตัวของเขาเริ่มประมวลผลในทันที
‘เด็กนี่ทำให้น้ำธรรมดากลายเป็น้ำวิเศษที่รักษาแผลภายนอกและบำรุงผิวพรรณได้ แล้วถ้าดื่มเข้าไปล่ะ?มันอาจช่วยรักษาแผลภายในร่างกาย และมันอาจจะช่วยรักษาโรคอื่นได้ด้วย?ถ้าเป็อย่างนั้นจริง ลอบเอาน้ำวิเศษนี่ไปขายคงจะทำเงินได้ไม่น้อย... หึหึ’
ความคิดเื่เงินทองและอำนาจแล่นปราดเข้ามาในหัวเขาแสยะยิ้มมุมปาก เค้นเสียงหัวเราะ ‘หึหึ’ อย่างผู้ร้ายชายหนุ่มผู้เคยเ็าเดินเข้าไปใกล้ร่างกลม ๆ ของลูกสาว แล้วใช้นิ้วมือสาก ๆจิ้มแก้มยุ้ย ๆ ของลูกสาวหนึ่งที
"ดาวนำโชคดวงน้อยงั้นเหรอ…ดี ๆ เลี้ยงมันไว้ ใช้งานให้คุ้ม" อันฉู่อี้กล่าวเสียงเรียบ"แต่ตอนนี้ปัญหาคือปากท้อง น้ำวิเศษของแกมันช่วยให้อิ่มท้องไม่ได้ ต่อให้นังเด็กนี่จะวิเศษวิโสแค่ไหนแต่เราก็ยังไม่มีข้าวกินอยู่ดี เราต้องหาทางออก"
จ้าวเฟยเฟยชะงักกึกจ้องมองหน้าลูกสาวไม่วางตา ดวงตาของจ้าวเฟยเฟยเต็มไปด้วยความคาดหวังบางอย่าง
“ตอนนี้พวกเราไม่มีอะไรกินเลยอันเจียหลินน้อยเป็ลูกของเรา คงจะไม่ปล่อยให้พวกเราอดตายหรอกใช่ไหม?” จ้าวเฟยเฟยเอ่ยถามลูกสาวตัวน้อยที่นอนนิ่งตาแป๋วอยู่ในอ้อมอก
“นั่นสิ!”อันฉู่อี้เอ่ยเสริมคำพูดของภรรยา พลางก้มหน้าจ้องมองใบหน้าเล็ก ๆของลูกสาวอย่างคาดหวังในคำตอบ
[พ่อจ๋าในโพรงดินใต้โคนต้นไม้หลังเนินเขาลูกที่สองมีโพรงกระรอกซ่อนอยู่ ในนั้นมีไข่ไก่ป่ากับหัวมันเทศที่กระรอกสะสมไว้รีบไปเอาเถอะก่อนที่ฝูงหมาป่าจะออกมาลาดตระเวน]
เสียงเล็ก ๆเสียงเดิมดังขึ้นในหัวของทั้งสองคนพร้อมกัน เสียงนี้มันชัดเจน แม่นยำและระบุพิกัดเสบียงไว้อย่างละเอียด อันฉู่อี้ตาเบิกโพลงเขาหันมองหน้าภรรยาทำท่าอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ก่อนจะหันกลับไปมองทางประตูบ้านที่ปิดสนิท
"ใต้ต้นไม้…หลังเนินเขาลูกที่สอง… โพรงกระรอก…"เขาพึมพำทวนคำพูดของลูกสาวที่ดังก้องอยู่ในหัว "ถ้าจริงอย่างที่มันบอก…ก็เท่ากับว่า… ฉันจะไม่อดตายแล้ว"
"มัวพูดเพ้ออยู่ได้รีบไปสิ!" จ้าวเฟยเฟยเอ่ยเร่งเร้า "เจียหลินบอกทางแล้วแกยังจะยืนบื้ออยู่อีกเหรอ! ไอ้งั่ง จะรอให้คนอื่นไปค้นเจอก่อนหรือไง!หรือจะรอให้พวกฝูงหมาป่าลงมาลาดตระเวนซะก่อน"
ความหิวโหยและความโลภผลักดันให้อันฉู่อี้ลืมศักดิ์ศรีและเหตุผลทั้งปวงเขาคว้าจอบเก่า ๆ ที่วางอยู่มุมห้อง สวมหมวกขนสัตว์เพื่อกันลมหนาว แล้วพุ่งตัวออกจากบ้านไปทันที
จ้าวเฟยเฟยมองตามหลังสามีแล้วก้มลงหอมแก้มลูกสาวฟอดใหญ่
"ทำได้ดีมากเด็กดีของแม่"เธอกระซิบเสียงหวานหยดย้อยที่ฟังดูน่าขนลุก "หนูวิเศษจริง ๆผลิตเครื่องประทินโฉมให้แม่ไม่พอ ยังทำตัวเป็เข็มทิศหาอาหารให้พ่อได้อีกขอแค่มีลูกสาวอยู่ด้วยทั้งคน บ้านของเราก็จะไม่ลำบากอีกแล้วหลินหลินลูกต้องอยู่กับแม่นะ ห้ามหนีไปไหนเด็ดขาด"
อันเจียหลินมองมารดาด้วยสายตาเรียบเฉยในหัวของเด็กน้อยกำลังครุ่นคิดว่า ‘มนุษย์หนุ์ พอมีผลประโยชน์เข้าหน่อยก็เปลี่ยนจากหลังเท้าเป็หน้ามือเชียวนะ’
อันเจียหลินหลับตาลงพักผ่อนเก็บแรง เกมแห่งการเอาตัวรอดและการดัดนิสัยเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นและเธอคนนี้นี่แหละ คือกุนซือตัวน้อยผู้กุมชะตากรรมของคนในบ้านหลังนี้ดังนั้นรับประกันได้ว่า พ่อแม่ตัวร้ายทั้งสองจะไม่ยอมทอดทิ้งเธอไปไหนอย่างแน่นอน