"ไม่... ไม่ เรื่องนี้ข้าไม่สามารถทำอย่างที่ท่านพูดได้ ข้าอยากเป็นนักรบก็จริง แต่ข้าไม่สามารถทอดทิ้งพี่น้องของข้าได้ เหรียญทองนั้นต้องมีปัญหา และข้าเป็นส่วนหนึ่งของความผิดนั้น ข้าจะบอกเรื่องนี้กับนายป้อม แม้ข้าจะต้องตาย แต่อย่างน้อย... อย่างน้อย... ข้าก็... จะไม่ต้องรู้สึกบาป"
หลิวฉีพูดจบเขาหันหลังให้หยวนข่ายและจะรีบเดินออกจากห้อง
หยวนข่ายมองหลิวฉีอย่างไม่สบอารมณ์และโกรธในความโง่ของชายคนนี้ สำหรับหยวนข่ายหลิวฉีโง่เกินเยียวยา มันมีผลประโยชน์มากมาย แต่เจ้าเลือกจะเดินไปหาความตาย
ในกระเป๋าเสื้อหยวนข่ายดึงมีดสั้นออกมา เขาตัดสินใจจะฆ่าหลิวฉีดีกว่าปล่อยให้หลิวฉีพูดอะไรออกไป
หยวนข่ายสาวเท้าเร็ว แต่มันช่างเงียบงัน
นี่คือนักรบที่ผ่านการฝึกมาอย่างดี และเมื่อเข้าระยะหยวนข่ายตั้งใจจะปาดคอตัดหลอดลมของหลิวฉีอย่างรวดเร็ว เขาจะตายโดยไม่ได้พูดอะไรในห้องนี้
แต่ในขณะนั้นเอง
!ปัง
เสียงหมัดเร็วกระทบใบหน้าหยวนข่าย พร้อมชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งปรากฏ
"คะ... คะ... คุณชายถางเทียนเจี๋ย" หลิวฉีชายหนุ่มเลี้ยงวัวขนพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ ร่างของหยวนข่ายหมุนกลิ้งกระแทกพื้น
สายตาของถางเทียนเจี๋ยมองจ้องหยวนข่ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
ร่างหยวนข่ายสั่นเทา สิ่งที่มันไม่อยากให้เกิดขึ้นมากที่สุดเกิดขึ้นแล้ว
ไม่นานเจิ้นหั่วนายทหารลาดตระเวนที่พึ่งเข้ามาใหม่ก็เดินเข้าตามมา เขามองหยวนข่ายพร้อมพูดยืนยันบางอย่าง
"คุณชายขอรับ เป็นมันคนนี้แหละ คือหยวนข่ายที่ข้าพูดถึง..."
...
ค่ำคืนอันแสนวุ่นวายในป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว เวลาก้าวเดินไปอย่างช้าๆ
"ไม่ ไม่ ไม่ นายน้อยได้โปรด ข้าได้บอกทุกอย่างกับท่านไปแล้ว ได้โปรดปล่อยข้า ได้โปรดให้ข้าได้มีชีวิตอยู่ ม่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาย"
ใต้ปราสาทในป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว ที่นี่คือสถานที่สำหรับคุมขังนักโทษ เสียงแผดดังที่ราวกับจะขาดใจตายดังก้องต่อเนื่อง
เซี่ยซีหานเดินมาที่นี่อย่างช้าๆ ภายใต้คำเรียกตัวของพี่ชายถางเทียนเจี๋ย รอบด้านทางเข้าคุกใต้ดินให้บรรยากาศหนาวจับใจ
มันมืดมิดมีเพียงไฟสลัวๆ ตามรายทางเล็กน้อย นอกจากนั้นกลิ่นสาบความอับชื้นยังแรงมากอีกด้วย
เดินผ่านบันไดคดเขี้ยว อยู่ๆ นาน เซี่ยซีหานก็พบกับพี่ชายถางเทียนเจี๋ยและคนของเขาอีกสี่คน ด้านหน้าของพวกเขาให้พูดตรงๆ มีอยู่สามศพ กับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูสภาพไม่ดี เขานอนอาบเลือดของตัวเองจากการโดนแส้ฟาด แต่ถึงแม้เขาจะอยู่ในสภาพไม่ดี ใบหน้าของเขาก็มีรอยยิ้มจางๆ
อยู่ๆ เซี่ยซีหานได้ยินเสียงเบาๆ ของชายคนนั้นว่าขอบคุณ ขอบคุณคุณชายที่เมตตา
...
เมื่อถางเทียนเจี๋ยได้ยินเสียงฝีเท้า เขาหันมองและพบว่าเซี่ยซีหานมาถึงแล้ว
"ขอบใจเจ้ามากซีหาน ด้วยความรอบรู้ของเจ้า ข้าได้หาเบาะแสและจับตัวคนร้ายได้หมดแล้ว และเราค้นเจอเหรียญทองคำสาปที่เจ้าพูดถึงเพิ่มได้อีกสี่เหรียญ"
"จากการที่เราได้เค้นข้อมูลจากชายที่ชื่อ 'หยวนข่าย' มันได้รับสิ่งนี้มาจากชายลึกลับที่อ้างตัวว่ามาจากกองกำลังหมาล่าเนื้อ เขามีลักษณะของ 'พ่อมด' ที่ดูประหลาด ซึ่งดูไม่น่าใช่คนของดินแดนนี้"
"หยวนข่ายรับเงินบูลนี่จากชายคนนั้นและคำมั่นสัญญาที่เขาจะได้เข้าสู่กองกำลังหมาล่าเนื้อ โชคดีที่คนของเรามีชายหนุ่มที่สังเกตเห็นพฤติกรรมที่ผิดปกติของหยวนข่าย ทำให้การล่าตัวเขาไม่ยากจนเกินไป"
ถางเทียนเจี๋ยพูดถึงตรงนี้เขาก็จำต้องถอนหายใจดัง เมื่อรู้ถึงต้นตอของปัญหา และรู้ว่าศัตรูคือกองกำลังหมาล่าเนื้อ
แม้เขาจะพอมองออกทันทีที่รู้ว่า โรคระบาดคือคำสาปไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เขาก็ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นความจริงแม้แต่น้อย
นั่นเพราะว่าหากถางเทียนเจี๋ยเขาเลือกปะทะกับกลุ่มกองกำลังหมาล่าเนื้อ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ความสูญเสียจำนวนมากต้องเกิดขึ้น
แต่... ปัญหาตอนนี้คือ ไอ้บัดซบกองกำลังหมาล่าเนื้อมันไม่เลือกรับความหวังดี และมองว่าป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวเป็นเพียงลูกพับนิ่มที่จะบีบเมื่อไหร่ก็ได้
สิ่งนี้ทำให้ถางเทียนเจี๋ยไม่สบอารมณ์
ดูท่าการปล่อยไอ้บัดซบติงอิ้นรองหัวหน้ากองกำลังหมาล่าเนื้อกลับไปอย่างมีชีวิต จะสร้างความสงบไม่ได้อย่างที่คิด
แต่การตัดสินใจต่อสู้อาจจะนำมาสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่า ถางเทียนเจี๋ยเรียกเซี่ยซีหานมาเพื่อเตือนเด็กหนุ่มในเรื่องนี้
"พวกเราอาจจะต้องเข้าสู่การต่อสู้กับกองกำลังหมาล่าเนื้อ น้องชาย...ข้าเสียใจที่ต้องพูดอะไรบางอย่าง เด็กๆ และสตรีที่น่าสงสารที่เจ้าพามา ตอนนี้ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวแห่งนี้ของเราไม่ปลอดภัยสำหรับพวกเขาอีกแล้ว"
"ข้าคิดหลายอย่างเพื่อเจ้า แต่นั่นอาจจะไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดที่เจ้าต้องการได้ยิน ไม่ว่าจะในรูปแบบไหน อดีตอาณาจักรหมีขาวแดนเหนือตอนนี้วุ่นวายเกินไป และจ้าวอาณาจักรใหม่ของเราอย่างอาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง ยังไม่มีความแข็งแกร่งพอจะรวมอำนาจและผู้คนให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้"
"โจรและกองกำลังที่ชั่วช้ามีมากมายไปทุกที่ในอดีตอาณาจักรที่ล่มสลายแห่งนี้ เพื่อตัวเจ้า เด็กๆ และท่านลุงเจียตัว ข้าอยากแนะนำให้เจ้าพาพวกเขาหนีไปที่เมืองรากโสม หรือเมืองหลวงของอาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง นั่นอาจจะช่วยให้เด็กๆ และท่านลุงเจียตัวปล่อยภัย หลังจากเจ้าไปที่นั่นเจ้าไม่จำเป็นต้องกลับมา"
คำพูดของถางเทียนเจี๋ยทำเซี่ยซีหานประทับใจ ชายคนนี้ไม่มีความลังเลในการตัดสินใจ เพื่อมอบโอกาสมีชีวิตรอดให้เซี่ยซีหาน
แน่นอนว่าสิ่งนี้เป็นไปอย่างมีเหตุมีผล
ที่ถางเทียนเจี๋ยต้องการให้เซี่ยซีหานและเจียตัวรอด นอกจากน้ำใจและความเป็นพี่น้อง อีกส่วนหนึ่งคือความสามารถของเซี่ยซีหานที่เปล่งประกายในด้านการหลอมเหล็ก เขาคืออันดับหนึ่ง หากเจียตัวและเซี่ยซีหานปลอดภัย การเปิดโรงหลอมยุทธภัณฑ์อีกครั้งย่อมเป็นไปได้โดยง่าย
แต่หากทั้งเซี่ยซีหานและเจียตัวตาย ผลผลิตของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวส่วนใหญ่จะหายไปทันที ไม่พูดถึงเรื่องความรู้และทักษะอันยอดเยี่ยมที่จะถ่ายทอดสู่คนอื่น
"แล้วท่านล่ะพี่ชายเทียนเจี๋ย" น้ำเสียงเซี่ยซีหานเศร้า
แต่ดวงตาของถางเทียนเจี๋ยเวลามองเซี่ยซีหาน กับไร้ประกายของคนที่มีความกังวลหรือหวาดกลัว
"มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ข้าต้องอยู่ที่นี่ แม้เรามีคนน้อยกว่า แต่เราก็มีข้อดี หากเราป้องกันตัวเองที่นี่ ข้าตัดสินใจที่จะต่อสู้ยืดเยื้อกับพวกมันจนกว่าท่านพ่อและท่านอาวุโสเหอหมิ่นจะกลับมาจากการเดินทางไกล"
"ด้วยศาสตราวุธจำนวนมาก พวกเรามีลูกธนูที่จะยิงได้ต่อเนื่องเป็นเดือนหรืออาจจะเป็นปี ต้องมีใครสักคนอยู่ที่นี่รอต้อนรับพวกท่านพ่อของข้ากลับมา ไอ้น้องชายข้ารู้ว่าเจ้ารู้สึกอย่างไร"
พูดถึงช่วงท้ายถางเทียนเจี๋ยเดินมากอดคอเซี่ยซีหานอย่างอารมณ์ดีและเป็นกันเอง คล้ายต้องการให้เซี่ยซีหานยอมรับการตัดสินใจของเขา
"ข้ารู้ว่าเจ้าอยากอยู่ตรงนี้กับข้าและต่อสู้..." ถางเทียนเจี๋ยพูดถึงตรงนี้ในใจเซี่ยซีหานสั่นระริกและพูดขึ้นในใจว่า 'ไม่เลย'
มุมปากเซี่ยซีหานมันยกยิ้มและหัวเราะเบาๆ จากนั้นก็ฟังถางเทียนเจี๋ยพูดต่อ
"แต่เจ้าก็มีภาระของตัวเจ้าเอง เด็กๆ พวกนั้น ข้ารู้ว่าเจ้าอยากปกป้องพวกเขา จงทำในสิ่งที่หัวใจเจ้าปรารถนาเถอะ และอย่าได้เป็นกังวลเรื่องของข้า มันอาจจะฉุกละหุกไปบ้าง แต่ข้าได้ให้คนเตรียมหมียักษ์ให้เจ้าแล้วพร้อมเสบียง เจ้าสามารถพาเจียตัวและเด็กๆ หนีไปได้ในทันที เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยข้าจะรีบไปตามหาเจ้า และพวกเราจะได้พบกันอีกครั้ง"
ตอนนี้เซี่ยซีหานหยุดนิ่ง ในหัวนึกถึงภาพของชายที่กอดลูกของตัวเองที่เป็นทารกร้องไห้ ลูกของเขาตาย
อีกภาพจำที่ฝั่งแน่น
เด็กชายที่กำลังจะมีชีวิตใหม่แต่ต้องทรมานจากคำสาปโรคภัย เด็กชายเขามีความกล้าหาญแต่สุดท้ายก็ต้องจบชีวิตลงเพราะโรคอันโหดร้าย เขาตายตรงหน้าเซี่ยซีหาน เซี่ยซีหานเกิดคำถามกับตัวเองในใจมากมาย
และเซี่ยซีหานก็รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถนิ่งเฉยกับเรื่องนี้ได้ ความขี้ขลาดของเขามาถึงขีดจำกัด
เซี่ยซีหานรู้สึกว่าหากเขาเลือกที่จะหนีเขาจะต้องหนีไปตลอดชีวิต
และตอนนี้ด้านหลังของเขามีชีวิตผู้คนที่เขาอยากปกป้องมากมาย แม้มันจะดูเกินกำลังไปบ้าง แต่เซี่ยซีหานรู้สึกว่าเขาจะทิ้งเด็กๆ ที่ยังไม่รู้เดียงสาจำนวนมากไม่ได้
"ขอโทษด้วยพี่ชายเทียนเจี๋ย แต่ข้าไม่คิดว่าวิธีของท่านนั้นเหมาะสม ในเมื่อไอ้บัดซบนั้นกล้าหาเรื่องพวกเราเช่นนี้ มันก็... สมควรได้รับความโกรธแค้นของข้ากลับคืน"
เสียงที่มั่นใจของเซี่ยซีหาน ทำให้ถางเทียนเจี๋ยและคนของเขาต้องหันเหลียว
ในขณะที่ทุกคนมองจ้องมาทางเซี่ยซีหาน
เซี่ยซีหานก็เปิดปากของตัวเองอย่างมั่นใจอีกครั้ง
"พี่ชายข้ามีวิธีฆ่าไอ้พวกสวะนั้นให้ตายทั้งหมดในวันเดียว" ดวงตาถางเทียนเจี๋ยและคนของเขาประหลาดใจมากในทันที
...