“...ข้าขอปฎิเสธ”
ถังเทียนจี๋ไม่นึกว่าเขาจะถูกปฏิเสธในทันทีแบบนี้เขารีบเงยหน้าขึ้นมาถามไป่ฟานเซียนด้วยความอยากรู้ถึงสาเหตุ
ไป่ฟานเซียนยังคงท่าทีสงบเยือกเย็นของผู้สูงศักดิ์นางจิบชาไปจิบเล็กๆและเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศในยามค่ำคืน
“ท่านปรมาจารย์ไป่ช่วยบอกเหตุผลได้หรือไม่?”
“...ข้าไม่รับศิษย์ผู้ชาย”
ราวกับสายฟ้าฟาดเปรี้ยงเข้ากลางหน้าถังซื่อหยวนที่ตอนแรกในหัวคิดเป็ตุเป็ตะถึงขั้นน้อยใจไปนิดหน่อยเพราะคิดว่าสาเหตุเป็เพราะตัวเองอายุมากแล้ว
ใครจะไปคิดว่าเหตุผลของนางจะเป็เื่นี้ไปเสียได้!
“ผมเข้าใจแล้วครับ”
ถังเทียนจี๋ยอมรับอย่างนึกเสียดายสำหรับตัวตนที่สามารถปรุงโอสถระดับ 5ได้ด้วยตัวเองเช่นนี้หากได้เป็ศิษย์ของนางก็คงจะดีไม่น้อย
เขาไม่สนใจแล้วว่าเธอจะดูเหมือนหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าตัวเองหลายรอบเพราะเขานั้นนับถือคนด้วยพลังและความสามารถซึ่งทั้งสองอย่างหญิงสาวตรงหน้าเหนือกว่าเขาแน่นอนไปไม่รู้กี่เท่า
“ผมต้องขอบคุณท่านปรมาจารย์ไป่จริงๆที่มอบโอสถล้ำค่าเช่นนี้ให้ตระกูลถัง”
ถังเทียนจี๋สมกับที่เป็ผู้นำใหญ่ของตระกุลเขาจมอยู่กับความเสียดายแค่ครู่เดียวก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้ชายชราทั้งสองก้มหัวขอบคุณจนแทบจะขนานไปกับพื้นยามที่พูดว่าขอบคุณ
“อืม”
ไป่ฟานเซียนพยักหน้ารับอย่างเรียบง่ายถังเทียนจี๋ถึงกับไปต่อไม่เป็เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของหญิงสาว
“ท่านปรมาจารย์ไป่มีสิ่งใดที่้าหรือไม่ตระกูลถังจะตอบแทนความปรารถนานั้นอย่างเต็มความสามารถ”
ถังเทียนจี๋เงยหน้าขึ้นมาเพื่อถามหากสามารถผูกมิตรจนสนิทกับไป่ฟานเซียนได้ย่อมเป็ประโยชน์กับตระกูลถังอย่างมหาศาล
“ข้าเคยบอกไปแล้วนี่?”
ไป่ฟานเซียนเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
“เื่บ้านหนึ่งหลังนั้นแน่นอนว่านายใหญ่รับทราบแล้วแต่เม็ดโอสถที่ท่านให้มานี้มูลค่ามันมหาศาลมากและเป็คนละเื่กันครับท่านปรมาจารย์ไป่”
ลุงหวงอธิบายให้ไป่ฟานเซียนฟังซึ่งถังเทียนจี๋ก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
“อืม...งั้นเอาเป็บ้านที่หลังใหญ่หน่อยก็แล้วกัน”
คำตอบของไป่ฟานเซียนทำให้ถังเทียนจี๋ที่รอฟังอยู่เกือบสะดุดขาตัวเองเขาไม่นึกว่าหญิงสาวจะเรียบง่ายถึงเพียงนี้!
แต่ในมุมของไป่ฟานเซียนแล้วนางในตอนนี้ไม่ได้้าอะไรจริงๆ!
เพราะนางข้ามยุคสมัยมาถึงหนึ่งหมื่นปีสถานที่ซึ่งนางเคยอยู่มันล้วนหายไปตามกาลเวลาหรือแม้แต่วัตถุดิบหรือของวิเศษที่มีค่า แค่ในมิติของนางเองก็มากมายจนใช้ไม่หมดแล้ว
สิ่งที่นางขาดที่สุดในตอนนี้ก็คือที่อยู่อาศัย
การขอบ้านหลังหนึ่งของนางจึงไม่ใช่เื่แปลกเลยสักนิดในความคิดนาง
“เช่นนั้นผมจะเตรียมบ้านที่ดีที่สุดให้ท่านปรมาจารย์ไป่เองครับ”เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่มีท่าทีเปลี่ยนใจ ถังเทียนจี๋ก็ตบอกรับคำอย่างมั่นใจ
“ขอบคุณ”
ไป่ฟานเซียนพูดขอบคุณอย่างเรียบง่ายแต่ถังเทียนจี๋ที่ได้ยินกลับดีใจจนเนื้อเต้น
เพราะเขารู้สึกว่าจะสามารถย่นระยะห่างระหว่างไป่ฟานเซียนกับตระกูลถังลงมาได้นิดหน่อยแล้ว!
“เช่นนั้นปรมาจารย์ไป่ผมขอรบกวนท่านเท่านี้ ราตรีสวัสดิ์ครับ”
ถังเทียนจี๋บอกลากับไป่ฟานเซียนเพราะหลังจากนี้เขายังต้องนำยาที่ได้มาไปให้เย่เย่ต่อ
“ลุงหวงเด็กคนนั้นจะไม่เป็อะไรใช่ไหมคะ?”ฮุ่ยเอ๋อที่เดินตามมาส่งชายชราทั้งสองคนที่หน้าประตูถามด้วยสีหน้าเป็กังวล
“ต้องไม่เป็อะไรแน่ครับนี่เป็ถึงยาของท่านปรมาจารย์ไป่เลยนะครับ”
ลุงหวงก้มลงมาตอบในระดับสายตาเดียวกับฮุ่ยเอ๋อเมื่อเห็นสายตากังวลของเด็กน้อยเขาก็ยิ้มให้อย่างเอ็นดู
“ถ้าอย่างนั้นฮุ่ยเอ๋ออยากจะไปดูด้วยกันไหมครับ?”
คำถามของลุงหวงทำให้ฮุ่ยเอ๋อตาโต
“ได้เหรอคะ?”
“ได้สิครับใช่ไหมครับนายใหญ่” ลุงหวงหันไปถามถังเทียนจี๋ที่อยู่ข้างๆนายใหญ่ตระกูลถังเองก็คงจะรู้สึกเอ็นดูเด็กหญิงคนนี้ไม่น้อยเขายกมือไปลูบหัวฮุ่ยเอ๋อเบาๆแล้วพูดว่า
“ได้แน่นอนแต่หนูต้องไปขออนุญาตท่านปรมาจารย์ไป่ก่อนนะ?”
คำตอบของถังเทียนจี๋ทำให้ฮุ่ยเอ๋อพยักหน้าแรงๆเธอวิ่งกลับข้าไปในห้องเพื่อขอนายหญิงของเธออย่างดีใจ
“เป็เด็กที่น่ารักจริงๆ”
“ใช่ครับนายใหญ่ที่สำคัญเป็เพราะเด็กคนนี้ขอร้องท่านปรมาจารย์ไป่ท่านถึงได้ยอมช่วยแล้วมอบโอสถเม็ดนั้นให้นะครับ”
“โอ้เื่จริงรึ?” นายใหญ่ตระกูลถังถามอย่างแปลกใจ
“เป็เด็กดีใช่ไหมล่ะครับถ้าสนิทกับคุณหนูได้ก็คงจะดี” ลุงหวงพูดด้วยรอยยิ้ม
“นั่นสินะ”
ระหว่างที่ชายชราทั้งสองคนกำลังสนทนากันอยู่ด้านหน้าห้องศีรษะเล็กๆของฮุ่ยเอ๋อก็โผล่ออกมาจากประตูห้อง เธอกำลังยิ้มกว้างแล้ววิ่งออกมา
“นายหญิงอนุญาตแล้วค่ะ”
“งั้นก็ไปกันเถอะ”ถังเทียนจี๋ยิ้มขณะพยักหน้าเบาๆแล้วเริ่มออกเดินแต่ฮุ่ยเอ๋อกลับยังยืนรออยู่ที่หน้าห้องไม่ขยับไปไหน
นั่นทำให้นายใหญ่ตระกูลถังแปลกใจ
“นายหญิงบอกว่าจะไปดูด้วยค่ะ”
“...เย่เย่”
ในห้องพักของถังเย่เย่ในตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะเป็ห้องที่มีคนมารวมกันมากที่สุดของบ้านเพราะทั้งคุณนายและนายน้อยล้วนมาเฝ้าคุณหนูคนเล็กไม่ห่างเหล่าคนที่คอยดูแลจึงต้องอยู่ที่นี่ด้วยอย่างช่วยไม่ได้
ถังซือหยวนหลังจากมั่นใจว่าลูกสาวจะปลอดภัยไปอย่างน้อยก็วันหนึ่งยืนอยู่หน้าห้องพักอย่างหมดแรงเขากำลังนึกถึงความเป็ไปได้ที่จะรักษาลูกสาวของเขาอย่างเต็มความสามารถ
เื่ที่ปรมาจารย์ลู่ชิงหายตัวไปนั้นเขาก็รู้เช่นเดียวกันแน่นอนว่าที่พ่อของเขาพูดออกไปก็เพื่อให้ภรรยาของเขาสบายใจก็เท่านั้น
แล้วจะทำอย่างไรดี?
ตระกูลถังเป็ตระกูลที่มีโรงพยาบาลหลายแห่งในสังกัดแน่นอนว่าถังเย่เย่เคยได้รับการรักษาตามหลักแพทย์สมัยใหม่ไปแล้วแต่ทุกที่ต่างไม่สามารถจะช่วยรักษาโรคที่เด็กน้อยเป็อยู่ได้เลย
ทั้งคราวนี้เป็เพราะผลข้างเคียงของโอสถคืนพลังทำให้อาการของเย่เย่หนักขึ้นจนต้องใช้โอสถเติมชีวิตมายื้อเอาไว้
ขณะที่กำลังเครียดถังซื่อหยวนก็ััได้ว่ามีกลุ่มคนกำลังเดินขึ้นบันไดมาเขาหันไปมองอย่างแปลกใจเพราะที่เดินนำมาคือหญิงสาวที่มีท่วงท่าดั่งจักรพรรดินี
ไป่ฟานเซียน!
และด้านหลังของนางคือเด็กน้อยฮุ่ยเอ๋อและพ่อของเขาถังเทียนจี๋ยังมีลุงถังที่เดินตามอยู่ห่างๆด้วย
“คุณไป่?”ถังซื่อหยวนพูดอย่างเคยชิน แต่นั่นทำให้พ่อของเขาขมวดคิ้วมุ่น
“เ้าลูกคนนี้เรียกท่านปรมาจารย์ไป่แบบนั้นได้ยังไง?”
ก่อนที่ถังเทียนจี๋จะต่อว่าลูกชายต่อไป่ฟานเซียนก็ยกมือมาห้ามอย่างสงบนางพยักหน้าให้ถังซื่อหยวนเบาๆแล้วผลักประตูห้องของถังเย่เย่เข้าไป
ถังซื่อหยวนมองกลุ่มคนที่เดินเข้าไปในห้องอย่างไม่เข้าใจเขารั้งลุงหวงที่เดินตามมาเป็คนสุดท้ายเอาไว้เพื่อถามอย่างงุนงง
“เกิดอะไรขึ้นเหรอลุงหวง?”
“ข่าวดีครับนายท่านท่านปรมาจารย์ไป่จะช่วยคุณหนูด้วยตัวเอง”
“...นั่นหมายความว่ายังไง?”
ถังซื่อหยวนประหลาดใจแต่ลุงหวงเองก็ดึงเขาเข้าไปในห้องพักโดยไม่ยอมอธิบายเพิ่มเติมสำหรับเขาแล้วไป่ฟานเซียนคือผู้ฝึกคนที่มีระดับพลังสูงล้ำไม่ใช่หรือ
แล้วทำไมนางถึงจะมารักษาลูกสาวของเขากัน
แต่ก่อนที่เขาจะเข้าไปห้ามไป่ฟานเซียนก็เดินไปจนถึงข้างเตียง
ถังซินหลานและถังเล่อถงรู้สึกว่ามีคนเข้ามาใกล้เมื่อเห็นว่าเป็ไป่ฟานเซียน ชายหนุ่มก็ขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยเข้าใจ
อันที่จริงถังเล่อถงในตอนนี้อยู่ในสภาวะที่จิตใจแปรปรวนเป็อย่างยิ่งเขาโทษตัวเองว่าเป็คนเอายานั่นให้น้องกินจนน้องเกือบตาย
เขามองไป่ฟานเซียนด้วยสายตาหมดอาลัยตายอยาก
“พวกเ้าถอยไปหน่อย”
ไป่ฟานเซียนพูดกับสองแม่ลูกทั้งสองคนมองอย่างไม่เข้าใจ คุณนายถังยังจับมือลูกสาวไว้ไม่ยอมปล่อย
“คุณไป่จะทำอะไรคะ?”
ถังซินหลานถามหญิงสาวสำหรับเธอแล้วไป่ฟานเซียนคือแขกของสามี ทำให้เธอไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก กระทั่งหลงลืมไปแล้วว่าลุงหวงเรียกนางด้วยสรรพนามใด
เมื่อหญิงสาวที่นางไม่รู้จักมาขอให้นางแยกจากลูกในใจของถังซินหลานจึงไม่ยินยอมเป็อย่างยิ่ง
“ซินหลานถอยออกมาก่อน”
ถังเทียนจี๋กำลังจะเข้าไปอธิบายให้ลูกสะใภ้เข้าใจแต่ไป่ฟานเซียนเร็วกว่า นางเพียงสะบัดมือทีเดียวแม่ลูกตระกูลถังก็ลอยขึ้นจากพื้นอย่างควบคุมไม่ได้และจากการสะบัดมืออีกครั้งถังซินหลานก็ไปตกในอ้อมกอดของสามีส่วนชายหนุ่มอย่างถังเล่อถงนั้นนางคร้านจะใส่ใจทำให้เขาตกตุ้บลงข้างๆแทนเสียอย่างนั้น
ถังเล่อถงที่ถูกความใทำให้ได้สติเขามองหญิงสาวที่กำลังยืนตรงอย่างสง่างามอยู่ข้างเตียงนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา
ไม่ใช่แค่เขาแต่ทุกคนในห้องนั้นเองก็เช่นกัน
การได้มาเห็นระดับปรมาจารย์ใช้พลังใกล้ๆเช่นนี้เป็สิ่งที่ไม่ได้มีบ่อยๆระดับถังเทียนจี๋และลุงหวงยังไม่เท่าไร เพราะด้วยอายุอานามทำให้ผ่านโลกมามากแต่กับคนที่เหลือในห้องนั้นกำลังจ้องมองไป่ฟานเซียนด้วยสายตาหวั่นเกรง
“เอาโอสถนั่นออกมา”
ไป่ฟานเซียนแบมือไปข้างๆโดยไม่ได้หันไปมองถังเทียนจี๋โอสถเม็ดสีขี้เถ้านั้นกลับพุ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อที่หน้าอกของชายชรามันลอยตรงเข้าไปอยู่ในมือไป่ฟานเซียนอย่างแ่เบา
ถังซื่อหยวนและคนที่ยังไม่เคยเห็นมองโอสถสีขี้เถ้านี้อย่างไม่แน่ใจเพราะจากสีของมันดูเหมือนยาพิษเสียมากกว่าโอสถทั้งยังไม่มีกลิ่นอายใดๆที่โอสถระดับสูงควรมีแผ่ออกมาเลยสักนิด
ถังซินหลานที่เห็นว่าไป่ฟานเซียนกำลังเอาเม็ดยาน่าสงสัยนั่นใส่เข้าไปในปากของลูกสาวก็ผละออกมาจากอ้อมอกของสามีนางพยายามจะวิ่งเข้าไปห้ามโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
แต่คราวนี้ถังเทียนจี๋ไม่ยอมให้ลูกสะใภ้ของตัวเองเข้าไปรบกวนไป่ฟานเซียนอีกเขาโคจรพลังลมปราณแล้วใช้แขนข้างเดียวหยุดถังซินหลานเอาไว้
“คุณพ่อคะ!?”
ถังซินหลานมองหน้าพ่อตาตัวเองอย่างไม่เข้าใจถังเทียนจี๋ส่ายหน้าเบาๆแล้วทำให้ลูกสะใภ้ของตัวเองใจเย็นลงหน่อย
เขาเข้าใจความรู้สึกของเธอที่เป็แม่ดีแต่ถ้ายังปล่อยให้เธอไปรบกวนปรมาจารย์ไป่ไม่เลิก ผลดีมันอาจจะกลายเป็ร้ายขึ้นก็ได้
“ปรมาจารย์ไป่กำลังจะช่วยเย่เย่อย่าเข้าไปรบกวนเด็ดขาด”
“ปะ...ปรมาจารย์ไป่?”
ครืน
เมื่อโอสถนั้นอยู่ในมือไป่ฟานเซียน มันก็ะเิเอากลิ่นอายโบราณที่แข็งแกร่งสายหนึ่งออกมาจนแม้แต่ตัวตนระดับจอมยุทธ์อย่างถังเทียนจี๋และลุงหวงยังสั่นกลัวกลิ่นหอมอันเป็เอกลักษณ์เองก็ทะลักออกมาจากโอสถเม็ดนั้นจนอบอวลอยู่ทั่วห้อง
แม้แต่คนดูแลที่เป็คนธรรมดาเมื่อสูดดมเข้าไปยังรู้สึกว่าความเหนื่อยล้าที่เผชิญมาทั้งวันหายไปจนหมดสิ้น
พวกเขาต่างมองโอสถเม็ดนั้นด้วยสานตาสั่นระริกไม่มีใครอีกแล้วที่คิดว่ามันเป็โอสถระดับต่ำหรือยาพิษ!
กระแสลมปราณก่อตัวขึ้นมาโดยมีจุดศูนย์กลางคือเม็ดยาสีขี้เถ้าไป่ฟานเซียนสะบัดมือส่งโอสถเม็ดนั้นไปที่ริมฝีปากของเด็กน้อยที่นอนหลับไม่ได้สติแล้วใช้พลังปราณบังคับให้กลืนลงไปทั้งเม็ด
ยามที่โอสถหายเข้าไปในตัวเด็กน้อยปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องก็ค่อยๆหายไปรวมทั้งกลิ่นหอมเ่าั้
ผู้คนรอบตัวล้วนแต่มองไปที่เด็กน้อยอย่างมีความหวัง
ในตอนนี้แม้แต่ถังซินหลานยังไว้ใจในโอสถเม็ดนั้นและไป่ฟานเซียนเพราะนางเองก็ััได้ถึงปรากฏการณ์ที่พึ่งจะเกิดได้ทั้งยังรู้สึกว่าความเหนื่อยล้าของร่างกายตัวเองถูกบรรเทาจนดีขึ้นมากๆ
โอสถเม็ดนั้นจะต้องช่วยลูกของนางให้ได้!
ไป่ฟานเซียนไม่ได้ยืนอยู่เฉยๆ
นางขยับเข้าไปใกล้ๆเด็กน้อยมือของนางแตะไปที่กลางหน้าอก กระแสลมปราณบริสุทธิ์ของนางถูกส่งเข้าไปเพื่อกระตุ้นให้โอสถในร่างนั้นทำงานดีขึ้น
วิ้ง
แต่นางไม่คิดว่าการกระทำของนางนั้นจะทำให้เกิดเหตุการณ์ประหลาดยามที่กระแสลมปราณของนางโคจรจนทั่วร่างและผสานกับโอสถเม็ดนั้นแรงกดดันอันมหาศาลก็พวยพุ่งออกมาโดยมีไป่ฟานเซียนและเด็กน้อยเป็จุดศูนย์กลาง
ทั้งมันยังแผ่ออกไปราวกับคลื่นลูกใหญ่จนแม้แต่เหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่ในเมืองแห่งนี้ยังััถึงแรงกดดันอันแปลกประหลาดนี้!