“ท่านแม่ อย่าไปนะ! อ๊าาา”
แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก
เสียงร้องของเด็กสาวดังก้องขึ้นภายในถ้ำเหงื่อเม็ดโตไหลซึม เปียกชุ่มสรรพางค์กาย
นางตื่นจากฝันร้ายลืมตาขึ้นมาเห็นแต่เพียงเงาสลัวพาดผ่านเพดานถ้ำ
เมื่อสายตาเริ่มชินกับความมืดเธอมองเห็นแสงแดงจ้าจากกองไฟส่องสว่าง
ในขณะที่นางกำลังจะลุกนั่ง
อึ่ก!
เด็กสาวพลันเจ็บแปล๊บที่กระดูกซี่โครงขวาเธอจึงเปิดผ้าหลุมขนสัตว์ที่ห่มตัวอยู่ขึ้น
นางเห็นเพียงผ้าพันแผลสีขาวที่พันอยู่รอบบริเวณหน้าอกและซี่โครงเท่านั้น
“นี่มัน…”
“ท่านเป็ใคร?ท่านช่วยข้าไว้หรือเ้าคะ?”เด็กสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัยแม้นางจะพึ่งถูกช่วยไว้แต่ก็อดหวาดระแวงคนตรงหน้ามิได้
เบื้องหน้ามองเห็นเด็กชายคนหนึ่งนั่งหันหลังให้ตนกำลังเติมเชื้อไฟด้วยฟืนด้านข้าง
“คารวะแม่นางน้อยขออภัยเ้าด้วยหากทำการพอกสมุนไพรและพันแผลโดยพละการ”
“ข้าเซี่ยจิ่งหลินศิษย์สายนอกของสำนักศาสตราวุธเหอหยาง” เด็กชายแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงเฉยชาพยายามข่มอารมณ์เขินอายจนเกือบปิดไม่มิด
“ไม่ทราบว่าท่านเป็ใครและเกิดอันใดขึ้นกับแม่นางน้อยหรือขอรับ?”เด็กชายถามเด็กสาวกลับ
“ข้ามีนามว่าผิงเย่ว เกิดอุบัติเหตุ..ทำให้ถูกเคลื่อนย้ายทางไกลมายังที่แห่งนี้” เด็กสาวปิดบังเื่ราวบางอย่างจากจิ่งหลินเห็นได้ชัดว่ายังไม่ไว้ใจเด็กชายเท่าใดนัก
“ว่าแต่ท่านอายุเท่าใดรึ” ผิงเย่วถามกลับด้วยความสงสัย
คำแรกก็แม่นางน้อยคำที่สองก็แม่นางน้อย..ทั้งที่ดูแล้วเ้าเด็กน้อยกว่าข้าเสียอีก!
“แหะๆ ข้าอายุสิบห้า..อะแฮ่ม..สิบเอ็ดปีขอรับ”จิ่งหลินเห็นแววตาของเด็กสาวคล้ายจับจ้องตนเป็พิเศษ ราวกับว่าจะจับผิดตนเสียให้ได้เขาจึงได้แต่จำใจบอกอายุจริงของตน
“เ้าอายุน้อยกว่าข้าเสียอีกข้าอายุสิบสี่ปี เรียกข้าท่านพี่เดี๋ยวนี้นะ!” เด็กสาวอดส่งเสียงฮึดฮัดเสียมิได้
ใครใช้ให้เขาเรียกตนว่าเด็กน้อยใครใช้ให้เขา..เห็นเรือนร่างของตนกันเล่า!
แม้จะเพื่อรักษาาแและช่วยชีวิตตนก็เถอะ!
“อะแฮ่มดูจากาแของพี่สาวแล้วคงใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือนกระมังจึงจะดีขึ้น ท่านอยากไปพักรักษาตัวที่ตำหนักโอสถของสำนักข้าหรือไม่?”
จิ่งหลินถามด้วยความห่วงใย
“ข้าไม่อยากจากไปไหนคนตระกูลข้าคงรีบเดินทางมาที่นี่เป็แน่ ข้าคงต้องรบกวนเ้าขออยู่ที่ถ้ำแห่งนี้ได้หรือไม่” ผิงเย่วส่งสายตาเว้าวอนขอร้องเด็กชาย
ดวงตากลมโตเจือประกายสีฟ้าครามของเด็กสาวส่องประกายระยิบระยับพาทำให้คนรู้สึกลุ่มหลงลำคอยาวรหงส์ขับเน้นให้ผิวที่ขาวปานหยวกกล้วยงดงามยิ่งนัก
กรปรกับรูปร่างเล็กเพรียวบางแต่ขนาดของหน้าอกและสะโพก..ช่างขับเน้นเด็กสาวให้ความรู้สึกราวกับเสน่ห์ของผู้หญิงวัยกำลังโต
ความงดงามปานล่มเมือง!
เป็ครั้งแรกที่จิ่งหลินใจเต้นแรงความรู้สึกร้อนวาบบริเวณหน้าอกพาทำให้เขารู้สึกไม่เป็ตัวของตัวเองนัก
[แจ้งเตือน]
[โฮสต์ชีพจรเต้นเร็วขึ้นอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น]
[เืสูบฉีดไหลเวียนมากขึ้นกล้ามเนื้อขยายตัว..]
ยังไม่ทันที่ระบบจะพูดถึงอาการของจิ่งหลินเสร็จเด็กชายพลันโก้งโค้งงอตัว รีบหาเสื้อคลุมขนสัตว์ขนาดใหญ่มาห่มคลุมร่างกาย
“นี่เกิดอะไรขึ้น ทำไมหน้าเ้าแดงขนาดนั้นล่ะ”ผิงเย่วเห็นอาการเด็กชายดูไม่สู้ดี จึงถามไถ่ด้วยความเป็ห่วง
“ข้ารู้สึกไม่สบายเท่าใดนักเชิญพี่สาวนั่งผิงไฟก่อนขอรับ..” จิ่งหลินพยายามสงบสติอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของเขา
“คงมิใช่ว่า..เ้าชอบข้าหรอกนะ ฮิฮิ”เด็กสาวถามด้วยแววหยอกล้อนึกสนุก
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดนางถึงรู้สึกสบายใจนักที่ได้พูดคุยกับเด็กชายตรงหน้าเป็ความรู้สึกสงบใจที่ไม่ได้รู้สึกมานาน
“ข้า..ไปเก็บสมุนไพรที่ตีนเขาก่อนนะ ทะ…ท่านพักอยู่นี่ก่อน” เด็กชายหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม พูดจาตะกุกตะกักเขาห่มเสื้อคลุมขนสัตว์พะรุงพะรังรีบหมุนตัวออกจากถ้ำทั้งอย่างนั้น
คิก คิก
เด็กสาวอดหัวเราะเบาๆมิได้นางรู้สึกว่าเด็กน้อยคนนี้น่าแกล้งยิ่งนัก!
…
ตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือน
เซี่ยจิ่งหลินเทียวไปเทียวกลับระหว่างถ้ำและตำหนักทั้งสองอยู่เสมอ
หนึ่งคือคอยหาสมุนไพรและยามาให้ผิงเย่วสองคือการฝึกทักษะของตำหนักโอสถและตำหนักสรรพาวุธอย่างแข็งขัน!
เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วที่จะถึงวันทดสอบของอาจารย์ทั้งสอง
เด็กชายจะทำให้ดีที่สุดไม่ให้ท่านอาจารย์ผิดหวังไม่ให้ตนเองเสียใจภายหลัง!
“ระบบเปิดหน้าต่างสถานะ”
{ ชื่อ : เซี่ยจิ่งหลิ่น
อายุ : สิบเอ็ดปีสิบเดือน
ระดับการฝึกปราณ :รากฐานฝึกกายขั้นหลอมกลั่นไขกระดูกระดับสมบูรณ์
พร์ : ระดับปฐีขั้นกลาง
คัมภีร์ยุทธ์ : คัมภีร์เกาทัณฑ์ทะลวง์
: คัมภีร์ดาบเบญจธาตุกลืนกิน
: คัมภีร์รวบรวมลมปราณาฉบับสมบูรณ์
: คัมภีร์สมุนไพริญญาขั้นกลาง
: คัมภีร์การถลุงแร่ธาตุขั้นกลาง
โรคประจำตัว: ตันเถียนตีบตันโดยกำเนิด(พาหะแฝง)}
“ดูเหมือนว่าถ้าเป็คัมภีร์ความรู้ประเภทเดียวกันระบบจะแสดงถึงความรู้ล่าสุดหรือขั้นสูงกว่าให้เห็นสินะ”
“อีกสองเดือนข้าก็จะอายุสิบสองปีแล้ว..”
“ข้าอยากบรรลุระดับขั้นรวบรวมลมปราณเสียเหลือเกิน!” น้ำเสียงของจิ่งหลินเจือความมุ่งมั่นไม่สั่นคลอน เจตจำนงทะลุฟ้า!