ตอนที่3
งานแต่งผ่านพ้นไปมีเพียงแขกไม่กี่คนร่วมงานที่เป็แค่บ่าวสาวรับใช้เพียงเท่านั้น งานแต่งถูกจัดขึ้นแค่ให้แล้วเสร็จไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมาก ซินอี๋รู้สึกอึดอัดอยากจะให้งานเสร็จเร็วๆ นางไม่อยากอยู่ในสภาพแบบนี้รู้สึกถึงความอึดอัดทั้งสองฝ่าย งานแต่งควรมีความรื่นเริงยินดีแต่งานแต่งของนางกลับมีแต่ความบูดบึ้งเคียดแค้น นางจึงอยากให้งานพิธีจบไวๆและถ้าเป็ไปได้ก็อยากจะออกจากจวนที่เคยอยู่ั้แ่เด็ก
ซินอี๋นั่งอยู่บนตั่งไม้ใบหน้าถูกคลุมด้วยผ้าสีแดงบาง หญิงสาวก้มลงมองดูมือที่กำลังกอบกุมกันไว้แน่นด้วยความรู้สึกกลัวและกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก งานแต่งที่จัดขึ้นนั้นไม่ได้ทำให้นางรู้สึกดีใจแม้แต่น้อยที่เขาได้รับผิดชอบตัวนาง แต่กลับเป็สิ่งที่นางต้องทนทุกข์เพราะความงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นและคาดว่าเขาก็คงไม่พอใจกับเื่ที่เกิดขึ้นเป็แน่
ค่ำคืนที่ดึกสงัดเสียงผลักประตูเข้ามา ดังพอที่จะทำให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ในห้องถึงกับสะดุ้ง ซินอี๋ที่นั่งนิ่งตัวเกร็งอยู่นานพยายามสังเกตทิศทางการเดิน และก้าวเดินทีละก้าวกำลังตรงดิ่งมาที่นางนั่ง นางกำมือไว้แน่นด้วยความกลัวยิ่งเสียงเดินคืบคลานเข้ามาใกล้เท่าไหร่หัวใจนางก็เต้นเร็วขึ้น
ผ้าคลุมหัวของหญิงสาวโดนกระชากออกแล้วโยนทิ้งข้างๆ ผู้ชายที่ปรากฏตรงหน้าของซินอี๋ที่ตอนนี้น่ากลัวอย่างมาก หน้าตาที่บึ้งตึง ขึงขัง ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มมีเพียงสายตาที่จ้องนางอย่างเอาเื่
“เ้าพึงพอใจในการกระทำของเ้ารึยัง”
“ข้าไม่เข้าใจที่ท่านพูด ท่าน้าจะบอกอะไรข้า ท่านพูดมาเลยดีกว่า”
“หึ..หึ..เ้านี่มันหลอกลวงทำเป็ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ เื่ที่เ้า้าจะจับข้าเ้าต้องให้ข้าอธิบายด้วยเหรอ วิธีของเ้าก็ได้ผลแล้วไม่ใช่รึที่สามารถแต่งกับข้าได้”
ที่เขามาใส่อารมณ์กับนางก็เพราะว่าคนที่วางแผนให้เสี่ยวเอ้อวางยาโดนฆ่าตายแล้ว ทำให้ไม่สามารถรู้ความจริงได้ว่าใครจ้าง นอกจากเขาจะคิดว่านางเป็คนทำเสียเอง แต่หามูลเหตุในการกระทำครั้งนี้ไม่เจอทั้งที่ไม่รู้จักกันมาก่อน
“ท่านกำลังหมายถึงว่าเื่ทั้งหมดที่ท่านต้องมาแต่งงานกับข้า ก็เพราะว่าข้า้าจะจับท่านอย่างนั้นเหรอ นี่ท่านกำลังเข้าใจข้าผิดไปหมดแล้ว เื่ที่เกิดขึ้นข้าไม่ได้มีส่วนรู้เห็นที่ข้าต้องไปอยู่ในห้องท่านในคืนนั้นก็เพราะคนของพ่อข้ามาตามหาข้า”
“อย่ามาเสแสร้งหน่อยเลย ถ้าหากไม่เกิดเื่ในคืนนั้น ข้าก็คงไม่ต้องแต่งงานรับผิดชอบชีวิตของเ้าหรอก”
“ท่านกำลังเข้าใจข้าผิดนะ เื่ที่มันเกิดขึ้นข้าไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ข้าเพียงแต่้าหนีการแต่งงานข้าเลยหนีไปพักที่โรงเตี๊ยมแห่งนั้นแต่การหนีครั้งนั้นทำให้ข้าต้องเข้าไปอยู่ในห้องของท่าน พอข้าตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวข้า.....ได้นอนอยู่กับท่านแล้ว”
นางพยายามที่จะอธิบายเื่ทั้งหมด ไม่อยากจะให้เขาเข้าใจนางผิดมองนางไม่ดี แต่ดูเหมือนแล้วเขาไม่เชื่อนางเสียเลย
คนตัวใหญ่เดินก้าวขาเข้ามาหาซินอี๋อย่างช้าๆ สายตาที่จ้องเขม็งด้วยความโกรธเกรี้ยวเขาใช้มือแกร่งบีบแก้มของหญิงสาวเต็มแรง แก้มเธอบูดเบี้ยวด้วยแรงมือ
“ปล่อยข้านะ ข้าเจ็บ” นางร้องด้วยความเ็ปจ้องมองหน้าชายตรงหน้าด้วยความกลัวและเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอ
“เจ็บเหรอ...หึ..หึ นี่มันยังน้อยไปสำหรับเื่ทั้งหมดที่เ้ากระทำลงไปและต่อไปอย่าหวังว่าจะมีความสุขในจวนข้าเลย ข้าจะทำให้เ้าเจ็บช้ำไปทุกๆ วัน จนเ้าไม่สามารถที่จะอยู่ในจวนของข้าได้”
พูดจบก็กระชากมือกลับ ไม่สนว่าคนตรงหน้าที่โดนบีบแก้มอย่างเต็มแรงจะมีรอยแดงที่แก้มสองข้างอย่างเห็นได้ชัด เขาเพียง้าแก้แค้นสิ่งที่มันอึดอัดภายในใจ
“ท่าน เื่ทั้งหมดข้าจะบอกท่านอีกครั้งว่าข้าไม่ได้้าจะจับท่านให้มาแต่งงานกับข้า ข้าขอย้ำเื่นี้อีกครั้ง ท่านจะเชื่อเหรอไม่ก็แล้วแต่ท่าน”
“เ้าจะให้ข้าเชื่อว่าเ้าไม่ได้เป็คนลงมือทำอย่างนั้นเหรอ ไหนละหลักฐานของเ้า เ้าบอกข้าสิไหนละหลักฐาน”
ซินอี๋ นึกคิดที่จะหาหลักฐานเพื่อมาลบล้างเื่นั้น แต่ก็ไม่รู้จะไปหาหลักฐานที่ไหน เพื่อมายืนยันได้ว่าเธอคือผู้บริสุทธิ์ แล้วอีกอย่างตอนนี้เธอก็เสียความสาวให้กับเขาแล้ว เธอเป็ฝ่ายถูกกระทำด้วยซ้ำ ยังต้องมาหาหลักฐานเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์เื่ที่เธอไม่ได้ทำอีก
“ข้าไม่มีหลักฐาน ข้าไม่รู้ว่าจะไปหาหลักฐานให้ท่านเชื่อข้าได้จากที่ไหน แต่ข้าขอยืนยันด้วยเกียรติของข้าว่าข้าไม่ได้วางยาท่านแน่ๆ”
“ถ้าไม่มีหลักฐานข้าก็ไม่วันเชื่อ”
“ถ้าหากเป็อย่างนั้นข้าก็จนใจ เอาเป็ว่าเื่ทั้งหมดที่มันเกิดขึ้นข้ากับท่านนึกว่าฝันไปแล้วกัน ข้าจะอยู่ในจวนของท่านเป็แค่ภรรยาในนามเท่านั้น ท่านจะมีหญิงอื่นแต่งเข้าจวนท่านอีกกี่คนก็เื่ของท่านต่างคนต่างอยู่ไม่ข้องแวะเกี่ยวกัน”
“นี่เ้า...คิดว่าจวนข้าจะทำได้ตามอำเภอใจรึไง”
“งานแต่งนี้ข้าไม่พึงประสงค์ที่จะให้มันเกิดและตัวท่านก็คิดเช่นนั้น ในเมื่อตัวข้านั้น้าที่จะหนีการแต่งงานกับลูกชายตระกูลมู่ แต่ต้องมาลงเอยกับท่าน ข้าก็รู้สึกไม่ชอบใจแล้ว”
“แล้วแต่เ้า” ก่อนที่ท่านอ๋องจะเดินจากไปอย่างไม่ไยดี
ซินอี๋นั่งลงที่เก้าอี้อย่างใจทุกข์ระทมกับสิ่งที่เกิดขึ้น นางไม่ได้เสียใจที่โดนเขาต่อว่าหรือปรักปรำ แต่นางเสียใจเื่ที่เขาคิดว่านางเป็คนวางยาปลุกกำหนัดนั้น
เมื่องานแต่งงานจบลงอ๋องฉี๋ก็ได้เข้ามาหาฟางหรง และงานแต่งงานของฟางหรงนั้นเขาไม่ได้เข้าร่วมงานด้วยที่ว่าเสนาบดีรู้จักเขา และการปิดบังตัวตนของฟางหรงก็เป็หน้าที่ที่เขาจะต้องปิดเป็ความลับตามความ้าของเ้าตัว
“จวนที่ข้าหาให้เ้าพออยู่ได้หรือไม่”
“ได้สิข้าอยู่ได้”
“ทำไมเ้าไม่ให้ข้าหาจวนใหญ่กว่านี้ล่ะ นี่มันเล็กมากเลยนะข้าดูแล้วอึดอัดแทนไม่สมกับเ้าเลย”
“ข้าก็บอกแล้ว ว่าข้ามาในฐานะพ่อค้าคนหนึ่ง และเป็พ่อค้าธรรมดาที่ไม่ได้ร่ำรวย”
“อืม ตามใจเ้าแล้วกัน ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกข้า”
“ได้ขอรับท่านอ๋องฉี๋”
“ล้อข้าเล่นนะเ้าพ่อค้าฟางหรง”
“มิกล้ามิกล้าข้าน้อยทำตามธรรมเนียม”
“เลิกเล่นได้แล้ว งั้นข้าก็จะไปทำธุระของข้าบ้างแล้วล่ะ”
“เชิญท่านอ๋อง”
เมื่อหลินปอไปส่งท่านอ๋องหน้าจวนและก็ได้กลับมาหาฟางหรงอีกครั้ง ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มจ้องมองนายท่านอยากจะเอ่ยปากถามเต็มทน
“นายท่านขอรับเข้าหอคืนแรกเป็อย่างไรบ้างขอรับ” หลินปอบ่าวรับใช้ถามเ้านายหนุ่มด้วยความอยากรู้ถึงการมีภรรยาครั้งแรกเขาเพียงอยากรู้ว่าการมีภรรยามันดียังไง
“อยากรู้เหรอ”
“ขอรับ”
“มาใกล้ๆข้าสิ เดี๋ยวข้าจะบอกเ้า”
“ขอรับ” บ่าวรับใช้หนุ่มกระยิ้มกระย่องเดินเข้าไปใกล้ ๆหวังเพียงอยากรู้แต่หารู้ไม่ว่า โดนเท้าถีบออกมาเต็มแรงด้วยความหมั่นไส้ของฟางหรง
“นี่แหนะสาระแนดีนักต้องโดนสะบ้าง”
“โธ่นายท่าน....ข้าเพียงอยากรู้” หลินปอรีบลุกขึ้นยืนมองหน้าเ้านายหนุ่มด้วยใบหน้าจ๋อย
“ถ้ายุ่งเื่ส่วนตัวข้าอีกนะข้าจะสั่งโบยทันที”
“ข้าผิดไปแล้วนายท่านต่อไปข้าไม่ถามแล้ว” บ่าวรับใช้รีบโค้งคำนับอย่างสำนึกผิดและกลัวการถูกโบยเมื่อเคยโดนมาแล้วว่ามันเจ็บแค่ไหน
ฟางหรงหันไปหาองครักษ์ที่ยืนนิ่งอยู่อีกฝั่ง
“ฟู่เฉิง”
“ขอรับ”
“เ้าไปสืบประวัติซินอี๋ให้ข้าที ว่านางเป็คนยังไง”
“ขอรับ” ฟู่เฉิงองครักษ์คนสนิทอีกคนของฟางหรงที่ไว้ใจได้และมีวรยุทธสูงเป็คนเคร่งขรึม จริงจังกับชีวิต ซึ่งต่างกับองครักษ์หลินปอมาก ทั้ง 3 คน เติบโตมาด้วยกันั้แ่เด็ก
ซินอี๋มองเห็นว่าสามีของนางมีแขก และแขกผู้นั้นน่าจะเป็คนมียศศักดิ์ดูจากการแต่งตัวแล้ว และบุคลิกชายผู้นั้นน่าจะมียศสูงอยู่เหมือนกัน ทำให้นางแปลกใจว่าสามีเป็พ่อค้าจริงเหรอ นางเฝ้าสังเกตสามีของนางอยากที่จะรู้จักตัวตนเขา ด้วยจวนที่อยู่มีขนาดเล็กทำให้มองเห็นการกระทำของสามีนางตลอด
ฟางหรงเมื่อมีภรรยาแล้ว สิ่งที่เขาคิดต่อมาก็คือการมีกิจการเป็ของตัวเอง อย่างน้อยต้องมีกิจการเป็อาชีพของครอบครัวไว้
“นายท่าน ต้องซื้อกิจการจริงๆ มาดูแลด้วยเหรอขอรับ ในเมื่อท่านไม่ได้จะอยู่ที่นี่นาน”
“จะทำยังไงได้ล่ะ เมื่อข้าได้ภรรยาไม่ชอบธรรมนี่สิ ข้าก็ต้องแสดงให้มันสมจริงหน่อย” แม้ปากจะต่อว่านางแต่ใจจริงแล้วก็แอบสนใจนางอยู่และมาคิดดูอีกที นางไม่น่าจะใช่คนวางยาแต่หาคนทำไม่เจอว่าใครกันแน่ที่เป็คนทำจริงๆ
“ขอรับ” แม้ว่าหลินปอจะไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็ได้แค่มองดูการกระทำของเ้านายเท่านั้น
ทางด้านซินอี๋คิดเื่พ่อแม่ของนางที่นางได้ก่อเื่ไว้ทำให้พวกท่านทุกข์ใจ นางแต่งงานกับพ่อค้าธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น มิได้เป็ขุนนาง บิดามารดาอย่างตระกูลจางถึงขั้นอัพอายขายขี้หน้าทีเดียว เดิมมีสัญญาหมั้นหมายกับตระกูลมู่ แต่ลูกสาวไม่รักดีอย่างนางกลับทำเื่อัพยศอดสู ถึงขั้นต้องผิดใจกับคนตระกูลมู่
เื่ครั้งนี้บิดาโกรธเป็ฟืนเป็ไฟจัดงานแต่งลวกๆ สมฐานะภรรยาพ่อค้า และดูเหมือนครั้งนี้จะตัดพ่อลูกกันไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันอีกแล้ว
ต่อไปคงจะกลับเข้าจวนไม่ได้แล้วสิ่งที่นางทำได้ตอนนี้ก็คือ มีเงินมีที่อยู่อาศัยจะได้ไม่พึ่งพาใคร เพราะอย่างน้อยที่นางอยู่ที่นี่ก็แค่ภรรยาที่เขาไม่รับ เป็ภรรยาแค่ในนามแค่นี้นางก็ปวดใจมากกับชีวิตที่ต้องเจอ
ที่พำนักของนางเป็เพียงจวนเล็กๆจวนหนึ่งเท่านั้น เทียบไม่ได้กับจวนขุนนางสักนิดและก็เล็กกว่าห้องที่นางเคยอยู่ด้วยซ้ำ คนรับใช้ไม่มี มีเพียงหลิงเอ๋อที่มาอยู่ด้วยกันกับนางสองคน ส่วนทางฝั่งสามีก็มีบ่าวรับใช้คนสนิทคอยดูแล 2คนเหมือนกัน
เหตุที่เป็เช่นนี้ก็เพราะฟางหรง ให้เพื่อนสนิทอย่างอ๋องฉี๋เป็คนหาจวนให้ ทีแรกอ๋องฉี้าให้จวนอย่างสมพระเกียรติ แต่ฟางหรงมิยินยอมเพียงบอกอ๋องฉีว่า อยากลองใจนางผู้นั้นว่า้าอะไรกันแน่คิดยังไงถึงวางยาเขาและอยากรู้ว่านางรู้จักฐานะที่แท้จริงของเขาด้วยเหรอไม่
ฟู่เฉิงได้กลับมารายงานเื่ที่นายท่านให้ไปสืบ
“ข้าคิดว่าไม่ใช่แม่นางซินอี๋แน่ นางดูไม่มีพิษมีภัย เป็เพียงเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นเวลาอยู่ในจวนไม่มีใครให้ความเคารพนางเหมือน่มาอยู่ใหม่ๆ เพราะท่านเสนาบดีกับฮูหยินมีลูกสาวเองแล้ว ทำให้พวกเขาไม่สนใจแม่นางซินอี๋อีกเลย”
ฟู่เฉิงออกความคิดเห็นเมื่อเขาได้ไปสืบประวัติแล้วและจากการมองคนเขาคิดว่ามองแม่นางซินอี๋ไม่ผิดแน่
คำพูดของฟู่เฉิงเป็อะไรที่น่าเชื่อถือได้ยิ่งออกความเห็นแบบนี้ก็แสดงว่าฟู่เฉิงมั่นใจมากว่านางไม่ใช่เป็คนทำ เื่นี้ทำให้ฟางหรงเบาใจ เพราะเขาทุกข์ใจเื่ของนางมาโดยตลอด แต่ต่อไปเขาจะได้ทำอย่างที่เขาอยากจะทำกับนางเสียทีไม่ต้องหักห้ามใจอีกแล้ว
ทางด้านฮุ่ยหลิงนั้นนางรู้สึกโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ ในเมื่อนางวางแผนเพื่อจะจับองค์ชายมานานแต่ก็พลาดให้กับหญิงอื่นที่มาชิงตัดหน้าเสียก่อน
“เพราะเ้าคนเดียวซินอี๋ ถ้าไม่เพราะเ้าแผนของข้าก็คงไม่ล่มแบบนี้”
เนื่องด้วยสกุลของนางกำลังจะล้มละลายเพราะพี่ชายตัวดีของนางได้ผลาญเงินที่พ่อทิ้งมรดกไว้ให้จนจะหมดสิ้น ถ้านางไม่ทำวิธีนี้สกุลของนางคงจะไม่มีหน้ามีตามีชีวิตที่สุขสบายเป็แน่ จากการที่นางจะได้เป็ชายาองค์ชายฟางหรงต้องมาผิดหวังเพราะนางผู้นั้น
ท่านพ่อของนางก็มาด่วนจากไป ตอนนั้นที่ท่านพ่อของนางยังมียศถาบรรดาศักดิ์อยู่ นางเป็ลูกทำให้ได้เข้าไปในวังบ่อยๆเพื่อไปรับใช้พระสนมจนได้เจอกับองค์ชายฟางหรงชายหนุ่มที่สะกดความรู้สึกของนางให้อยู่กับเขาเพียงคนเดียว
นางหลงรักองค์ชายฟางหรงมานาน พูดคุยด้วยก็หลายครั้งหวังจะให้องค์ชายสนใจแต่กลับเป็ว่าองค์ชายไม่สนใจนางเลยให้ท่านางก็เคยให้แล้วแต่ดูเหมือนว่าองค์ชายจะมองข้ามนางไปเสีย นางอุตส่าห์ตามองค์ชายออกมายังเมืองอื่น และก็คิดแผนนี้ขึ้นแต่ไม่คิดว่ามันจะพลาดและพลาดร้ายแรงมากด้วย
ถางอันที่ติดตามน้องสาวมาอย่างลับๆ เพราะอยากรู้ว่านางจะทำอะไรและเมื่อได้รู้แผนการของนางแล้ว ก็คิดอยากจะช่วยนางแต่เขาไม่ได้สนใจองค์ชายฟางหรงแม้แต่น้อย เขาสนใจคือองค์ชายฮุยเหว่ยเพราะคิดว่าถ้ากำจัดองค์ชายจวินเฟยได้ คนที่จะเป็ฮ่องเต้ต่อไปก็คือ องค์ชายฮุยเหว่ยนั่นเอง และชีวิตเขาก็จะได้สุขสบายไปด้วยถ้าหากน้องสาวได้อภิเษกกับองค์ชายฮุยเหว่ย