บทที่ 20 ชอบเล่นแบบตื่นเต้นก็ไม่บอก
การสอบปากคำจบลงโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ว่าเส้าอวิ่นเฉินจะปล่อยเธอไป แต่ความสงสัยในใจของเขากลับลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก
ในอดีต เยี่ยชิงหวนมักจะมีท่าทางขลาดกลัวและพูดจาอ้อมแอ้ม แต่เมื่อครู่นี้ เธอกลับพูดจาเป็ลำดับอย่างชัดเจน ั้แ่เื่ส่วนตัวไปจนถึงความคิดที่จะกอบกู้วงศ์ตระกูล เธอพูดอย่างมั่นใจและคล่องแคล่ว ไม่เหมือนกับแต่ก่อนที่ขี้ขลาดไม่กล้าทำอะไรเลยแม้แต่น้อย
เห็นทีคงต้องสืบดูแล้ว ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอในคุกตลอดสามปีที่ผ่านมา!
อีกด้านหนึ่ง
ประตูห้องแต่งหน้าของเ้าสาวปิดสนิท
“พวกเราต้องถูกผู้หญิงคนนั้นหลอกแน่ ๆ เป็ไปไม่ได้หรอกที่คนตายแล้วจะฟื้นขึ้นมาอีก เธอแค่จงใจทำท่าทางมีลับลมคมในเพื่อขู่พวกเราเท่านั้น”
อันจิ่วเยว่โมโหจนทุบโต๊ะ “ลู่เจิ้งหลิง เธอคนนั้นเป็สะใภ้ใหญ่ของคุณปู่คุณไม่ใช่เหรอ เธอมีเื่อะไรกับคุณหรือเปล่า ถึงได้มาแกล้งพวกเราแบบนี้?”
ั้แ่กลับมา ลู่เจิ้งหลิงก็นั่งอยู่บนโซฟาโดยไม่พูดอะไรเลย เมื่อได้ยินประโยคนี้ เขาก็เงยหน้าขึ้นช้า ๆ ราวกับตื่นจากภวังค์ “มีเื่อะไรอย่างนั้นเหรอ?”
ก่อนพิธีแต่งงานจะเริ่ม ตอนอยู่ที่ประตูต้อนรับแขก เขาเผลอพูดผิด ทำให้เธออับอาย หรือว่าเป็เพราะเื่นี้กันนะ?
ลู่เจิ้งหลิงรีบเล่าเื่ก่อนหน้านี้ให้อันจิ่วเยว่ฟังและเธอก็ ‘เข้าใจ’ ทันที ก่อนจะทำท่าทางโกรธจัด
“ฉันว่าแล้วเชียว ทำไมเธอถึงได้ต่อต้านพวกเราขนาดนั้น ก็เพราะเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้นี่เอง ถึงได้ไล่ต้อนพวกเราไม่ลดละ ไม่แปลกใจเลยที่เธอไม่ได้เป็คนโปรดของตระกูลเส้า!”
อันจิ่วเยว่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่นาน “ไม่ได้! ฉันลืมความโกรธนี้ไม่ลงหรอกนะ”
“แล้วเธอจะทำอะไร?”
หลังจากกระซิบกระซาบกันสักพัก ลู่เจิ้งหลิงก็ขมวดคิ้วแน่น ตอนแรกเขาไม่เต็มใจ แต่ก็ทนคำชักชวนของอันจิ่วเยว่ไม่ไหว ในที่สุดก็ตกลง
เยี่ยชิงหวนปรากฏตัวในงานเลี้ยง บวกกับท่าทีของหลี่เหมยลี่ที่เปลี่ยนไปจากเดิม ดูว่าจะเอ็นดูเธอมากขึ้น ข่าวลือที่ว่าเธอถูกเมินในตระกูลเส้าก็เงียบหายไปเอง คนที่เคยมีทัศนคติไม่ดีกับเธอตอนนี้ก็มองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มีหลายคนเข้ามาเอาอกเอาใจเธอ
การส่งถ่านในฤดูหิมะนั้นยาก แต่การเพิ่มดอกไม้บนผ้าไหมนั้นง่าย มองดูสีหน้าของคนเหล่านี้แล้ว เยี่ยชิงหวนก็หัวเราะในใจ แต่ภายนอกกลับสง่างามผ่องใส ไม่ปฏิเสธผู้คนที่ผ่านเข้ามา ในเวลาเพียงไม่นานเธอก็ได้ดื่มไม่น้อยเช่นกัน
“ดูเหมือนคุณเยี่ยจะดื่มไปเยอะแล้วนะคะ”
เสียงห่วงใยดังขึ้นจากด้านข้าง เยี่ยชิงหวนจึงแหงนหน้ามองไป กลับพบว่าเป็เพื่อนเ้าสาวของอันจิ่วเยว่
“ดื่มไปไม่มากหรอกค่ะ แต่ฉันคออ่อนน่ะ” เยี่ยชิงหวนพูดอย่างถ่อมตัว เธอในร่างก่อนนั้น ต่อให้ดื่มพันแก้วยังไม่เมาเลยก็ว่าได้
“ฉันจะพักอยู่ที่นี่อีกสองวันพอดี ถ้าคุณเยี่ยไม่รังเกียจละก็ ไปพักในห้องฉันสักครู่ก็ได้นะคะ”
เยี่ยชิงหวนมองเธออย่างระแวดระวัง
เพื่อนเ้าสาวคนนั้นหลบสายตาเธออย่างน่าสงสัย
“คือว่า… จิ่วเยว่ไม่ค่อยสบาย… เธอออกมาต้อนรับเองไม่ได้ กลัวจะต้อนรับไม่ทั่วถึง เลยให้ฉันออกมาช่วยดูแลให้น่ะค่ะ”
“เป็อย่างนั้นเองหรอกเหรอ?”
เยี่ยชิงหวนแสร้งทำเป็คลายความระแวดระวังลง “ก็ดีเหมือนกันค่ะ ห้องอยู่ไกลจากที่นี่ไหมคะ?”
“ไม่ไกลหรอกค่ะ ออกจากห้องจัดเลี้ยง เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว ตามฉันมาเถอะค่ะ”
“ได้ค่ะ”
เยี่ยชิงหวนปล่อยให้เพื่อนเ้าสาวประคองเธอออกจากห้องจัดเลี้ยง เธออยากจะดูเหมือนกันว่าครั้งนี้อันจิ่วเยว่จะทำอะไรแปลก ๆ อีกบ้าง
ห้องนั้นอยู่ไม่ไกลจริง ๆ เมื่อมาถึงหน้าประตูห้อง เธอคิดจะหันหลังกลับไปพูดอะไรสักอย่าง ประตูห้องก็เปิดออกทันใด จู่ ๆ ก็มีมือข้างหนึ่งยื่นออกมาจากข้างในคว้าแขนเธอแล้วลากเธอเข้าไป
เธอยังไม่ทันได้สติ เสียง ‘ปัง’ ก็ดังขึ้น จากนั้นประตูห้องก็ปิดลง
ในห้องที่มีแสงไฟสลัว เยี่ยชิงหวนถูกลากมา และถูกผลักลงบนเตียงด้วยแรงที่ไม่อาจต้านทานได้ จากนั้นกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกก็พุ่งเข้าใส่ใบหน้าของเธอ หญิงสาวพยายามดิ้นรนและกรีดร้อง แต่ปากของเธอถูกปิดไว้แน่น เสียงชายหนุ่มที่คุ้นเคยก็ดังมาจากเหนือศีรษะ
“พี่สะใภ้ คุณชอบเล่นแบบตื่นเต้นอย่างนี้ ทำไมไม่บอกผมั้แ่แรกล่ะ”
รูม่านตาของเยี่ยชิงหวนหดเล็กลงทันที คนคนนี้คือ ‘เส้าอี้เจ๋อ’