"ภูตพยัคฆ์" หลานหลิงทวนคำ"ดังนั้นแล้วภูตก็อยู่เหนือิญญาร้ายเพียงหนึ่งระดับเท่านั้นเองสินะแต่ดูเหมือนความน่ากลัวของมันสูงขึ้นมากเลยนะเมื่อดูจากภูตพยัคฆ์ที่อาละวาดอยู่ในขุนเขาแล้วสร้างความวุ่นวายมากทีเดียว"
หงลี่ส่ายหน้า "สูงมากหรือก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกจากที่ข้าประมือกับพวกนักค้ามนุษย์วันก่อนข้าพบว่าในขบวนของนักค้ามนุษย์เดิมทีแล้วมีคนที่สามารถจัดการสิ่งอัปมงคลระดับภูตได้มากกว่าหนึ่งคนด้วยซ้ำ"
"เช่นนั้นแล้วเหตุใดภูตพยัคฆ์ถึงกลายเป็เื่ใหญ่ขนาดนี้ล่ะ"หลานหลิงถามนำ หงลี่คิดเล็กน้อยก่อนจะตอบ
"...ย่อมเป็เพราะสถานที่เสียส่วนมากอย่างน้อยก็สามในสิบส่วน ป่าแห่งนี้เป็ป่าโบราณไม่เคยถูกรุกรานการค้าของพวกมันก็ไม่อาจลักลอบขนคนโดยใช้เส้นทางโดยเปิดเผยได้อันตรายจึงสูงกว่าคนที่เดินในเส้นทางการค้าอยู่แล้วหากถูกภูตจู่โจมในพื้นที่อาณาเขตที่มันเชี่ยวชาญ ระดับความอันตรายของมันย่อมสูงกว่าปกตินอกจากนี้ในโลกของผู้บำเพ็ญเพียรระดับไม่ได้ตัดสินผลแพ้ชนะไปเสียทุกอย่างหรอกนะ"
"อย่างนี้นี่เอง" หลานหลิงพยักหน้าจากนั้นแกล้งทำเป็ใ"เอ๊ะ! ตอนนี้พวกท่าน จัดการภูตพยัคฆ์ได้หรือไม่ไม่ใช่ว่าในหมู่พวกเราหากเดินไปเจอภูตพยัคฆ์จะเสียเปรียบหรอกหรือ"
หงลี่หน้าเจื่อนไปในทันใด "นี่เป็ข้อเสียของอาจารย์อาท่านพเนจรคนเดียวมานานเกินไปมักจะหลง ๆ ลืม ๆ ไม่รอบคอบเช่นนี้ประจำ"
หลานหลิงกะพริบตาปริบ ๆหากตนเองไม่รู้ว่าที่มาที่ไปของภูตพยัคฆ์มาจากตัวเขาเองหลานหลิงคงพิจารณาร่วมทางกับอาจารย์อาและศิษย์หลานสองคนนี้เสียใหม่ชักกังวลใจแล้วสิ
หงลี่กระแอมไอเรียกความสนใจของหลานหลิง "เ้าอย่าได้กลัวไปยังไงข้าก็อยู่ในขั้นธาริญญาแล้วระดับของข้าสามารถกำจัดภูตผีได้สบาย"
หลานหลิงเห็นว่าหงลี่เปลี่ยนอิริยาบถจากกำกระบี่หลวม ๆไว้ข้างกายมาเป็กำไว้แน่นที่ทรวงอกก็พอคาดเดาได้แม่หนูนี่จะโอ้อวดหรือปลอบใจข้ากันแน่แต่หลานหลิงไม่อยากพูดเื่ภูตพยัคฆ์อีกเพราะอาจเผยพิรุธจึงเปลี่ยนเื่คุย
"แล้ว..นอกเหนือไปจากภูตเล่า ระดับต่อไปคืออะไร"
รออยู่สักพักหงลี่ไม่ตอบหลานหลิงจึงหยุดเดินและหันไปมอง
"มีอะไรหรือ" เขาถาม
"นี่เ้าไม่มีคนสั่งสอนความรู้พื้นฐานจริง ๆ หรือ"
"อืม" หลานหลิงตอบเสียงเรียบเฉยหงลี่ตะลึงเล็กน้อยแล้วทำท่าจะกล่าวแต่หลานหลิงตัดบทเสียก่อน"ที่ข้าไม่รู้ก็แค่พวกเื่ในโลกบำเพ็ญเพียรของพวกท่านเท่านั้นแหละหากไม่นับเื่นั้นข้าก็สามารถเอาตัวรอดได้ดีอยู่มิใช่หรืออาศัยหาของป่าขายก็เอาตัวรอดได้แล้ว"
ได้ยินดังนั้นสีหน้าหงลี่ค่อยสบายใจขึ้นแต่ยังไม่วายวางตัวเป็ผู้ใหญ่ต่อหน้าหลานหลิงอยู่ดี"อาศัยหาของป่าอันใด เ้าเป็ผู้ก้าวเข้าสู่หนทางของผู้บำเพ็ญเพียรแท้ ๆทำไมไม่รู้จักแสวงหาความยิ่งใหญ่ บุรุษผู้หนึ่งจะพึงพอใจกับการหาของป่าไปวัน ๆได้อย่างไร"
หลานหลิงเดินต่อไป หงลี่ได้ยินเขาเพียงกล่าวว่า
"ลาภยศ สรรเสริญอำนาจอะไรนั่นต้องให้คนที่ข้าไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้ามายอมรับในตัวข้าแล้วยังต้องคอยปกป้องมันไม่ให้สูญเสียไปทั้งในใจยังต้องคอยหวาดระแวงและทุกข์ทนอย่างทุกเมื่อเชื่อวันจะเทียบอะไรกับการมีความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำสิ่งที่หวังให้สมปรารถนา มีความสุขกับตัวเองในทุกๆ วัน ส่วนคนที่ข้าเกลียดนั่นจะคิดเช่นไรกับตัวข้า ข้าจะไปสนใจพวกมันทำไม"
"ฮึ่ม ข้าก็ไม่ได้บอกว่าเ้าต้องทำให้คนที่เ้าเกลียดดูแต่เ้ามิได้เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่ยังไงก็ต้องมีคนใกล้ชิดยังพึ่งพาแผ่นหลังของเ้าอยู่จะมาใช้ชีวิตวันๆ ไปก็ใช่เื่"หงลี่ฟังคำพูดหลานหลิงแล้วหดหู่ชอบกลจึงพูดแก้ไขความเข้าใจผิดออกไป
หลานหลิงไม่ตอบโต้อะไร เพียงเดินเข้าไปในป่าเงียบ ๆ
' คนใกล้ชิด คนที่พึ่งพาแผ่นหลังข้าน่ะหรือ' หลานหลิงคิดในใจ จะไปมีได้อย่างไรในใต้หล้านี้ข้าล้วนเกลียดชังพวกมันทั้งสิ้น
บรรยากาศระหว่างหงลี่กับหลานหลิงไม่ค่อยชวนสนทนากันนัก จู่ ๆหงลี่ก็นึกขึ้นได้ว่านางตามหลานหลิงมาสักพักแล้วจึงเอ่ยด้วยความใ
"นี่เ้ากำลังจะเดินไปไหนน่ะ"
เพียงแค่เอ่ยออกไปหงลี่ก็ชะงัก ความรู้สึกหนาวเย็นจนขนลุกที่คุ้นเคยกลับมาอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะนางนั้นเห็นิญญาอยู่ตรงหน้าระดับขอบเขตของนางไม่จำเป็ต้องหวาดกลัวอะไรเพียงแต่ิญญาสองตนตรงหน้านั้นเป็ิญญาพี่สาวที่กำลังอุ้มเด็กทารกอยู่นั่นเอง
"นี่เ้าเดินตามหาพวกเขาหรือ"หงลี่ถามด้วยเสียงตื่นตระหนก
แต่หลานหลิงไม่ตอบเพียงจ้องมองิญญาทั้งสองด้วยสายตาว่างเปล่าิญญาตัวน้อยก็เงยหน้ามองหลานหลิงเช่นกันหงลี่คิดชักกระบี่ปลดปล่อยิญญาแต่กลับชักไม่ออกนางรู้ดีว่าขอแค่นาง้านางก็สามารถส่งิญญาทั้งสองดวงไปอีกภพได้แต่นางกลับชักไม่ออก นางรู้สึกว่าหากนางชักกระบี่ออกไปแล้วมันจะทำให้นางเสียใจไปอีกนานแสนนานและอาจจะทำให้หนทางในการบำเพ็ญเพียรของนางมีปัญหาได้
พี่ชาย ข้าหิวเหลือเกิน
เสียงน่าสงสารของเด็กสาวดังขึ้นนางเดินมาใกล้พวกเขาเรื่อย ๆหลานหลิงไม่มีปฏิกิริยาหงลี่มีสีหน้ายุ่งยากกลอกตาไปมาแล้วจึงกล่าว
"ข้า...อาจารย์อาน่าจะมีธูปส่งิญญาสามารถชำระล้างิญญาส่งพวกเขาไปสู่สุคติได้ข้าไปหาอาจารย์อาก่อนเ้ารออยู่ตรงนี้ก่อนนะ" กล่าวจบหงลี่รีบร้อนจากไป
หงลี่จากไปแล้วหลานหลิงเหลือบมองไปทางดงไม้ครั้งหนึ่งจากนั้นเขาก็กวักมือเรียกไปทางิญญาทั้งสองและเริ่มออกเดินไปอีกทางเมื่อเดินไปสองสามก้าวเขาพบว่าิญญาของเด็กสาวได้แต่มองตามหยุดคิดเล็กน้อยโดยที่ไม่รู้อะไรดลใจหลานหลิงก็เริ่มผิวปากเป็เสียงเพลง เด็กสาวและทารกได้ยินเสียงผิวปากใบหน้าน่าสงสารของนางก็กลายเป็โกรธขึ้ง
แต่เมื่อเสียงอันแตกต่างกันสอดประสานกลายเป็บทเพลงใบหน้าของิญญาเด็กสาวกลับค่อยๆ สงบลง จากนั้นนางเริ่มก้าวเดิน ก้าวเดินตามเสียงเพลงไป ไม่ใช่แค่นางเท่านั้น จู่ๆ ิญญามากมายไม่รู้มาจากไหนก็ค่อย ๆ โผล่ออกมาจากแมกไม้
ในขุนเขาที่มีโลกอันแตกต่างออกไปกล่าวคือในภพภูมิแห่งนี้เหมือนกับภพภูมิที่หลานหลิงอยู่ทุกประการหากกล่าวว่ามันขาดอะไรไปคงตอบได้ว่าภพภูมิแห่งนี้ขาดไร้ซึ่งสีสันราวกับภาพขาวดำที่ถูกวาดออกมา กอปรกับสายฝนสีดำชวนหดหู่ใจตกลงมาปรอย ๆยิ่งดูแล้วเศร้าใจยิ่งนัก
หน้าถ้ำแห่งหนึ่งมีชายชราศีรษะใหญ่นั่งเคลิบเคลิ้มสัปหงกอยู่บนหินก้อนหนึ่งทันใดนั้นเสียงเพลงเบา ๆ ก็ลอยเข้ามาในหูของเขาแรกเริ่มเขาขมวดคิ้วแต่ก็เปลี่ยนเป็ตื่นใลุกขึ้นมามองไปออกด้านนอก
ที่ด้านหน้าถ้ำใหญ่มีแอ่งน้ำที่ไม่เคยแห้งขอดเนื่องจากภพภูมิแห่งนี้ก็ไม่เคยมีวันไหนที่ฝนหยุดตกเช่นกันอยู่แห่งหนึ่งสายน้ำที่กระเพื่อมไปมาจากหยาดฝนจู่ ๆ ก็หยุดลงแล้วหยดน้ำที่ตกลงมาก็เปลี่ยนเป็ไหลขึ้นมาจากหนึ่งหยดเป็หลายหยดหลายหยดเป็หมื่นหยดด้วยความรวดเร็วยิ่งแต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เฒ่าชราใแม้แต่น้อยราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าสิ่งนี้คืออะไร
หยดน้ำแต่ละหยดหลั่งไหลรวมกันกลายเป็เงาร่างของสตรีผู้งดงามนางสวมอาภรณ์สีฟ้าดูงามสง่าแตกต่างจากชุดซ่อมซ่อของชายชรามากนัก
"ภูตแม่น้ำ" ชายชราทัก
"ภูตขุนเขา" สาวงามพยักหน้าตอบไม่รอให้อีกฝ่ายทักทายสารทุกข์สุกดิบนางก็เข้าประเด็นทันที "เสียงเพลงนั่นท่านก็ได้ยินใช่หรือไม่"
ชายชราพยักหน้าก่อนพูดขึ้นช้า ๆ"ข้าอยู่มาเนิ่นนานเคยฟังบทเพลงพื้นบ้านพื้นถิ่นจากคนที่ผ่านไปมาก็มากมายหลากหลายแต่ไม่เคยฟังบทเพลงประหลาดเช่นนี้มาก่อน"
หญิงสาวมิได้โต้แย้ง เพียงกล่าวด้วยท่าทางเคร่งขรึม"บทเพลงนี้แปลกประหลาดแต่กลับสะกดลึกลงในิญญาของผู้ที่ได้รับฟังช่างแปลกยิ่งนักแต่ที่แปลกมากกว่าคือราวกับว่ามันมิใช่บทเพลงที่เป็ส่วนหนึ่งของใต้หล้าแห่งนี้"
ชายชราฟังคำอธิบายของภูตแม่น้ำแล้วรู้สึกว่าฟังดูแปลกแต่เขาก็ไม่ได้พูดแย้งอะไร
"จะไปดูหรือไม่" ชายชราถาม
หญิงสาวทำหน้าปั้นยาก "ตอนนี้โลกเบื้องบนมีผู้ฝึกตนมากมายบางทีเสียงเพลงนี้อาจจะเป็ของคนบ้าตนหนึ่ง หรืออาจจะเป็คนที่มิอาจล่วงเกินได้ยังไงข้าจะไปดูอยู่ห่าง ๆ ก่อน"
"...ตกลงตามนี้" ชายชราผงกศีรษะ