เด็กทั้งสามแยกย้ายกลับจวนของตนในยามเย็นชิงเว่ยเว่ยกับไห่ฮ่าวไปนั่งปรึกษากันที่เรือนต่อไห่ฮ่าวให้ข้อสังเกตว่าฝีมือของคนพวกนั้นน่าจะถูกฝึกปรือมาเป็อย่างดี
“คุณหนูขอรับการยิงธนูขึ้นฟ้าแบบนั้น เอาจริงๆ พวกเขาไม่ได้หวังผลให้พวกเราตายทันทีแต่เป็เชิงข่มขู่อย่างที่คุณชายจินกล่าว เพราะเขาน่าจะประเมินแล้วว่าข้าคุณชายจิน และพระชายาน่าจะป้องกันกันพวกท่านทั้งสี่คนได้ดูจากการเคลื่อนไหวที่เงียบเชียบแล้ว คนพวกนี้ถูกฝึกให้เคลื่อนที่เร็วในป่าด้วย”
“ลักษณะเช่นนี้น่าจะถูกฝึกมาจากที่ใด?”
“ดินแดนที่มีป่าทึบหนาแน่นข้าไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าพวกเขาเลยด้วยซ้ำ ได้ยินแต่เพียงเสียงง้างเกาทัณฑ์”ชิงเว่ยเว่ย่ใหากฝีมือระดับไห่ฮ่าวยังไม่ตระหนักถึงการเคลื่อนไหวของคนพวกนี้ล่ะก็เห็นทีพวกเขาจะร้ายกาจมากทีเดียว
“ไม่ได้การล่ะข้าคงต้องขออนุญาตท่านพ่อเข้าห้องหนังสือส่วนตัวของท่านเสียหน่อย”
ไห่ฮ่าวเห็นสีหน้าของคุณหนูสี่ก็รู้ว่านางกำลังคิดจะสืบเื่คนพวกนั้นนับั้แ่เขาย่างเท้าเข้ามาจวนแห่งนี้เดิมทีคิดว่าตนเองจะได้อารักขาใต้เท้าชิงซึ่เงป็นเ้ากรมกลาโหม
“ข้าเป็ห่วงเว่ยเว่ยมากเหลือเกินนางเคยผจญเคราะห์นักหนามาแล้วข้าฝากชีวิตลูกสาวคนเล็กของข้าไว้ในการอารักขาของเ้า ไห่ฮ่าวช่วยดูแลนางให้ดีด้วย”
ไห่ฮ่าวได้ฟังเื่ของคุณหนูสี่ที่รอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์จากสาวใช้จ้งซูกับจ้งหนิงเขาเองก็รู้สึกเหมือนสองคนนั้นว่าชิงเว่ยเว่ยดูไม่เหมือนเด็กอายุเท่ากันตอนที่เขาได้รับมอบหมายให้มาอารักขานางนั้นนางอายุเก้าขวบ จนบัดนี้นางอายุสิบเอ็ดขวบไห่ฮ่าวรู้สึกราวกับเขากำลังรับใช้หญิงสาวที่สุขุมรอบคอบและผ่านชีวิตมาเนิ่นนานหาใช่เด็กหญิงคนหนึ่งไม่?
ชิงเว่ยเว่ยที่รักษาร่างกายจนหายดีตื่นแต่เช้าฝึกหมัดมวยและให้พี่สาวของนางฝึกวรยุทธ์ให้ไห่ฮ่าวรู้ว่าเหล่าลู่ซึ่งเป็อดีตพ่อบ้านสกุลชิงในอำเภอเฉินมีฝีมือร้ายกาจคนผู้นั้นเป็อาจารย์ให้กับคุณหนูสี่ แม้ว่าเหล่าลู่จะไปคอยอารักขาพระธิดาของท่านอ๋องสิบห้ากับพระชายาชิงหลานที่มีชื่อว่าิมู่ซี หรือเรียกกันว่า องค์หญิงซีซี ที่วังพยัคฆ์ขาว คนทั้งเมืองโจษจันกันว่าท่านอ๋องสิบห้าช่างกล้านำชื่อจริงและชื่อเล่นของอดีตพระคู่หมั้นที่รถม้าตกเขาตายผู้นั้นมาตั้งเป็ชื่อพระธิดาน้อยและพระชายาชิงหลานซึ่งมาอภิเษกสมรสในภายหลังก็ช่างพระทัยกว้างขวางนักนอกจากไม่ถือสายังชมชอบชื่อของอดีตว่าที่พระชายาของพระสวามี
“เ้ามาช่วยข้าหาทีว่าคนพวกนี้น่าจะเป็นักฆ่าหรือจอมยุทธ์พวกใด?”เสียงเรียกของคุณหนูสี่ทำให้ไห่ฮ่าวที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ต้องรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ตู้หนังสือ
ห้องทำงานของใต้เท้าชิงเต็มไปด้วยตำราสำคัญที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการทหารมากมายมีเพียงคุณหนูสี่เท่านั้นที่กล้าขอเข้ามาอ่านหนังสือใต้เท้าชิงมิเคยยินยอมให้ผู้ใดหยิบหนังสือออกไปเพราะเกรงจะสูญหายกระทั่งจะขอดูบางครั้งก็ยังยาก
“เ้าว่าคนพวกนั้นน่าจะคุ้นเคยกับูเาบางทีพวกเขาอาจจะเป็นักรบชนเผ่าที่อาศัยอยู่ตามเทือกเขา ลองหาหนังสือประเภทนี้ดู”
ไห่ฮ่าวไม่กล้าหยิบมั่วซั่วลำดับหนังสือของใต้เท้าชิงต้องเรียงเหมือนเดิมอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยหากหยิบออกมาจากที่ใดต้องเก็บเอาไว้ตำแหน่งเดิมดังนั้นก่อนการหยิบทุกครั้งต้องใช้ไม้แผ่นบางๆขนาดสามนิ้วที่มีตัวเลขเขียนกำกับไว้วางแทนตำแหน่งตำรานั้นและมีแผ่นเสียบคั่นไว้ให้หนังสือ เมื่อเอามาคืนจะได้วางได้อย่างถูกต้อง
“คุณหนูขอรับข้าเห็นตำราที่น่าจะเกี่ยวข้องอยู่สองเล่มด้วยกัน”
ชิงเว่ยเว่ยเองก็ได้มาสองเล่มนางพยักหน้าแล้วเดินไปตรงโต๊ะที่ตั้งอยู่บนพื้นยกสูงระหว่างตู้หนังสือ“รีบเปิดหาเถอะ มีความเป็ไปได้ใดบ้าง?”
ไห่ฮ่าวเคยชินกับการค้นหาเื่ราวที่คุณหนูสี่สนใจเสียแล้วเขาเคยร่ำเรียนเขียนอ่านคล่องแคล่วจึงได้ช่วยนางค้นหาตำราได้จ้งซูงกับจ้งหนิงทำหน้าที่เพียงยืนเฝ้าเงียบๆ เพราะคนทั้งสองแค่พออ่านออกเขียนได้เกือบสามปีที่เขามาคอยดูแลคุณหนูสี่ เขาพบว่านางกระหายใคร่รู้อย่างยิ่ง หากนางได้ยินเื่ใดที่บิดาเอ่ยถึงนางก็มักจะซักถามและหาตำรามาอ่านเพิ่มครั้งหนึ่งไห่ฮ่าวเคยถามนางว่าเหตุใดนางจึงสนใจอยากรู้เื่บ้านเมืองและเื่รอบตัวนัก?
“ไห่ฮ่าวชีวิตของคนนั้นจะใช้เพียงเพลิดเพลินและทำให้ง่ายก็ได้แต่จะกลายเป็การไม่รับผิดชอบต่อชะตากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นชนิดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”
ผู้รักอารักขาหนุ่มยามนั้นมองดูเด็กหญิงวัยย่างสิบขวบด้วยความตื่นตะลึงคำตอบของนางช่างคล้าย....คล้ายกับหญิงที่ผ่านวัยมากกว่าครึ่งชีวิต ไห่ฮ่าวได้แต่มองนางด้วยความสงสัยอยู่พักใหญ่แต่เมื่อเห็นสิ่งที่นางทำผ่านไปสองปีเขาจึงรู้สึกนับถือเด็กหญิงผู้นี้วรยุทธ์ที่นางมีแต่ไม่ยอมแสดงออกนั้นจะว่าไปยามนี้ก็เทียบเท่ากับตัวเขาความรู้ความสามารถที่นางมีก็ไม่ค่อยยอมอวดโอ่ให้ผู้อื่นยกย่องเขาจึงได้แต่ตามดูแลนางอยู่เงียบๆ นานๆ ครั้งนางจึงจะพูดความคิดอ่านอันลึกซึ้งต่อสิ่งรอบข้างให้เขาได้ยิน
ชายหนุ่มที่เคยเข้าร่วมรบกับกองทัพอยู่สองปีเคยเป็หนึ่งในผู้ใต้บังคับบัญชาของชินอ๋องแม่ทัพใหญ่ผู้ห้าวหาญของแคว้นิเขาเคยติดตามทัพใหญ่ไปรบในแคว้นเว่ยและได้รบกับชนเผ่ามาบ้าง ไห่ฮ่าวอ่านคร่าวๆไปจนสะดุดกับชนเผ่าหนึ่ง
“คุณหนูสี่นี่ดูคล้ายคนในป่าเขาัที่เราเจอเลยขอรับ”เขาเลื่อนตำราที่กางออกให้กับชิงเว่ยเว่ย
นางกวาดสายตาไล่ตามตัวอักษรอย่างรวดเร็วข้อมูลชนเผ่าที่ถูกเขียนไว้ในตำราเล่มนั้นดูเหมือนพฤติกรรมที่พวกนางเพิ่งเจอในป่าเมื่อตอนเช้าคิ้วของนางขมวดเข้าหากัน “อืม...ดูมีเค้าอย่างมากคนพวกนี้อาศัยอยู่บนเขาชู่ชีเสียด้วย”
สองนายบ่าวหันมาสบตากัน“มิใช่ว่า......”
“ไม่ได้การล่ะหากว่าคนพวกนี้มาอาศัยป่าไข่ัเพื่อซ่อนตัวทำเื่ลับบางอย่างโดยที่อาจารย์หวังก็ไม่รู้เื่นี้อาจจะเป็ภัยร้ายต่อบ้านเมืองก็ได้”
ไห่ฮ่าวก็รู้สึกเช่นเดียวกับชิงเว่ยเว่ย“เราต้องหาจุดประสงค์ของพวกเขาให้เจอขอรับ”
“ใช่! แต่ว่านะไห่ฮ่าวข้ามีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีนัก” สีหน้าของเด็กหญิงดูอึมครึมลงไปหลายส่วน
“อย่างไรหรือขอรับ?”
“ข้ารู้สึกว่าชื่อเมืองชิงหลิงดูเหมือนจะปรากฏรายรอบข้าบ่อยเกินไปเกรงว่านี่จะเป็คลื่นเตือนเบาๆ หลายระลอกก่อนพายุใหญ่จะมาเยือน”
*************************