ไม่รอช้าไช่ซุนหลันยกของกุ้งก้ามแดงผัดกระเทียมลงแล้วเปลี่ยนเป็ภาชนะใส่อาหารที่จะไปส่งให้กับสมาชิกในครอบครัวที่ไร่ข้าวโพดจากนั้นก็ล้างหม้อแล้วต้มน้ำอีกครั้งเพื่อต้มกุ้งก้ามแดง เนื่องจากกุ้งก้ามแดงเป็สัตว์น้ำจืดและกินแพลงตอนเป็อาหารทำให้กุ้งก้ามแดงนี้มีพวกแบคทีเรียและปรสิตฉะนั้นแล้วการจะนำมาปรุงอาหารต้องทำให้สุกดี ไช่ซุนหลันจึงทำการลวกกุ้งกามแดงนานหน่อยระหว่างนั้นก็ทำน้ำจิ้มซีฟู๊ดรอ ข้อเสียของกุ้งก้ามแดงก็คือความคาว ยิ่งหากทำไม่ดีนั้นจะกินไม่ได้เลยหากจะใช้กุ้งก้ามแดงเป็วัตถุดิบจะต้องใส่เครื่องเทศเยอะๆ เพื่อกลบความคาวนั้น และน้ำจิ้มซีฟู้ดก็ถือว่าค่อนข้างตอบโจทย์เมื่อต้มกุ้งก้ามแดงเสร็จข้าวก็สุกพอดี
โดยปกติแล้วหากมีคนใดคนหนึ่งอยู่บ้าน คนๆนั้นต้องเป็ผู้ทำอาหารและนำมาส่งในแปลงไร่แปลงนาตอนเที่ยง และทุกคนต้องไปกินข้าวที่นั่นทั้งเด็กและผู้ใหญ่แต่เื่แบบนี้ก็ยกเว้นไช่ซุนหลันคนเดิมไว้ เพราะเธอไม่เคยย่างกลายไปที่นั่นเลย เมื่อบ้านหลี่มีอาหารก็ต้องแบ่งมันไว้ให้เธอยกเว้นวันไหนที่สะใภ้สามเป็คนทำอาหาร วันนั้นเ้าของร่างเดิมจะไม่ได้รับประทานอาหารโดยเื่นี้ไม่มีใครรู้มาก่อน และถึงเ้าของร่างเดิมจะพยายามบอกใครก็ไม่มีใครสนใจเธอเพราะทุกคนต่างก็เหน็ดเหนื่อยกับงานในแต่ละวันมากพอแล้ว
“หากไม่ได้กิน ก็ลุกขึ้นมาทำอาหารเองเสียสิ! มัวแต่งอมืองอเท้ารอคนมาประเคนให้จนเคยตัว”
นี่คือสิ่งที่เ้าของร่างเดิมได้ยินจากสะใภ้สามอยู่บ่อยๆ
“พี่สะใภ้ใหญ่ สะใภ้สี่คะ เราจะเอาอย่างไรดี ฉันสามารถเอาอาหารไปให้พ่อแม่และคนอื่นกินที่นั่นได้ก็จริงอยู่แต่พวกเธอที่อยู่ทางนี้จะกินกุ้งก้ามแดงเป็กันหรือเปล่าหากไม่มีฉัน” ไช่ซุนหลันถามสะใภ้ทั้งสองที่ตอนนี้กำลังสูดดมอาหารจานเด็ดอยู่
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปด้วยกันหมดนี่แหละ” สะใภ้สี่เสนอ
“พี่สะใภ้ใหญ่คะ พี่ยังกลัวคนอื่นอยู่ไหม?” ไช่ซุนหลันหันมาถามสะใภ้ใหญ่อย่างเป็กังวล
สะใภ้ใหญ่พยักหน้าเล็กน้อย ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ยังไม่ชินจิตใจเธอในตอนนี้รู้สึกว่าเธอสนิทกับไช่ซุนหลันมากที่สุด
“สะใภ้สี่ ฉันว่าเธอกับพี่สะใภ้ใหญ่รวมถึงเด็กๆ กินกันที่นี่เถอะค่ะเดี๋ยวฉันจะสอนกินเอง ส่วนฉันจะไปกินที่ไร่ข้าวโพดพร้อมคนทางนั้น” ไช่ซุนหลันตัดสินใจไม่ให้สะใภ้สี่ที่ท้องแก่ และสะใภ้ใหญ่ที่กลัวคนไปด้วย
“เจียงคุน ลูกไปตามพวกเสี่ยวหยานและคนอื่นๆ มาบอกว่าวันนี้ให้มากินข้าวที่นี่ไม่ต้องไปที่ไร่ข้าวโพด”
เจียงคุนและเซียงเฉิงขานรับก่อนจะรีบแจ้นไปหาเด็กที่เหลืออย่างกระตือรือร้น
“พี่ใหญ่ ไม่น่าเชื่อเลยเนอะว่าเ้ากุ้งก้ามแดงนั่นจะหอมขนาดนั้นน่ะ”ระหว่างทางเซียงเฉิงก็ชวนคุย
“ไอ้หอมก็หอมอยู่หรอก แต่ไม่รู้จะกินได้จริงๆ หรือเปล่า”ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ก็ใช่ว่าเขาจะมีทางเลือกมากมาย เแม่ของเขาให้ทางเลือกให้แค่สองทางนั่นก็คือจะกินหรือจะอดเท่านั้นเอง
ไม่นานเด็กๆ บ้านหลี่ก็มากันพร้อมหน้าพร้อมตาและไช่ซุนหลันก็เริ่มสอนวิธีการกินให้ซึ่งมันก็ไม่ได้ยากอะไรเลยเพราะว่าพวกเปลือกกุ้งก้ามแดงนั้น เธอและสองสะใภ้ก็เอามันออกแล้ว
“เด็กๆ พวกเธออย่าจิ้มน้ำจิ้มถ้วยนี้นะมันเผ็ดและมีรสชาติจัดจ้านมากเอาสองถ้วยนี้ไปนี่เป็ของจิ้มสำหรับพวกเธอ” ไช่ซุนหลันนำซีอิ๊วและน้ำจิ้มสุกี้รสหวานมาให้เด็กๆใช้จิ้มแทน
ทีแรกแต่ละคนก็ไม่กล้ากินแต่เพราะทนกลิ่นหอมที่ยั่วยวนไม่ไหวแต่พอได้ลองชิมแล้วแต่ละคนกลับไม่มีใครวางตะเกียบเลย โดยเฉพาะสะใภ้สี่ที่รู้สึกว่าน้ำจิ้มซีฟู๊ดมันเปรี้ยวปากและอร่อยมาก
“เอาล่ะ ฝากพี่สะใภ้ใหญ่และสะใภ้สี่ดูแลเ้าสามของฉันกับโกวต้านด้วยนะคะฉันต้มข้าวกับเนื้อกุ้งก้ามแดงไว้เป็อาหารของเด็กสองคนแล้ว”
จากนั้นไช่ซุนหลันก็รีบสาวเท้ายาวๆ มุ่งหน้าไปที่ไร่ข้าวโพดเพราะนี่ก็ถึงเวลาพักแล้วคนทางนั้นน่าจะหิวกันมาก ไช่ซุนหลันแอบนำน้ำเย็นๆ มาด้วย การทำงานร้อนๆ แล้วได้กินน้ำเย็นช่วยคลายร้อนได้ดีนักแล
เหล่าเยาวชนผู้มีการศึกษาและชาวบ้านล้วนมองมาที่ไช่ซุนหลันเป็ตาเดียว
ทางฝั่งผู้ชายก็กระซิบกันว่า “นั่นลูกสาวบ้านไหนกัน สวยมากเลย ผิวก็ดี ทำไมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยนะ”
ส่วนทางเยาวชนผู้มีการศึกษาฝ่ายหญิงก็มีทั้งสายตาชื่นชมและอิจฉาไม่ต่างจากหญิงสาวชาวบ้านที่ตากแดดตากลมทำไร่อยู่ในตอนนี้
“โอ้ว เป็เธอรึสะใภ้รอง ฉันคิดว่าสะใภ้สี่จะเป็คนมาเสียอีกแล้วนี่เด็กๆ ล่ะเห็นเด็กพวกนั้นบ้างหรือเปล่า?” แม่หลี่ถามพลางมองหาเด็กบ้านหลี่เพราะครอบครัวอื่นในตอนนี้ต่างตั้งวงกินอาหารกันแล้ว
“พวกเด็กกินอาหารที่บ้านกับสะใภ้สี่และสะใภ้ใหญ่ค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะฉันขอโทษที่มาสายนี่เป็อาหารมื้อกลางวันวันนี้ค่ะ” พูดจบไช่ซุนหลันก็เอาอาหารที่ทำจากกุ้งก้ามแดงออกมาให้ทุกคนได้ยลโฉม
“นี่มัน!..” สะใภ้สามถึงกับร้องเสียงหลงแล้วรีบปิดปาก
แต่ไม่ทันเสียแล้วเพราะเสียงร้องของเธอนั้นดังจนคนทั้งฝ่ายผลิตได้ยิน
“กุ้งปีศาจ ทำไมเธอเอากุ้งปีศาจมาทำอาหารล่ะ เธอ้าอะไรพี่สะใภ้รอง!!!เธอไม่รู้เหรอว่ากุ้งนี้ปีศาจเป็คนเอามาปล่อย” สะใภ้สามที่โมโหหิวจากการที่ทำงานจนเหนื่อยก็ะโใส่หน้าไช่ซุนหลันอย่างเหลืออด
“นี่สะใภ้สาม เธอไม่รู้เหรอว่าความเชื่อผิดๆ แบบนี้มันเป็ส่วนหนึ่งของศักดินาเก่า!ภูติผีปีศาจมันมีที่ไหนกัน อย่าไปพูดที่ไหนเข้าล่ะ ไม่อย่างนั้นทหารแดงมาจับตัวไม่รู้ด้วยนะ”
ชาวบ้านที่กำลังแตกตื่นกับอาหารที่ไช่ซุนหลันนำมานั้นก็พลันปิดปากแน่นสนิท
“ฉัน...ฉันไม่ได้หมายถึงอย่างนั้นเสียหน่อยถึงมันจะไม่เกี่ยวกับปีศาจแต่ใครเขาก็รู้กันทั้งนั้นว่ากุ้งก้ามแดงมันกินไม่ได้ คาวจะตาย!”สะใภ้สามเถียงต่อข้างๆ คูๆ
“แล้วแต่เธอเลย เธอจะไม่กินก็ตามใจเธอ ฉันจะบอกอะไรให้นะสะใภ้สามตอนนี้ทั้งต้าเหมากับจางซีกำลังกินกุ้งก้ามแดงที่บ้านอย่างเอร็ดอร่อยเลยล่ะ”ไช่ซุนหลันกอดอกเชิดหน้าไม่สนใจสะใภ้สามที่ขี้โวยวายคนนี้
“นี่เธอกล้าให้ลูกฉันกินของพวกนี้อย่างนั้นเหรอห๊ะ!?คุณคะ คุณได้ยินพี่สะใภ้รองพูดไหม ต้าเหมาของเราต้องมากินอะไรแบบนี้มันจะเกินไปแล้วนะคะ” สะใภ้สามเขย่าแขนฟ้องหลี่เซิน แต่หลี่เซินก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไร
“ก็ใช่น่ะสิ ทำไมล่ะ กุ้งก้ามแดงมันไม่ดีตรงไหน ฉันจะไม่พูดซ้ำแล้วนะคะใครจะกินก็นั่งลง ไม่กินก็ทนหิวต่อไปนี่แหละ” หลังจบคำพูด ไช่ซุนหลันก็นั่งลงบนเสื่อของบ้านหลี่แล้วจัดการตักข้าวขาวในส่วนของตนจากนั้นก็ราดกุ้งก้ามแดงโปะลงบนข้าวสวยร้อนๆ แล้วกินอย่างไม่สนใจใคร กลิ่นกุ้งก้ามแดงผัดกระเทียมส่งกลิ่นหอมไปกระจายไปทั่วบริเวณจนมีบางคนนั้นสูดกลิ่นหอมนั้นแล้วกินคู่กับพวกแผ่นแป้งและหัวมันเทศ
ท้องของพ่อหลี่ส่งเสียงประท้วงจนพ่อหลี่เริ่มทนไม่ไหวเขาเริ่มนั่งลงใกล้ๆ ไช่ซุนหลันก่อนจะตักข้าวสวยใส่จานตัวเองและเริ่มลองกินกุ้งก้ามแดงผัดกระเทียมฝีมือลูกสะใภ้รองเขานั้นพยายามคิดเข้าข้างตัวเองว่าถึงสิ่งนี้จะกินไม่ได้ แต่อย่างน้อยเขาก็ได้กินข้าวชั้นดีเป็อาหารมื้อเที่ยง
ทันทีที่ได้กินลงไปััแรกมันช่างเลิศรสจนพ่อหลี่ถึงกับหลับตาพริ้ม
“มันอร่อยมาก!” แม้เสียงของพ่อหลี่จะไม่ดังเท่าตอนที่สะใภ้สามโวยวายแต่เพราะหลายคนกำลังจดจ่ออยู่กับท่าทีของพ่อหลี่ ทำให้เสียงนั้นได้ยินโดยถ้วนทั่ว แม้กระทั่งหัวหน้าฝ่ายผลิตพ่อเฒ่าจางเจียงเกิงและเลขาธิการพรรคของฝ่ายผลิตโจวเหลาเอ้อก็ทนเก็บความสงสัยและความอยากรู้อยากลองไม่ไหว
กุ้งก้ามแดงผัดกระเทียม
