“คุณมีแฟนรึยังคะ?” ดารันสงสัยจริง ๆ ว่าผู้กองยังโสดอยู่ เหมือนที่พวกลูกน้องเขาพูดกันหรือเปล่า ‘ก็แค่อยากรู้ ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้นเลยจริง ๆ นะ จริง จริ๊ง'
“เคยมีครับ” รฐนนท์ละสายตาจากดารัน หันไปมองธรรมชาติด้านหน้า ครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยตอบ
“อืม ... เคยมี แสดงว่าตอนนี้ไม่มี ที่ถามเนี่ยก็แค่สงสัยน่ะค่ะ ตอนที่คุณอยู่ใต้ยิ่งต้องเสี่ยงอันตรายแทบทุกวัน ต้องอยู่ไกลกันด้วยแล้วจะมีเวลาให้คนรักได้ยังไง คนที่จะมาเป็แฟนคนแบบคุณได้ คงต้องเป็ผู้หญิงที่พิเศษมากสินะคะ” ดารันเผลอนึกไปถึงชายหนุ่มอีกคนไม่รู้ว่าตอนนี้เขาเป็อย่างไรบ้าง นี่ขนาดเธอไม่ได้เป็อะไรกับเขายังอดห่วงไม่ได้
“แล้วคุณล่ะ!... อยากเป็ผู้หญิงที่พิเศษแบบนั้นบ้างไหมครับ” ผู้กองรฐนนท์พูดโดยไม่หันมามองคนฟังที่ตอนนี้กำลังจ้องมองเข้าอยู่ด้วยดวงตากลมโตเป็ประกาย ฉายแววสงสัยอยู่ในที ดารันไม่คิดว่าจะถูกถามกลับด้วยประโยคนี้ หากเธอคิดเข้าข้างตัวเองก็คงคิดว่าเขากำลังโยนหินถามทางเธออยู่ และมันก็ทำให้เธอใจเต้นแรงขึ้นมาได้เหมือนกัน
“อืม...ถ้าถามว่าอยากเป็ไหม ฉันว่าคงไม่มีใครอยากเป็หรอกค่ะ เพราะถ้าคำว่าพิเศษคือ ต้องทนคิดถึงให้ได้มากกว่าคนอื่น ต้องเข้มแข็งตอนที่อยู่คนเดียวให้มากกว่าคนอื่น ต้องทนต่อความเ็ปให้ได้มากว่าคนอื่น เมื่อคนที่เรารักจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ถ้าเป็ความพิเศษแบบนี้ ฉันก็ไม่อยากเป็หรอกค่ะถ้าเลือกได้นะ แต่ถ้า...” ดารันพูดยังไม่ทันจบก็ต้องหยุดชะงักเพราะได้ยินเสียงเรียกของหมวดอาทิตย์ดังมาแต่ไกล ทั้งคู่จึงต้องหยุดการสนทนาโดยปริยาย
“พี่นนท์ ครูรัน ครับ หัวหน้าหมู่บ้านให้มาเรียก เรากำลังจะไปที่ลำห้วยกันแล้วครับ ตามมาเลยนะครับ” หมวดอาทิตย์ะโบอก จากนั้นก็เดินนำไปก่อน
“ไปค่ะ เดี๋ยวไม่ทันเค้า” ดารันออกวิ่งตามหมวดอาทิตย์ไป แต่รฐนนท์กลับรู้สึกไม่อยากไปเสียแล้ว เขายังอยากฟังเธอพูดต่อ อยากรู้ว่าเธอจะคิดอย่างไรกับเื่นี้ แล้วถ้าเป็เธอ จะรับสภาพผู้หญิงพิเศษแบบนั้นได้หรือไม่
“อ่าว เร็วสิคะ ผู้กอง เดี๋ยวก็ตามไม่ทันกันพอดี” ดารันหันมาะโเรียกเมื่อไม่เห็นผู้กองหนุ่มไม่ตามมาสักที
“ครับ ๆ ผมไม่หลงหรอกน่า” รฐนนท์พูดพร้อมกับลุกขึ้นจากม้านั่งแล้วเดินตามดารันไป แค่เขาเดินก็จะทันเธอที่วิ่งเหยาะ ๆ ไปอยู่แล้วเพราะเขาเป็คนเดินเร็วอาจจะด้วยการทำงานต้องเดินบ่อย ๆ ก็เป็ได้
เมื่อมาถึงลำห้วย ดารันเห็นชาวบ้านที่เป็ผู้ชายกำลังช่วยกันสร้างฝายโดยใช้ไม่ไผ่ปักเป็เสาขวางทางน้ำเอาไว้แล้วช่วยกันขนก้อนหินเข้าไปวางด้านในระหว่างไม้ไผ่ที่ทำเป็ช่องเอาไว้ใส่หิน แค่นี้ก็จะทำให้น้ำผ่านไปได้ช้าลงแล้ว พวกตำรวจพลร่มตชด. ช่วยชาวบ้านตัดไม้ไผ่สำหรับทำเสาผูกเชือกร้อยเอาไว้ด้วยกันเพื่อความแ่า ดารันช่วยชาวบ้านขนก้อนหินกับเด็ก ๆ ที่มาดูการสร้างฝายนี้อยู่หลายคน ซึ่งก็ล้วนแต่เป็เด็กที่เรียนอยู่โรงเรียนตชด.ที่เธอจะต้องสอนทั้งนั้น เธอจึงได้ทำความรู้จักและสามารถเรียกคะแนนจากเด็ก ๆ ได้เยอะเลยทีเดียว
หลังจากทำฝายชะลอน้ำเสร็จก็เป็เวลาเย็นแล้ว ผู้กองรฐนนท์จึงกล่าวลาหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อขอตัวกลับฐาน แต่ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป ลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาแจ้งข่าวว่า ตอนที่เขาออกไปหาของป่าเขาได้พบกับพวกลักลอบตัดไม้เข้า จึงรีบกลับออกมาเพื่อแจ้งตำรวจ ก็พอดีกับรู้ว่าพวกตำรวจพลร่มตชด.มาที่นี่ ผู้กองรฐนนท์สอบถามรายละเอียดจากลูกชายหัวหน้าหมู่บ้านอยู่เป็เวลานาน จากนั้นเขาจึงวิทยุไปขอกำลังเสริมจากฐาน และประสานงานไปยังป่าไม้เพื่อสนธิกำลังกันเข้าสำรวจพื้นที่เร่งด่วนในคืนนี้
“ครูรันครับ เราคงกลับลงไปที่ฐานไม่ได้แล้ว เพราะกว่าจะไปกลับคงไม่ทันการ คืนนี่คุณคงต้องนอนค้างที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านก่อนนะครับ มีเมียกับลูกของแกอยู่ ส่วนพวกเรา กับหัวหน้าหมู่บ้านแล้วก็ลูกชายแกจะเข้าป่ากัน” ผู้กองรฐนนท์บอกกับดารันเมื่อสั่งงานลูกทีมเรียบร้อยแล้ว
“คุณอยู่ได้ใช่ไหม” ผู้กองหนุ่มจับที่ไหล่ทั้งสองข้างของหญิงสาวพร้อมกับโน้มตัวลงไปให้ใบหน้าของเขาอยู่ในระดับเดียวกับใบหน้าเธอ สายตาจองมองลึกลงไปในดวงตาเธอและถามด้วยความเป็ห่วง กลัวว่าเธอจะไม่คุ้นเคยกับที่นี่แล้วจะอยู่ไม่ได้ เพราะที่นี่ไม่มีไฟฟ้า ให้ใช้ด้วย และเขายังสังเกตุเห็นว่าสีหน้าดารันมีความกังวลอยู่ไม่ใช่น้อย เช่นเดียวกับตัวเขาเองที่รู้สึกเป็ห่วงคนตัวเล็กตรงหน้าอยู่มากเช่นกัน
“ค่ะ ฉันอยู่ได้ ไปทำงานของคุณเถอะ” ดารันรับคำ ทั้งที่ยังไม่ค่อยมั้นใจในตัวเองสักเท่าไร แต่ก็ไม่อยากให้ผู้กองหนุ่มเป็กังวลกับเธอมากนัก จึงอยากพูดให้เขาสบายใจขึ้นจะได้ไม่ห่วงหน้าพะวงหลัง
“ฉันเก่งนะ เคยเข้าค่ายลูกเสือ เนตรนารีมาแล้วด้วย แค่นี้ สบายมากค่ะ แถมยังมีคนอยู่เป็เพื่อนอีก ไม่ต้องห่วงหรอก คุณเองก็ระวังตัวด้วยนะคะ ฉันจะรอคุณอยู่ที่นี่ค่ะ” ดารันส่งยิ้มหวานให้กับรฐนนท์ ชายหนุ่มจ้องมองเธออยู่สักพักเหมือนจะจับสังเกตุว่าเธอพูดจริงไหม จากนั้นจึงปล่อยมือจากไหล่ของเธอ
ดารันเดินไปหาภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านที่เพิ่งคุยกับสามีของเธอเสร็จ แน่นอนว่าคงจะมีเื่ที่ดารันจะค้างที่นี่ด้วย หลังจากนั้นดารันกับภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านและลูกสาว ก็พากันเดินกลับไปยังบ้านที่จะใช้เป็ที่พักของดารันในคืนนี้ โดยมีรฐนนท์มองตามเธอไปจนลับสายตา คำว่า"ฉันจะรอคุณ" มันกำลังดังก้องอยู่ในหัวของเขาและยังทำให้หัวใจเขาเต้นแรงด้วยความรู้สึกบางอย่างที่มันเริ่มจะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
หลังจากที่ทานข้าวเย็นกันเสร็จ ดารันนั่งคุยเล่นกับภรรยาของหัวหน้าหมู่บ้านและลูกสาวได้สักพัก ก็พากันเข้านอน แต่ดารันกลับนอนไม่หลับ อาจเป็เพราะชาวบ้านที่นี่เขาเข้านอนกันเร็วเกินไป เธอจึงไม่ชินกับเวลา ดูจากนาฬิกาก็เพิ่งจะสองทุ่มเอง แต่เธอไม่มีอะไรทำ มือถือก็เล่นไม่ได้เพราะไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตและกลัวแบตเตอรี่จะหมด ไฟฟ้าไม่มีต้องจุดตะเกียง แสงไฟที่ส่องจากตะเกียงไม่ได้สว่างมากมาย ทำให้ภายในบ้านดูมืดสลัว ๆ
บ้านหลังนี้มีห้องนอนห้องเดียว เธอเองนอนด้านนอกห้องซึ่งมีมุ้งกางไว้เพื่อกันยุง ที่นอนเป็ที่นอนยัดนุ่นสามารถพับได้เป็ 3 ท่อน ถือว่านุ่มใช้ได้ อากาศตอนนี้เย็นกำลังดี ดารันนอนพลิกตัวไปมาบนที่นอน ไม่ยอมหลับสักที สมองก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อย ทั้งกลัวผี ทั้งเป็ห่วงพวกที่เข้าป่าไปด้วย เป็นานกว่าเธอจะผล็อยหลับไปในที่สุด
“คุณ ...ตื่นได้แล้ว ครูรัน!” รฐนนท์พยายามปลุกดารันให้ตื่น หลังจากที่เขากลับมา แล้วพยายามเรียกเธอไปหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าคนที่ถูกเรียกจะมุดออกมาจากมุ้งเลย จนเขาเองต้องเข้ามาปลุกเธอถึงในมุ้งนี่
“อืม ...เช้าแล้วเหรอคะ ยังง่วงอยู่เลยอ่า.... ขอนอนต่ออีกแป๊บน้า......อื้อ....” ดารันพูดเสียงอู้อี้เพราะความง่วง แถมยังปัดมือของรฐนนท์ที่กำลังเขย่าตัวเธอออก เมื่อคืนกว่าเธอจะนอนได้ก็เล่นเอาดึก แถมเ้าตัวยังคิดว่าตอนนี้กำลังนอนอยู่ที่บ้านเสียอีก
“เฮ้อ ....” ผู้กองหนุ่มถอนหายใจเสียงดัง เหนื่อยใจกับคนนอนขี้เซาปลุกเท่าไรก็ไม่ยอมตื่น นี่ถ้าเป็ลูกน้องของเขาจะสั่งลงโทษเสียให้เข็ด พวกเขายังไม่ได้นอนกันทั้งคืน แต่ดูเธอสิกลับนอนอย่างมีความสุข ไม่คิดเป็ห่วงกันบ้างเลย
“ครูรันครับ เราต้องกลับกันแล้ว รีบตื่นเร็วเข้า! ถ้าคุณไม่ตื่นผมจะทิ้งคุณไว้ที่นี่แล้วนะ!” รฐนนท์โน้มตัวลงไปพูดข้างหูของดารัน จนทำให้เ้าตัวที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ใตื่นขึ้นมาทันที
“อ่าว คุณนะเอง กลับกันมาแล้วเหรอคะ” ดารันถามเมื่อลืมตาขึ้นมองก็เห็นว่าคนที่มาะโข้างหูของเธอ จนเธอต้องใตื่นคือผู้กองนี่เอง
“ครับ กลับมาได้สักพักละ เดี๋ยวเราต้องรีบกลับกันแล้วนะครับ คุณไปล้างหน้าล้างตาก่อนสิ” รฐนนท์บอกหญิงสาวที่กำลังเอามือขยี้ตาอยู่ ข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างปิดปากที่กำลังหาวอยู่
“เอ๊ะ! คุณาเ็เหรอ ที่ไหล่คุณมีเืออกนี่คะ” เมื่อลืมตาได้เต็มที่ ดารันจึงค่อยสังเกตุเห็นที่หัวไหลของชายหนุ่ม เสื้อมีรอยฉีกขาดและมีเืติดเสื้ออยู่ ขณะที่เขากำลังจะมุดมุ้งออกไปด้านนอก เธอจึงดึงแขนเขาเอาไว้
“อืม ...ได้แผลนิดหน่อยครับ ะุแค่ถาก ๆ ไม่เป็ไรมากหรอก” รฐนนท์บอกกับดารัน ตอนที่ไปลาดตระเวนเพื่อจับกุมพวกลักลอบตัดไม้ ได้เกิดการประทะกันจนทำให้เ้าหน้าที่หลายคนได้รับาเ็เล็กน้อย รวมทั้งเขาด้วย ส่วนคนร้ายถูกจับได้ส่วนหนึ่ง แต่มีบางคนที่หนีรอดไปได้ ตอนนี้เ้าหน้าที่ที่ได้รับาเ็ก็กำลังทำแผลกันอยู่ด้านล่างของบ้าน
“ฉันว่าทำแผลก่อนดีกว่านะคะ เดี๋ยวฉันทำให้ คุณคงไม่ถนัดเพราะเป็ด้านขวา รอแป๊บนะคะ” ดารันรีบไปหยิบกล่องยาที่เหลือจากการแจกจ่ายให้ชาวบ้านเมื่อวาน ที่เธอเอามาให้หัวหน้าหมู่บ้านด้วยเพื่อมาทำแผลให้รฐนนท์
“ผมทำเองได้ ไม่รบกวนคุณดีกว่า” ผู้กองรฐนนท์ออกมานั่งอยู่ด้านนอกมุ้งพร้อมกับรับกล่องยาจากดารันเพื่อเปิดเอาของด้านในออกมา
“อย่าดื้อสิคะ มาค่ะ ฉันช่วย คราวก่อนคุณก็ช่วยทำแผลให้ฉันเหมือนกัน คราวนี้ให้ฉันช่วยคุณบ้างจะเป็ไรไป ฉันรู้ค่ะว่าคุณเก่ง แต่บางเื่เราให้คนอื่นช่วยบ้างก็ได้นะคะ” ดารันค่อย ๆ ดึงแขนเสื้อของรฐนนท์ขึ้นแต่ทำไม่ได้เพราะกล้ามต้นแขนของเขาใหญ่เกินไป พอดึงคอเสื้อลงมาก็ยังมองไม่เห็นแผลซึ่งอยู่ตรงไหลของเขาอีกอยู่ดี
เธอจึงบอกให้เขาถอดเสื้อออก เพราะคงง่ายกว่าการหากรรไกรมาตัดเสื้อเป็แน่ รฐนนท์ชงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะทำตามที่ดารันบอก ดารันเองพยายามจะไม่มองคนตัวโตที่กำลังถอดเสื้อ แต่ก็ยังแอบมองเห็นกล้ามหน้าท้องของเขาอยู่นิดหน่อย ‘แหมมซ่อนรูปเหมือนกันนะ’ ดารันคิดในใจ ก่อนที่เธอจะหันไปสนใจแผลที่อยู่ที่ต้นแขนของเขาแทน
“เจ็บมากไหมคะ ดีนะที่แผลไม่ใหญ่ แต่คงจะเจ็บหน้าดู” ดารันเช็ดเืแห้ง ๆ รอบแผลออกล้างทำความสะอาดแผลแล้วก็ใส่ยา เธอไม่ลืมที่จะเป่าแผลให้ตอนใส่ยาเหมือนที่ผู้กองหนุ่มเคยทำให้เธอเช่นกัน
“ไม่เจ็บเท่าไหร่หรอกครับ พอทนได้” รฐนนท์ตอบ ขณะที่สายตาของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าขาวนวลปราศจากเครื่องสำอางของดารัน แต่ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่อยากละสายตาจากเธอเลย เหมือนว่าใบหน้านั้นมีสิ่งที่เขา้าที่จะค้นหาให้เจอ การได้มองหน้าคนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้าทำให้เขาลืมความเจ็บจากาแที่ได้รับไปชั่วขณะหนึ่งเลยทีเดียว
“เสร็จแล้วค่ะ เห็นไหมฉันทำเบา ๆ ไม่เจ็บนะ” ดารันเงยหน้าจากแผลที่เธอเพิ่งจะพันผ้าทำแผลเสร็จ สายตาของเธอจึงปะทะเข้ากับสายตาคมกริบของเขาเข้า ทำเอาเธอต้องหลบสายตาลงต่ำ มองไปที่หน้าอกของเขาแทน แต่มันกลับทำให้เธอเห็นอะไรบางอย่างที่น่าตื่นใมากกว่า
“เอ๊ะ! นี่มัน...”