เส้นผมยาวสยายที่พันกันเป็ก้อนสางไม่ออก กรงเล็บสีดำสนิทแหลมคม และเขี้ยวบิ่นๆ ที่ดูวิปริตผิดมนุษย์... ทั้งหมดนี้คือเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เด่นชัดที่สุดของ แม่เฒ่าปีศาจ
หากอยู่บนบก ฝีมือการต่อสู้ของพวกมันอาจยังเทียบไม่ได้กับผีดิบกินซากเสียด้วยซ้ำ แต่เมื่อใดที่เท้าของมันเหยียบย่างลงไปในบึงโคลน พลังรบจะพุ่งทะยานขึ้นเป็สองเท่าทันที ถึงขั้นที่สามารถฟัดเหวี่ยงกับจระเข้ั์บึงมรณะได้อย่างสูสี และในบรรดาเผ่าพันธุ์แม่เฒ่าปีศาจที่มีอายุยืนยาวมาั้แ่สมัยโบราณ มักจะมีหัวหน้าเผ่าระดับสูงบางตนที่วิวัฒนาการจนสามารถควบคุมพลังแห่งธาตุได้ปรากฏตัวขึ้นมาด้วย ซึ่งสติปัญญาของเ้าพวกนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ฝึกหัดเวทมนุษย์เลยแม้แต่น้อย
อาจกล่าวได้ว่า หากสังคมจอมเวทยินยอมมอบโอกาสและสถานะที่เหมาะสมให้กับหัวหน้าเผ่าเหล่านี้ การที่จะถือกำเนิดจอมเวทเผ่าแม่เฒ่าปีศาจขึ้นมาสักตนสองตนก็ไม่ใช่เื่เพ้อฝัน
น่าเสียดายที่ในโลกนี้ มนุษย์จอมเวทได้ผูกขาดสถานะผู้ปกครองสูงสุดไว้อย่างเบ็ดเสร็จ การวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์อื่นจึงถูกกดขี่และกวาดล้างอย่างหนักหน่วง ต่อให้แม่เฒ่าปีศาจจะฉลาดปราดเปรื่องเพียงใด เมื่ออยู่ต่อหน้าจอมเวทผู้สูงส่ง พวกมันก็เป็ได้เพียงหนูทดลองที่ฆ่าทิ้งได้ตามอำเภอใจ หรือเป็เพียงวัตถุดิบปรุงยาอันล้ำค่าเท่านั้น
ทว่าวันนี้... ความสงบสุขในเขตที่อยู่อาศัยของแม่เฒ่าปีศาจแห่งบึงมรณะ ได้ถูกทำลายลงโดยผู้บุกรุกสองคน
ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง พุ่งทะลวงเข้ามาในเขตบึงอย่างอุกอาจ
ชายหนุ่มที่วิ่งนำหน้าเห็นได้ชัดว่าเป็ผู้ฝึกหัดเวทจากหอคอยจอมเวทเสียดฟ้า นอกจากชุดคลุมผู้ฝึกหัดที่โดดเด่นแล้ว คลื่นพลังเวทจากเครื่องรางประจำตัวก็แผ่ออกมาชัดเจน ปกติแล้วพวกผู้ฝึกหัดมักวางก้ามเป็สมุนรับใช้จอมเวทที่น่ารังเกียจ แต่วันนี้กลับกลายเป็เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ต้องหนีหัวซุกหัวซุน
เขาอาศัยแรงพยุงตัวจากธาตุลม วิ่งตะกุยผิวน้ำโคลนอย่างทุลักทุเล เดี๋ยวจมเดี๋ยวลอย ปากก็ะโโหวกเหวกโวยวายท้าทายมัจจุราชไปตลอดทาง
"ซิมบ้า! แกไอ้ตัวน่าสมเพชที่เอาแต่ซ่อนหัวอยู่ในโคลนเน่าๆ... รีบโผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้นะโว้ย! ซิมบ้า... แกมันก็แค่ทากดูดเื... มอนสเตอร์โคลนสวะ!"
กล่าวได้ว่า บึงโคลนทั้งบึงถูกเ้าตัวแสบที่ลากเอาหายนะตามหลังมาด้วยคนนี้ กวนจนเละเทะเหมือนโจ๊กไปหมดแล้ว
แม่เฒ่าปีศาจชั้นเลวไม่ได้มีสายตาเฉียบคมนัก ทันทีที่ได้กลิ่นอายคนแปลกหน้า พวกมันก็พากันตะเกียกตะกายขึ้นมาจากบึงโคลน โผล่ร่างอันน่าเกลียดน่ากลัวขึ้นเหนือผิวน้ำเน่าเหม็น พยายามจะคว้าจับขาของกริมที่วิ่งเฉียดผ่านไปเพื่อลากเขาลงมาเป็อาหาร
ภาพที่เห็นจึงกลายเป็ว่า ด้านหลังของกริมที่กำลังวิ่งหน้าตั้ง มีแขนจำนวนมหาศาลผุดขึ้นมาจากผิวน้ำราวกับป่าดงดิบมรณะ โบกสะบัดไขว่คว้าไปมาอย่างบ้าคลั่ง แม่เฒ่าปีศาจแต่ละตนที่ถูกเขาล่อลวงขึ้นมา ต่างพากันไล่กวดเขาไปอย่างโซซัดโซเซ
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของกริมไม่ใช่พวกชั้นต่ำเหล่านี้ ต่อให้ลากพวกมันออกมาหมดทั้งบึง ก็ไม่มีทางหยุดยั้งยัยโลลิตัวอันตรายที่ไล่กวดอยู่ข้างหลังได้ ในบึงโคลนแห่งนี้ สิ่งเดียวที่พอจะทำให้ อลิซ รู้สึกครั่นคร้ามได้บ้าง น่าจะมีเพียงแค่เ้านั่น... ซิมบ้า!
อลิซอาศัยสัญชาตญาณพร์ ลอยตัวอยู่กลางอากาศสูงจากพื้นยี่สิบเมตร มองดูคลื่นโคลนสกปรกและน้ำเน่าที่กระเซ็นไปทั่วเบื้องล่าง ความโกรธเคืองบนใบหน้าจิ้มลิ้มก็ยิ่งทวีความรุนแรง
"ไอ้เด็กเหลือขอข้างล่างนั่น ฟังนะ... เลิกวิ่งพล่านไปทั่วซะที... ขอแค่แกยอมพาฉันไปที่หอคอยนั่นแต่โดยดี ฉันรับรองว่าจะไม่ทำร้ายแกแม้แต่ปลายเล็บ!"
กริมะโสวนกลับโดยไม่หันมามอง "ใช่สิ! เธอจะไม่ทำร้ายฉันแม้แต่ปลายเล็บ แต่คงจะหั่นฉันเป็แปดชิ้นแทนล่ะสิ... ลูกไม้หลอกเด็กอนุบาลแบบนี้อย่าเอามาใช้เลย... แน่จริงก็จับฉันให้ได้ก่อนสิโว้ย!" พูดจบเขาก็ยืดคอะโเรียก "ซิมบ้า! ซิมบ้า!" มั่วซั่วไปอีกชุดใหญ่
"แกนี่มันรนหาที่ตาย... ไอ้เด็กเวร อย่าให้ฉันจับได้นะ... ถ้าแกตกอยู่ในมือฉัน..."
"เธอจะทำอะไรฉันล่ะ? นึ่งมะนาว? น้ำแดง? หรือจะจับล้างน้ำแล้วกินสดๆ? ยังไงซะพวกนางมารอย่างพวกเธอก็เป็ตัวประหลาดกันทั้งนั้นแหละ... เมื่อวานเพิ่งจะโดนนางมาร แมรี่ ทรมาน วันนี้ก็มาโดนยัยโลลิไม่รู้จักโตไล่ฆ่าอีก ป๋าละซวยบัดซบ..."
คำพูดรัวเป็ชุดดั่งปืนกลของกริมยังไม่ทันจบ เขาก็รู้สึกถึงแรงรัดตึงที่ข้อเท้า เถาวัลย์ยาวเส้นหนึ่งพุ่งขึ้นจากบึงม้วนพันขาเขาทั้งสองข้างไว้แน่น ทำให้เขาเสียสมดุลจากแรงพยุงธาตุลม หน้าทิ่มจมลงไปในบึงน้ำเน่าทันที
ขณะที่กริมกำลังตะเกียกตะกายดิ้นรน แม่เฒ่าปีศาจร่างใหญ่โตกำยำตนหนึ่ง ซึ่งขี่อยู่บนหลังสัตว์ประหลาดคล้ายจระเข้ั์ ก็ค่อยๆ ลอยตัวขึ้นมาจากใจกลางบึง
ผมเผ้ารุงรัง กรงเล็บดำเป็มันวาว เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ิัซีดขาวแข็งกระด้างดั่งหนังวัว และร่างกายผอมแห้งจนเห็นโครงกระดูก... หัวหน้าเผ่าแม่เฒ่าปีศาจที่ปรากฏตัวขึ้นนี้ ในมือถือแส้ยาวถักจากเถาวัลย์ นั่งสง่าอยู่บนหลังมอนสเตอร์ดุร้าย ช่วยเสริมบารมีให้ดูน่าเกรงขามยิ่งนัก
"ซิมบ้า! ซิมบ้า... ในที่สุดแกก็โผล่หัวออกมา... รีบจับตัวฉันไปเร็วเข้า! ั้แ่นี้ไป ฉันเป็คนของแกแล้ว!..." กริมที่ลอยคออยู่ในน้ำเน่า พอเห็นหัวหน้าเผ่าหน้าตาอัปลักษณ์ ก็รีบพุ่งเข้าหาด้วยสีหน้าดีใจจนออกนอกหน้า ราวกับเจอญาติสนิทที่พลัดพราก
ท่าทีของไอ้เด็กมนุษย์ที่มักมาลักพาตัวลูกหลานของมันไปเป็ประจำ ทำเอาหัวหน้าเผ่าซิมบ้าถึงกับงุนงง เดิมทีมันตั้งใจจะพุ่งออกมาขย้ำผู้ฝึกหัดเวทด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ตอนนี้กลับยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก
สถานะของผู้ฝึกหัดเหล่านี้ แม่เฒ่าปีศาจชั้นต่ำอาจไม่เข้าใจ แต่ระดับหัวหน้าเผ่าอย่างมันรู้ดีที่สุด
นับั้แ่หอคอยถูกสร้างขึ้น ที่แห่งนี้ก็ไม่ได้เป็อาณาเขตของพวกมันอีกต่อไป พวกมันถูกลดสถานะจากเ้าของบึงกลายเป็เพียงสุนัขเฝ้าบ้าน คอยขับไล่แขกไม่ได้รับเชิญให้เหล่าจอมเวท
แม้จะคับแค้นใจ แต่พวกมันก็รู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของจอมเวท จึงทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับความจริง ปล่อยให้ผู้ฝึกหัดเวทเข้ามาเพ่นพ่าน หรือแม้แต่ลักพาตัวพวกพ้องไปทดลอง มันก็ต้องแกล้งทำเป็มองไม่เห็น
แต่วันนี้... ไอ้เด็กเวรนี่มันลามปามเกินไป บุกเข้ามาถึงใจกลางรัง แถมยังะโเรียกชื่อมันปาวๆ จะไม่ให้โกรธได้อย่างไรไหว!
เมื่อมองดูเด็กหนุ่มผิวพรรณเกลี้ยงเกลาที่ว่ายเข้ามาหาถึงที่ ซิมบ้าก็ไม่อาจระงับสัญชาตญาณดิบได้อีกต่อไป มันยื่นกรงเล็บปีศาจหมายจะควักหัวใจของเ้าเด็กนี่มาเคี้ยวเล่นเป็ของว่าง
แต่ทว่า... ก่อนที่กรงเล็บจะััเป้าหมาย ซิมบ้าพลันััได้ถึงจิตสังหารรุนแรงจนขนลุกชัน มันเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาขุ่นมัวสีแดงจางๆ ไปยังกลางอากาศ จ้องเขม็งไปที่อลิซ
วินาทีที่เห็นเด็กสาวมนุษย์ร่างเล็ก ซิมบ้ากลับน้ำลายสออย่างห้ามไม่อยู่ ความปรารถนาอันรุนแรงพุ่งพล่าน มันอยากจะดึงร่างเล็กๆ นั้นมากอดรัด แล้วฝังเขี้ยวลงไปบนผิวขาวเนียน ลิ้มรสเือุ่นๆ ที่หอมหวานเพื่อสร้างความอบอุ่นให้ร่างกายที่เย็นชืดของมัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... กลิ่นอายิญญาอันหอมหวลที่อัดแน่นในร่างเด็กสาวคนนั้น มันช่างเย้ายวนใจจนแทบคลั่ง มนุษย์จอมเวทระดับสูงมันไม่กล้าแตะต้อง แต่แค่ผู้ฝึกหัดเวทตัวเล็กๆ คนเดียวที่มีิญญาแข็งแกร่งขนาดนี้... ถ้าแอบกินไปสักคน จอมเวทคงไม่ถึงกับแตกหักกับมันหรอกมั้ง? หรือถ้ามีปัญหาจริง ก็โยนความผิดให้พวกลูกน้องสวะรับหน้าไปก็ได้ แลกกับรสชาติิญญาระดับนี้ ต่อให้ต้องเสียลูกน้องไปสิบยี่สิบตัว มันก็ยินดีจ่าย!
เมื่อเทียบกับอลิซแล้ว กริมที่อยู่ในกำมือก็กลายเป็แค่ของแถมไร้ค่า
ซิมบ้าฟาดมือลงบนหลังกิ้งก่าั์ สัตว์อสูรคู่กายอ้าปากกว้างคำรามลั่น ก่อนจะยิงลำแสงสีเทาหม่นออกจากดวงตา พุ่งเข้าใส่ร่างของกริมอย่างจัง
รังสีสาปเป็หิน!
นี่คือพร์ของกิ้งก่าั์บึงมรณะ เพียงพอที่จะเปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็รูปปั้นหินตลอดกาล กริมแม้จะมีค่าต้านทานธาตุอยู่บ้าง แต่เมื่อเจอของจริงจากสัตว์ขี่ระดับหัวหน้าเผ่า ก็ไม่อาจต้านทานได้
ร่างกายเริ่มชาหนึบและแข็งทื่อ กริมรีบยัดขวดน้ำยาปริศนาเข้าปากอย่างรวดเร็ว รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายโบกมือลาอลิซที่เพิ่งบินมาถึงเหนือหัว จากนั้นร่างกายทั้งร่างก็ถูกสีเทากัดกินจนสมบูรณ์ จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของบึงโคลนราวกับก้อนหิน
แม่เฒ่าปีศาจสี่ตนดำลงไปในน้ำขุ่นทันที ลากเอา "รูปปั้น" ของรางวัลชิ้นนี้ตรงดิ่งกลับไปยังรังใต้ดิน
อลิซลอยคว้างอยู่กลางอากาศ กระโปรงเ้าหญิงงดงามพลิ้วไหว เธอทำได้เพียงมองดูเ้าเด็กบ้านั่นโบกมือลาแล้วจมหายไปต่อหน้าต่อตาโดยที่เธอทำอะไรไม่ได้ พลังมิติของเธอแม้จะร้ายกาจ แต่เงื่อนไขคือต้องใช้พลังจิติญญาล็อกเป้าหมายให้ได้ก่อน ตอนนี้เป้าหมายหายวับไปในน้ำโคลนขุ่นคลั่ก เธอจึงหมดสิทธิ์จับกุม
ยิ่งคิดว่าถ้าจะตามไปจับตัวมัน เธอต้องยอมเอาตัวจุ่มลงไปในบึงเน่าเหม็นนั่น... เพลิงโทสะของอลิซก็แทบจะะเิออกมาเผาไหม้ทุกสิ่ง
ไอ้สารเลวนี่! ยอมตกไปอยู่ในมือมอนสเตอร์ดีกว่ายอมให้เธอจับได้ แสดงว่าต้องมีแผนหนีทีไล่เตรียมไว้แน่ๆ ไม่ได้การ... จะปล่อยมันไปไม่ได้เด็ดขาด ต้องลากตัวมันขึ้นมา แล้วเค้นความลับจากปากมันให้ได้ว่า มันรู้เื่พลังมิติของเธอได้ยังไง!
ด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด อลิซคว้ามือขวาไปในอากาศ ล้วงผ่านมิติไปยังหน้าอกของหัวหน้าเผ่าแม่เฒ่าปีศาจโดยตรง
ฉึก!
ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของซิมบ้า ในมือของอลิซพลันปรากฏก้อนเนื้อหัวใจที่แห้งเหี่ยวและเหม็นเน่าขึ้นมา มือเล็กๆ บีบเบาๆ
โพละ!
หัวใจเน่าเปื่อยะเิคามือ กลายเป็ผงธุลีปลิวว่อน เืเสียสีม่วงคล้ำไหลเยิ้มลงตามง่ามนิ้ว สายตาเย็นเยียบอำมหิตของอลิซจ้องมองร่างที่เริ่มทรุดฮวบของหัวหน้าเผ่า พลางเอ่ยเสียงเบาที่แฝงความตายเอาไว้ทุกอณู
"ส่งตัวไอ้เด็กผู้ฝึกหัดนั่นคืนมาซะ ไม่อย่างนั้น..." อลิซเว้นจังหวะเล็กน้อย "ครั้งหน้าที่ฉันจะขยี้ให้แหลก ก็คือสมองของแก!"