บทที่ 12 ท่านย่าของข้า
เกี้ยวได้มาส่งหนิงเอ๋อที่ตำหนักของฮองเฮา นางก้าวลงอย่างช้าๆ ด้วยความประหม่าเล็กน้อย
“นี่หรือวังหลวง” คำแรกที่หนิงเอ๋อพูดเมื่อมาถึง นางกวาดตามองเหล่าขันทีมากมายและนางกำนัลที่เดินเดินไปมาอย่างเร่งรีบ ทหารมากมายพากันเดินตรวจตาไปมา ไม่ว่าขุนนางน้อยใหญ่ก็พากันเดินไปทั่ว
“นี่แหละเพคะวังหลวง ฮองเฮารอองค์หญิงอยู่รีบเสด็จเถอะเพคะ” แม่นมจับมือนหนิงเอ๋อให้เดินลงมา นางก็ได้เดินนำหน้านางกำนัลที่ถูกส่งไปรับนางก็ได้เดินตามหลังคอยดูแล
“หนิงเอ๋อเ้ามาแล้วสินะ มานั่งตรงนี้ก่อนตอนนี้พิธีการยังไม่เริ่ม เ้าเดินทางมาเหนื่อยๆ คงจะหิว เดี๋ยวข้าจะให้นางกำนัลไปนำขนมมาให้เ้าได้กิน”
“ไม่ต้องก็ได้เพคะ ลูกไม่ได้เหนื่อยอันใดเลย ดูท่านสิเพคะเหตุใดทรงดูซูบผอมถึงเพียงนี้ อย่าบอกนะเพคะว่าท่านถูกฝ่าาใช้งานจนไม่มีเวลาพักผ่อน”
“ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกนะหนิงเอ๋อ ร่างกายของข้าเองก็เริ่มแก่ขึ้นทุกวัน เดี๋ยวนี้กินอะไรก็ไม่ค่อยอร่อยกลางคืนก็นอนไม่ค่อยหลับ แต่เ้าไม่ต้องเป็ห่วง ข้าได้ให้หมอหลวงมาตรวจร่างกายแล้ว”
“เป็เช่นนั้นก็ดีเพคะ ท่านแม่ก็รู้หากข้าไม่มีท่านแม่ข้าคงไม่ย่างกายเข้ามาในวังหลวงแห่งนี้เป็แน่เพราะชีวิตหม่อมฉันมีเพียงท่านแม่เท่านั้นที่รักข้า”
“เ้ามันช่างปากหวาน ไม่ใช่เพียงแต่ข้าหรอกนะที่รักและเป็ห่วงเ้าฮองไทเฮาให้เ้าเข้าไปพบที่ตำหนักหากเ้ามาที่วังหลวง ฮองไทเฮาเองก็เป็ห่วงเ้ามิใช่น้อย”
“เพคะ” หนิงเอ๋อนั่งลงจิบชากับขนมเพื่อรอพิธีการเฉลิมฉลอง เมื่อนางเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาจึงขอให้นางกำนัลพาไปที่ตำหนักของฮองไทเฮา ฮองเฮาเองก็เห็นดีเช่นกัน
ระหว่างทางหนิงเอ๋อที่กำลังเดินตามขันทีของตำหนักฮองเฮานางก็ได้เดินผ่านองค์หญิงเสี่ยวเอ๋อที่กำลังตวาดใส่สาวใช้ที่ทำน้ำหกใส่นาง
“นี่เ้าไม่มีดวงตาหรืออย่างไร ถึงทำน้ำหกใส่ชุดข้าแบบนี้ ทหารนำนางกำนัลผู้นี้ไปขวักลูกตาทิ้งซะ”
หนิงเอ๋อมองใบหน้าขององค์หญิงเสี่ยวหลิงอย่างเอื่อมระอา ก่อนจะหันไปถามแม่นมของตนเอง
“แม่นมผู้คนในวังหลวงเป็ปีศาจดั่งที่แม่นมเคยบอกข้าตอนเป็เด็กเลย ข้าว่าข้าโหดร้ายแล้วแต่ถ้าเทียบกับสตรีที่ยืนอยู่ริมบึงนั่นข้าก็คงมีจิตใจเมตตามากกว่านาง”
“องค์หญิงเพคะ ช่วยพูดเบาๆ เพคะตอนนี้เราไม่ได้อยู่ที่เรือนเราจะพูดให้ผู้อื่นได้ยินมิได้ มิเช่นนั้นเราจะถูกทำโทษไปด้วย ผู้ที่กำลังต่อว่านางกำนัลอยู่นั้นคือองค์หญิงเสี่ยวหลงเพคะมีศักดิ์เป็พี่สาวขององค์หญิง” หนิงเอ๋อแม้ไม่อยากจะยุ่งเพราะไม่อยากมีปัญหาแต่ทว่าเมื่อนางเห็นความไม่ยุติธรรมทำให้นางอยู่นิ่งไม่ได้
“หยุดก่อนสิเพคะท่านพี่” หนิงเอ๋อเข้าไปห้ามการกระทำของเสี่ยวหลงทำให้นางโมโหเป็อย่างมาก
“เ้าเป็ใคร ถึงมาเรียกข้าว่าท่านพี่ อีกอย่างในวังหลวงแห่งนี้ไม่เคยมีผู้ใดกล้ามาขัดขวางข้า หรือว่าเ้าเองก็อยากจะโดนทำโทษเช่นกัน”
“ข้าลืมแนะนำตัว ข้าคือองค์หญิงหนิงเอ๋อเป็น้องสาวของท่านไงเพคะ เหตุใดท่านพี่ถึงได้มีปากคอเราะร้ายเช่นนี้มิสมเป็สตรีผู้สูงส่งสักนิด ต่างจากสตรีชาวบ้านเช่นข้าที่มีความเมตตามากกว่าผู้ที่ถูกปลูกฝังมาอย่างดี”
“นี่เ้าบังอาจมาว่าข้ารึ อีกอย่างข้ามิใช่ท่านพี่ของเ้า ผู้ใดอยากจะเป็พี่สาวของตัวกาลกิณีเ้าอย่าเข้ามาใกล้ข้านะ ข้ากลัวว่าข้าจะเกิดเื่ไม่ดีเมื่อมีตัวซวยเช่นเ้ามาอยู่ใกล้ๆ ข้าเช่นนี้ ทหารมาพานังตัวซวยผู้นี้ออกไปไกลๆ ข้าที” ทหารทำตามคำสั่งขององค์หญิงเสี่ยงหลงและผลักองค์หญิงหนิงเอ๋อออกมา
“พวกเ้าอย่ามาแตะต้องตัวของข้า ถึงแม้ข้าไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในวังหลวงแต่อย่างไรข้าเองก็เป็องค์หญิงเช่นกัน หากเ้าทำอะไรข้าหรือกล้าแตะต้องตัวข้า ข้าจะไม่ละเว้น องครักษ์หลิวช่วยจัดการทหารพวกนี้ที” หนิงเอ๋อหันมาสั่งองครักษ์ เขาเองก็ไม่รอช้าเข้าไปจัดการโดยไม่ได้ใช้อาวุธแม้แต่น้อยทหารที่คอยดูแลองค์หญิงเสี่ยวหลงก็ได้ล้มลงจนหมด องค์หญิงเสี่ยวหลงก็กรี๊ดร้องด้วยความไม่พอใจทันที
“กรี๊ด!!!นี่เ้าเป็ผู้ใด เหตุใดมาทำคนของข้าเช่นนี้ข้าไม่ยอมเื่นี้ต้องถึงหูเสด็จพ่อกับองค์รัชทายาท” เสี่ยงหลงเมื่อสู้ไม่ได้นางจึงได้วิ่งหนีไป ขันทีกับนางกำนัลก็ไม่รอช้าที่จะเดินตามหลังเสี่ยวหลงไป
“องค์หญิงไม่น่าหาเื่ให้ตนเองเลยนะพะย่ะค่ะ ท่านรู้หรือไม่นั้นคือองค์หญิงเสี่ยวหลงเป็น้องสาวขององค์รัชทายาทและเป็บุตรสาวที่ฝ่าาโปรดปราณ ท่านสั่งให้ข้าทำเช่นนี้เสมือนกับว่าตอนนี้ท่านได้ทำการฝังศพของกระหม่อมแล้ว”
“เ้าไม่ต้องกลัว ข้าจะรับผิดแทนเ้าเองข้าเองก็อยากรู้เช่นกันว่าฮ่องเต้จะทำอันใดกับข้าบ้าง” หนิงเอ๋อสายตาเม่อลอยว่างเปล่าเมื่อได้ยินว่าองค์หญิงเสี่ยวหลงทรงเป็ที่โปรดปราณแตกต่างกับนางที่ไม่เคยแม้แต่จะไปปรากฏตัวให้นางเห็นแม้แต่น้อยในจิตนาการใบหน้าของฝ่าาในสมองของหนิงเอ๋อก็เปรียบเป็สัตว์ป่าที่ดุร้าย
“องค์หญิงหาเื่ให้ตนเองแล้ว ต่อไปท่านคงจะอยู่อย่างเงียบๆ ไม่ได้อีกต่อไปแล้วนะเพคะ เพราะองค์หญิงเสี่ยวหลงเป็บุตรสาวของพระนางหวงกุ้ยเฟย”
“แล้วเ้าจะกลัวไปทำไมล่ะ ข้าเองก็เป็บุตรของฮองเฮานะฟางลี่เว่ยดูสิหน้าเ้าอย่างกะเห็นผี”
“มันไม่เหมือนกันนะสิเพคะ ฮองเฮาแสนดีทั้งใบหน้าและกิริยาทั้งนิสัยแต่ว่า… แต่ว่ากับหวงกุ้ยเฟยนั้นแตกต่างออกไป องค์หญิงยังไม่รู้เื่ของวังหลังคงไม่รู้อะไรที่น่ากลัวอีกมากมาย ตอนนี้หม่อมฉันว่าเรารีบไปหาฮองไทเฮากันเถิดเพคะ” ฟางลี่เว่ยพูดอย่างสั่นระรัว และสร้างความสงสัยให้กับหนิงเอ๋อเป็อย่างมาก ในวังหลังแห่งนี้ฮองเฮาก็มีศักดิ์ที่สูงส่งกว่าผู้ใด เหตุใดต้องมาหวาดกลัวหวงกุ้ยเฟยด้วย
แต่แล้วความคิดของหนิงเอ๋อก็หยุดลงเมื่อนางเดินมาถึงหน้าตำหนักของฮองไทเฮา
“ไปบอกฮองไทเฮาว่าตอนนี้องค์หญิงหนิงเอ๋อขอเข้าพบ” แม่นมได้บอกทหารที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าตำหนัก
ทหารผู้นั้นวิ่งไปและหยุดนิ่งที่หน้าห้องโถงพร้ะโกนให้ผู้คนด้านในได้รับรู้เพราะเขาเองไม่มีสิทธิ์เข้าไปด้านในได้
“องค์หญิงหนิงเอ๋อขอเข้าเฝ้าฮองไทเฮาพะย่ะค่ะ” ไม่นานขันทีก็ได้เดินออกมาหาหนิงเอ๋อและเชิญนางเข้าไปด้านใน
เมื่อเดินผ่านเข้ามาด้านในหนิงเอ๋อได้กลิ่นธูปหอมและกลิ่นสมุนไพรมากมาย ที่ตำหนักนี้ช่างเงียบสงบแตกต่างจากตำหนักของฮองเฮายิ่งนัก
“เ้ามาแล้วสินะ โฮ๊ะๆๆ ใบหน้าเ้าช่างเหมือนกุ้ยเฟยหนิงฮวาจริงๆ อย่างที่ฮองเฮาบอกเลย” ฮองไทเฮาเดินออกมาโดยมีนางกำนัลประคองให้พระนางค่อยๆ เดินอย่างช้าๆ
“ถวายบังคมฮองไทเฮา ขอให้ฮองไทเฮามีพระวรกายที่แข็งแรงเพคะ” หนิงเอ๋อโค้งคำนับอย่างนอบน้อม ฮองไทเฮาเดินเข้ามาใกล้ๆ พร้อมจับใบหน้าของหนิงเอ๋อให้เงยขึ้น
“ใบหน้าของเ้าช่างเหมือนกุ้ยเฟยแต่แววตาและปากของเ้าช่างเหมือนฝ่าายิ่งนัก ช่างเป็ใบหน้าที่งดงามมากๆ ในใต้หล้า มาเถอะมานั่งลงข้างๆ ข้า”
“หม่อมฉันมิบังอาจเพคะ”
“มาเถอะน่า เ้าอย่าลืมสิว่าเ้าเองก็เป็หลานของข้า ข้ามีบางอย่างจะมอบให้เ้า”
ฮองไทเฮาชวนหนิงเอ๋อไปที่ห้องของตนโดยมีนางกำนัลคนสนิทและแม่นมของหนิงเอ๋อที่ตามเสด็จเข้าไปเท่านั้น ที่เหลือก็ยืนคอยดูด้านนอก หนิงเอ๋อนั่งลงด้านหน้าส่วนฮองไทเฮาก็เหมือนนางกำลังจะเดินหาของที่นางได้เก็บไว้เป็อย่างดีมอบให้กับหนิงเอ๋อ
“เ้าไปอยู่นอกเมืองข้าได้ยินมาว่าชีวิตของเ้านั้นช่างยากลำบาก ข้าก็ผิดเองที่ไม่ได้ออกไปหาเ้าบ้าง ไม่เช่นนั้นข้าคงจะช่วยเหลือเ้าให้มากกว่านี้ อย่าถือโทษโกรธคนแก่คนนี้เลยนะ อะเก็บนี้ไว้เดิมทีข้าตั้งใจจะมอบให้เ้าั้แ่เ้าลืมตาดูโลกให้ตอนนี้คงไม่สายไปใช่มั้ย” ฮองไทเฮามอบกระดาษหนึ่งแผ่นอีกทั้งยังมีถุงสีแดงกำมะหยี่ หนิงเอ๋อหันมองไปหาแม่นมของตน นางพยักหน้าให้หนิงเอ๋อจึงรับจากมือของฮองไทเฮา
“เป็พระมหากรุณาธิคุณเพคะ”
“มันสมควรเป็ของเ้าเก็บมันไว้ซะ”
หนิงเอ๋อกางออกดูก็พบว่ากระดาษแผ่นนั้นเป็ที่ดินเขาลูกหนึ่งที่อุดมสมบูรณ์ไม่ว่าผู้ใดได้ต่อให้มิใช่เชื้อพระวงศ์หรือขุนนางใหญ่โตก็ร่ำรวยจากการทำการเกษตรได้เป็อย่างดี ทำให้หนิงเอ๋อเบิกตาโพลงโตพร้อมยื่นคืนให้ฮองไทเฮา
“หม่อมฉันมิอาจรับไว้เพคะ ของชิ้นนี้ฮองไทเฮาเก็บไว้ให้ผู้ที่คู่ควรเถิดเพคะ”
“ก็เ้านี่ไงที่คู่ควร มันเป็ของเ้า เ้าลองเปิดดูในถุงดูสิ” ฮองไทเฮายิ้มอย่างอบอุ่นใจให้หนิงเอ๋อ นางเองก็ยากจะปฏิเสธ นางเปิดถุงนั้นดูก็มีเงินมากมายรวมทั้งยังมีแหวนที่มีค่าที่สุดเป็ของเก่าแก่ของตระกูลของฮองไทเฮาเลยก็ว่า
“ฮองไทเฮาเพคะ!!เอ่อของสิ่งนี้แม้หม่อมฉันไม่เคยเห็นแต่หม่อมฉันก็เคยได้ยินอยู่บ้างแหวนหยกมรกตที่มีเพียงวงเดียวในใต้หล้าที่ส่องแสงระยับจนแสบตา เป็ของที่ใครๆ ต่างอยาก หม่อมฉันไม่รู้เหตุใดฮองไทเฮาถึงมอบให้แก่หม่อมฉัน ของสิ่งนี้น่าจะอยู่กับฮองเฮาน่าจะเหมาะสมกว่านะเพคะ”
“นี่ขนาดเ้าอยู่นอกวังยังรู้มากขนาดนี้เ้าช่างฉลาดยิ่งนัก ใช่แล้วแหวนวงนี้มันสมควรเป็ของฮองเฮาแต่ทว่าข้าเองก็เคยมอบให้ฮองเฮาแล้วนางบอกอยากเก็บไว้ให้เ้า เพราะอยากให้เ้าได้รู้ว่าไม่มีผู้ใดไม่รักเ้า ที่วังหลวงแห่งนี้ยังมีย่าแก่ผู้นี้และฮองเฮาที่รักเ้ามากเช่นกัน”
“ขอบคุณเพคะ ฮองไทเฮา”
“ช่วยเรียกข้าว่า ย่าสักครั้งเถอะนะหนิงเอ๋อหลานข้า”
“ได้เพคะ ท่านย่า” หนิงเอ๋อโผล่เข้ากอดและนอนหนุนตักของฮองไทเฮาอย่างมีความสุข ความอบอุ่นนี้ที่นางโหยหา