The Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์)

    III บทที่150 ต่อสู้

            บทที่150 ต่อสู้


            ในยามนี้เทวากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หรูหรากลางอากาศร่างของเขาอยู่สูงจากพื้นดินประมาณสองร้อยเมตร เขานั่งเท้าแขนจ้องมองไปยังสงครามเบื้องล่างด้วยแววตาเรียบเฉยสำหรับเขาแล้วเลือดเนื้อที่สาดกระจาย ความรุนแรงต่างๆในสงครามต่างก็พบเจอมาหมดสิ้นแล้วเขาไม่หลงเหลือความหวาดกลัวต่อสงครามและรู้สึกชาชิน

            มอนสเตอร์ระดับสูงจำนวนนับ10ล้านตัวถือเป็นศัตรูที่น่าเกรงขามระดับเฉลี่ยของมอนสเตอร์คือระดับCมันถือว่าน่ากลัวสำหรับมนุษย์ แต่มันเป็นแค่มดในสายตาของเทวาเพียงโบมือหนึ่งครั้งเขาสามารถทำลายมดปลวกเหล่านี้ให้หายไปได้ในพริบตา

            แต่เขาไม่ทำเช่นนั้นเขาต้องใช้ประโยชน์จากพวกมัน เขาต้องการให้พวกมันกลายเป็นตัวฝึกซ้อมสำหรับคนของเขา

            สิ่งที่เทวาทำคือการส่งคนของตนเองไปต่อสู้กับมอนสเตอร์จำนวนมากเหล่านี้

            ในสนามรบจึงเป็นเหล่าแกนนำของสำนักเทพอสูรกำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์อย่างกล้าหาญในคนจำนวนนั้นคาเรนไม่ได้ต่อสู้เพราะพลังของเธอนั้นแข็งแกร่งมากอยู่แล้ว

            เซบาสเตียนก็ไม่ได้ต่อสู้เขาต่อสู้มาตลอดเวลาที่ผ่านมาแล้ว ในครั้งที่มอนสเตอร์บุกมาที่เมืองB5เมื่อ10วันก่อนนั้นเป็นเขาที่สร้างม่ายบาเรียป้องกันเมืองและยังใช้โดรนที่อัพเกรดแล้วของตนเองรวมถึงหุ่นต่อสู้ของเทวาบางส่วนที่ยังเหลือมาต้านทานกองทัพมอนสเตอร์เหล่านี้

            ทหารของเมืองและผู้มีฝีมือเองก็ร่วมต่อสู้กับเซบาสเตียนด้วยตั้งแต่วันแรก

            เซบาสเตียนได้ของมาหลายอย่างจากมิติทับซ้อนเทศกาลล่าดังนั้นมันไม่เป็นปัญหาเลยที่เขาจะป้องกันเมืองได้อย่างไม่ยากลำบาก

            ยังดีที่ในกองทัพมอนสเตอร์นี้มีระดับSแค่ไม่เท่าไหร่และมีระดับSRแค่ตัวเดียว

            ซึ่งตัวเดียวที่ว่านี้ก็ถูกเซบาสเตียนกำจัดไปตั้งแต่แรกแล้วเหลือแค่ระดับSแค่ไม่กี่ตัวเท่านั้น

            เทวาที่จ้องมองดูสงครามคิดกึงสิ่งที่เขาได้รับรู้มา

            เนื่องจากการกวาดล้างองค์กรเรดอายทำให้หัวหน้าองค์กรเรดอายเปิดอุปกรณ์พิเศษที่ทำให้โลกใบนี้สูญเสียการป้องกันไปการป้องกันที่ว่าก็คือม่านพลังแห่งโลก มันเป็นม่านพลังที่ใช้สำหรับป้องกันสิ่งอื่นจากนอกนอกมิติทุกโลกมิติต่างก็มีม่านพลังแห่งโลกกันทั้งนั้น

            ถึงแม้ว่าโลกนี้จะมีขนาดเล็กและยังเป็นแค่โลกมิติระดับต่ำในจักรวาลแต่ม่านพลังกลับแข็งแกร่งมากและยังหนาแน่นอีกด้วยนี่ทำให้เหล่ามอนสเตอร์เจาะเข้ามาในโลกนี้ยากเย็นอย่างยิ่งและยิ่งเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งเท่าไหร่ก็ยังได้รับการกดพลังด้วยกฎแห่งโลกมากขึ้นเท่านั้น

            อุปกรณ์ขององค์กรเรดอายกลับสามารถสร้างผลกระทบกับม่านพลังแห่งโลกได้และยังทำลายม่านพลังแห่งโลกไปมากกว่าเก้าในสิบส่วนม่านพลังแห่งโลกนั้นสามารถซ่อมแซมตนเองได้แต่ทว่ามันต้องใช้เวลาเป็นแสนเป็นล้านปีน่าเสียดายที่โลกมิติเทพจะไม่ปล่อยให้สูญเปล่า

            พวกเขาทำการส่งมอนสเตอร์ระดับต่ำ(หมายถึงพวกที่ไม่มีสติปัญญามากนัก)เข้ามาในโลกนี้จำนวนมากจากม่านพลังแห่งโลกที่อ่อนบางทำให้พวกเขาสามารถเจาะเข้ามาได้ราวกับโลกนี้เป็นสวนหลังบ้านของตนเองนี่เองจึงทำให้มอนสเตอร์ในโลกนี้มีจำนวนมากมายนัก

            สำหรับซีโร่ผู้ที่ถือว่าเป็นต้นเหตุด้วยส่วนหนึ่งตัดสินใจเข้าสู่โลกมิติเทพผ่านประตูมิติที่เหล่ามอนสเตอร์เปิดออกเขาตัดสินใจแบบไม่หวั่นไหวหรือลังเลเลยคำกล่าวสั้นๆที่ฝากผ่านโซเฟียร์กลับมาให้เทวาคือเขาคิดจะไปทำลายประตูมิติทางฝั่งโลกมิติเทพเจ้า

            การจะกำจัดมอนสเตอร์ให้หมดไปจากโลกก็ต้องทำลายประตูมิติของพวกมันเสียก่อน

            สิ่งนี้ไม่ใช่แค่ซีโร่ที่คิดได้แต่เทวาก็คิดได้

            แม้แต่เขาเองก็คงจะตัดสินใจทำเช่นนี้เพราะมันเป็นเส้นทางที่แน่นอนแต่อันตรายสูงจนถึงยามนี้ข่าวคราวของซีโร่ก็เงียบหายไป และประตูมิติยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง

            ประตูมิติจุดแรกนั้นได้รับการดูแลโดยกึ่งเทพทั้ง12แม้ว่าพวกเขาจะบาดเจ็บหนักจากการปะทุของประตูมิติ แต่พวกเขาก็ยังฝืนทนที่จะประคองสภาพของมันไม่ให้มันเปิดกว้างมากกว่านั้นการคงสภาพประตูมิติแห่งแรกนั้นทำให้ประตูมิติที่เปิดขึ้นทั่วโลกนั้นยังคงไม่มีเสถียรภาพดังนั้นมอนสเตอร์จึงยังไม่อาจเข้าออกได้ตามใจนึกมากนัก

            และประตูมิติในจุดแรกนี่เองที่ซีโร่พุ่งเข้าไป

            ประตูมิติจุดแรกนั้นเชื่อมโยงไปยังทุกจุดของประตูมิติ

            หากรักษาหรือปิดประตูมิติแห่งแรกได้แล้วทุกจุดจะปิดตามดังนั้นซีโร่จึงตัดสินใจเช่นนั้นและกึ่งเทพคนอื่นๆก็เห็นด้วย

            เทวาก็ได้แต่ภาวนาให้ซีโร่ปลอดภัย

            หากจะมีใครที่รู้ซึ้งความแข็งแกร่งของโลกมิติเทพเจ้าและราชวงศ์โอลิมปัสดีแล้วก็คงเป็นเทวาจากประสบการณ์ที่เขาได้รับมาและจากบันทึกขององค์ชาย13ทำให้เขามีความเข้าใจในโลกมิติเทพเจ้าพอสมควร

            พลังของกึ่งเทพนั้นเทวามารู้ในยามนี้เองว่าพวกเขามีระดับพลังแค่ระดับSRขั้นปลายเท่านั้น แต่พวกเขามีพลังพิเศษบางอย่างที่สามารถควบคุมประตูมิติที่เปิดเชื่อมโยงกับโลกมิติเทพเจ้าของพวกมอนสเตอร์ได้พวกเขายังสามารถแข็งแกร่งขึ้นเมื่อต่อสู้อยู่ข้างกัน

            พลังของพวกเขาสามารถแข็งแกร่งได้ถึงระดับSSRหากรวมพลังทั้ง12คน

            พลังการต่อสู้ของทั้ง12แม้ไม่สูงนักแต่พลังในการประสานงานและการฟื้นฟูพลังร่วมกันยังถือว่าเหนือกว่าจินตนาการอย่างในคราวที่พวกเขาบาดเจ็บสาหัสจากการปะทุของประตูมิติแห่งแรกพวกเขาสามารถรักษาตัวร่วมกันจนเกือบจะหายเป็นปกติได้ในเวลาแค่ไม่กี่วันเท่านั้นทั้งๆที่พวกเขาเองก็ยังต้องใช้สมาธิเพื่อปิดกั้นประตูมิติแห่งแรก

            กลับมาที่สงคราม

            เทวาใช้พลังจิตของตนเองสร้างสนามฝึกซ้อมขึ้นมาโดยใช้ประโยชน์จากมอนสเตอร์เหล่านี้ด้วยเหตุนี้พวกมันไม่มีสิทธิ์ที่จะหนีได้เลยมีแต่ต้องพุ่งเข้ามาโจมตีอย่างบ้าระห่ำ เขายังปล่อยเหล่ามอนสเตอร์ระดับSที่ปะปนอยู่ในกองทัพมอนสเตอร์เอาไว้อีกด้วยเพื่อไว้ฝึกพวกพ้องของเขา

            ด้วยระดับการเข้าใจในขอบเขตเอกอุในระดับหนึ่งทำให้เทวาสามารถพัฒนาทักษะองครักษ์โลหิตได้อีกระดับนี่ทำให้เขาสามารถสร้างพวกมันได้แม้ว่าจะไม่ได้ลงมือสังหารเอง

            พริบตาเดียวผ่านไปห้าวัน

            พรรคพวกของเทวาแข็งแกร่งขึ้นแต่ละคนระดับพลังฝีมือเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด วิคตอเรีย ปกป้องซายูริและอายาเนะเป็นกลุ่มแรกที่บรรลุระดับSได้พลังลมปราณของพวกเขาสูงขึ้นมากจนไม่น่าเชื่อ

            คนอื่นๆก็ตามขึ้นมาไล่เลี่ยกัน

            เมื่อถึงวันที่ห้าด้วยทรัพยากรของเทวาทำให้ศิษย์สำนักเทพอสูรฟื้นตัวจากการเล่นเกมกลับมาสมบูรณ์นี่ทำให้พวกเขาจำนวนนับหมื่นเข้าสู่สงครามและเป็นการประกาศศักดาครั้งแรกของสำนักเทพอสูรเทวาคุ้นเคยกับศิษย์สำนักดีอยู่แล้วจากในเกม

            และฐานะของเทวาในใจของศิษย์สำนักก็ดีมากเพราะเขาเป็นผู้ที่ช่วยเหลือพวกเขาจกาความสิ้นหวังในเกม

            ตามปกติแล้วพวกเขาเคารพคาเรนที่มีฐานะรองเจ้าสำนักพวกเขาไม่เคยพบเจอเทวาเลย นี่ทำให้ฐานะของเทวาไม่มีอะไรมากในใจของพวกเขาแต่หลังจากเหตุการณ์ในเกมทำให้ฐานะของเทวาสูงขึ้นและทำให้เขาสมกับที่เป็นเจ้าสำนัก

            วิชาที่เป็นรากฐานของสำนักเทพอสูรอย่างหมัดกระสุนเล็กฝ่ามือเมฆาล่องลอย ลูกเตะวายุกระซิบ ฝ่ามือหิมะโปรย ย่างก้าวเงาสวรรค์เล็กและเคล็ดวิชาลมปราณที่เป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดอย่างลมปราณภูติอุดรเล็ก(ระดับสูงหรือแกนนำของสำนักฝึกลมปราณภูติอุดรแบบเต็มไม่มีตัดเหมือนศิษย์คนอื่นๆ)

            วิชาเหล่านี้ต่างก็เปล่งประกายอย่างมากในสงครามเมื่อรวมกับบางคนที่มีพลังกลายพันธุ์ยิ่งทำให้ศิษย์ของสำนักเทพอสูรโดดเด่นอย่างมาก

            เทวายังออกแบบชุดของศิษย์สำนักเป็นพิเศษและสร้างขึ้นจากวัสดุชั้นดีโดยไม่กลัวเปลืองอีกด้วยนี่ทำให้พวกเขายิ่งโดดเด่น

            เทวารู้สึกปลื้มในอย่างมาก

            ไม่เสียทีที่เขาให้ความสนใจเรื่องเหล่านี้และตัดสินใจที่จะสร้างสำนักเทพอสูรขึ้นมา

            สงครามดำเนินต่อไปความจริงแล้วเกือบทุกเขตมีสงคราม มอนสเตอร์จำนวนมากนั้นต่างก็กระจายไปตามแต่ละเมืองนี่ถือเป็นวิกฤตของมนุษยชาติอย่างแท้จริงจำนวนคนตายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามระยะเวลาที่ผ่านไปและในที่สุดแล้วข่าวเรื่องของสำนักเทพอสูรก็แพร่ออกไป

            นี่ทำให้มนุษย์ตื่นเต้นไม่น้อยและมุ่งหน้าไปยังเมืองB5ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใดก็ตามพวกเขาต่างก็อพยพมาที่เมืองB5เมืองปกติที่อยู่ในเขตที่ล้าหลังที่สุดของ12เขตปกครอง แต่ยามนี้ประดุจว่ามันเปล่งประกายที่สุดมันคือแสงเทียนท่ามกลางความมืดมิด มันทำให้ผู้หลงทางต่างก็มุ่งเข้าไปหา

            เทวาคงไม่รู้ว่าตนเองจะสามารถทำให้ผู้คนมารวมตัวกันได้

            เขาไม่ได้สนใจผู้อื่นดังนั้นเขาจึงไม่ได้พุ่งพวกทำลายมอนสเตอร์ตั้งแต่แรกสำหรับเขาแล้วมนุษย์จะเหลือแค่พวกของเขาก็ไม่มีปัญหา เทวาคิดว่ามันกลับดีเสียอีกที่มนุษย์จะเหลือน้อยแค่นั้นนี่จะทำให้เขาสามารถนำพาพวกเขาไปได้ทุกที่ที่ต้องการหากมีจำนวนมากเขาจะสามารถนำทุกคนไปไหนมาไหนได้ด้วยได้อย่างไร

            ชีวิตเป็นของตนเองเทวาแค่ปกป้องเมืองB5เอาไว้เป็นฐานที่มั่นเพราะตึกสำนักเทพอสูรสร้างขึ้นที่นี่ดังนั้นหากผู้ใดมาถึงเมืองB5ได้เขาก็จะให้ความคุ้มครองแต่หากผู้ใดมาไม่ถึงเขาก็จะปล่อยไปไม่ช่วยเหลือหากไม่ใช่คนที่เขารู้จักเขาจะไม่เหลือบแล

            อาจเห็นว่าเทวาจิตใจเย็นชาแต่มันก็ถูกแล้วเพราะเทวานั้นไม่ใช่พระเจ้าหรือฮีโร่เสียหน่อย

            เขาจะช่วยเฉพาะคนของเขาและคนที่เขาต้องการช่วย!

            เทวามีใจชืดชากับมนุษย์คนอื่นๆที่ไม่รู้จักมานานแล้ว

            สำหรับมนุษย์มีพวกเขาทั่วไปในจักรวาลอย่างโลกมิติอันเดอร์เวิลด์ก็มีมนุษย์จำนวนมาก และโลกมิติอื่นๆก็คงมีไม่น้อยนี่ทำให้เทวาไม่ได้กลัวว่ามนุษย์จะสูญพันธุ์จากจักรวาล เหล่าราชวงศ์โอลิมปัสเองก็ไม่ได้คิดว่ามนุษย์จะสูญพันธุ์หากโจมตีโลกใบนี้

            หากคิดว่ามนุษย์ในแต่ละโลกมิติเปรียบได้กับหมู่บ้านต่างๆหากพวกเขาสูญหายไปทั้งหมู่บ้านก็แค่เสียไป ยังมีหมู่บ้านอีกนับไม่ถ้วน

            ประชากรในเมืองB5เพิ่มขึ้นอย่างมาก ด้วยการผ่านการเคี่ยวกรำอย่างหนักหน่วงในช่วงที่ผ่านมาทำให้มนุษย์ในเมืองB5มีทั้งสิ้น10ล้านคน ความจริงจะมีมากกว่านี้มากแต่ทว่ามันก็ลดลงมากอย่างน่าใจหายจากสงครามเมืองรอบๆยังถูกทำลายทำให้มอนสเตอร์มาสมทบกองทัพเดิมอีกด้วย

            นี่ทำให้จำนวนมอนสเตอร์ที่มุ่งสูงเมืองB5มีเพิ่มขึ้นถึง100ล้านตัวแล้ว

            กระนั้นเทวายังนิ่งเฉยจ้องมองไปยังจำนวนที่เพิ่มขึ้นของมอนสเตอร์

            ด้วยการเพิ่มขึ้นของมอนสเตอร์องครักษ์โลหิตของเทวาที่ได้มาจากการกลั่นโลหิตของมอนสเตอร์และมนุษย์ที่ตายในสงครามก็เพิ่มขึ้นเป็น1ล้านตัวโดยมีหัวหน้าอย่างองครักษ์โลหิตในรูปลักษณ์ขององค์ชาย33ที่เขาสังหารไปยังมีอีกตัวคือรูปลักษณ์ขององค์ชาย13ที่เขาสังหารในมิติทับซ้อนเทศกาลล่าอีกหนึ่ง

            พลังขององครักษ์โลหิตทั้งสองนั้นใกล้เคียงกันความจริงแล้วองค์ชาย13แข็งแกร่งกว่าองค์ชาย33มากโขแต่ด้วยข้อจำกัดของทักษะทำให้ระดับพลังขององครักษ์โลหิตจากองค์ชาย13พลังลดลงมากอย่างไรก็ตามพลังของทั้งสองนั้นก็มีระดับพลังถึงSRปลายทั้งสองคนเลยทีเดียว

            มันถือเป็นพลังที่มหาศาลเมื่ออยู่ในโลกใบนี้

            ควากกกกกกกกกกกกกกกกก

            อยู่ๆท้องฟ้าก็ปรากฏรอยแยกอย่างฉับพลันรอยแยกนี้ห่างจากจุดของเมืองB5อยู่หลายร้อยกิโลเมตรแม้ว่ารอยแยกจะขนาดไม่กว้างแค่สองกิโลเมตรแต่เสียงฉีกขาดของท้องฟ้าก็ดังลั่นไปทั่วโลกเลยทีเดียวนี่ทำให้ทุกคนอดไม่ได้ให้สั่นกลัวและหวดผวา

            เทวาจ้องมองที่จุดนั้นอย่างคาดไม่ถึงและสัมผัสได้ถึงพลังอันแข็งแกร่งจากจุดนั้น

            ทันใดที่รอยแยกก็ปรากฏบางสิ่งพุ่งออกมา

            เป็นกองทัพขนาดใหญ่ที่มีจำนวนของมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งขึ้ง500ล้านตัว

            แต่มันไม่สามารถเอามาเทียบกับมอนสเตอร์ที่บุกเมืองB5ได้เลยเพราะว่าตัวที่อ่อนแอที่สุดในกองทัพนี้ก็มีระดับพลังที่ระดับAขั้นปลายแล้ว ระดับเฉลี่ยของมอนสเตอร์ในกองทัพนี้ก็คือระดับSกลาง และยังมีระดับSปลายอีกจำนวนมาก มันถือว่าเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งอย่างมากและสามารถทำลายดวงดาวได้อย่างง่ายดาย

            เทวาหรี่สายตา

            สายตาของเขาจ้องมองไปยังบุรุษผู้หนึ่งที่นั่งในราชรถที่โอ่อ่าหรูหราเขาโดดเด่นสะดุดตาเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะมีมอนสเตอร์จำนวนนับ500ล้านตัวแต่เขากลับยังโดดเด่น

            เมื่อเทวาพบเจอกับชายผู้นี้ในสมองของเขาก็ปรากฏรายชื่อหนึ่งในบันทึกขององค์ชาย13

            “องค์ชาย3แห่งราชวงศ์โอลิมปัสเทพเจ้าแห่งสงครามแอเรส”


    ....................................


    คล้ายกับเรื่องThe Lord Of The Battlefield (จบบริบูรณ์) ที่คุณอ่าน