ผู้เฒ่าผางเดินนำสองหนุ่มเข้ามายังห้องฝึกวิชาของตน "ิ่หลาง" ไป่หยางเรียกชื่อเด็กหนุ่มที่ปรากฏอยู่บนลูกแก้วดวงเนตรของผู้เฒ่าผาง สองหนุ่มเร่งฝีเท้ามายืนอยู่ด้านหน้าลูกแก้วจ้องมองไปยังเด็กหนุ่มที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงในห้องสี่เหลี่ยมมืดๆของใครสักคน "เกิดอะไรขึ้นกับเขา" ไป่หยางหันไปกระชากคอเสื้อผู้เฒ่าจนชายหนุ่มข้างกายผู้เฒ่าต้องเดินมาดึงมือไป่หยางออกด้วยความใในขณะเดียวกันเฟิงอี้ก็เข้าไปห้ามปรามไป่หยางเช่นกัน "พวกเ้าใจเย็นๆก่อน ท่านผู้เท่าไม่ได้ทำอะไรชายผู้นี้ เพียงแต่กำลังหาทางช่วยเขาต่างหาก" ไป่หยางขมวดคิ้วคลายมือออกจากผู้เฒ่าพลางหันกลับมามองยังลูกแก้วดวงเนตรเช่นเดิม "เด็กผู้นี้ถูกคนลึกลับลักพาตัวไปทั้งยังถูกฝังเข็มจนนอนไม่ได้สติมานานนับเดือนแล้ว ท่านผู้เฒ่าใช้ลูกแก้วดวงเนตรมองเหตุการณ์อยู่ตลอด พยายามหาว่าผู้ใดที่ทำร้ายเด็กหนุ่มผู้นี้ แต่ทุกครั้งที่มันปรากฏตัวกลับเห็นเป็เพียงเงาดำๆ จะบุกเข้าไปช่วยก็ไม่ได้เพราะนอกจากคนๆนี้จะเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆแล้วยังเคลื่อนไหวรวดเร็ว อีกทั้งไม่รู้ว่าพลังแกร่งกล้าเพียงใด จึงไม่กล้าบุ่มบ่าม" ชายหนุ่มข้างกายผู้เฒ่าผางอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "อาเหล่ย เ้าไปจัดห้องพักให้แขกก่อน" ชายหนุ่มข้างกายรับคำสั่งก่อนเดินออกไป "ท่านรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนมาตลอดหรือ" เฟิงอี้เอ่ยถามโดยไม่ละสายตาออกจากิ่หลางแม้แต่น้อยั์ตายากคาดเดาความรู้สึก ผู้เฒ่าผางถอนหายใจพยักหน้าตอบเบาๆ "ข้าเคยบุกไปในวันที่นายน้อยโดนจับไปครั้งแรก แต่มันรู้ตัวก่อนพานายน้อยหนีไป ข้าตามไปอีกสองครั้งก็ยังไม่ทันเหมือนเดิม"สองหนุ่มขมวดคิ้วทันควัน "นายน้อย?" ผู้เฒ่าผางพยักหน้าแล้วเดินไปหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา มอบให้สองหนุ่มโดยไม่พูดอะไร ไป่หยางรับมาเปิดดูในกระดาษถูกเขียนด้วยลายมือของใครก็ไม่รู้ซึ่งเขาคาดว่าคงเป็เ้านายของตาเฒ่าผู้นี้ "ิ่ ลี่อุน" เฟิงอี้พึมพำชื่อเ้าของจดหมายเบาๆ คือของลี่อุน พ่อของิ่หลาง เนื้อหาในจดหมายเขียนว่าให้ระวัง ิ่ เส้าฟาน ในข้อความเหมือนจะ้าสื่อถึงสตรีผู้หนึ่งซึ่งก็คือฮูหยินของลี่อุน แม่ของิ่หลางนั่นเอง "หมายความว่า การตายของิ่ ลี่อุนเกี่ยวข้องกับิ่ เส้าฟาน งั้นก็แปลว่าเส้าฟานฏงั้นหรือ" ผู้เฒ่าผางถอนหายใจตลอดระยะเวลาสิบหกปีที่ผ่านมาเขาเฝ้าคอยปกป้องิ่หลางมาโดยตลอด เหตุการณ์สังหารทหารเมื่อสิบปีที่แล้วเป็ฝีมือของเขาจริงนั่นก็เพราะว่า ทหารพวกนั้นรับคำสั่งให้ลวงนายน้อยของเขาไปฆ่า เพราะผู้คนในตระกูลิ่จงรักภักดีต่อนายน้อยของเขามากเนื่องด้วยเป็ทายาทของผู้มีพระคุณ ิ่ เส้าฟานจึงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม "เื่เมื่อสิบปีก่อนข้าเป็คนทำเอง แต่เื่สังหารชาวบ้านที่ผ่านมาเมื่อไม่นานมานี้ไม่ใช่ฝีมือข้า สิบปีก่อนนายน้อยถูกทหารพวกนั้นลวงไปฆ่า ข้าจึงเข้าไปดักหน้าสังหารคนพวกนั้น ิ่ เส้าฟานประกาศออกไปว่าข้ากลับไปแก้แค้น กุเื่ต่างๆขึ้นมามากมายจนข้าได้รับฉายาว่าตาเฒ่ากินคน" ผู้เฒ่าผางอธิบาย เดินออกมาด้านนอกกวาดสายตาไปทั่วหมู่บ้าน ผู้คนและหมู่มารกลุ่มน้อยๆมากมายที่เขาช่วยเหลือไว้ตลอดระยะเวลาสิบหกปี เกรงว่าถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องอพยพอีกครั้งเสียแล้ว สองหนุ่มเดินตามออกมา ดูเหมือนว่าตาเฒ่าผู้นี้จะไม่ได้โหดร้ายอย่างที่ร่ำลือกันจริงๆ "ท่านผู้เฒ่า ที่พักพร้อมแล้วขอรับ" อาเหล่ยเดินเข้ามาบอกกับผู้เฒ่าผาง "นำทางเขาไป" ผู้เฒ่าผางผายมือให้สองหนุ่มกลับไปพักก่อน ก่อนจะแยกย้ายไป่หยางได้หันกลับมาคำนับผู้เฒ่า "เมื่อครู่บุ่มบ่ามไป ท่านผู้เฒ่าโปรดอย่าถือสา" ไป่หยางกล่าวก่อนเดินตามอาเหล่ยไป ผู้เฒ่าผางมองตามหลังสามหนุ่มที่เดินจากไปจนลับสายตา เขาจะฝากความหวังไว้กับสามหนุ่มพวกนี้ได้หรือไม่นะ...
"ท่านพี่เหล่ย มีสุราไหม" ไป่หยางระริกระรี้ถามทันทีเมื่อเข้ามายังที่พัก อาเหล่ยยิ้มอย่างมีเลศนัย หรี่ตามองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างชอบอกชอบใจในการปรับตัวรวดเร็วของเด็กหนุ่ม "มีสิ ข้าจะบอกอะไรเ้าให้สุราของที่นี่หมักโดยผู้าุโของหมู่บ้าน รสชาติหอมหวานถึงใจ อีกทั้งยังมีฤทธิ์ร้ายกาจ ไหเดียวจอดแน่นอน" พูดจบก็เดินออกไป ไป่หยางยิ้มซนวิ่งตามออกไปเหมือนเด็กๆ ทิ้งให้เฟิงอี้นั่งมองพฤติกรรมของไป่หยางอย่างเอือมระอา แต่ก้ไม่ได้ว่าอะไร แต่ไหนแต่ไรไป่หยางก็ซนแบบนี้มาตลอดอยู่แล้ว "อากาศที่นี่หนาวยิ่งนักข้าแสบคอไปหมดแล้ว" ไป่หยางบ่นเมื่อรู้สึกไม่สบายตัว "เ้าไม่สบายหรือ" ไป่หยางพยักหน้าเบ้ปากเหมือนเด็กๆ ถึงเขาจะปรับตัวเข้ากับคนที่นี่ง่าย แต่ปรับตัวให้เข้ากับอากาศที่นี่นั้นไม่ง่ายอย่างที่คิด "เ้านั่งรอที่นี่ แล้วเลิกดื่มสุราได้แล้ว ข้าจะไปต้มยามาให้" พูดจบก็เดินแยกไปยังห้องยาทันที ไป่หยางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจยกสุราขึ้นมาดื่มต่ออย่างสบายใจ สุราที่นี่แม้จะฤทธิ์ร้ายกาจกว่าที่อื่นแต่ไหเดียวทำอะไรเขาไม่ได้หรอก อาเหล่ยเดินเข้ามาหยิบถุงยาถุงหนึ่งออกมาต้มนำไปให้ไป่หยางดื่มด้วยความเคยชิน เพราะตัวเขามีวิชาแพทย์พอสมควรเนื่องด้วยต้องช่วยท่านผู้เฒ่าดูแลคนป่วยอยู่หลายครา "อะ...ดื่มแล้วกลับไปพักผ่อนเสีย พรุ่งนี้ท่านผู้เฒ่า อาจเรียกพวกเ้าเข้าพบแต่เช้า อย่าลืมว่าสหายเ้าผู้นั้นรอความช่วยเหลืออยู่ เ้าอย่าได้ล้มป่วยเชียว" ไป่หยางปั่นหูอย่างรำคาญเสียงบ่นจากชายหนุ่มตรงหน้าที่น่าจะอายุมากกว่าพวกเขาประมาณเจ็ดแปดปี พลางรับถ้วยยามาดื่มจนหมดแล้วลากลับที่พักทันที ระหว่างทางเขากลับรู้สึกคั่นเนื้อครั่นตัวมากกว่าเดินจึงเร่งฝีเท้ากลับห้องพักเพราะมีความรู้สึกแปลกๆ นี่ก็ดึกแล้วเวลานี้เฟิงอี้คงจะพักผ่อนไปแล้ว เขาจึงเดินเข้าห้องอย่างเงียบๆ "หลับแล้วจริงด้วยแฮะ" ชายหนุ่มพึมพำเกาท้ายทอยแหงกๆรู้สึกร้อนระอุไปทั่วร่างกาย เขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียง พลิกตัวไปมาด้วยความรู้สึกแปลกๆหันไปมองยังเตียงของเฟิงอี้พลันสงสัยว่าเขาไม่ร้อนหรือไง หรือจะเป็เพราะเขาไม่สบายกันนะ
เฟิงอี้สะดุ้งตื่นเมื่อรู้สึกถึงริมฝีปากอุ่นๆที่กำลังประทับอยู่บนริมฝีปากของเขาอย่างเร่าร้อน เฟิงอี้ผลักอกไป่หยางออกเบาๆ "เ้าทำอะไร" เฟิงอี้ถามไป่หยางเบาๆ เขาได้กลิ่นสุราบนตัวไป่หยางจึงเดาว่าชายหนุ่มน่าจะเมา ไป่หยางไม่ตอบแต่กลับซุกไซ้ไปบริเวณซอกคอของเฟิงอี้แทน "เ้าเมามากแล้ว ไปนอนเถอะ" ว่าจบเฟิงอี้ก็ผลักตัวเขาออกลุกขึ้นพยุงเขากลับไปที่เตียง แต่ทว่ากลับถูกไป่หยางผลักลงไปนอนเหมือนเดิมเฟิงอี้หลับตาลงพลางถอนหายใจกับพฤติกรรมของคนตรงหน้า พยายามเก็บอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ แต่ไป่หยางก็วอแวไม่เลิกจนเขาเริ่มทนไม่ไหวพลิกตัวไป่หยางนอนลงแล้วขึ้นคร่อมแทน เฟิงอี้ก้มลงบรรจงจูบไป่หยางอย่างดูดดื่ม ไม่ทนเก็บความรู้สึกต่างๆอีกต่อไป "อือ..." ไป่หยางเริ่มครางในลำคอเพราะหายใจไม่ออก เฟิงอี้ถอนริมฝีปากออกจ้องหน้าสบตากับไป่หยางอย่างอ้อยอิ่ง เดิมทีเขาคิดจะหยุดแค่นี้แต่ร่างด้านล่างกลับวอแวไม่เลิกดึงท้ายทอยของเขาลงไปจูบอีกครั้ง ทั้งยังใช้มือลวนลามเขาไม่หยุด "เ้าเป็คนเล้าโลมข้าเอง จะตำหนิข้าไม่ได้นะ" เฟิงอี้กระซิบข้างหูชายหนุ่มด้านล่างแ่เบาด้วยน้ำเสียงแหบกร้านไฟราคะในตัวเริ่มร้อนระอุมากขึ้น เขายื่นมือไปดึงผ้าคาดเอวของไป่หยางออก แล้วทำการถอดเสื้อผ้าของไป่หยางออกจนหมด ก้มลงไปพรมจูบซุกไซ้บริเวณซอกคอและแผ่นออกกว้างที่ขาวนวลราวหิมะ แล้วกลับมาประกบริมฝีปากกันอย่างเร่าร้อนอีกครั้ง ไป่หยางยื่นมือไปถอดเสื้อผ้าของเฟิงอี้ออก ฝ่ามืออุ่นๆเริ่มััไปทั่วเรือนร่างของกันและกัน อากาศที่หนาวเย็นไม่อาจดับความร้อนในแก่นกายของทั้งคู่ได้เลยในเวลานี้ เฟิงอี้ลุกขึ้นจับขาของไป่หยางแยกออกจากกันสอดประสานร่างกายของคนสองคนเข้าด้วยกันอย่างช้าๆ "อาฟาน...ข้าเจ็บ...อ่า..." ไป่หยางเริ่มโอดครวญเมื่อถูกวัตถุขนาดใหญ่ของคนที่ทับร่างของเขาอยู่พยายามดันเข้ามาในร่างกายของเขา เฟิงอี้มองสีหน้าเ็ปของไป่หยางจึงหยุดขยับก้มลงมาประกบริวฝีปากของชายหนุ่มแทน แล้วค่อยๆขยับสอดประสานจุดเชื่อมต่อระหว่างร่างกายของเขาสองคนอย่างช้าๆ จนเข้าไปเกือบมิดจึงถอนริมฝีปากออก "เจ็บหรือไม่" เฟิงอี้กระซิบข้างหูของไป่หยางน้ำเสียงที่แหบกร้านของเขาทำให้ขนบนเรือนร่างของไป่หยางลุกซู่ "อ๊ะ...อื้ม..." ไป่หยางเริ่มครวญครางด้วยความเ็ปบริเวณบั้นท้ายทันทีเมื่อเฟิงอี้เริ่มขยับตัวเข้าออกช่องรักคับแคบของเขา ไป่หยางดึงคน้าลงมาจูบอย่างเร่าร้อน สะโพกเริ่มขยับตามจังหวะรักของเฟิงอี้อย่างช้าๆ และเร็วขึ้น...เร็วขึ้น...เร็วขึ้น เพลงรักอันแสนเร่าร้อนบรรเลงไปในค่ำคืนอันแสนยาวนาน คนสองคนกลายเป็คนเดียวกัน หิมะด้านนอกเริ่มตกลงมาแล้ว แต่ไฟราคะของสองคนด้านในจะดับลงเมื่อไหร่ คงไม่มีใครหยั่งรู้...