หลินหยุนซีส่ายหน้า นางพึงพอใจกับที่ดินที่อยู่ถัดจากหินโสโครกยิ่งนัก ตรงนั้นมีที่ดินสามผืนทิวทัศน์ดีหากปลูกบ้านก็ให้ด้านหน้าหันออกสู่ทะเล ด้านหลังมีูเาอากาศสดชื่นและยังเป็ที่ดินผืนใหญ่ ถึงจะเป็ดินเค็มก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับนางที่มีทะเลสาบเซียนใน
หากดูไม่ผิดที่ดินตรงนั้นบริเวณดินมีเกล็ดสีขาวอยู่ ไม่แปลกที่มันจะเค็ม ไม่รู้ว่านอกจากการทำเกลือสมุทรแล้วที่นี่รู้วิธีทำเกลือสินเธาว์ที่สกัดจากดินแล้วหรือยัง หนึ่งในสามของที่ดินมีน้ำผุดออกมาซึ่งนั่นน่าจะเป็บ่อเกลือได้แต่ชาวบ้านคงไม่รู้ แต่นางไม่คิดจะเลือกที่ดินผืนนั้นเป็แน่ เพราะมันไม่มีประโยชน์กับนางเลยอีกทั้งยังเสี่ยงถูกปะา การค้าเกลือไม่ใช่เื่ที่คนทั่วไปจะสามารถทำได้ นางรับโทษไม่ไหวจริงๆ อีกอย่างนางเอกก็มีระบบร้านค้าที่มีเกลือถูกแสนถูกขายจะต้องไปทำเื่สุ่มเสี่ยงเช่นนั้นทำไม
สุดท้ายหลินหยุนซีก็เลือกที่ดินผืนที่ใหญ่ที่สุด รอให้นางได้ที่ดินผืนนั้นมาก่อนค่อยใช้น้ำในทะเลสาบเซียนชะล้างเกลือที่ผุดออกมาให้หมด แล้วทำการเพาะปลูกเสีย หากวันใดวันหนึ่งมีการผลิตบ่อเกลือสินเธาว์และสำรวจที่ดินผืนใกล้เคียงขึ้นแล้วพบว่าที่ดินนางนั้นมีความสามารถในการผลิตเกลือได้เช่นกัน แม้จะผลิตได้ลำบากกว่าที่ดินผืนที่มีน้ำผุด แต่นางคงยอมรับการเวนคืนที่ดินไม่ได้ เงินไม่กี่ตำลึงได้ที่ดินดีแบบนี้อย่างไรก็มีแต่ได้ไม่มีเสีย
“ไม่แล้วเ้าค่ะ ข้ามีที่ดินผืนที่ถูกใจแล้ว ข้าชอบที่ดินผืนใหญ่ที่สุดผืนนั้น อี้เหมยเ้าว่าอย่างไรถัดไปไม่ไกลก็มีอีกผืนตรงนั้นยังพอทำการเกษตรได้ เราจะได้อยู่ใกล้ๆ กัน”
หลินอี้เหมยก็ไม่เห็นด้วยเช่นเดียวกับหลินสื่อหยาง เมื่อซื้อที่ดินทั้งทีก็ควรใช้ประโยชน์จากที่ดินได้
“ไหนๆจะซื้อทั้งทีข้าว่าอยากจะเก็บเงินเพิ่มอีกสักหน่อยแล้วค่อยซื้อที่ดินเกษตรกรรมดีกว่า ข้ามีเงินที่ได้จากเ้า ท่านพ่อข้าก็มีเงินที่แยกบ้านมา แต่ว่าต้องกินต้องใช้ทุกวันยังไม่สามารถเอาไปใช้จ่ายกับเื่พวกนี้ได้”
“ตอนที่ข้าได้ลูกปัดมาข้าบังเอิญได้ตำราแก้ปัญหาดินและเื่การเพาะปลูกมาด้วย เื่นี้ข้ายังไม่มีโอกาสได้บอกผู้ใด คนขายรับประกันว่าแก้ไขปัญหาได้แน่นอน ข้ารู้สึกว่าพ่อค้าไว้ใจได้เลยคิดจะซื้อที่ดินมาลองปรับปรุงดู แสดงว่า 30ตำลึงได้ที่ดินผืนใหญ่แล้วก็ยังเพาะปลูกได้ ไม่มีผู้ใดทำเช่นนี้ได้อีกแล้ว ข้าเห็นว่าเป็คนกันเองหรอกนะจึงยอมบอกเ้าน่ะ ว่าอย่างไรสนใจหรือไม่ หรือเ้าจะไปซื้อที่ดินเกษตรกรรมข้าก็จะไม่ท้วงเ้าแล้ว”
หลินอี้เหมยได้ฟังดังนั้นก็ลังเล “ซีซีมิใช่ว่าข้าไม่ฟังเ้า แต่เื่นี้เป็เื่ใหญ่ อย่างไรก็ต้องไปปรึกษาผู้ใหญ่ที่บ้านก่อน แม้ข้าจะอยากให้ท่านพ่อท่านแม่ประหลาดใจที่ข้าสามารถซื้อที่ดินได้ แต่ว่าข้าก็อยากให้ท่านพ่อท่านแม่ได้เลือกที่ดินผืนที่้าจริงๆ”
“เช่นนั้นก็สุดแล้วแต่เ้าเถิด พวกเ้ากลับไปปรึกษาลุงใหญ่กับป้าใหญ่กันก่อน ส่วนข้ากับพี่ใหญ่แล้วก็จุนจุนจะขอเดินดูที่ดินผืนนั้นต่ออีกสักพัก” เวลานี้นางหยิบยื่นไมตรีให้บ้านใหญ่แล้ว คำพูดที่ควรจะพูดก็พูดออกมาหมดแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบ้านใหญ่แล้ว
“ตกลง หากได้ข้อสรุปเช่นไรจะบอกเ้าอีกทีหนึ่ง”หลินอี้เหมยมองแล้วเอ่ยเดินจากไป
“พี่ใหญ่ ผู้ที่จะครอบครอบที่ดินได้นี่ต้องมีอายุเท่าไรหรือเ้าคะ” จู่ๆ หลินหยุนซีก็หันมาถามหลินหยูเจ๋อที่ยืนเงียบไม่พูดไม่จาอยู่ตรงนั้น
“เมื่อถึงวัยออกเรือนก็สามารถเป็เ้าของที่ดินได้แล้วล่ะ”
หลินหยุนซีเอียงศีรษะครุ่นคิด อย่างนางนี่เรียกว่าวัยออกเรือนแล้วหรือไม่ แม้จะไม่ได้ปักปิ่นแต่ก็ถูกข้ามขั้นตอนไปถึงขั้นนั้นแล้ว แบบนี้คงซื้อที่ดินได้กระมังหากไม่ได้จริงๆ ก็ใส่ชื่อมารดาหรือหลินหยูเจ๋อก็ได้
“พี่ใหญ่ข้าชอบที่ดินที่อยู่ถัดจากหินโสโครกนั่นจริงๆ เ้าค่ะ กลัวเหลือเกินว่าจะมีคนซื้อตัดหน้า ข้ามีเงินจากการร้อยกำไลลูกปัดอยู่เรารีบไปบ้านหัวหน้าหมู่บ้านจางกันเถอะนะเ้าคะ”
หลินหยูเจ๋อมองไปทิศทางที่เป็เป้าหมายของหลินหยุนซีก่อนจะหัวเราะขึ้น“น้องรองที่ดินผืนนั้นถูกปล่อยทิ้งไว้มานาน แต่ไหนแต่ไรก็ไม่มีผู้ใด้า เรากลับบ้านไปปรึกษาท่านแม่กันก่อนดีกว่า”
หลินหยุนซีทำเสียงดูดื้อรั้น “ไม่ดีเ้าค่ะ เราต้องรีบซื้อ อย่างไรนี่ก็เป็เงินที่ข้าหามาได้ เราแค่ซื้อไว้เท่านั้นยังไม่ได้ปลูกบ้านสักหน่อย”
ให้ไปปรึกษานางซูซุนลี่ก่อนแบบนั้นไม่ใช่ว่าช้าไปหรอกเหรอ ที่ตัวอำเภอมีตลาดท่าเรือ อีกไม่นานอาจมีพวกขุนน้ำขุนนางมาเมืองนี้ หากผู้มีเงินถุงเงินถังเข้ามาในหมู่บ้านแล้วพบที่ดินผืนนี้เข้าล่ะ คนพวกนั้นใช่ว่าจะ้าเพาะปลูกเสียที่ไหน เหล่าเศรษฐีมักดูถูกอาชีพเกษตรกรรม ขอเพียงที่ดินสวยงามก็คร้านจะรีบจับจอง นางจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปไม่ได้
“เช่นนั้นข้าจะไปกับเ้าเอง” หลินหยูเจ๋อกัดฟันตอบตกลง
เมื่อมีพี่ชายคอยหนุนหลังเช่นนี้หลินหยุนซีก็โล่งใจ ต่อไปนางก็สามารถทำเื่ราวกล้าหาญลับหลังมารดาได้แล้ว
ณ บ้านหัวหน้าหมู่บ้านจาง
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้านจางเจอกันอีกแล้วนะเ้าคะ” หลินหยุนซีเอ่ยทักทายเ้าของบ้าน
หัวหน้าหมู่บ้านจางนิ่งอึ้ง เมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนเขาพึ่งเจอแม่นางน้อยผู้นี้ เหตุใดนางจึงมาหาเขาที่บ้านเล่า คงมิใช่มายืมหรอกกระมัง
“โอ้เด็กๆ บ้านหลินนั่นเองเป็ไงมาไงเล่า มีธุระอะไรอย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงของหัวหน้าหมู่บ้านเจือด้วยความไม่เต็มใจ เขาไม่แม้จะเชิญเด็กทั้งสามดื่มชา
หลินหยุนซีรับรู้ได้ถึงอารมณ์แฝงในถ้อยคำของหัวหน้าหมู่บ้าน นางจึงรีบเอ่ยจุดประสงค์ที่มาในวันนี้เพื่อไม่ให้บรรยากาศการสนทนานั้นอึดอัด
“คือข้ามาเื่ที่เราคุยกันค้างไว้เมื่อคราวที่อยู่บ้านข้าเ้าค่ะ ข้า้าซื้อที่ดินผืนริมที่ติดกับูเาและทะเลผืนที่ท่านหัวหน้าหมู่บ้านจางแนะนำ”
มือที่ไพล่หลังอยู่ของหัวหน้าหมู่บ้านกลายเป็การผายมือเชื้อเชิญหลินหยุนซีและคนที่เหลือทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น
“โอ้ อย่างนั้นก็เข้ามาก่อนเถอะ อาลั่วเอาชามารับแขกหน่อย” อาลั่วที่หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยสั่งนี้ก็คือจางลั่วบุตรสาวของเขานั่นเอง
หลินหยุนซีแอบมองจางลั่วผาดหนึ่ง ก็เห็นว่าั์ตาของแม่นางผู้นี้เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและไม่เต็มใจ เอาเถิดข้าก็ไม่ได้อยากจะข้องเกี่ยวกับเ้าเสียหน่อย ใครใช้ให้บิดาของเ้าเป็หัวหน้าหมู่บ้านเล่า หลินหยุนซีบ่นในใจ
เมื่อเห็นว่ามีแต่เด็กๆ ที่มาหัวหน้าหมู่บ้านจางจึงอดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ “แล้วนี่อาซุนลี่ล่ะ คงไม่ใช่ว่ามอบหมายให้พวกเ้าสามคนพี่น้องมาซื้อที่ดินกันเองหรอกใช่หรือไม่?”
ทว่าคำตอบของหลินหยุนซีก็ทำให้หัวหน้าหมู่บ้านยกยิ้มอย่างพึงพอใจ “ไม่ต้องให้ถึงมือท่านแม่ข้าหรอกเ้าค่ะ ท่านแม่ได้ฟังผืนดินที่หัวหน้าหมู่บ้านจางแนะนำและเดินไปดูมาแล้ว ไม่ผิดหวังจริงๆ แม้จะทำการเกษตรไม่ได้แต่ก็ยังใช้สร้างบ้านบังแดดบังฝนได้ อีกอย่างท่านลุงใหญ่บอกแก่พวกข้าว่าแค่มีหัวหน้าหมู่บ้านจางก็ไม่ต้องกังวลอะไร หัวหน้าหมู่บ้านจางยุติธรรมและโอบอ้อมอารียิ่งนัก”
หลินหยุนซีใช้สมองน้อยๆ เค้นหาถ้อยคำเยินยอมากมายเพื่อที่จะใช้มันแลกกับค่าดำเนินการ นางได้ยินมาจากหลินหยูเจ๋อว่าการซื้อขายที่ดินต้องมีค่าน้ำชาด้วย แต่เงินของนางต้องใช้อย่างจำเป็ หากสิ่งใดประหยัดได้ก็ควรประหยัด
“ฮ่าๆ ลุงใหญ่ของเ้าก็พูดเกินไป ในเมื่อพวกเ้าไปดูที่ดินผืนนั้นด้วยตัวเองแล้วข้าก็จะดำเนินการให้ ข้าบอกไว้ก่อนนะว่าหากดำเนินการเรียบร้อยแล้วข้าไม่รับคืนหรือแลกเปลี่ยนกับที่ผืนอื่น ในเมื่อข้อดีข้อเสียของที่ผืนนั้นก็เห็นๆ กันอยู่และอธิบายชัดเจนแล้ว” หัวหน้าหมู่บ้านจางเอ่ยย้ำเตือน
“เ้าค่ะ แล้วข้าต้องทำเช่นไรบ้างเ้าคะ?” หลินหยุนซีถูมือด้วยความตื่นเต้น