ผมชะงักงัน หัวใจเต้นไม่เป็ส่ำ สมองเกือบกลายเป็เยลลี่เหลว ด้วยมันกำลังพยายามประมวลผลคำพูดเมื่อครู่อย่างเต็มที่ และเพื่อรักษาฟอร์มที่มีอยู่ ผมจึงแสร้งทำเป็สงบ
“ อ้อ….คุณชื่อ…เจนนี่ หรอกรึ ว่าแต่…มีธุระอะไรล่ะ ” ผมไม่แน่ใจว่าเสียงที่ปล่อยออกไป สั่นไหวมั้ย แต่ผมก็พยายามบังคับมันให้นิ่งที่สุดแล้วแหละ
“ แหม……คุณอย่าตัดพ้อแบบไม่มีเยื่อใยสิคะ ดูๆ ทำเสียงเ็าใส่ดิชั้นอีก ” เสียงหญิงสาวที่ปลายสายออกแนวแหลมสูง แต่ก็แฝงแววกระตุ้นเร้าอยู่ในที เล่นเอาผมหน้าชา กระนั้นก็ยังวางท่าต่อไป
“ ปกติผมก็เป็คนแบบนี้อยู่แล้ว ว่าแต่คุณก็เล่ามาซักที สรุปแล้วคุณ้าอะไร ”
เหมือนทางฝั่งเจนนี่จะััได้ถึงความมาคุในน้ำเสียง เพื่อไม่ให้คู่สนทนาหงุดหงิดเกินไป เธอจึงเริ่มแบไต๋มากขึ้น
“ ก็้าคุยกับคุณไง อยากถาม ที่คุณพูดเมื่อกลางวัน เป็เื่จริงมั้ย ”
ผมพยายามทบทวนอย่างเต็มที่ เอ….กูไปพูดอะไรกับยัยเ้าหน้าที่ธนาคารตูดใหญ่ นมโตฟะ แต่ไม่ว่าย้อนระลึกซักเท่าใด ก็นึกไม่ออก กระนั้นผมไม่ยอมแสดงตัวว่าหลงลืม แล้วตอบยียวนอย่างที่เคยทำ
“ อืม……คำพูดนั้นจะจริงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับคุณว่า….้ามันรึเปล่า…..”
ปลายสายเงียบไปนานเลยทีเดียว ทำเอาผมเริ่มใจแป้ว ประมาณว่า…ตูพูดอะไรผิดไปรึเปล่าฟะ แต่ไม่ถึงอึดใจ โสตประสาทก็แว่วเสียงบางอย่าง
“ ฮ้า…..อืม…..”
จากประสบการณ์ บอกได้ทันทีว่านั่นคือเสียงครวญครางที่เร้าอารมณ์ของหญิงสาว ทว่าผมยังไม่เชื่อว่ามันดังมาจากมือถือ จึงเหลียวมองรอบตัว เผื่อจะเป็ของสตรีนางใดในละแวกนี้ แต่แล้วก็พบว่า…มันไม่ใช่ ด้วยแต่ละคนล้วนมัวแต่นัวเนียกับคู่ของตนเอง
“ เสียงนี้มันน่าจะมาจากในมือถือนี่แหละ ว่าแต่นังเจนนี่จะครางทำไมฟะ ” ผมค่อนข้างมั่นใจ แต่เธอจะทำแบบนี้เพื่ออะไร ทว่าไม่ทันได้คำตอบ ปลายสายก็สรุป
“ เอาเป็ว่า…ดิชั้นจะไม่พูดอะไรแล้ว ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน ”
ผมลังเลเล็กน้อย ยัยเจนนี่จะถามหาตำแหน่งทำไม และในเวลานี้ยิ่งต้องระแวง เพราะผมยังตกเป็จำเลยสังคมโทษฐานที่ทำให้ไอ้บ็อบฆ่าตัวตาย แต่ด้วยความอยากรู้ จึงตอบสนองแบบไม่คิด
“ ผมอยู่ที่ผับโกลเด้นฟาลว์เวอร์ บนถนนสาย 28 ย่านมิดทาว์น ”
“ โอเค…เดี๋ยวดิชั้นจะไปหา คุณรอที่นั่นแหละ ไม่เกินชั่วโมงก็ถึง แล้วเจอกัน ” ปลายสายกล่าวแค่นั้น ก่อนจะวางหู
ผมยอมรับว่ามึนตึบ นังคนนี้้าอะไรกันแน่ แต่ไม่รู้ว่าเป็สัญชาตญาณการเป็ผู้ชายหรืออย่างไรไม่ทราบได้ ผมจึงลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ เพื่อส่องกระจก เช็กสารรูปของตัวเอง
“ อืม…หล่อรึยังวะ มีกลิ่นปากหลงเหลืออยู่หรือเปล่า ” ผมตั้งคำถาม ดวงตามองหนุ่มร่างล่ำๆอวบๆในกระจก
หลังออกจากห้องน้ำ ผมก็เตร็ดเตร่แถวหน้าผับ เพราะคาดว่าถ้าอยู่ในห้อง VIP. ต่อไป น่าจะเจอกับเซ็กส์หมู่ที่แสนระอุ แล้วความอิจฉาตาร้อนก็จะตามมา จึงหนีมาดูดบุหรี่ดับอารมณ์
“ ฟู่…….” ผมปล่อยควันบุหรี่ให้ล่องลอยออกจากปาก ดวงตาเหม่อมองท้องฟ้าที่ไร้ดาว เนื่องจากถูกบดบังด้วยแสงไฟยามราตรีจากนครที่ไม่เคยหลับใหล
“ เฮ้อ…..นี่กูฝันอยู่รึเปล่าวะ ” ผมปล่อยตัวปล่อยใจ มโนทวารเริ่มเคลิ้มนิดๆ ซึ่งก็น่าจะเป็เช่นนั้น เพราะสิ่งที่อยู่ในบุหรี่มวนเองก็คือ…..สมุนไพรชนิดหนึ่งที่เหล่าสายเขียวนิยม และพอใกล้ได้ที แท็กซี่คันหนึ่งก็แล่นมาจอดเทียบฟุตบาทด้านหน้า
“ เอี๊ยด……..”
ผมมองตามพาหนะคันนั้น ไม่นาน ก็มีสตรีนางหนึ่งก้าวลงมา เส้นผมสีบรอนด์ของเธอยาวสลวยสวยเก๋ ทรวดทรงยวนโลกีย์ที่ชวนมอง ถูกซ่อนอยู่ในสายเดี่ยว และทรงเอสั้นเต่อสีแดง อันตัดกับผิวขาวโพลนแบบชาวยุโรป ทว่าร้ายกาจสุดกลับเป็….ใบหน้าที่สวยงาม ราวกับรูปสลัก ทำให้ดูเยือกเย็นและเย่อหยิ่งในเวลาเดียวกัน
“ โอ้ว….นี่มัน…นางฟ้ารึไงวะ ” ผมถึงกับตาค้าง อาวุธประจำกายเริ่มปูดโปนจนแทบดันยีนส์ที่สวมใส่ อาจเป็เพราะผู้หญิงคนนี้สวยเซ็กส์เหลือคณานับ หรือไม่ก็ผลจากสมุนไพรที่เพิ่งเสพเข้าไป
ทว่ามีเื่ให้เซอร์ไพรส์กว่านั้น เพราะแทนที่นางฟ้าชุดแดงจะเดินผ่านไปแบบที่เหล่าผู้หญิงสวยๆชอบกระทำ เ้าหล่อนกลับมามองมาที่ผม จากนั้นก็ร้องทัก
“ อ้าว…คุณบราวน์ น่ารักจังเลย อุตส่าห์มารอดิชั้นที่หน้าผับ ”
ผมนึกสงสัย สาวสวยคนนี้รู้จักผมได้ยังไง ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ เพราะรู้ตัวดีว่าไม่ได้มีชื่อเสียงมากพอจะทำให้นางงามคนนึงมาแยแส และดูท่าทางของผมจะชัดเจนเกินไป เ้าหล่อนจึงมองออกทันที
“ ทำหน้าแบบนี้ แปลว่าคุณบราวน์จำชั้นไม่ได้จริงๆ ดิชั้นเจนนี่ คนที่คุณเพิ่งเจอเมื่อกลางวันไง ”
ผมพยายามย้อนระลีก แต่ทบทวนยังไง ก็นึกไม่ออก นี่ผมสับเพล่าขนาดไหน ถึงจดจำสาวสวยระดับนี้ไม่ได้
“ โอเค จากเสื้อผ้าหน้าผมที่เปลี่ยนไป อาจทำให้คุณจำดิชั้นไม่ได้ งั้นแบบนี้ล่ะ…..” พอพูดจบ สาวสวยก็รวบผมขึ้นมาจนเห็นใบหู และซอกคอที่ขาวผ่อง ทำให้สมองของผมเริ่มระแคะระคาย
“ เอ๊ะ! คุ้นๆแฮะ หรือว่าจะเป็….”
“ ใช่แล้ว ดิชั้นเอง เจนนี่ไง จำได้รึยัง ”
ผมว่าเธอคนนี้น่าจะเป็เ้าหน้าที่ธนาคารที่เคยแอบกะลิ้มกะเหลี่ยจริงๆ เพราะเริ่มคุ้นหน้า แต่ด้วยอุปนิสัยหยาบโลน จึงอดไม่ได้ที่จะเย้าแหย่
“ อืม….เกือบจะจำได้นะ ทว่าก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดี แต่ถ้าได้ััเรือนร่างดูซักที บางทีอาจนึกออก ”
แต่แทนที่ผมจะได้รับคำก่นด่าในแบบที่เคยโดนมาตลอด เ้าหล่อนกลับชะงักไปอึดใจ ก่อนจะตีหน้าเง้างอน
“ แหม…คุณบราวน์นี่ล่ะก็ เข้าใจล้อเล่นนะคะ ”
ผมรู้สึกแปลกใจเหลือเกิน หรือโชคชะตาจะหันมาเข้าข้าง เลยทำให้รอดพ้นจากการโดนภรุสวาท แต่ไม่ว่าจะปลอดโปร่งเพราะเหตุใด ก็ไม่ใส่ใจ ด้วยตอนนี้มือผมกำลังขึ้นสุดๆ จึงลองกระเซ้าต่อ
“ ผมไม่ได้ล้อเล่นนะ คุณไม่เคยได้ยินงานวิจัยของด็อกเตอร์บราวน์เออร์ สกิตจ็อปรึไงที่เคยเขียนไว้ว่า….การที่เราจะจดจำใครได้ซักคน มันต้องได้รับการััอย่างแแ่ เพื่อดึงเมมโมรี่ที่อยู่ในหัวออกมา ” ผมมั่วนิ่มเต็มที่ แถมชื่อด็อกเตอร์ที่โคตรประหลาด ก็เพิ่งแต่งแบบสดๆ นอกจากนี้ยังพยายามแอ็คท่าให้ดูน่าเชื่อถือ
สาวสวยผมบรอนด์ดูเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ใบหน้าแฝงแววหมั่นไส้อย่างชัดเจน แต่บังเกิดให้เห็นแค่แวบเดียว ร่องรอยนั้นก็จางหายไป พร้อมปรากฏรอยยิ้มเล็กน้อยเข้ามาแทนที่
“ แหม….คุณบราวน์นี่รอบรู้จังนะคะ ว่าแต่ด็อกเตอร์คนนั้นชื่ออะไรนะ ”
คำถามนั้นทำให้ผมนึกอยู่อึดใจ ซึ่งเป็เื่ที่ช่วยไม่ได้ เพราะผมบอกพวกคุณไปั้แ่ข้างต้นแล้วไม่ใช่เหรอว่า…..ผมไม่ใช่เด็กเรียนดีที่ฉลาดนัก ดังนั้นพอผ่านไปไม่ถึงนาที ชื่อของด็อกเตอร์ที่มโนขึ้นมาเอง ก็เริ่มลางเลือน แต่เพื่อให้การหลอกลวงมีน้ำหนักมากที่สุด ผมจึงต้องตอบกลับ
“ ชื่อด็อกเตอร์บราวน์เนอร์ สก็อยส์จู้ด ”
“ อ้อ….อย่างนี้นี่เอง ” สาวสวยคนนั้นกล่าวเบาๆ รอยยิ้มน้อยๆยังคงประดับอยู่ แต่มันดูดุๆยังไงชอบกลจนคนหยาบกระด้างอย่างผมััได้
“ อ่า…..ว่าแต่…ด็อกเตอร์คนนั้นชื่ออะไรนะคะ ” สาวสวยถามอีกครั้ง แต่คราวนี้ผมจำต้องตัดบท เพราะคาดว่าการกล่าวถึงชื่อด็อกเตอร์ในวาระนี้ น่าจะไม่ซ้ำกับสองครั้งแรกเป็แน่
“ เอาล่ะ เราเลิกพูดถึงเื่นี้เถอะ ”
เหมือนสาวสวยจะรู้ว่าผมเริ่มไม่พอใจ เ้าหล่อนจึงทิ้งประเด็นนี้ แล้วหันมาถามเสียงหวาน
“ ว่าแต่….คุณบราวน์อยากัักายดิชั้นตรงส่วนไหนคะ ”
ผมนิ่งคิด พร้อมสอดส่องเรือนร่างงามระหงที่ออกแนวสะบึมของเ้าหล่อนอยู่หลายอึดใจ ไม่ว่าจะเป็บั้นท้ายดินะเิ เอวเว้าคอดรูปตัวเอส ล้วนเป็สัดส่วนในฝันของเหล่าชาย แต่ที่เล็งแบบจริงจัง เห็นจะเป็…….ทรวงอกูเาไฟที่ตั้งเต้าเต่งตึงท้าทายสายตา
“ อืม….ถ้าให้เลือก คงจะเป็……” ผมพูดค้างไว้แค่นั้น พร้อมส่งสายตาชั่วช้าลามกไปที่หนองโพคู่งาม ทำให้สาวเ้าถึงกับสะดุ้งเลยทีเดียว แต่ไม่นาน คุณเธอก็ปรับอารมณ์ได้ จึงยิ้มพรายเป็เชิงยั่วเย้า
“ งั้นคุณบราวน์คงต้องลองจับมัน เผื่อจะช่วยฟื้นความทรงจำที่เกี่ยวกับดิชั้น ”
“ จะ….จับได้…เหรอ….” ผมแทบไม่เชื่อหู นี่มันบ้าอะไรเนี่ย โลกนี้คงใกล้ถึงคราวอวสานแล้วล่ะมั้ง คนอย่างผมถึงได้พบเจอกับโชคระดับนี้ และเพื่อไม่ให้ความหวังดีของสาวสวยต้องมลายไป ผมจึงยื่นมือหยาบกร้านที่สั่นเทาไปข้างหน้า เป้าหมายคือหนองโพที่สูงใหญ่จนแทบดันตัวทะลุสายเดี่ยว
และในขณะที่ปลายนิ้วใกล้ััทรวงอกอวบอิ่ม ทุกสิ่งรอบตัวก็เหมือนดับวูบลง เวลาทั้งโลกแทบหยุดนิ่ง เหลือไว้เพียงแรงปรารถนาที่กำลังจะปะทุ เสมือนลาวาเดือดที่พลุ่งพล่านจากศิงขรเพลิง
ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ผมดันเผลอไปสบตากับเจนนี่ ซึ่งทอประกายเยือกเย็นปนเร่าร้อน ยิ้มบางเฉียบผุดขึ้นตรงมุมปาก ทำให้ผมรู้สึกว่า…ภายใต้ความงามอันหอมหวาน กำลังซ่อนบางสิ่งที่ไม่น่าพิสมัย
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/darksidewriter.versionend.of.the.alley