
เช้าวันรุ่งขึ้นเอกรินทร์ขับรถไปที่บ้านพราวนภาแต่เช้าตรู่พร้อมกับยกมือไหว้นางพิมพรรณและแนะนำตัวเองอย่างเป็ทางการ
“สวัสดีครับผมชื่อเอกเป็ญาติของน้ำน้องอบเพื่อนน้องพราวครับพอดีผมจะพาน้องๆไปเที่ยวแต่น้องพราวบอกว่าต้องมาช่วยคุณแม่ทำขนมผมเลยมาขออนุญาตครับ”
“จ้ะพูดซะยาวเลยรู้จักกันนานแล้วเหรอ”
“เมื่อวานครับน้องน้ำอบเพิ่งแนะนำ”
“เมื่อวาน”นางพิมพรรณใแต่เมื่อมองหน้าเอกรินทร์ก็รู้สึกสบายใจและหันไปเรียกลูกสาวที่ยังอยู่ในครัวให้ออกมาด้านนอก
“ยังไม่เสร็จเลยแม่”
“เขามารับไปเที่ยวเห็นว่าเพิ่งรู้จักเมื่อวานเอง”
“ใช่แม่ หนูไม่อยากไปเลย”พราวนภาตอบพร้อมกับมองหน้าเขา
“พี่บอกแล้วว่าพี่ไม่มีเพื่อนน้องน้ำอบพาแฟนไปแล้วพี่จะคุยกับใคร”
“แต่พราวเพิ่งรู้จักพี่เมื่อวานเองนะคะ”
“เดี๋ยวพี่จะทำให้พราวรู้จักพี่มากขึ้นไม่ต้องกลัวนะน้องน้ำอบก็ไปหรือว่าจริงๆกลัวพี่หน้าตาแบบนี้น่ากลัวเหรอ”
“เปล่าค่ะ”พราวนภานึกแปลกใจทำไมเขาถึงอยากให้ตนไปด้วยทั้งที่เพิ่งรู้จักกัน
“น้องน้ำอบบอกว่าพราวเป็ผู้หญิงที่น่าสนใจมากนิสัยดีเรียนเก่งทำอาหารเก่งทำงานบ้านก็เก่งแถมสวยอีกอันนี้พี่ต่อให้นะเพราะว่าสวยจริงๆ”เขายิ้มพร้อมกับหันไปมองหน้านางพิมพรรณที่มองเขาราวกับสำรวจหาอะไรสักอย่าง
“คุณนี่พูดจาตรงดีนะคะจะจีบลูกสาวแม่ทั้งที่เพิ่งรู้จักแค่เมื่อวานจีบติดก็จีบเลยค่ะเป็ญาติน้ำอบคงไว้ใจได้แม่ไม่ขัดพราวจะไปก็ไปเปลี่ยนชุดนะลูกงานที่เหลือแม่ทำเองหนูเหนื่อยมาหลายวันแล้วไปพักเถอะ”นางพิมพรรณหันไปบอกลูกสาวในขณะที่นรารักษ์ก็โทรมาเร่งให้รีบออกจากบ้าน
“เรากำลังจะเปลี่ยนชุดแล้วแค่นี้นะ”พราวนภากดวางสายรีบเดินไป้าเข้าห้องนอนเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าในขณะที่เอกรินทร์ก็หยิบธนบัตรฉบับละพันให้นางพิมพรรณไปสามใบ
“อะไรกันคุณ”
“ผมไม่ได้ดูถูกนะครับผมให้ครับไม่เยอะแต่ก็พอทำให้น้องพราวไม่กังวลใจว่าคุณแม่จะขายขนมได้หรือไม่”
“ไม่ได้หรอกค่ะรับเงินมาไม่ได้ทำอะไรแลกเปลี่ยน”
“คุณแม่ครับรับเถอะผมรู้ว่าน้องพราวลำบากน้องน้ำอบเล่าให้ฟังหมดแล้วคุณแม่ก็ลำบากเงินแค่นี้ไม่เยอะหรอก”
“ถ้าพราวรู้ต้องว่าฉันแน่เลย”
“ก็อย่าให้รู้สิครับเก็บไว้จ่ายค่าน้ำค่าไฟก็ได้ครับถือว่าผมช่วยถ้ามีงานอะไรที่บริษัทคุณพ่อพอที่น้องพราวจะทำได้ผมจะรีบบอกน้องพราวนะครับผมอยากช่วยเห็นว่าน้องขยันและตั้งใจเรียนมาก”
“ขอบคุณมากนะคะหน้าตาหล่อแถมใจดีฉันขอรับเงินสามพันนี้ไว้ก่อนเอาไว้มีโอกาสจะหาทางตอบแทนขนมก็ไม่ทันเสร็จเอางี้ตอนคุณมาส่งพราวก็เอาขนมฉันไปนะจะทำไว้ให้เอาไปแจกคนไร้บ้านหรือคนยากไร้ก็ได้แลกกับเงินสามพัน”
“งั้นคุณแม่ทำให้ได้ยอดหนึ่งหมื่นนะครับขากลับจะเอาไปแจกเด็กๆที่บ้านเด็กกำพร้า”เขาพูดพร้อมกับควักเงินให้นางพิมพรรณ
“แล้วสามพันนี่ละคะ”
“เป็ค่าแรงครับไม่รวมกันน้องพราวมาแล้วเอาไว้ผมจะขอเบอร์กับน้องพราวโทรหาคุณแม่นะครับ”
“ค่ะ”นางพิมพรรณยิ้มเล็กน้อยแต่ก็พอรับรู้ว่าเอกรินทร์น่าจะตกหลุมรักพราวนภาเลยเอาอกเอาใจตนยกใหญ่
‘คุณจะจีบติดเหรออีกอย่างลูกสาวแม่ก็จนคุณคงไม่ได้คิดจริงจังหรอกมั้ง’
กันต์กวีแวะจอดปั๊มเพื่อรอเอกรินทร์เขาเองก็นึกหมั่นไส้เอกรินทร์ที่ออกหน้าออกตารุกจีบพราวนภาจนเห็นได้ชัดเจนทั้งที่เพิ่งได้รู้จักแท้ๆ
“น้องน้ำอบพี่เอกของเราไปนานมากนัก”
“นั่นสิคะรถเสียหรือเปล่า”
“โทรตามอีกรอบได้ไหม”
“ค่ะ” นรารักษ์กดโทรออกแล้วก็ต้องรีบวางสายเมื่อรถยนต์ของเอกรินทร์กำลังเลี้ยงเข้ามายังจุดนัดพบพอดิบพอดี
“ตายยาก” กันต์กวีบ่นเบาๆบ่นเบาๆแล้วเปิดประตูออกไปด้านนอก
“รอหนูด้วยพี่กันต์”
“พี่จะเข้าร้านสะดวกซื้อเอาอะไรไหม”
“น้ำเปล่าค่ะส่วนของกินเล่นหนูมีติดตัวมาแล้วพราวไปห้องน้ำไหม”
“เราอยากได้ของใช้ส่วนตัวต้องไปซื้อก่อนจะรอไหมล่ะ”
“งั้นก็มาเจอกันที่รถเลยนะ”
“พี่ไปเป็เพื่อนพราวนะ”เอกรินทร์ยิ้มแล้วเดินนำหน้าพราวนภาในขณะที่กันต์กวีก็รีบสาวเท้ามาใกล้และถามด้วยความหงุดหงิด
“ไปซี้กันตอนไหนเพิ่งรู้จักกันเองนะ”
“ไม่ได้ซี้ค่ะพี่เอกเขาเฟรนลี่มากกว่า”
“เขาจีบเธอไม่รู้หรือไงหรือแกล้งโง่”
“ไม่รู้และไม่ได้แกล้งโง่เพราะฉันไม่รู้”พราวนภาตอบพร้อมทำตาขวางใส่เขา
“รู้ไว้ซะเขาจีบเธอ”
“ทำไมคะคนรวยๆมาจีบฉันบ้างไม่ได้หรือไง”
“ไม่ได้” เขาตอบโดยไม่ทันระวังคำพูด
“อะไรนะ”
“เปล่า”เขาตอบแล้วเดินแซงหน้าพราวนภาไปจนถึงเอกรินทร์
“กันต์นายจะเอาอะไรเหรอ”เอกรินทร์ด้วยความเป็มิตรและดีใจที่รู้ว่าเขากับกันต์กวีเกิดเดือนเดียวกันปีเดียวกัน
“ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กพอดีลืมหยิบมา”
“นั่นไงอยู่ตรงนั้นไปสิส่วนฉันจะไปช่วยน้องพราวเลือกของดีกว่า”
“ทำเหมือนแฟนเลยนะนายก็เพิ่งรู้จักเขานี่”
“อยากให้เป็แฟนเวลาไม่สำคัญหรอกคบสิบปีเลิกกับคบหนึ่งเดือนแต่งงานอยู่ยันแก่ถมเถไป”
“เชิญ”กันต์กวีหน้าเจื่อนแล้วหยิบของเพื่อรีบไปจ่ายเงินและออกไปด้วยความหงุดหงิด
‘สวยจนใครเห็นก็หลงงั้นเหรอก็ไม่ได้สวยขนาดนั้นนี่ พราวเธอนี่มีอะไรดีฉันอยากรู้จริง’
เมื่อถึงที่พักติดทะเลและเก็บของกันเรียบร้อยทุกคนก็พักผ่อนตามอัธยาศัยเอกรินทร์ขอนอนพักสักหนึ่งชั่วโมงส่วนกันต์กวีที่พักห้องเดียวกันขอไปเดินเล่นเพราะเขาเองก็ไม่ได้อยากนอนร่วมห้องกับเอกรินทร์เท่าไรนักแต่เมื่อนรารักษ์คะยั้นคะยอเพราะให้เหตุผลว่าไม่ควรสิ้นเปลืองค่าห้องทั้งที่นอนด้วยกันได้ส่วนสองสาวก็เปลี่ยนชุดและพากันลงไปเดินเล่นตามสไตล์สองสาวเพื่อนรัก
“พี่กันต์มาคนเดียว”นรารักษ์ปล่อยมือจากพราวนภาวิ่งไปหาคู่หมั้น
“งั้นเราไปทางโน้นนะ”พราวนภาะโตามหลังแล้ววิ่งไปอีกด้านทำให้กันต์กวีได้แต่มองตามแล้วหันมาถามนรารักษ์ด้วยความสงสัย
“พราวไปไหนคนเดียว”
“คงไม่อยากเป็ก้างขวางคอค่ะ”นรารักษ์ตอบแล้วกอดแขนเขาไว้แน่น
“ไม่ได้เป็นี่ เดินด้วยกันจะได้ไม่เหงา”
“ปล่อยเถอะค่ะนานๆทีพราวจะได้เดินเล่นคนเดียวแบบสบายใจบ้าง”
“น้องน้ำอบไม่ไปกับเพื่อนเหรอครับ”
“พี่กันต์คะเราหมั้นกันแล้วนะมาเที่ยวก็ต้องอยู่กับพี่กันต์สิคะ”
“เอกก็นอนหลับพี่ไม่อยากปลุกไม่งั้นคงไปกับพราวแน่นอน”
“หนูจะเชียร์พี่เอกให้จีบพราวให้ติดค่ะพี่เอกรวยดูแลพราวได้แน่นอน”
“เพื่อนน้ำอบชอบคนรวยเหรอ”
“ไม่รู้สิคะไม่เคยเห็นพราวรักใครหรือคบใครเลยชีวิตมีแต่เรียนทำงานหาเงินช่วยแม่ขายของ”
“นั่นสิแล้วจะทันคนหรือเปล่าแบบนี้”
“พี่กันต์ห่วงพราวเหรอคะไม่ต้องห่วงหรอกค่ะพราวเอาตัวรอดได้”
“ตรงโน้นมีหมวกขายเราไปดูกันเถอะ”เขาเลี่ยงเื่ที่นรารักษ์ถามแล้วตรงไปยังร้านขายหมวกริมถนน
ทางด้านของพราวนภาเดินเล่นจนเพลินและข้ามถนนมาอีกฝั่งจนกระทั่งเห็นชายแปลกหน้าสามคนกำลังรุมทำร้ายผู้ชายอีกคน
“หยุดนะ!”พราวนภาะโดังลั่นพร้อมมองหาอะไรที่พอจะป้องกันตัวได้