บทที่ 30 ริบอายุขัย
ชาวเน็ตต่างมึนงงเมื่อได้ยินสิ่งนี้
นี่ยังเรียกว่าคนได้อยู่ไหม หรือว่าเป็นปีศาจ?
ทำไมโหดเหี้ยมได้ถึงขนาดนี้?
แค่มีอำนาจเงินก็สามารถทำอะไรก็ได้ตามใจงั้นเหรอ?
หากฉินเหยียนจินไม่กระชากหน้ากากของผู้หญิงคนนี้ออกมาในวันนี้ก็น่ากลัวว่าจะยังมีอีกหลายคนถูกหลอกด้วยภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูสวยหรูของไป๋หลี
ฉินเหยียนจินหันมาพูดกับกล้อง
“เจ้าหน้าที่เนี่ยอวิ๋นที่กำลังดูไลฟ์อยู่ คุณควรจะตรวจสอบไนต์คลับและคลับเฮาส์ส่วนตัวบางแห่งในเมืองนี้ดูจะดีกว่านะคะ ที่พวกนี้มียาอย่างที่ฉันบอกขายอยู่ เน้นไปสืบเกี่ยวกับคนที่ชื่อว่าซุนเฟิง เขาเคยฆ่าคนไปแล้วด้วย”
เจ้าหน้าที่เนี่ยอวิ๋นที่กำลังพักร้อน นั่งจิบชาดูไลฟ์อยู่ ชาก็แทบพุ่งออกมาจากปากด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“ให้ตายเถอะ อาจารย์นี่จริง ๆ เลย หลอกลวงหรือเปล่าเนี่ย”
แต่หลังจากคิดดูแล้วเขาก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ “แต่สิบแปดมงกุฎจะรู้ชื่อเราได้ยังไง แล้วถ้าเรื่องที่อาจารย์พูดเป็นความจริงจะทำยังไงล่ะ”
“เฮ้อ จริงหรือไม่จริงก็ลองโทรถามผู้กองดูก่อนแล้วกัน ไม่น่าเสียหาย”
ไป๋หลีเหงื่อแตกพลั่ก หัวใจของเธอก็เต้นแรง ไม่เข้าใจเลยว่าฉินเหยียนจินรู้ทุกอย่างเหมือนตั้งกล้องไว้ในบ้านเธอขนาดนี้ได้ยังไง
นี่มันมากเกินไปแล้วจริง ๆ
เธอทำได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนและสวดภาวนาในใจว่าฉินเหยียนจินจะหยุดพูดเสียที หากยังพูดต่อไป ตระกูลไป๋คงได้จบสิ้นตรงนี้แล้วจริง ๆ
แล้วถ้าตระกูลไป๋ล่มจม เธอจะยังอยู่ต่อไปได้อย่างไร?
ในความรู้สึกของเธอ ไม่ว่าจะทำอะไรผิดร้ายแรงแค่ไหน ทั้งพ่อแม่และพี่ชายจะช่วยจัดการเก็บกวาดเรื่องพวกนั้นให้เอง แต่ทั้งหมดนี้เป็นไปได้เพราะตระกูลไป๋ยังมั่นคงอยู่
ตอนนี้ถ้ามีเจ้าหน้าที่สักคนมาตรวจสอบจริง ๆ ตระกูลของเธอล่มจมแน่นอน!
ฉินเหยียนจินยิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ตอนนี้เรากลับมาที่เรื่องวางเพลิงเมื่อสิบปีก่อนกันดีกว่าค่ะ ไป๋หลี คุณเป็นคนชักนำให้เพื่อน ๆ ร่วมมือกันทำเรื่องนี้ คุณเป็นคนหยิ่งยโสและทนไม่ได้เมื่อเห็นว่ามีคนอื่นเก่งกว่าตัวเอง โดยเฉพาะกับถงโจวโจวที่ใคร ๆ ก็เรียกเธอว่าเป็นเด็กสาวอัจฉริยะ คุณมองว่าถงโจวโจวเหนือกว่าตัวเองในทุก ๆ ด้าน เป็นเหตุจูงใจที่คุณคิดอยากจะฆ่าเธอ”
“ในตอนแรกพวกคุณเปลี่ยนเครื่องดื่มของถงโจวโจวเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีรสหวาน ช่วงแรก ๆ ของการดื่มทุกอย่างก็ยังเป็นไปตามปกติ แต่ก็เริ่มเพิ่มดีกรีของแอลกอฮอล์ให้มากขึ้น มากขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นก็พาตัวถงโจวโจวกลับไปยังห้องพักที่โรงแรม และกลัวว่าจู่ ๆ เธอจะตื่นขึ้นมาแล้ววิ่งหนีไป จึงไปเอาเหล้ามาให้เธอดื่มอีกจนหมดขวด และเอาเหล้าดีกรีสูงนั้นมาราดลงบนตัวเธอด้วย เสร็จแล้วก็เอาเทียนเล่มสั้น ๆ ออกมา เมื่อไรที่เทียนล้ม แม้เปลวไฟเล็ก ๆ ก็กลายเป็นต้นเพลิงลุกไหม้บนตัวเธอได้”
เมื่อเล่าถึงตรงนี้ ชาวเน็ตก็ขนลุกเกรียวระหว่างที่กำลังฟัง
[พูดไม่ออกเลย คนพวกนี้ยังเป็นมนุษย์อยู่ไหม?]
[ถ้าโจวโจวไม่เลือกเรียนที่นี่ ตอนนี้อาจจะกำลังมีชีวิตที่ดี เป็นคนระดับชั้นนำของประเทศเราไปนานแล้วก็ได้]
[ตอนนี้เริ่มกลัวแล้วว่าไป๋หลีจะเป็นโรคจิตอะไรหรือเปล่า ไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดี ต่อไปก็ฆ่าคนอีกเรื่อย ๆ ตัวอันตรายชัด ๆ]
[คนปกติที่ไหนจะทำอะไรแบบนี้ได้ เกินมนุษย์ไปแล้ว]
ในเวลานี้สีหน้าของฉินเหยียนจินนั้นเคร่งขรึมราวกับกำลังอยู่ในชั้นศาล สายตาของเธอจ้องไปทางไป๋หลีโดยไม่กะพริบ และเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม
“ไป๋หลี คุณยอมรับความผิดที่ได้ก่อไว้ไหมคะ?”
แต่ตอนนี้ไป๋หลียังไม่สามารถขยับตัวหรือพูดตอบโต้อะไรได้ เธอจะตอบกลับไปได้อย่างไร?
เธอจึงทำได้เพียงแค่จ้องไปทางฉินเหยียนจินด้วยแววตาไม่พอใจและเกรี้ยวกราด
ฉินเหยียนจินพยักหน้าด้วยท่าทางสงบ “ถ้าคุณไม่ยอมพูดอะไรก็แสดงว่าคุณยอมรับมัน ดีมากค่ะ ต่อไปคุณจะต้องได้รับโทษจากการกระทำที่เคยก่อไว้อย่างสาสม คุณเต็มใจจะรับไหม?”
ชาวเน็ตนิ่งไป [...]
อาจารย์เพิ่งบอกไปก่อนหน้านี้ว่าเธอขยับไม่ได้อยู่ไม่ใช่เหรอ?
แล้วเธอจะตอบได้ยังไง?
นี่มันมัดมือชกกันชัด ๆ!
ดูเหมือนอาจารย์จะเป็นคนร้ายกาจไม่แพ้คนเหล่านี้เช่นเดียวกัน
หัวใจของไป๋หลีเต้นผิดจังหวะ รู้สึกเสียวสันหลัง หนาวไปถึงในกระดูก ร่างกายเต็มไปด้วยความตึงเครียด กลัวว่าฉินเหยียนจินตะใช้คาถาน่ากลัวอะไรกับตัวเองขึ้นมา
ฉินเหยียนจินไล่ลำดับอย่างระมัดระวัง
“คุณทำเรื่องเลวร้ายไว้มากมายทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ จิตใจโหดเหี้ยม ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ฉันขอริบอายุขัยคุณสี่สิบปี และแผดเผาวิญญาณคุณเป็นเวลาหนึ่งนาที เพื่อให้ได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานที่ถงโจวโจวได้รับในเวลานั้น”
ไป๋หลีและชาวเน็ตต่างตกตะลึง
การลงโทษแบบนี้
เรียกว่ามันยังธรรมดาเกินไปมาก!
ริบอายุขัยแค่สี่สิบปี แผดเผาวิญญาณหนึ่งนาที แม้แต่ในละครยังไม่มีอะไรแบบนี้เลย
ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีถัดมา
ชาวเน็ตกลับเริ่มเห็นว่ารูปร่างหน้าตาของไป๋หลีเริ่มแก่ชราลงเรื่อย ๆ อย่างเห็นได้ชัดผ่านจอไลฟ์สด
อย่างแรก ผิวตามตัวของเธอค่อย ๆ หย่อนคล้อย จากนั้นผมก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาว ร่างกายค่อย ๆ เสียรูปร่างที่สมส่วน แม้แต่หลังก็เริ่มงองุ้ม
ชาวเน็ตมองภาพนั้นอย่างตกตะลึง
ทุกคนต่างตกอยู่ในความงงงวย
เหล่าผู้ชมต่างอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น ตกใจจนแทบจะกรามค้างจากการอ้าปากเพราะตกใจ
นี่… นี่มัน...
เรื่องพวกนี้จะสามารถเอาหลักวิทยาศาสตร์อะไรมาอธิบายได้กัน?
แล้วแบบนี้เรื่องวิทยาศาสตร์จะยังเชื่อได้อยู่ไหม?
อาจารย์ฉินคนนี้มีวิวัฒนาการเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปหรือเปล่า?
[ให้ตาย อาจารย์ฉินเป็นพระเจ้าเหรอ?]
[ไม่อะ อาจารย์ดูเป็นนางฟ้ามากกว่า]
[มีมนุษย์ทำอะไรแบบนี้ได้จริง ๆ เหรอ? มันดูน่าเหลือเชื่อเกินไป ริบอายุขัยคนอื่นเนี่ยนะ? ต่อจากนี้ถ้าอาจารย์ไม่พอใจใครขึ้นมาก็คงอยู่ยากแล้ว!]
[อาจารย์ นี่มันเหมือนฆ่ากันเลยชัด ๆ ผู้หญิงคนนี้ห่วงเรื่องรูปร่างหน้าตามากกว่าชีวิตซะอีก ไม่คิดเลยว่าอายุขัยที่ต้องจ่ายจะเป็นอายุวัยสาวแบบนี้ กลายเป็นยายแก่ไปแล้วใครจะทนได้]
[เห็นแบบนี้แล้วก็คิดว่าโดนเผาวิญญาณหนึ่งนาทีน่าจะไม่ธรรมดาเหมือนกันใช่ไหม แต่เผาวิญญาณมันคืออะไร คนเรามีวิญญาณจริง ๆ งั้นเหรอ?]
[ไม่แน่อาจารย์อาจจะเป็นคนที่อายุยืนมากก็ได้]
[แอบอยากรู้เลย ว่าอายุขัยที่อาจารย์ริบไปมันไปอยู่ที่ไหน เอาไปต่ออายุตัวเองหรือเปล่านะ?]
[ไม่น่าจะเป็นแบบนั้น ถ้าอาจารย์ทำเพื่อต่ออายุตัวเองจริง ๆ คงไม่ไลฟ์ให้ทุกคนดูแบบนี้หรอก อาจารย์มีพลังมากขนาดนี้น่าจะเกิดจากการฝึกฝน แล้วพวกนี้ยิ่งฝึกไปขั้นสูงเท่าไรก็จะยิ่งอายุยืนมากขึ้น]
[เมนต์บนวิเคราะห์ได้ดี]
[เห็นด้วยกับเมนต์บนนะ ถ้าอาจารย์อยากจะเพิ่มอายุขัยตัวเองจริง ๆ ก็น่าจะทำได้โดยที่ไม่มีใครทันรู้ตัวด้วยซ้ำมั้ง จะมาไลฟ์ให้ดูทำไม]
ทุกคนได้เห็นการเปลี่ยนแปลงจากสาวสวยเป็นยายแก่ผมขาวของไป๋หลีกับตาตัวเอง สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความเกรงกลัวที่มีต่อฉินเหยียนจินขึ้นมาทันที
ไป๋หลีรู้สึกเวียนหัว แน่นหน้าอก ร่างกายอ่อนแอและร่างกายก็มีกลิ่นน่าขยะแขยงออกมา
เธอเคยได้กลิ่นแบบนี้จากย่ามาก่อน นี่มันกลิ่นคนแก่
ร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนทำให้เธอรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า เธอกรีดร้องอยู่ในใจ ดวงตามองไปทางฉินเหยียนจินจนตาแทบจะถลนออกมา มันเต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่ต้องการจะสับอีกฝ่ายเป็นชิ้น ๆ ด้วยมีดนับพันเล่ม
ทว่าในเสี้ยววินาทีถัดมา
ร่างของไป๋หลีก็ร้อนราวกับจะลุกเป็นไฟ และดูเหมือนมันกำลังแผดเผาทั้งร่างอย่างรุนแรง
รูม่านตาหดตัวอย่างรวดเร็ว เส้นเลือดที่หน้าผากปริแตก การถูกเผาไหม้อย่างกะทันหันสร้างความเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างยิ่ง ไฟนั่นแทบจะทำให้เธอหลอมละลาย ความเจ็บปวดถึงขั้ววิญญาณสร้างความทรมานแสนสาหัส
ทันใดนั้นดวงตาของหญิงชราก็เบิกกว้าง เหงื่อเย็นผุดขึ้นมาตามหน้าผาก ใบหน้าซีดเซียว แต่แววตาที่เคยแสดงออกถึงความเกลียดชังเปลี่ยนไปเป็นหวาดกลัวและเจ็บปวด
ความเจ็บปวดระดับนี้ ผู้หญิงบอบบางอย่างไป๋หลีไม่มีทางทนได้อย่างแน่นอน แต่เธอยังนั่งเงียบไม่พูดอะไรออกมา ไม่มีแม้แต่อาการตัวสั่น
ชาวเน็ตเห็นไฟลุกขึ้นมาจึงมองไปที่จอด้วยความตกใจ
[ไฟที่เผาอยู่นั่น มันจะไม่เป็นไรงั้นเหรอ?]
[อาจารย์ แบบนี้มันฆาตกรรมหรือเปล่า?]
[เมนต์บน มีหลักฐานเหรอว่าอาจารย์เป็นคนจุดไฟ?]
[นั่นสิ อาจารย์จุดไฟได้ยังไงทั้งที่อยู่คนละที่กัน]
[ถ้ารู้จะมานั่งรอเผือกอยู่ด้วยกันแบบนี้เหรอ?]
[นั่นสิ]
[นี่มันไม่โหดร้ายเกินไปงั้นเหรอ?]
[เมนต์บนหมายความว่าไง ยัยนี่เริ่มทำร้ายคนอื่นตั้งแต่ 3 ขวบ เริ่มฆ่าคนตั้งแต่ 5 ขวบ สมควรได้รับความเห็นใจเหรอ?]
ระหว่างที่คอมเมนต์ไหลเป็นสายน้ำ ในที่สุดเปลวไฟบนร่างของไป๋หลีก็ค่อย ๆ สลายหายไปและมอดดับลงในที่สุด
ทุกคนต่างประหลาดใจเมื่อเห็นว่าร่างกายของเธอยังดูปกติ