คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    รัตติกาลแห่งชายแดนพฤกษา

    [24 พฤษภาคม]

    ติ๊ง

    หน้าต่างระบบสีฟ้าสว่างวาบขึ้นตรงหน้า

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 24 พฤษภาคม]

     

    "ในที่สุด... ก็ได้เวลาออกโรงจริงๆ เสียที!"

    อคินตะโกนก้องขณะควบเจ้าโบ้ทะยานฝ่าสายหมอกยามค่ำคืน เสียงกีบเท้าของโบ้ที่กระทบพื้นดินดังสนั่นหวั่นไหว

    อคินมุ่งหน้ากลับสู่ 'เทือกเขาสอยดาว' ถิ่นล่าที่เขาคุ้นเคย

    ความรู้สึกอัดอั้นจากการถูกขังในค่ายเชลยระเบิดออกมาเป็นความตื่นเต้น

    มือของเขากำด้ามดาบแน่น

    จินตนาการถึงการฟาดฟันอสูรระดับสูงเพื่อเก็บเลเวลและรวบรวมวัตถุดิบมาคราฟต์ไอเทมใหม่ๆ เพื่อสู้กับโลกที่เปลี่ยนไป

    "เตรียมตัวนะบัวลอย โบ้! วันนี้เราจะล้างบางป่านี้กันให้สิ้นซาก!"

    บัวลอยส่งเสียงร้องรับอย่างร่าเริง

    ทะยานนำหน้าเข้าสู่เขตป่าทึบที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นอายพลังเวทเข้มข้นและเสียงขู่คำรามของสัตว์ร้ายที่ทำให้คนธรรมดาต้องสั่นสะท้าน

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไป... สองชั่วโมงผ่านไป...

    อคินหยุดยืนอยู่กลางทุ่งหญ้าโล่งที่เคยเป็นรังของฝูงหมาป่าทมิฬที่ดุร้ายที่สุด

    เขามองไปรอบๆ ด้วยความงุนงง

    กลิ่นอายอสูรที่ควรจะหนาแน่นจนอึดอัดกลับจางหายไปจนเหลือเพียงกลิ่นดินและใบไม้ที่เน่าเปื่อยตามธรรมชาติ

    ไม่มีเสียงคำราม... ไม่มีแรงอาฆาต... ไม่มีแม้แต่รอยเท้าใหม่ๆ ของมอนสเตอร์ที่ควรจะซ่อนตัวอยู่ในเงามืด

    "ระบบ... ทำไมป่ามันเงียบแบบนี้? นี่มันผิดปกติเกินไปแล้ว"

    อคินถามด้วยน้ำเสียงกังวล ใจของเขาเริ่มสั่นคลอน

    ติ๊ง!

     

    [ข้าลืมบอกไปหรือเปล่า? ในระหว่างที่นายวนเวียนเป็นยามอยู่ในค่ายเชลย กองทัพกวาดล้างของแคลนอะนีมาเนียในช่วงกลางวัน... เขาไม่ได้นั่งเฝ้าเชลยเหมือนเจ้านะ]

     

    "หมายความว่าไง?"

    อคินถามย้ำ ดาบในมือลดลงต่ำ

     

    [พื้นที่ต้องถูกเคลียร์เพื่อความปลอดภัยของประชาชนชาวสัตว์ปลุกพลังของ 'แคลนอะนีมาเนีย' ที่จะย้ายเข้ามาอยู่ในป่าสอยดาว มันจึงถูกกวาดล้างตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน จนตอนนี้พวกอสูรในป่านี้น่าจะหมดสิ้นไปแล้ว]

     

    อคินทรุดตัวลงนั่งบนโขดหินเย็นๆ ดาบที่เขาภาคภูมิใจวางแหมะอยู่ข้างตัวอย่างหมดความหมาย

    "โดนกวาดล้างหมดเกลี้ยง? แม้แต่ตัวเดียวก็ไม่เหลือเหรอ?"

    "ไม่เหลือแม้แต่เงาค่ะ อคิน"

    บัวลอยกระโดดมาเกาะที่ไหล่ พลางทำหน้าเซ็ง

    "ดูเหมือนวันนี้เราจะเดินมาเหนื่อยฟรี... ป่านี้ปลอดภัยยิ่งกว่าบ้านเสียอีก อีกไม่นานพวกคนจากแคลนอะนีมาเนีย คงเริ่มมาตั้งรกรากกันในป่านี้แล้วล่ะมั้ง"

    อคินมองดูมือตัวเองที่สั่นเล็กน้อย... ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความตาย

    แต่เป็นเพราะความอ้างว้างของ 'อัศวิน' ที่ไม่มีสัตว์ร้ายให้ล่า

    เขาแหงนหน้ามองดวงจันทร์สีเงิน พลางหัวเราะแห้งๆ ออกมาอย่างขื่นขม

    "สถาปนาอาณาจักรสยามแล้ว... บ้านเมืองมีความปลอดภัย... นี่สินะคือโลกที่ฉันฝันถึงตอนที่ยังเป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ แต่นายรู้ไหมระบบ... มันเหงาชะมัดเลย"

     

    [อย่าเพิ่งรีบเหงาไป... โลกใหม่น่ะใหญ่กว่าป่าสอยดาวเยอะ ถ้าป่านี้ไม่มีให้ล่า เราก็แค่ต้องไปหา 'ขอบเขต' ใหม่ที่มนุษย์ยังเข้าไม่ถึง... แต่อันดับแรก ข้าว่าเจ้ารีบกลับไปนอนที่เต็นท์ดีๆ เถอะ ก่อนที่กายหยาบของเจ้าจะหมดแรงจนสลบลงตรงนี้!]

     

    อคินถอนหายใจยาว ลุกขึ้นตบฝุ่นออกจากกางเกงสแล็คที่เริ่มเปื่อยขาด

    "ไปกันเถอะโบ้ บัวลอย... ดูเหมือนว่าการเป็นอัศวินในยุคอาณาจักรสยามใหม่ มันจะไม่ง่ายอย่างที่คิดซะแล้ว"

    เขาทะยานกลับออกไป ทิ้งไว้เพียงป่าสอยดาวที่เงียบสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

    ความจริงที่ถูกบิดเบือนยังคงทำงานอย่างซื่อสัตย์...

    ในขณะที่เขาคิดว่าตัวเองกำลังเป็นอัศวินผู้ยิ่งใหญ่ โลกภายนอกกลับเดินไปไกลเกินกว่าที่จิตวิญญาณของเขาจะเข้าใจ

    ในค่ำคืนนี้ เขาคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ทุกหย่อมหญ้าในเมืองล้วนปลอดภัย

    ซากศพของยุคเก่าถูกกำจัดไปจนสิ้น อาคารที่เคยเป็นรังอสูรถูกรื้อถอน

    เหลือเพียงผืนดินเปล่าที่รอการเพาะปลูกใหม่

    อาณาจักรมหาพฤกษาของเพทายกำลังกลืนกินความล่มสลายและถักทอโลกใหม่ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน

    นั่นทำให้อคินอดคิดไม่ได้... ถ้าโลกนี้ปลอดภัยจริงๆ เขาคงอยากมีบ้านสักหลัง

    บ้านสำหรับเขา เจ้าโบ้ มามาเลด ปลาเผา บัวลอย... และที่ขาดไม่ได้เลยคือ 'แต้ม' แมวที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดหลายเดือน

     

     

    [25 พฤษภาคม]

    ณ ค่ายทหารสระแก้ว อดีตค่ายกักเชลย

    ท่ามกลางความสงัดที่ปกคลุมค่ายทหารเก่า แสงสีฟ้าเย็นเยียบพลันกรีดผ่านความมืดมิด 

    มันไม่ใช่แสงจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่เคยคุ้นตาในโลกเก่า 

    แต่เป็นอินเทอร์เฟซโปร่งแสงที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ หน้าต่างระบบที่เปรียบเสมือนเข็มทิศชีวิตเพียงหนึ่งเดียวของอคิน

    เขาลืมตาขึ้น สัมผัสแรกที่จู่โจมไม่ใช่ความงัวเงีย แต่เป็นความ 'พร้อม' อย่างน่าประหลาด 

    อคินยันกายลุกขึ้นจากแผ่นรองนอนบางๆ ท่วงท่าของเขาลื่นไหลราวกับสปริงที่ถูกขึ้นไกรไว้จนสุด 

    'ร่างกายนี้ช่างเบาหวิว...นี่สินะ... พลังของอัศวิน’ 

    อคินกำหมัดแน่น เขาสัมผัสได้ถึงมวลกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งทว่ากลับไม่มีไอร้อนของเลือดที่สูบฉีด 

    ผิวหนังของเขาเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่วางทิ้งไว้ในตู้แช่ แต่นั่นกลับทำให้เขารู้สึกสงบอย่างที่สุด

    กลิ่นอายดินชื้นแฉะและกลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ลอยมาปะทะจมูก 

    แต่อคินกลับไม่รู้สึกอยากจามหรือระคายเคืองปอดแม้แต่น้อย 

    เขาก้าวออกมานอกเต็นท์พักแรม ภาพเบื้องหน้าคือความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ที่เกิดขึ้นภายใต้รัศมีบารมีของท่านเพทาย 

    ค่ายกักเชลยที่เคยซอมซ่อถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์พลังเวทสีมรกตที่พันกระหวัดไปตามป้อมปราการ 

    ทหารในชุดเกราะที่ถักทอจากใยไหมพฤกษาเดินตรวจตราอย่างแข็งขัน 

    แสงจากไฟเวทมนตร์ส่องให้เห็นขบวนเชลยสงครามที่กำลังถูกเคลื่อนย้ายไปทางทิศตะวันออก

    พวกเขาถูกส่งไปเพื่อ ‘ล้างเมือง’ ภารกิจศักดิ์สิทธิ์ที่อคินนับถือว่าคือการปัดกวาดขยะรกโลกเพื่อให้สถาเมืองแห่งใหม่รุ่งโรจน์

    อคินมุ่งตรงไปยังประตูเมืองสระแก้ว ปราการยักษ์ที่ทำจากไม้โบราณที่ยังมีชีวิต 

    บานประตูขยับไหวเล็กน้อยเมื่อเขาก้าวเข้าไปใกล้ ราวกับมันกำลังสูดดมกลิ่นอายบางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่ม

    "ในป่าสอยดาวไม่มีแม้แต่เงาอสูรให้ล่าแล้ว... ผมขออนุญาตออกไป 'นอกแนวกำแพง'"

    น้ำเสียงของอคินเรียบเฉย ทว่ามันกลับกังวานก้องอย่างประหลาด 

    ยามหนุ่มที่เฝ้าประตูชะงักกะทันหัน คบเพลิงในมือสั่นไหวเล็กน้อย 

    แสงไฟสะท้อนลงบนใบหน้าของอคิน... และนั่นคือตอนที่ยามหนุ่มเริ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่

    ในดวงตาของอคินไม่มีแววตาของผู้ที่เพิ่งตื่นนอน ไม่มีเส้นเลือดฝอยที่บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้า 

    มันมีเพียงลูกแก้วสีฟ้าจางๆ ที่เรืองแสงออกมาจากภายใน 

    ราวกับดวงตาของแมวที่สะท้อนแสงในความมืด 

    แต่มันกลับดู 'ว่างเปล่า' และ 'ลึกสุดหยั่ง' ยิ่งกว่านั้น

    "จะไปนอกเขตกำแพงพฤกษางั้นหรือคุณอคิน?" 

    ยามถามด้วยเสียงตะกุกตะกัก 

    "ตอนนี้... ถ้าจะหาอะไรที่คู่ควรกับคุณ ก็มีแค่ฝั่งกัมพูชาเท่านั้น ที่นั่นยังมีพวกกอบลินเหลืออยู่บ้าง... แต่ผมต้องเตือนเรื่องหนึ่ง... ห้ามเฉียดเข้าใกล้ 'ป่าเขาใหญ่' เด็ดขาด ที่นั่นคือเขตสีแดง... ยังตกสำรวจ เพราะอยู่นอกแนวกำแพงพฤกษาครับ"

    อคินพยักหน้าช้าๆ เขาไม่รู้สึกถึงความกลัวที่ควรจะเกิดขึ้นเมื่อได้ยินชื่อ 'เขตสีแดง' ในใจเขามีเพียงเป้าหมายเดียว 

    "เข้าใจแล้ว ผมจะมุ่งหน้าไปทางตะวันออก"

    ทันทีที่เขาสะบัดชายเสื้อคลุมสีรัตติกาล เงาสีดำสองร่างก็พุ่งออกมาจากเงามืดหลังเต็นท์ 

    'เจ้าโบ้' หมาไทยหลังอานที่มีมวลกล้ามเนื้อใหญ่โตจนผิดธรรมชาติ 

    และ 'บัวลอย' แมวสามสี ทั้งสามร่างเลือนหายไปในเงามืดนอกกำแพง ทิ้งความสว่างไสวที่ถูกจัดระเบียบไว้เบื้องหลัง

    ทันทีที่ฝ่าเท้าของอคินเหยียบลงบนพื้นดินนอกเขตคุ้มครอง ความรู้สึกแรกที่จู่โจมคือ 'น้ำหนัก'

    อากาศที่นี่ข้นคลักไปด้วยพลังเวทที่ปนเปื้อน ริ้วคลื่นสีม่วงจางๆ ลอยบิดเบี้ยวอยู่ในอากาศราวกับเขม่าควันที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า 

    มันไม่มีกลิ่นหอมปลอบประโลมของเกสรพฤกษาแห่งชีวิต แต่มันเต็มไปด้วยกลิ่นสาบสางของศพ 

    กลิ่นดินที่เน่าเปื่อยเพราะถูกกัดเซาะด้วยพลังงานด้านลบ

    แต่อคินกลับสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาไม่รู้สึกอึดอัด กลับกัน... เขารู้สึกเหมือนปลาที่เพิ่งถูกปล่อยลงน้ำที่คุ้นเคย

    'นี่สินะ... สนามล่าของฉัน'

    อคินขยับร่างกายไปตามสัญชาตญาณ ทุกก้าวที่เขากระโจนไปนั้นเงียบสนิทราวกับตีนแมว 

    ร่างกายของเขามีความยืดหยุ่นที่ขัดกับสรีระมนุษย์อย่างสิ้นเชิง 

    เขาสามารถบิดตัวกลางอากาศเพื่อหลบหลีกกิ่งไม้หรือรากไม้ที่โผล่ขึ้นมาได้อย่างไร้ที่ติ

    ไม่นานนัก เป้าหมายแรกก็ปรากฏกาย

    ฝูง 'โกเล็มดิน' ขนาดมหึมา พวกมันคือเศษซากที่แตกฉานซ่านเซ็นมาจากศึกไททันศิลา 

    ร่างกายที่ประกอบขึ้นจากดินเหนียวและหินผุพังส่งเสียงครืดคราดน่ารำคาญขณะที่พวกมันลากร่างข้ามถนนสายเก่า

    อคินไม่รอให้พวกมันรู้ตัว เขาพุ่งเข้าหาพวกมันด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ 

    เขาไม่ได้รู้สึกถึงแรงเสียดทานของอากาศ หรือแม้แต่แรงต้านของกล้ามเนื้อเท้าที่ยันพื้น 

    เขาบิดตัวหลบหมัดหินขนาดยักษ์ด้วยองศาที่กระดูกสันหลังคนปกติควรจะหักกระจุย แล้วตวัดดาบเล่มโตเข้าใส่กลางอกของอสูรศิลา

    ฉัวะ!

    เลือดสีโคลนข้นคลั่กสาดกระเซ็นไปทั่วทิศทาง 

    ทว่าอคินกลับพลิ้วกายหลบหลีกได้ว่องไวราวกับเขาคาดการณ์ล่วงหน้าได้ทุกกระบวนท่า 

    เขาไม่รู้สึกถึงแรงต้านของเนื้อหนังหรือกระดูกอสูรที่หนาแน่น 

    ดาบในมือนั้นราวกับเป็นส่วนหนึ่งของแขนเขา เป็นอวัยวะที่ 33 ที่งอกเงยออกมาเพื่อการเข่นฆ่าโดยเฉพาะ

    "โบ้! บัวลอย! ทางนั้นมีค่ายกอบลิน... จัดการแบบไร้เสียง"

    เขากระซิบสั่งการ น้ำเสียงนั้นเบาหวิวแต่กลับสั่นสะเทือนผ่านอากาศไปยังสหายสัตว์ทั้งสอง 

    พวกเขาลอบจู่โจมค่ายกอบลินที่กำลังหลับใหลใต้อำนาจของความประมาท 

    มันไม่ใช่การต่อสู้ แต่มันคือการ 'เก็บเกี่ยว' ที่เงียบเชียบและงดงาม

    อคินรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนผ่านด้ามดาบเข้าสู่ร่างกาย 

    ทุกครั้งที่ดาบดื่มกินค่าประสบการณ์จากการสังหารศัตรู ร่างกายของเขาก็จะยิ่งเบาขึ้น... เบาขึ้นจนแทบจะกลายเป็นวิญญาณ

    'มันง่ายเกินไป...' 

    เขาคิดขณะยืนอยู่ท่ามกลางซากศพกอบลิน

    'หรือว่าเลเวลของเราจะสูงเกินไปสำหรับที่นี่?'

    ...

    ห้าวันต่อมา อคินกลายเป็นฝันร้ายของเหล่าอสูรตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา 

    เขา โบ้ และบัวลอย กลายเป็นตำนานบทใหม่ที่ไม่มีใครเห็นตัวตน 'เงาสีดำ' ที่กวาดล้างสิ่งชั่วร้ายไปจนสิ้นที่ราบกว้าง

    แต่ในความสำเร็จนั้น อคินเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เขาอธิบายไม่ได้

    เขาพบว่าตลอด 8 ชั่วโมงที่ระบบ 'เชื่อมต่อ' ให้เขาโลดแล่นอยู่นี้ 

    เขาไม่เคยรู้สึกหิว ไม่เคยกระหาย แม้แต่เหงื่อสักหยดก็ไม่เคยไหลออกมาจากรูขุมขน 

    ที่น่าแปลกที่สุดคือกลิ่นเหม็นคาวของเลือดอสูรที่ควรจะติดตามเสื้อผ้า... 

    ทุกครั้งที่เขาเคลื่อนไหวผ่านกระแสลม กลิ่นเหล่านั้นจะจางหายไปในทันที ราวกับร่างกายของเขาไม่มี 'พื้นผิว' ให้สิ่งสกปรกยึดเกาะ

    ยิ่งเมื่อเขาถูกปลุกให้ตืนตอนหนึ่งทุ่มตรง เสื้อผ้าที่ขาดแหว่งกลับซ่อมขึ้นเหมือนใหม่เช่นเดียวกับร่างกายของเขา

    นอกจากนี้ แววตาของเขาในทุกๆ คืนจะเรืองแสงสีฟ้าเข้มสว่างกว่าคืนก่อนหน้า 

    จนตอนนี้เขาสามารถมองเห็น 'โครงสร้างละอองพลังงาน' ในอากาศได้อย่างชัดเจน 

    เขาเห็นเส้นสายพลังงานที่ถักทอเป็นกิ่งก้านสาขาของป่า เห็นจุดอ่อนของอสูรที่เรืองแสงออกมาเป็นสีแดงหม่น

    'จิตแน่วแน่... บัฟจากระบบต้องเป็นสิ่งที่ทรงพลังที่สุดจริงๆ' 

    อคินพึงพอใจกับข้อสรุปที่เขาตั้งขึ้นเอง 

    เขาปักใจเชื่อว่านี่คือรางวัลของผู้ที่ได้รับเลือก 

    โดยไม่เฉลียวใจเลยว่านั่นคือแสงของดวงวิญญาณที่กำลังถูกเค้นพลังออกมาจนถึงขีดสุดผ่านร่างที่ไร้ซึ่งชีวิต

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    ตำนานวิญญาณแฟนซี (Seirei Gensouki)

    นิยาย แฟนตาซี
    3.26M 1036
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734