แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณสาดส่องลงมาจากฟากฟ้า ผ่านม่านเมฆบางเบาที่ลอยอ้อยอิ่งเหนือผืนฟ้าแห่ง นครเหยียนชาง เมืองหลวงเก่าแก่ของจักรวรรดิฟ้าคราม แสงสีทองสาดพาดผ่านซากปรักหักพังของอาคารสูงระฟ้า ปะทะกับเศษกระจกแตกละเอียดที่ยังเกาะอยู่ตามโครงเหล็ก เงาสะท้อนระยิบระยับราวภาพวาดลวงตา งดงามและเศร้าสร้อยในคราวเดียวกัน
เด็กหนุ่มก้าวเดินอย่างเชื่องช้า เข้าสู่เขตชั้นในของเมืองที่เคยเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ถนนสายหลักที่เคยแน่นขนัดไปด้วยผู้คนและยานพาหนะ บัดนี้กลายเป็ทางเดินของความตายและความเงียบงัน ทุกฝีก้าวที่เขาเดินไป ร่างของผู้คนที่สิ้นชีวิตนอนเกลื่อนกลาดอยู่สองข้างทาง บ้างนอนเหยียดยาวเหมือนหลับไหล บ้างทุรนทุรายในท่าทางที่แข็งค้าง ศพส่วนใหญ่แห้งกรัง เนื้อหนังถูกแดดเผาจนดำคล้ำ กระดูกโผล่พ้นเนื้อในบางจุด เสื้อผ้าขาดวิ่นและเปื้อนโคลนที่แห้งแข็ง
บางศพกอดรัดกันเป็กลุ่ม พ่อ แม่ ลูก ราวกับพยายามปกป้องกันและกันจากความหายนะที่ถาโถมเข้ามา บางร่างยังคงกุมสิ่งของที่เคยสำคัญที่สุดไว้แน่น เช่น ตุ๊กตา หนังสือ หรือรูปถ่ายเก่า ๆ ที่ซีดจางจนแทบมองไม่เห็นใบหน้าของใครในนั้น
กลิ่นของความตายลอยปะปนกับกลิ่นสนิมและดินเปียก เป็กลิ่นเฉพาะของเมืองที่ถูกทอดทิ้งให้เน่าสลายอย่างเชื่องช้า
เด็กหนุ่มหยุดนิ่งเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นศพของชายคนหนึ่งที่พิงอยู่ข้างบ้านเก่าทรุดโทรมหลังหนึ่งชายคนนั้นสวมเสื้อคลุมของนักปรุงยา มีกระเป๋าหนังข้างตัว ภายในยังพอมีสิ่งของหลงเหลืออยู่ หลอดแก้วบรรจุของเหลวสีคราม แผ่นกระดาษจดสูตร และสมุนไพรแห้งจำนวนหนึ่ง เขาหยิบขึ้นมาดูอย่างระมัดระวัง
ในนั้นมี “ดอกเืม่วง” สมุนไพรสีม่วงที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ช่วยลดพิษในกระแสเื
“รากโซมหยก” สีแดงคล้ำที่ขึ้นตามูเาสูง ใช้ฟื้นฟูพลังิญญา
และ “ใบจันทร์เงิน” ใบสีเขียวเข้มที่สามารถบดเป็ยาทา บรรเทาอาการเจ็บกล้ามเนื้อและกระดูกจากการฝึกบ่มเพาะ
เขาจำได้จากหนังสือตำราแพทย์
เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ด้วยเสียงแหบพร่า จากนั้นจึงเก็บสมุนไพรเ่าั้ลงในกระเป๋าของตน และเดินต่อไป
เมื่อมาถึงคฤหาสน์หลังหนึ่ง ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ริมถนนสายที่เคยเป็เขตเศรษฐกิจของนครเหยียนชาง เขาหยุดมองมันอย่างพิจารณา สภาพยังไม่พังทลายทั้งหมด แม้หน้าต่างทุกบานจะถูกแรงกระแทกทำลายจนแตกร้าว แต่ผนังหินยังยืนหยัด เศษผ้าม่านปลิวสะบัดตามลม เผยให้เห็นฝุ่นที่ลอยวนอยู่ในอากาศใต้แสงแดดที่รินรดลงมา
เขาก้าวเข้าไปอย่างเงียบงัน ทุกฝีก้าวไร้เสียงราวกับเงา ย่างเท้าอย่างนักล่าผู้มีประสบการณ์ ลมหวีดหวิวลอดผ่านช่องหน้าต่างแตก เสียงกรีดร้องของสัตว์ป่าหรือบางสิ่งที่น่าหวาดกลัวกว่านั้น แว่วมาเป็ระยะจากมุมมืดของเมือง
ภายในคฤหาสน์หรูหรา เฟอร์นิเจอร์ยังคงสภาพบางส่วน โต๊ะและตู้ไม้สักล้มระเนระนาด บางแห่งมีคราบเืเกรอะกรังอยู่ตามขอบเสาและพื้นไม้ เขายังคงตั้งใจค้นหาเสบียงเพื่อความอยู่รอดและของมีค่าที่ใช้ในการบ่มเพาะ
ห้องครัวขนาดใหญ่ปรากฏตรงหน้า ตู้เก็บของบางส่วนยังคงปิดสนิท ภายในมีข้าวสารหนึ่งถุงเล็กที่ยังไม่ถูกเปิด และผลไม้แห้งหลายชนิด เช่น อินทผลัม และลูกมะเดื่อ ที่แม้จะแข็งแต่ยังพอเคี้ยวได้
หลังจากจัดการกับความหิวเบื้องต้น เขาเดินต่อไปยังห้องสมุดของคฤหาสน์ หนังสือจำนวนมากวางกระจัดกระจาย บางเล่มเปื่อยยุ่ยเพราะความชื้นและเชื้อรา บางเล่มมีรอยไหม้จากะเิ แต่ในซอกลึกของชั้นหนังสือ เขากลับพบเล่มหนึ่งที่ยังคงอยู่ในสภาพดี ปกหนาหนังสีน้ำตาลซีด มีชื่อว่า “คัมภีร์โอสถตระกูลเฟย”
เขาเปิดอ่านด้วยแววตาจดจ่อ ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรหายากที่สามารถเร่งการฟื้นตัวจากการบ่มเพาะ เขาพบชื่อของ “ดอกศักดิ์สิทธิ์หยกเงิน” ดอกไม้สีเงินที่ขึ้นในเขตมรณะ ซึ่งมีฤทธิ์ฟื้นฟูไขกระดูกและทำให้จิตนิ่งสงบ เหมาะสำหรับการบ่มเพาะในขั้นต่อไป
เมื่อปิดหนังสือลง เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเพดานที่ถล่มบางส่วน แสงแดดลอดลงมาแตะต้องใบหน้าของเขาเบา ๆ ราวกับปลอบโยน
ในโลกที่ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังล่มสลาย ในซากปรักหักพังของอดีตอันรุ่งโรจน์ เขายังคงเชื่อมั่นว่าแสงแห่งความหวังยังคงมีอยู่ — ขอเพียงเขายังคงลมหายใจ และไม่ยอมแพ้ต่อความมืดที่คืบคลาน