ตอนที่ 7 ออบรีย์
-ยามเย็นของวันนี้-
หลังจากที่ริโอน่าแยกกับเทรย์เวอร์ที่ห้องทำงานของเขา เธอจึงเดินกลับออกไปเพื่อมุ่งไปที่สวนที่มีลูซี่คอยเธออยู่ เธอพูดคุยกับลูซี่อย่างปกติ ลูซี่ไม่ได้ถามเธอถึงเื่ที่เทรย์เวอร์เรียกให้ไปพบ เพราะลูซี่รู้หน้าที่ของตัวเองดีว่าไม่ควรเอ่ยถาม เพราะสีหน้าของริโอน่าที่เดินกลับมามันบ่งบอกถึงความไม่พอใจ
ดวงอาทิตย์ค่อยๆลับขอบฟ้า ท้องฟ้าที่ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีส้มสีเหลืองและสีแดง เมฆบนท้องฟ้ามีลักษณะเป็สีทอง และแสงของดวงอาทิตย์ได้ส่องผ่านเข้ามาตามช่องว่างของต้นไม้ สายลมยามเย็นได้พัดโชยมาอย่างอ่อนโยนซึ่งทำให้สภาพแวดล้อมเย็นลง
หญิงสาวทั้งสองคนนั่งคุยกันจนเพลินซึ่งในตอนนี้พระอาทิตย์เริ่มค่อยๆลับขอบฟ้าไปเรื่อยๆ และความมืดกำลังมาเยือน ทั้งคู่จึงจบการสนทนาไว้เพียงเท่านี้และรีบพากันเดินกลับเข้าไปในคฤหาสน์
//ฝั่งองค์ชาย//
เทรย์เวอร์ที่นั่งดูเอกสารั้แ่บ่ายจนถึงตอนนี้ เขาได้เห็นว่าพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้าแล้ว เขาจึงนึกขึ้นได้ว่าอาหารมื้อเย็นวันนี้ลองชวนริโอน่ามาทานด้วยกันน่าจะดี เพื่อที่ทั้งคู่จะได้พูดคุยกันให้มากขึ้น
เทรย์เวอร์จึงบอกให้บารอนออกไปเชิญริโอน่ามาทานอาหารมื้อค่ำด้วยกัน บารอนรับคำสั่งเสร็จจึงรีบเดินออกไปพบริโอน่าทันที
//ฝั่งองค์หญิง//
ขณะเดียวกัน ริโอน่าก็กำลังจะไปทานอาหารที่ห้องอาหารชั้นสองซึ่งเป็ที่ประจำของเธอ ที่นั่นจะถูกจัดเตรียมอาหารเอาไว้ทุกมื้อตามที่องค์ชายได้สั่งไว้ และแม้ว่าริโอน่าจะก่อเื่ขึ้นก่อนหน้านี้ก็ตาม แต่อาหารที่ปลอดภัยก็ยังคงถูกเตรียมไว้ทุกวัน
ถึงแม้อาหารจะถูกเตรียมไว้ แต่การทะเลาะถกเถียงกันสำหรับ พ่อครัวและริโอน่าวันนั้นก็ยังไม่จบลงแต่โดยดี ทั้งคฤหาสน์ก็ยังคงนินทาเหน็บแนมริโอน่าอยู่เรื่อยๆ แต่ริโอน่ารู้สถานการณ์ของตัวเองดี จึงเลิกตอบโต้ทุกคนที่ว่าร้ายนาง
ส่วนเื่อาหารของลูซี่นั้น ริโอน่าแก้ปัญหาด้วยการที่ให้ลูซี่ทานอาหารพร้อมกับเธอทุกมื้อ แม้ว่าลูซี่จะไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ถ้าหากลูซี่ไม่ทำตาม ริโอน่าบอกเธอว่าจะไปที่ห้องครัวเพื่อทำอาหารอีกครั้ง ดังนั้นลูซี่จึงจำใจยอมทำตาม เพื่อไม่ให้ริโอน่าไปที่นั่นอีก
ณ ห้องอาหารชั้นที่สอง ห้องอาหารที่หรูหราของคฤหาสน์เป็ภาพที่น่าจับตามองทุกครั้งที่มาเยือน ด้วยความโอ่อ่าและมั่งคั่ง ผนังประดับไปด้วยวอลเปเปอร์หรูหรา และพื้นถูกปูด้วยหินอ่อนขัดเงา ศูนย์กลางของห้องคือโคมไฟระย้าขนาดใหญ่ที่ห้อยลงมาจากเพดาน และโต๊ะอาหารที่ทำจากไม้เนื้อดีที่สุดและล้อมรอบด้วยเก้าอี้หรูหรา
ห้องทุกห้องของคฤหาสน์หลังนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างหรูหราและถูกตกแต่งอย่างสมบูรณ์แบบทุกห้อง
เมื่อริโอน่าและลูซี่มาถึงห้องอาหารทั้งคู่ก็ถูกพบว่า อาหารได้ถูกเตรียมไว้และวางอยู่บนโต๊ะตามปกติ อาหารที่วางอยู่บนโต๊ะนั้นดึงดูดสายตาของริโอน่าเช่นเคย เนื่องด้วยเทคนิคการทำอาหารและส่วนผสมที่ค่อนข้างแปลกตา เธอจึงตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ลิ้มรสของอาหารทุกมื้อ
เธอรู้สึกว่าการมาที่แห่งนี้ก็มีข้อดีอยู่บ้าง นั่นก็คืออาหารรสเลิศของที่นี่ ซึ่งเธอที่เคยทานแต่อาหารเหลือๆและอาหารที่ต้องคอยระแวงอยู่ตลอดว่าใครจะวางยาพิษเธอบาง การมาอยู่ที่นี่จึงทำให้เธอรู้สึกว่าได้ัักับรสของอาหารจริงๆ และเธอชอบอาหารของที่นี่มาก แม้ว่าคนที่นี่จะไม่ชอบเธอก็ตาม
ริโอน่าและลูซี่กำลังจัดเตรียมยกอาหารไปใส่รถเข็น เพื่อนำไปทานที่ห้องนอนของริโอน่า ซึ่งห้องนอนของเธอมีโต๊ะและโซฟาที่ไว้สำหรับจิบชาหรือทานอาหารว่าง แต่ริโอน่าเธอเอาไว้ใช้สำหรับหลบภัยมากกว่า
"องค์หญิงครับ.." เสียงของบารอนดังขึ้นมาจากประตูทางเข้า
ทั้งคู่ที่กำลังยุ่งอยู่กับอาหารของเย็นนี้ เมื่อได้ยินเสียงจึงรีบหันไปหาเ้าของเสียงที่เรียกทันที
"หืม... บารอนหรอ มีอะไรงั้นหรอ" ริโอน่าเอ่ยถาม
"ครับ.." บารอนเดินเข้ามาในห้องอาหาร
"องค์ชายให้ผมมาเชิญองค์หญิงไปที่ห้องทานอาหารชั้นสี่ครับ"
"ไปทำไมอ่ะ.." ริโอน่าถามต่อ
"องค์ชายอยากร่วมโต๊ะอาหารมื้อเย็นกับท่านน่ะครับ"
ริโอน่าขมวดคิ้วด้วยความสงสัยและหันไปสบตากับลูซี่
ลูซี่กระพริบตาปริบๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอนั้นไม่สามารถช่วยตัดสินใจอะไรได้
บารอนที่กำลังยืนรอคำตอบของริโอน่า เขาได้มองดูการกระทำของทั้งสองคนอย่างใจเย็น
ในที่สุดริโอน่าก็หันกลับมาเพื่อตอบบารอน
"โทษทีนะ เ้าไปบอกองค์ชายให้ที... ว่าเราอยากทานคนเดียว"
บารอนรู้สึกอึ้งในคำตอบของเธอนิดหน่อย
"แบบนั้นจะดีหรอครับ ท่านไม่อยากร่วมโต๊ะกับองค์ชายแล้วหรอ.." บารอนถามด้วยน้ำเสียงที่ดูสงสัย
"ก็ใช่น่ะสิ... ขืนไปร่วมโต๊ะอาหารกับนายของเ้า เรามีหวังได้อดข้าวอีกแน่" เธอพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันเล็กน้อย
บารอนตอบกลับด้วยการโค้งคำนับเพื่อทำความเคารพและเดินกลับไปอย่างไม่ซักไซ้อะไรเพิ่มเติม เขารู้สึกประหลาดใจในคำตอบของริโอน่า แต่เขาก็ไม่ได้อยากถามอะไรมากนัก เพราะใจจริงแล้วเขาก็ไม่ค่อยชอบริโอน่าเช่นกัน แต่ที่ต้องพูดคุยก็เพราะได้รับคำสั่งมาและนำมาส่งต่อให้เท่านั้น นอกเหนือจากนั้นก็ไม่ได้คุยอะไรกันเลย
หลังจากที่บารอนเดินออกไปจากห้องอาหาร
ลูซี่ถอนหายใจยาวๆหนึ่งครั้ง "ทำแบบนี้จะดีหรอคะ.."
ริโอน่าหยุดคิดชั่วครู่
"น่าจะไม่เป็อะไรหรอก ก็เราไม่อยากไปนิ"
"แต่ถึงอย่างนั้นก็..."
"เอาน่าลูซี่... ช่างเื่นั้นเถอะ เราเอาอาหารไปที่ห้องกันเถอะ"
ริโอน่าทำท่าทีปล่อยผ่านเื่ที่เกิดขึ้นและรีบยกอาหารเดินนำลูซี่ไปก่อนทันที
"องค์หญิงคะรอลูซี่ด้วย..." ลูซี่ทำได้เพียงรีบนำอาหารที่อยู่บนรถเข็นตามไปอย่างกังวลใจ
//ฝั่งองค์ชาย//
บารอนเดินเข้าไปในห้องอาหารชั้นสี่ ห้องที่ริโอน่าเคยเข้ามาในตอนแรก ห้องนี้ถูกตกแต่งอย่างประณีตด้วยโทนอุ่นๆซึ่งดูเข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ทั้งโคมไฟที่อยู่เหนือศรีษะ และโต๊ะที่ถูกประดับไปด้วยดอกไม้หลายชนิดที่อยู่ในแจกัน บรรยากาศช่างเหมาะแก่การทานมื้อค่ำที่อบอุ่น แต่ทว่า...
"อ้าว!! ทำไมมาคนเดียวล่ะ..?" เทรย์เวอร์ที่นั่งอยู่เอ่ยทันทีที่บารอนก้าวเท้าเข้ามาในห้อง
"คือว่า... องค์หญิงท่านบอกว่าอยากทานมื้อค่ำคนเดียวครับ"
บารอนทำได้แค่ยิ้มจางๆพร้อมกับโค้งคำนับเบาๆ
เทรย์เวอร์ถอนหายใจเบาๆ "ไม่คิดจะดีกับเราจริงๆใช่ไหมเนี่ย"
บารอนเอี้ยงหัวเล็กน้อยเพราะเขาสังเกตเห็นเทรย์เวอร์นั่งพึมพัมอยู่คนเดียว
"ให้ผมไปแจ้งอีกรอบไหมครับ.."
"ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวเราไปเอง" เทรย์เวอร์ตอบพร้อมกับลุกขึ้นเดินออกไปทันที
บารอนแอบยิ้มตามด้วยความเอ็นดูหลังจากที่เทรย์เวอร์เดินออกไป เขารู้สึกได้ว่าเ้านายของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาจึงไม่เดินตามเทรย์เวอร์ไปเพราะไม่อยากไปเป็ก้างขวางคอของทั้งคู่
//ฝั่งองค์หญิง//
ริโอน่ากำลังจะเริ่มทานอาหารมื้อค่ำพร้อมกับลูซี่ ทั้งคู่คุยกันเล็กน้อยเกี่ยวกับเื่อาหารวันนี้ ซึ่งทั้งคู่ต่างพากันพูดคุยไปด้วยจัดแจงอาหารลงบนโต๊ะไปด้วย
" ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... " เสียงเคาะประตูดังขึ้น
ลูซี่รู้หน้าที่จึงรีบเดินไปเปิดประตูทันที
" แอ๊ดดดดดดด " ประตูเปิดขึ้น
"เอ๊ะ!! องค์ชาย..." ลูซี่ใหน้าซีดทันที
"เ้าออกไปก่อนนะ.." เขาพูดกับลูซี่อย่างเบาๆ
ลูซี่พยักหน้าตอบตกลงและโค้งคำนับก่อนเดินออกไป
ริโอน่าที่กำลังก้มหน้าก้มตาให้ความสนใจแค่กับอาหารที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งเธอไม่ได้ใส่ใจว่าใครมาเคาะประตู
" ฟึบ!! " เสียงคนนั่งลงบนโซฟา
"ใครมาหรอลูซี่" เธอพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมอง
"อะ!! นี่ท่าน" เธอใที่คนนั่งอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ลูซี่
"เข้ามาได้ยังไงเนี่ย!!" เธอหันซ้ายหันขวาและมองไปทางประตู
"ลูซี่ล่ะ นางไปไหน"
"เราให้นางออกไปก่อน" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่พึงพอใจ
"แล้วท่านมาที่นี่ทำไม..?"
"ก็มาทานมื้อค่ำกับท่านไง" เขายิ้มมุมปากเบาๆ
"เราว่าเราบอกปัดไปแล้วนะ บารอนไม่ได้บอกท่านรึไง"
"บอกนะ แต่เราไม่ค่อยได้ยิน..." เขาเลิกคิ้วขึ้นสูงพร้อมทั้งยิ้มมุมปาก
"นี่ท่านคิดจะกวนประสาทเรางั้นหรอ.." เธอชักสีหน้าใส่เขา
"เปล่านะ เราแค่อยากทานมื้อค่ำด้วยจริงๆ แต่ท่านปฏิเสธ เราก็เลยต้องเดินมาหาถึงที่นี่ก็เท่านั้นเอง" เขาเริ่มพูดเรียบๆเพราะกลัวจะถูกโกรธ
ริโอน่าเพ่งตามองไปที่เทรย์เวอร์อย่างจริงจัง เธอพยายามที่จะจับพิรุธของชายคนนี้ ที่จู่ๆก็ชวนทานอาหาร จู่ๆก็เดินเข้าห้องมาตามใจชอบ เธอเริ่มสงสัยในการกระทำแปลกๆของเขาอย่างมาก เพราะเขาไม่เคยทำแบบนี้กับองค์หญิงมาก่อน
"ท่านเลิกทำแบบนี้เถอะ มันไม่ใช่ตัวท่านเลย.."
"นี่แหละตัวเรา... หรือว่าองค์หญิงของท่าน เล่าอะไรเกี่ยวกับตัวเรานอกเหนือจากนี้งั้นหรอ?"
"เปล่า... นางไม่ได้เล่า แต่เราเห็นทุกอย่างตั้งหาก"
" ???? " เขาทำหน้างงไปชั่วครู่
"เราเห็นความทรงจำผ่านร่างของนาง"
"ทั้งหมด..?" เขาถามเธอ
"ใช่ ทั้งหมดเลย"
"น่าแปลกดีนะ!!" เขาพูดอย่างเป็นัยยะ
"แปลกยังไง..?" เธอถามเขาอย่างสงสัย
"ก็แปลกที่เราััิญญาแปลกปลอมไม่ได้เลยไงล่ะ"
ดวงตาของเธอเริ่มเบิกกว้าง "...หมายความว่ายังไง"
"ท่านมาที่นี่โดยไม่รู้อะไรเลยงั้นหรอ สงสัยความทรงจำที่ท่านรู้คงไม่ใช่ทั้งหมดแล้วมั้ง.." เขาเผยแววตาที่ดูมีเล่ห์กล
"....." เธอเงียบลงด้วยความสงสัย
"งั้นเราขอถามหน่อย ท่านมาจากที่ไหน..?"
เธอลังเลที่จะตอบเขา แต่ก็อยากรู้เื่ราวของที่นี่จึงตอบความจริงแก่เขาไป
"เรามาจากโลกอื่น เราไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่บอกได้เลยว่าโลกของเราก็คล้ายๆโลกของที่นี่เหมือนกัน เราได้ยินองค์หญิงเคยบอกตอนที่เจอกันครั้งแรก ที่ช่องว่างระหว่างมิติอะไรสักอย่างนี่แหละ เธอบอกว่าที่นี่คือมิติคู่ขนาน เราก็ไม่ค่อยเข้าใจคำว่า มิติคู่ขนานเท่าไหร่.." เธออธิบายอย่างตั้งใจ
"แค่นี้หรอ ท่านรู้มาแค่นี้จริงๆหรอ แล้วความทรงจำที่ท่านเห็นผ่านร่างของนางมีอะไรบ้างล่ะ"
"ก็เื่ของท่านและก็คนรอบๆตัวขององค์หญิง ความทรงจำจะค่อยๆเผยทีละนิดในตอนที่เจอกับสถานที่หรือคนที่เคยรู้จัก"
"อ๋อ... อย่างนี้นี่เอง ท่านก็เลยจำเราได้ในทันที"
เขาพยักหน้าไปมาเบาๆ "งั้นทั้งหมดที่ท่านไม่ชอบเรา เป็เพราะความทรงจำขององค์หญิงสินะ!!"
"ก็มีส่วน ตอนแรกเราก็ไม่ได้อะไรกับท่านหรอก แต่ท่านชอบพูดจาถากถางองค์หญิง เราก็เลยเริ่มไม่ชอบหน้าท่าน.."
"ฮ่ะๆ... งั้นถ้าเราทำตัวดีๆท่านก็อาจจะเปลี่ยนใจใช่ไหม" เขามองเธออย่างสนอกสนใจ
"...." เธอเบือนหน้าหนีด้วยความเบื่อหน่ายและถอนหายใจเบาๆ
"นี่... อย่าถอนหายใจซะเราดูแย่สิ ว่าแต่.. ท่านไม่อยากรู้ความจริงของมิติที่ท่านอยู่ตอนนี้บ้างหรอ"
"ความจริงอะไร ที่เราเห็นในความทรงจำขององค์หญิงมันยังไม่ใช่ความจริงอีกงั้นหรอ..?"
"ก็ใช่นะ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ถ้าท่านอยากรู้ ท่านต้องทานอาหารกับเราก่อน แล้วเดี๋ยวเราจะเล่าให้ฟังทั้งหมดเอง ตกลงไหม" เขาอมยิ้มเล็กน้อยประหนึ่งว่าเขาถือไพ่เหนือกว่า
ริโอน่าลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะตอบตกลง ทั้งคู่ยอมสงบศึกและทานอาหารที่ถูกเตรียมไว้ในห้องของเธอ ซึ่งเธอได้แบ่งออกเล็กน้อยเพื่อเอาไว้ให้ลูซี่ที่ตอนนี้ไม่รู้ออกไปอยู่ที่ไหนแล้ว
ทั้งคู่ทานอาหารร่วมกันมื้อแรกอย่างสงบ
-ยี่สิบนาทีต่อมา-
และมื้ออาหารที่แสนสงบก็ได้จบลง ทั้งสองคนทานอาหารเสร็จ เทรย์เวอร์แนะนำให้ริโอน่าไปพูดคุยกันที่ห้องนั่งเล่นด้านนอก เพราะการที่เขาเข้ามาในห้องของเธอโดยพลการก็ถือเป็เื่ที่เสียมารยาทมากพอแล้ว เขาจึงตระหนักได้ว่าควรให้เกียรติเธอมากกว่านี้
//ห้องนั่งเล่น//
เทรย์เวอร์ตกลงว่าจะเล่าเื่ทุกอย่างที่เกี่ยวกับมิติแห่งนี้ให้ริโอน่าได้ฟัง
"ตกลงว่าเื่จริงที่ท่านจะเล่ามันคือเื่อะไรกันแน่"
ริโอน่าเปิดบทสนทนาขึ้นด้วยการยิงคำถามทันที
"ใจเย็นๆนะ เราจะค่อยๆเล่าให้ท่านฟังทีละเื่ ก่อนอื่น เราขอถามท่านก่อน โลกที่ท่านอยู่มีสิ่งที่เรียกว่า ออบรีย์ (Aubrey)ไหม"
"เอลฟ์หรอ..?"
" ใช่ " เขาตอบคำถามเธอทันที
เธอส่ายหัวเบาๆ "ไม่มีหรอก ในโลกของฉันเอลฟ์มีตัวตนแค่ในนิยายเท่านั้น หรือที่เรียกกันว่า..."
เขาแทรกขึ้นก่อนที่เธอจะพูดจบ "เรารู้ว่านิยายคืออะไร ท่านไม่ต้องอธิบายหรอกนะ ในโลกของเราก็มีเหมือนกัน" เขายิ้มออกมา
"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง... แล้วเอลฟ์ที่ว่า ที่นี่มีงั้นหรอ..?"
"มีสิ... แต่พวกเขาไม่ได้อาศัยปะปนอยู่กับพวกเราหรอก พวกเขารวมตัวกันอยู่ที่อาณาจักรเอเวอรี่ ที่นั่นออบรีย์จะอาศัยอยู่กันเป็ครอบครัวของแต่ละคน ซึ่งแต่ละครอบครัวจะมีพลังถือกำเนิดแตกต่างกันออกไป และพลังพวกนั้นจะส่งต่อมาที่พวกเราที่มีสายเืของราชวงศ์ และทั้งเราและท่านต่างก็มีพลังของออบรีย์ "
"...." เธออึ้งกับคำตอบของเขา
ริโอน่าพยายามรวบรวมสติของตัวเองเพื่อรับเื่ราวที่น่าในี้ให้ได้ เธอพยายามตั้งใจฟังที่เทรย์เวอร์เล่าและเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที
"เอ่อ... เราขอถามได้ไหม" เธอเอ่ยถามเขา
"ว่ามาสิ!! "
"แล้วพลังของท่านคืออะไรงั้นหรอ ก่อนหน้า ท่านบอกเราว่าท่านไม่เห็นิญญาที่แปลกปลอมในร่างองค์หญิง ซึ่งนั่นก็คือท่านไม่เชื่อในตอนแรกว่าเราอยู่ในร่าง... หรือว่าท่านมีพลังหยั่งรู้อะไรทำนองนี้หรอ"
"เปล่า เราก็แค่ฝึกฝนเกี่ยวกับการมองเห็นสิ่งชั่วร้าย เพราะสิ่งพวกนี้เป็พื้นฐานของการรับพลังน่ะ ถ้าหากมองเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติไม่ได้ เราก็จะไม่สามารถมองเห็นออบรีย์ได้" เขาตอบคำถามเธอด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและดูเป็ทางการ
"อ๋อ... แบบนี้นี่เอง แล้วท่านรู้ได้ไงว่าเราไม่ใช่องค์หญิง"
"เราว่าเราเคยบอกไปแล้วนะ ท่านน่ะไม่เหมือนริโอน่าเลยแม้แต่น้อย ถ้าจะพูดง่ายๆก็คือ ท่านตรงกันข้ามกับนางโดยสิ้นเชิง"
"....." เธอชักสีหน้าเล็กน้อย
เขาเห็นเธอชักสีหน้า เขาจึงยิ้มออกมา
"ยิ้มอะไรของท่าน" น้ำเสียงของเธอเย็นะเื
"ฮ่ะ... เปล่า ว่าแต่ไม่ถามเกี่ยวกับพลังของท่านบ้างหรอ"
"ก็อยากรู้อยู่หรอก แต่เราไม่ใช่องค์หญิง ถึงรู้ไปก็คงใช้พลังไม่ได้อยู่ดี.."
"แต่รู้ไว้ก็ไม่เสียหายหรอกนะ งั้นเราขอบอกพลังของเราก่อนเลยแล้วกัน พลังของเราก็คือพลังธรรมชาติ เราสามารถควบคุมและสื่อสารกับพวกสัตว์ได้ และสามารถทำให้เกิดลมหรือพายุได้ เรายังไม่ได้ฝึกฝนพลังอย่างเต็มที่เท่าไหร่ เพราะการตื่นของพลังที่พวกเรามีจะต้องมีอายุครบยี่สิบห้าปีก่อน ถึงจะสามารถใช้ได้เต็มที่"
"......" เธอตั้งใจฟังที่เขาพูดต่อโดยไม่พูดแทรก
"แล้วก็พลังขององค์หญิง หรือจะเรียกว่าเป็พลังของท่านตอนนี้ก็ได้ พลังของท่านคือพลังแห่งความฝัน ท่านสามารถเชื่อมฝันของตัวเองและคนอื่นเข้าด้วยกันได้ ซึ่งฝันต่างๆที่ท่านเชื่อมต่อจะสามารถมีตัวตนในโลกนั้นจริงๆได้ อันที่จริงเราก็รู้มาคร่าวๆ เราไม่ค่อยรู้เื่พลังที่แท้จริงของท่านเท่าไหร่ เพราะเ้าของพลังอย่างองค์หญิงไม่ได้เล่าอะไรให้เราฟังเลย เราแค่อ่านเจอในหนังสือเท่านั้น"
"พลังแห่งความฝันงั้นหรอ เป็พลังที่แปลกดีนะ" เธอพึมพัมเบาๆพร้อมกับท่าทางที่กำลังเหม่อลอย
"ว่าแต่... ท่านน่ะ มีพลังกายด้วยงั้นหรอ"
"...."
"...แปะ!! " เสียงปรบมือดังขึ้นหนึ่งครั้ง
"...ฮะ!! เมื่อกี้ท่านว่าอะไรนะ" เธอสะดุ้งตื่นจากอาการเหม่อลอย
เขาถอนหายใจเบาๆ "เราถามว่าท่านมีพลังกายด้วยงั้นหรอ เพราะเมื่อวานบารอนบอกเราว่าท่านไปมีเื่กับพ่อครัวมา และท่านก็ใช้กำลังข่มขู่เขาด้วย ปกติท่านมีกำลังถึงขั้นทำร้ายผู้ชายที่มีร่างกายแข็งแรงขนาดนั้นได้ั้แ่เมื่อไหร่..?"
"อ๋อ... นั่นกำลังของเราล้วนๆเลย ไม่มีพลังของมิติท่านเลยสักนิด เราฝึกการต่อสู้มาจากโลกเดิม ก็เลยพอสู้ได้บ้าง"
เธอไม่กล้าบอกความจริงทั้งหมดที่ว่าเธอสามารถปลิดชีพฝ่ายตรงข้ามได้อย่างง่ายดายด้วยกำลังของเธอ เพราะในโลกเดิมนั่นเธอมีหน้าที่จัดการกับพวกคนไม่ดีมานักต่อนักแล้ว
"หืม... ท่านนี่น่าสนใจจริงๆ แต่ก็ถือว่าใช้ได้แหละนะ แค่ท่านเปิดประตูห้องนอนของตัวเองได้ก็ถือว่าสุดยอดแล้วล่ะ สำหรับคนที่ไม่มีพลังของออบรีย์"
"เดี๋ยวนะ!! ถึงว่าทำไมวันแรกเราเกือบหมดแรงเพราะการเปิดประตูแค่บานเดียว" เธอพูดไปด้วยขมวดคิ้วไปด้วย
เทรย์เวอร์หลุดขำคำพูดของเธอ
"ฮ่ะๆๆ... เพราะประตูห้องนอนทุกบาน เ้าของจะร่ายเวทย์พื้นฐานเอาไว้ไงล่ะ เพื่อกันพวกที่ไม่ประสงค์ดีทั้งหลายที่้าจะเข้าไปในห้อง ส่วนของท่านก็มีแค่ท่านและลูซี่เท่านั้นที่จะเปิดประตูห้องนอนท่านได้ เพราะองค์หญิงร่ายเวทย์ไว้แบบนั้น"
"อ๋อ... แบบนี้นี่เอง โชคดีของเรารึเปล่านะที่เปิดมันออกด้วยแรงที่มีอยู่อันน้อยนิด" ริโอน่าถอนหายใจเบาๆ
"ไม่น่าน้อยมั้ง ท่านกดพ่อครัวหน้าทิ่มพื้นจนเืออกเลยนิ"
"...เอ่อ เขาก็เล่าละเอียดเกินเนาะ" เธอทำท่าไม่รู้ไม่ชี้
"เอาเถอะ!! เราไม่ถือโทษเอาความท่านหรอก เพราะท่านคงยังไม่ชินกับคนที่นี่ แต่ว่านะองค์หญิง ที่อาณาจักรเราหรืออาณาจักรของท่านยังไม่เคยมีหญิงคนไหนเตะต่อยชายเยี่ยงท่านเลย เพราะงั้นระวังการกระทำของท่านนิดนึงล่ะกัน เรากลัวคนอื่นจะมองท่านไม่ดีมากกว่านี้" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็ห่วงเป็ใย
ริโอน่าพยักหน้าตอบรับ "เข้าใจแล้ว เราจะระวังตัวกว่านี้"
เขายิ้มออกมาทันทีที่เธอพูดจบ "ดีมาก องค์หญิงของเรา"
"....." ริโอน่าขมวดคิ้วทันที
"ออ... ว่าแต่ ชื่อของท่านล่ะ"
ริโอน่ากำลังเหม่อคิดประโยคที่เขาพูดก่อนหน้า
"...ฮะ!! ว่าไงนะ"
"ชื่อจริงๆของท่านน่ะ ชื่ออะไร..?"
ริโอน่าเงียบลงอย่างจงใจ เธอรู้ดีว่าชื่อของเธอบอกเขาไปก็ไม่เสียหายอะไร แต่ว่าชื่อที่เต็มไปด้วยรอยแผลในใจ เธอไม่กล้าที่จะเอ่ยออกไปให้เขารับรู้ เธอจึงกั้นใจบอกชื่อที่เป็เพียงโค้ดเนมที่ใช้ในองค์กรลับแก่เขา....
"ซีโร่... นั่นคือชื่อของเรา"
"ซีโร่งั้นหรอ เป็ชื่อที่แปลกดีนะ" เขาเอามือท้าวคางพร้อมกับมองไปที่เ้าของชื่อ
"ไม่อยากบอกชื่อจริงก็ไม่เป็ไร เราจะฟังในตอนที่ท่านพร้อมก็แล้วกัน" เขายิ้มให้เธออย่างนุ่มนวล
"...."
-ห้านาทีต่อมา-
ทั้งคู่พูดคุยกันต่ออีกเพียงไม่กี่บทสนทนาเท่านั้น ขณะนี้เวลาก็ค่อนข้างดึกมากแล้ว เทรย์เวอร์จึงเดินไปส่งริโอน่าที่ห้องพร้อมบอกลาเธอเพื่อที่เขาก็จะกลับไปพักผ่อนในยามค่ำคืนเช่นกัน
ทั้งคู่เริ่มคุยกันได้อย่างไม่ทะเลาะเบาะแว้งเหมือนอย่างวันแรกๆ แต่ทว่า ทั้งคู่ได้ลืมไปเกี่ยวกับเื่การถอนหมั้นที่มันกำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า สิ่งใหม่ๆกำลังคืบคลานเข้ามาหาทั้งสองคนอย่างช้าๆ