ท่านแม่ยืนกรานปฏิเสธเสื้อผ้าที่ตระกูลม็อคเลียนเสนอให้อย่างหนักแน่นมาจนถึงทุกวันนี้ทว่าการแต่งกายของเธอในตอนนี้ ดูอย่างไรก็เป็การแต่งกายของสตรีชนชั้นสูง
ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังสวมเครื่องประดับที่เต็มไปด้วยอัญมณีราคาแพง
“เหมาะกับแม่ไหม แม่ไม่แน่ใจเลย”
“เหมาะขอรับ เหมาะมากจริง ๆ”
การเติมแต่งอันสมบูรณ์แบบถือเป็ความงามตามธรรมชาติ
มันย่อมต้องเข้ากันอยู่แล้ว
“จริงหรือ โล่งอกไปที”
“เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ”
“อันที่จริงคุณหนูเป็คนเลือกให้น่ะ”
“คุณหนูหรือขอรับ”
“ใช่แล้ว! อัญมณีทั้งหมดนี้ก็ด้วย”
ถ้าเป็คุณหนูก็คงหมายถึงมาร์กาเร็ตลูกสาวเ้าเมือง
“สงสัยว่าเสื้อผ้าที่แม่ใส่ประจำคงขัดหูขัดตาเขาน่ะว่าไหม”
ที่พูดมาก็ถูก
มันเป็แบบนั้นเรื่อยมาจนกระทั่งไม่นานมานี้ถึงจะไม่รู้ว่าตอนนี้เป็อย่างไรแล้วก็ตาม
คงเริ่มคิดอะไรที่เหมาะกับสถานะตนเองตอนนี้ได้แล้วสินะ
เอียนมองแม่ของตนเองครู่หนึ่ง
ผู้หญิงคนนี้อายุยี่สิบเก้า
ไม่ใช่เด็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เป็ผู้ใหญ่มาก
ถ้าหากมีสายเืขุนนางละก็ไม่แน่ว่าอาจจะได้เป็ผู้นำวงสังคมไปแล้ว
พอได้แต่งตัวเสริมเครื่องประดับแล้วก็ยิ่งชัดเจน
เอียนเป็จอมเวทที่ยอดเยี่ยมที่สุดในดินแดนแน่นอนว่ามีหญิงสาวหลายคนเข้ามาร้องขอความรักจากเขา
สาวงามมากมายที่กล่าวกันว่าเป็ดอกไม้แห่งจักรวรรดิ
อย่างไรก็ตามหญิงงามที่สวยเทียบเท่าแม่ของเขามีเพียงหยิบมือเท่านั้น
สงสัยจังว่าข้าเกิดมาได้อย่างไร
เป็ครั้งแรกที่เอียนรู้สึกได้ถึงความพิเศษในสายเืของตนเอง
ได้ยินมาว่าพ่อของเขาโด่งดังภายใต้ฉายาว่าออร์คพอนึกถึงเื่นั้น เขาก็คิดว่าตนเองคงโชคดีแล้วที่หยุดอยู่แค่ระดับนี้
“อืม”
จู่ ๆเขาก็นึกถึงทองที่ได้มาจากการขายซากก็อบลิน
แม้ว่าเอียน้าจะทุ่มเงินทั้งหมดไปกับนํ้าอมฤต
คงต้องเหลือเก็บไว้บ้าง
เขาต้องทำแบบนั้นถึงจะซื้อของให้แม่ได้ถ้าไม่พอค่อยจับมอนสเตอร์ไปขายอีกก็ได้
“ต่อไปก็ใส่ชุดแบบนี้เถอะขอรับ”
“แต่ว่ามัน...รู้สึกแปลก ๆ อยู่นะ”
“แหมแต่ท่านแม่ก็ยังปลื้มใจอยู่เลยไม่ใช่หรือขอรับ”
“ปะ...ปลื้มใจอะไรกัน!”
“ว่ากันว่าอัจฉริยะจะรู้ว่าตนเองเป็อัจฉริยะและหญิงงามจะรู้ว่าตนเองเป็หญิงงาม ถ้าไม่รู้ตัวน่ะสิแปลกทำไมต้องทำเป็เขินอายกับคนที่รู้จักตนเองเหมือนกันด้วยล่ะขอรับ”
“นี่! เป็จอมเวทแล้วก็พูดจ้อเชียวนะ!”
ท่านแม่หยิกแก้มของเอียนกลบความเขินอายและเขายอมให้เธอทำแบบนั้นโดยไม่ขัดขืนเหมือนกับเด็กวัยสิบสองปีทั่วไป
กับคนอื่นข้าไม่รู้ แต่ท่านแม่...
เห็นได้ชัดว่าเธอรู้สึกกระอักกระอ่วนกับเอียนที่เปลี่ยนไป
แม้จะเป็ในเวลาแบบนี้เอียนก็อยากลดความรู้สึกกระอักกระอ่วนนั้นลง
ก๊อก ๆ!
ขณะที่แก้มของเอียนยืดออกมาเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“เชิญเข้ามาเลยขอรับ!”
เมื่อเอียนะโขึ้น เวเนสซ่าจึงรีบชักมือออกจากนั้นเขาก็ส่งสายตาบอกเธอว่าจากนี้ให้ทำเพียงดูอยู่เฉย ๆ
“ท่านจอมเวท ท่านหญิงเพจ”
สาวใช้ประจำตระกูลเปิดประตูออกเธอโค้งคำนับให้เอียนและเวเนสซ่าอย่างสุภาพ
“อาหารคํ่าพร้อมแล้ว จะไปตอนนี้เลยไหมคะ”
“ไปเลยขอรับ”
เอียนกับเวเนสซ่าเดินตามสาวใช้ไป
สมาชิกตระกูลม็อคเลียนทุกคนั้แ่เ้าเมืองภรรยา และลูก ๆ ของเขากำลังรออยู่ในห้องอาหาร
อาหารยังไม่ยกออกมาดูเหมือนว่าเขา้าจะพูดอะไรบางอย่างก่อนการรับประทานอาหารตามที่พ่อบ้านชราได้บอกไว้เป็นัยๆ
“โอ้! เข้ามาเลย มาเร็ว”
เ้าเมืองต้อนรับเอียนและเวเนสซ่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็การแสดงออกที่รู้สึกได้ถึงความจริงใจต่างจากก่อนหน้านี้
“ร่างกายเป็อย่างไรบ้าง”
“ขอบคุณที่เป็ห่วงขอรับ ข้าไม่เป็ไร”
“โล่งอกไปที
“ข้าขอขอบพระคุณท่านจอมเวทจากใจจริง”
เ้าเมืองแสดงความขอบคุณอย่างอ่อนน้อม
ราวี ทายาทของเขาก็ก้มหัวลงเช่นกัน
“ท่านช่วยรักษาปัจจุบัน อนาคตรวมไปถึงรากฐานของตระกูลม็อคเลียนไว้ไม่ใช่หรือหากข้าแสร้งทำเป็ไม่รู้สำนึกถึงบุญคุณนี้แล้วจะเป็เ้าเมืองแห่งอาณาเขตได้อย่างไร”
ปัจจุบันของตระกูลคือเ้าเมืองอนาคตคือทายาทผู้สืบทอด
ส่วนรากฐานก็หมายถึงอัศวินกับเหล่าทหาร
“ข้าลองคิดดูแล้วแน่นอนว่าตอนแรกข้าคิดจะตอบแทนด้วยทรัพย์สินหรือที่ดินอย่างที่ใคร ๆ ทำกันแต่ข้าก็คิดได้ว่าสิ่งมีมูลค่าเ่าั้ล้วนไร้ประโยชน์”
เ้าเมืองพักหายใจครู่หนึ่งดูเหมือนว่าผลข้างเคียงจากการาเ็และการหมดสติจะยังคงหลงเหลืออยู่
“อา อย่าเข้าใจผิดนะข้าไม่ได้หมายความว่าท่านจอมเวทได้ก้าวพ้นความปรารถนาทางโลกหรืออะไรไร้สาระแบบนั้นข้าหมายความว่าหากท่าน้าสุขสำราญไปกับเงินทองและเกียรติยศก็สามารถทำได้”
เขาพูดไม่ผิดเลย
เอียนได้พูดอะไรทำนองนี้กับมาร์กาเร็ตไปแล้ว
เด็กหญิงสะดุ้งโหยงราวกับนึกถึง่เวลานั้นขึ้นมาได้
“หลังจากคิดอย่างหนัก ข้าก็ได้ข้อสรุปว่า...”
เ้าเมืองพูดพร้อมวางบางสิ่งลงบนโต๊ะอาหาร
มันเป็กล่องไม้เก่า ๆ ธรรมดาใบหนึ่ง
“ลองเปิดดูสิ”
แววตาของเ้าเมืองรอคอยให้เอียนเปิดมันอย่างใจจดใจจ่อ
เอียนรู้อยู่แล้วว่าของที่อยู่ข้างในคืออะไร
‘แหวนแห่งม็อคเลียน’
แค่เห็นกล่องไม้เก่า ๆ นี้ก็รู้แล้ว
นี่คือกล่องดั้งเดิมที่บรรจุแหวนแห่งม็อคเลียน
คิดถูกแล้วที่ยืมมันมาครั้งหนึ่ง
เมื่อสถานการณ์บนูเาม็อคเลียนจบลงเอียนก็คืนแหวนแห่งม็อคเลียนตามสัญญา และบอกไปว่ามันช่วยได้มาก
กะว่าจะลองพูดถึงทีหลังแท้ ๆ
ใครจะไปรู้ว่าทางนั้นจะเป็ฝ่ายมอบให้ก่อน
เอียนเปิดกล่องไม้ใบนั้นด้วยความรู้สึกพึงพอใจแหวนแห่งม็อคเลียนอยู่ในนั้นตามคาด
“ข้าได้ยินมาว่าท่านบอกว่ารู้สึกได้ถึงมานาที่อยู่ในแหวนวงนั้น”
“มันไม่ใช่แหวนธรรมดา”
“ข้าไม่รู้เลย คิดว่ามันเป็แหวนเก่า ๆ วงหนึ่ง”
เ้าเมืองเงียบไปครู่หนึ่งเขาจ้องมองแหวนที่เป็สมบัติประจำตระกูลอยู่สักพัก
“แหวนวงนี้มีพลังอะไรอยู่หรือ ไม่สิมันเป็พลังที่ช่วยท่านจอมเวทหรือ”
“กล่าวตามตรงข้าอยากจะขโมยมันไปเลยด้วยซํ้าขอรับ”
“ขนาดนั้นเลยหรือ ถ้าอย่างนั้นก็ดี”
เ้าเมืองพยักหน้าอย่างพออกพอใจ
“ข้าจะมอบแหวนวงนี้ให้ท่านจอมเวท”
จะยกสมบัติประจำตระกูลนี้ให้คนนอกอย่างนั้นหรือ
นี่เป็กรณีที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ
สมบัติสืบทอดไม่ต่างอะไรจากประวัติศาสตร์ของตระกูลเลยถึงกระนั้นคนในครอบครัวกลับไม่มีท่าทีใเลยแม้แต่น้อยราวกับได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้า
“โปรดคิดเสียว่ามันเป็ตราสัญลักษณ์อย่างหนึ่ง”
“ตราสัญลักษณ์หรือขอรับ”
“ตราสัญลักษณ์แทนคำมั่นสัญญาว่าจากนี้ไปพวกเราจะรับใช้จอมเวทเอียนเพจ ในฐานะ ‘แขกผู้ทรงเกียรติตลอดกาล’ ของตระกูลม็อคเลียน”
ครั้งนี้เ้าเมืองกล่าวคำประกาศอันน่าตกตะลึงออกมา
‘แขกผู้ทรงเกียรติตลอดกาล’ไม่ใช่คำเปรียบเปรยตื้นเขิน
มันเป็คำสาบานพันปีที่ชนชั้นสูงในจักรวรรดิต้องรักษา
“ช่วยรับตราสัญลักษณ์นี้ไว้จะได้ไหม”
เ้าเมืองถามด้วยความจริงจังกว่าทุกครั้งทุกคนต่างเฝ้ารอการตัดสินใจของเอียน
“...”
เอียนครุ่นคิดครู่หนึ่ง
นี่ไม่ใช่คำสาบานที่กล่าวเพื่อตอบแทนบุญคุณเท่านั้น
เ้าเมืองม็อคเลียนไม่ใช่คนแบบนั้นอีกฝ่ายคงเห็นความเป็ไปได้อย่างไม่สิ้นสุดจากเอียนที่ปรากฏตัวขึ้นในหุบผา
เห็นได้ชัดว่าเขาคิดจะหวังพึ่งพาเอียนในภายภาคหน้า
อันที่จริงมันก็ไม่ได้เป็ข้อเสนอที่แย่สำหรับข้า
กลับกัน เป็ข้อเสนอที่ดีมากเลยต่างหากเพราะวันที่เขา้าจะมาถึงอย่างแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้นเอียนก็ยื่นนิ้วออกมาสวมแหวนแห่งม็อคเลียนซึ่งเป็แหวนแห่งคำสาบานแทนคำตอบ
“ตระกูลนี้...”
เมื่อเห็นเอียนทำแบบนั้น เ้าเมืองก็ท่อง‘คำปฏิญาณแห่งแขกผู้ทรงเกียรติตลอดกาล’ ออกมา
“...จะยินดีต้อนรับการมาเยือนของเอียน เพจ เสมอและสัญญาว่าจะยืนเคียงข้างทุกเมื่อที่เขา้าความช่วยเหลือจากตระกูลข้าขอสาบานในฐานะต้นสายแห่งแม่นํ้ามรกตว่า สิ่งนี้จะดำเนินต่อไปจากลูกสู่หลานและจะส่งต่อไปยังลูกหลานที่สืบเชื้อสายจากทายาทของข้า”
เมื่อคำสาบานสิ้นสุดลงเอียนก็กลายเป็ส่วนหนึ่งของตระกูลใหญ่ทางภาคเหนือ
เกราะกำบังของจักรวรรดิและเชื้อสายที่อยู่เหนือสุดแห่งแม่นํ้ามรกต
เขาได้กลายเป็ ‘แขกผู้ทรงเกียรติตลอดกาล’ของตระกูลม็อคเลียน ซึ่งเป็การเดินทางก้าวแรกของจอมเวทเอียน เพจที่ไม่ได้เกิดขึ้นในชาติก่อน