ตอนที่3 :ลูกค้าคนแรก
เวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน เพียงพริบตาก็ผ่านไปแล้วถึงห้าวัน
ตรงทางเข้าร้าน ลั่วฉวนกำลังนอนเอกเขนกบนเก้าอี้หินที่ดูคล้ายสบาย ทว่าก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจขณะมองผู้คนที่ตรอกด้านนอก
ห้าวัน! เป็เวลาห้าวันแล้วที่เขายังขายโคล่าไม่ได้เลยสักขวด!
แต่ว่ามันไร้ซึ่งทางเลือกอื่นใดแล้ว ร้านแห่งนี้เปิดอยู่ในตรอกที่ไกลห่าง ดังนั้นไม่แปลกที่จะไม่มีลูกค้าโผล่มาแม้สักคน
ตอนนี้ฟ้าก็พลบค่ำแล้ว ด้วยดวงตะวันกำลังใกล้ลาลับขอบฟ้า ลั่วฉวนมองไปด้วยสายตาที่อับจน
ดูเหมือนว่าวันนี้ก็ไร้ซึ่งลูกค้าเช่นเคย
แต่ขณะที่เขาคิดลุกขึ้นไปปิดประตูร้าน เสียงฝีเท้าพลันดังขึ้นจากในตรอก
ตึก! ตึก! ตึก!
“เปิดร้านในตรอกเล็กจ้อยแบบนี้ ช่างน่าสนใจไม่น้อยเลยเถ้าแก่!”
เด็กหนุ่มชุดดำคนหนึ่งก้าวเดินเข้ามาในร้านพร้อมกล่าวคำ
เมื่อเห็นดังนั้น ภายในใจลั่วฉวนพลันเกิดความยินดียิ่ง ในที่สุดกิจการของเขาจะได้เริ่มขึ้นแล้ว
“ก็เป็ดังที่ว่าของดีแม้อยู่ในตรอกลึกย่อมไม่หวั่นเกรงใด ตราบเท่าที่สินค้าดีพอ กิจการย่อมดำเนินต่อไปได้” ลั่วฉวนตอบคำกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยพร้อมกับพิจารณาเด็กหนุ่ม
ได้ยินคำกล่าว เด็กหนุ่มอดไม่ได้ที่จะนิ่งงันเพราะลั่วฉวนพูดกล่าวอย่างปกติธรรมดา
“ของดีแม้ขายในตรอกลึกย่อมไม่หวั่นเกรง กล่าวได้ดี! ไม่นึกเลยว่าเถ้าแก่จะเป็ชายผู้มากโวหารเช่นนี้! ให้ปู้หลี่เกอผู้นี้เป็สหายท่านเถิด หากภายภาคหน้ามีการอันใดข้าจะได้ช่วยเหลือท่าน!”
ปู้หลี่เกอดวงตาเป็ประกาย ลั่วฉวนกล่าวคำออกอย่างระมัดระวังพลางหัวเราะ
หากเป็คนทั่วไปได้ยินนามนี้ย่อมต้องตกตะลึง เพราะ“สกุลปู้” คือขุนนางใต้แห่งจักรวรรดิเทียนชิง และนครจิ่วเหยานี้หาได้มีผู้ใดสกุลปู้ไม่
เพราะเหตุนี้ นายน้อยปู้หลี่เกอแห่งบ้านตระกูลขุนนางใต้จึงย่อมที่จะโอ้อวดตนให้คนทั่วไปได้รู้จัก
ลั่วฉวนเพียงเพิ่งมาถึงโลกแห่งนี้เป็เวลาเพียงหนึ่งเดือน ดังนั้นจึงไม่ทราบเื่
“หากเป็เช่นนั้น ไฉนไม่เข้ามารับชมสินค้ากันก่อนล่ะ?” ลั่วฉวนกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติเช่นเคย
“แน่นอนอยู่แล้ว” ปู้หลี่เกอพยักหน้ารับพร้อมยิ้มให้ “เถ้าแก่ช่างน่าสนใจ ของที่ขายย่อมไม่เลวร้ายอย่างแน่นอน!”
ขณะพูดคุย ปู้หลี่เกอก็เดินเข้าร้านมาแล้ว
รับชมของประดับภายในร้าน ดวงตาปู้หลี่เกอพลันต้องเกิดความประหลาดใจอย่างไม่อาจปิดบัง
ด้วยฐานะบุตรแห่งขุนนางใต้ ปู้หลี่เกอย่อมมีความรู้ไม่ใช่น้อย ทว่านี่เป็ครั้งแรกที่ได้เห็นร้านค้าเช่นนี้
เครื่องแก้วอันบริสุทธิ์ซึ่งควรจะมีแต่โรงประมูล ขณะนี้มันอยู่ในร้านค้า ซึ่งวางตั้งอยู่บนโต๊ะและเรียงรายตามชั้นขายสินค้า นี่ไม่ผิดหลักการจนเกินไปหรือ?
เป็ที่ทราบกันว่ากฎเกณฑ์การขายสินค้าแห่งจักรวรรดิเทียนชิงเครื่องแก้วเป็สิ่งมูลค่าสูงล้ำ เป็สิ่งที่ขุนนางชั้นสูงจะซื้อหา กระทั่งผู้ฝึกตนยังคิด้า
“เถ้าแก่ร้านผู้นี้พื้นเพเป็อย่างไรกันแน่?” ดวงตาปู้หลี่เกอมองที่ลั่วฉวน ความสงสัยภายในใจกำลังพลุ่งพล่าน
“สิ่งของในร้านมีแค่ที่บนชั้นทางด้านนั้น ขอเชิญรับชมดู” ลั่วฉวนชี้ไปทางชั้นวางขวดแก้ว
ได้ยินคำกล่าวปู้หลี่เกอจึงดึงสติกลับคืนมา จากนั้นจึงค่อยก้าวเดินไปยังชั้นที่มีขวดโคล่าซึ่งลั่วฉวนชี้เรียงราย
“หนึ่ง สอง สาม...”
ลั่วฉวนเริ่มนับภายในใจอย่างเงียบงัน
ไม่นานนัก ปู้หลี่เกอจึงอุทานเสียงที่ลั่วฉวนคาดคิดว่าควรจะได้ยิน
“นี่มันอะไรกัน?!”
หลังได้เห็นข้อความที่ติดข้อบ่งชี้ถึงโคล่าบนชั้น ดวงตาปู้หลี่เกอจึงเบิกกว้าง สีหน้ายามนี้กลับกลายหิวกระหาย
“ฟื้นฟูอาการาเ็ไม่ถึงชีวิตเถ้าแก่คิดล้อเล่นกันหรือ?” ปู้หลี่เกอแปลกใจจนอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมา