ดวงแสงสีขาวมาหยุดเหนือบ้านไม้ไผ่หลังหนึ่งในหมู่บ้านมวลพฤกษาและลอยลงมายังลานบ้าน ชายชราสองคนเดินออกมาจากภายในบ้านติดตามมาด้วยชายสวมชุดคลุมสีดำสวมหน้ากากเดินตามหลังชายชราทั้งสอง
“หือเดนเ้ากลับมาแล้วงั้นรึนี่เ้าหายไปไหนมากัน”
“คำนับท่านปู่ทั้งสอง ข้าออกไปตามหาร่องรอยเ้าปีศาจนั้นนะ”
“แล้วเ้าเจอมันไหมละ”
“อืมข้าจัดการมันไปเรียบร้อยแล้วทีนี้ก็ไม่ต้องห่วงว่ามันจะย้อนกลับมาอีกแล้วละ”
“เป็เช่นนั้นรึข้าค่อยเบาใจหน่อย”
“เอ๊ะคนเ่าั้ใครกันละ”
ฟูม่าเอ่ยถามไปยังเดน
“นี่เพื่อนข้าเอง นี่เ้าขาว แคนดิสและออโรร่านะครับ”
ทั้งสามคำนับผู้เฒ่าทั้งสองอย่างน้อบน้อม
“ข้ามีเื่ต้องคุยกับพวกท่านก่อนที่พวกลูจะมา”
“เอาละเข้าไปภายในบ้านกันก่อนค่อยคุย”
ปู่ของเดนกล่าวบอกกับทุกคน พวกเขาเดินเข้าไปภายในบ้านไม้ไผ่นั้น เดนและผู้เฒ่าทั้งสองนั่งลงเก้าอี้ที่มีโต๊ะกลมอยู่กลางห้องนั้น
“มีอะไรว่ามาสิเดน”
แล้วเดนก็เล่าความจริงทั้งหมดให้ผู้เฒ่าทั้งสองรวมถึงอัสนีม่วง ั้แ่เื่ที่เจอเ้าขาวที่ไม่ได้บอกพวกเขาก่อนหน้านี้จนถึงการจัดการเ้าปีศาจที่เมืองอัคคีนิรันดร์
“นี่เ้าเวลาแค่เดือนครึ่งเ้าทำเื่ใหญ่ไปถึงขนาดนี้เลยงั้นรึ แถมยัง”
ผู้เฒ่าทั้งสองมองไปยังเ้าขาวและแคนดิส
“ช่างเป็พลังที่น่าเกรงขามยิ่งนักนี้รึพลังของสัตว์เทวะ”
“เ้านี่ละนะเดนปิดเื่สำคัญขนาดนี้กับปู่ได้ยังไงกัน”
“ข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะปิดนะตอนนั้นข้าคิดอะไรไม่ออกนิ พวกท่านช่วยข้าปิดเื่ทั้งหมดกับพวกลู ไอลีนได้รึไม่ท่านปู่ และช่วยบอกว่าพวกเขาทั้งสามมาจากป้อมอัสนีด้วยนะท่าน”
“อืมเอาอย่างนั้นก็ได้ เอาละตอนนี้พวกเ้าก็พักผ่อนชะเดินทางมาเหนื่อยๆ ปู่กับตาเฒ่าฟูม่าต้องไปพบองค์จักรพรรดิ์ของอาณาจักรพฤกษา์ก่อน
“ขอรับท่านปู่”
กล่าวเสร็จผู้เฒ่าทั้งสองและอัสนีม่วงก็เดินออกจากบ้านไป ออโรร่า เ้าขาวและแคนดิส เดินสำรวจรอบบ้านไม้ไผ่
“นี่พวกเ้าหาอะไรกัน”
“ท่านเดนท่านเกิดที่นี้ยังงั้นเหรอช่างเป็สถานที่มีอากาศที่บริสุทธิยิ่งนัก”
ออโรร่าเดินมาค้องแขนเขา
“อืมใช่แล้ว เอาละพวกเ้าไปพักผ่อนกันก่อนเถอะด้านในมีห้องอยู่สองห้อง เ้าและแคนดิสอยู่ด้วยกันส่วนเ้าขาวอยู่อีกห้อง”
“แล้วห้องท่านละ”
“เ้าถามทำไมกัน”
“ข้าอยากปรนนิบัติท่านนิให้ข้าอยู่กับท่านไม่ได้เหรอ”
“มะ...ไม่ได้เ้าต้องอยู่กับแคนดิสให้นางคอยสอนวิชาให้เ้าด้วย”
เ้าขาวกับแคนดิสที่ฟังอยู่เอามือขึ้นปิดปากกลั้นหัวเราะเอาไว้ แคนดิสเดินมาข้างเขา
“ข้าเองก็อยากปรนนิบัติท่านเหมือนกันนะ”
นางกล่าวออกมาพร้อมกับหลิ่วตาให้กับเขา
“ยะ..หยุดกล่าวล้อเล่นกันได้แล้วเอ้าไปได้แล้วพวกเ้าทั้งสอง
“ว้าแย่จังไม่สนุกเอาชะเลยไปกันเถอะยัยหนูข้าอยากอาบน้ำจะแย่แล้วโดนขังมาตั้งนานแถมยังมาเจอศึกหนักอีก”
“ก็ได้ ท่านเดนถ้าท่านเปลี่ยนใจเรียกข้าได้นะ”
ออโรร่ายิ้มให้เขาและเดินออกไปพร้อมกับแคนดิส
“เฮ้อ..คงต้องมีเื่ยุ่งหลังจากนี้อีกมากแน่”
เดนพึมพำออกมาอย่างเหน็ดเหนื่อยใจ
“หุ หุ ทำไมนายท่านไม่ทำตามความหวังดีของยัยหนูนั้นละท่านเองก็เป็หนุ่มเต็มตัวแล้วนะ”
“ใครมันจะไปเหมือนกับเ้ากันละแล้วเ้าละไม่ตามตื้อแคนดิสต่อกันละ”
“เฮอะยัยซาดิสม์นั้นนะเหรอข้าเจ็บแล้วจำนะ งั้นข้าไปอาบน้ำมั้งดีกว่าไม่ได้อาบมาตั้งนาน เออใช่นายท่านเื่ชื่อข้าละท่านคิดออกรึยัง”
“เอาไว้ก่อนละกันตอนนี้ข้าจะไปนอนแล้วอย่ากวนข้าละ”
แล้วเดนก็เดินเข้าห้องของเขาไป
“วุ้ย ทียัยนกคิดชะเร็ว”
บ่นเสร็จเ้าขาวเดินออกไปหาที่อาบน้ำเหมือนกัน เดนที่เดินเข้าห้องมานำหยดแก่นพลังมหาเอกภพออกมา
“ทำไมกันนะอดีตเ้าพิภพถึงนำของพวกนี้มาไว้ยังดาวเบื้องล่างนี้กัน”
จากนั้นเดนก็เริ่มดูดซับหยดแก่นพลัง พลังออร่าของเดนไหลเวียนออกมาจากตัวของเขาหลังหยดแก่นพลังซึมซับเข้าไปภายในตัวของเขาจนหมด เส้นผมสีดำของเขาค่อยๆกลายเป็สีครามสว่างจ้าออกมาและกลับเป็สีดำสนิทตามเดิมเพียงแต่มันยาวขึ้นจนไปถึงกลางหลังของเขา รูปร่างผิวพรรณเริ่มเปล่งประกายขึ้นใบหน้าเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจนเหมือนเขาเมื่อยังเป็เ้าพิภพแห่งแดนเทพเขานั่งสงบอยู่นานจนมีเสียงออโรร่าเรียกเขา
“ท่านเดนท่านยังไม่ได้ทานอะไรเลย ข้าเตรียมอาหารไว้ให้ท่านออกมากินกันเถอะเดี๋ยวมันจะเย็นชะก่อน”
เดนลืมตาขึ้นมาประกายสีครามสาดส่องออกมาจากดวงตาของเขาเพียงแว๊บเดียวแล้วก็หายไป เขาลุกขึ้นสำรวจร่างกายตัวเองและพึมพำออกมาเบาๆ
“นี่ข้าสามารถควบคุมพลังศิลาเทพได้ถึงสิบเปอร์เซ็นแล้วอย่างนั้นรึ”
เขาเอามือลูบััใบหน้าตัวเอง
“แย่แล้วทำยังไงดีละทีนี้ใครจะจำข้าได้ละเนี้ย”
ในขณะเขาที่กอดอกใช้ความคิดอยู่นั้นเสียงออโรร่าก็เรียกเขาให้ไปทานข้าวอีกครั้ง
“ข้ากำลังออกไป เฮ้อช่างมันก่อนละกัน”
แล้วเดนก็เดินออกจากห้องไปในขณะที่เ้าขาว แคนดิส และออโรร่ากำลังเตรียมสำรับอาหารบนโต๊ะอยู่ เมื่อออโรร่าได้ยินเสียงเดนออกจากห้องมาจึงหันกลับไปดู
“ทะ..ท่านเป็ใครกันนะทำไมออกมาจากห้องท่านเดนกัน”
เ้าขาวและแคนดิสนั้นก็เกือบจะถามกลับไปเหมือนกัน แต่พวกเขาััพลังได้ก่อนว่านั้นคือเดน
“นะ..นายท่านทำไมหน้าตารูปร่างท่านถึงเปลี่ยนไปถึงขนาดนั้นละ”
ออโรร่าที่กำลังจ้องมองเดนอยู่นั้นหันหน้าไปทางเ้าขาวอย่างรวดเร็ว
“ท่านว่ายังไงนะนั้นนะเหรอท่านเดนนะ”
“เอาละ เอาละพวกเ้าหยุดทำหน้าตาแปลกๆนั้นชะที นี้แหละรูปร่างดั้งเดิมของข้าเอง”
แคนดิสยิ้มขึ้นมาและเดินตรงมาทางเขาเอานิ้วชี้ลูบไล้ไปที่ใหล่ของเขา
“แม้ท่านนี่ช่างรูปงามยิ่งนักทำไมถึงไม่ยอมเปิดเผยั้แ่แรกกันละ ท่านในตอนนั้นเทียบไม่ได้กับตอนนี้เลย ข้าว่าท่านในตอนนี้เพียงแค่มองสบตาให้เหล่าสตรีพวกนางก็คงพร้อมใจเป็ของท่านเป็แถวแน่ๆรวมถึงข้าด้วยนะ”
“ยะ..หยุดเลยเ้ากับข้าไม่มีวันชะละ”
“ท่านนี่ใจร้ายจังแหะไม่รักษาน้ำใจผู้หญิงตัวเล็กอย่างข้าเลย”
“โน้นเ้าขาวโน้นที่พร้อมจะเป็ของเ้าทุกเวลาเ้าไม่ลองคิดทบทวนดูใหม่รึ”
เดนยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ไปทางเ้าขาว เมื่อเ้าขาวเห็นจึงเบือนหน้าหนี แคนดิสมองตามเดน
“หึอย่างเ้านั้นนะขาอ่อนของข้าก็ไม่มีทางได้เห็นหรอก”
ว่าแล้วนางก็เดินไปนั้งบนเก้าอี้
เดนหันไปมองยังออโรร่าที่ยังจ้องมองเขาอย่างไม่ถอนสายตาและยังอ้าปากค้างอยู่เช่นนั้นจนเขาต้องไปเชิดคางนางขึ้นนางถึงหุบปากเข้าหากันได้
“ทะ...ท่านเดนมาทานข้าวก่อนเถอะ”
นางกล่าวออกมาอย่างตะกุกตะกักพร้อมใบหน้าของนางแดงระเรื่อจนไปถึงใบหูของนาง”
“อืมเอาละมากินพร้อมๆกันเลยกินเสร็จจะได้หลับจริงๆชะทีข้าเริ่มเหนื่อยละ”
พวกเขาเริ่มทานข้าวกันแต่ออโรร่านั้นยังถือช้อนและส้อมค้างเอาไว้อยู่นางได้แต่จ้องมองเดนโดยไม่วางสายตาไปที่อื่นเลย
“นี่ๆคุณหนูทานข้าวได้แล้ว เมื่อเสร็จจะได้พักผ่อนกัน”
เดนโปกมือไปมาตรงหน้าของนาง ดังนั้นจึงทำให้นางหลุดจากภวังค์
“อะ..อืม”
ออโรร่าก้มหน้าลงทันทีด้วยอาการเขิลอายและเริ่มทานข้าว ในขณะที่พวกเขากำลังทานอาหารอยู่นั้นเสียงประตูก็เปิดออกผู้เฒ่ามูและฟูม่าเดินเข้ามาตามมาด้วยอัสนีม่วง
“กลิ่นหอมจังแหะพวกข้าช่างกลับมาถูกเวลาจริงๆ”
เมื่อเดนได้ยินเสียงปู่ของเขาเข้ามาเขาจึงลุกขึ้นพร้อมคนทั้งสามที่นั้งอยู่
“ท่านปู่มาทานข้าวกัน”
เมื่อผู้เฒ่าทั้งสองมองไปยังเขา
“จะ..เ้าเป็ใครกันทำไมถึงเรียกข้าว่าปู่”
เดนส่ายหัวเอามือขึ้นเกาหัวและเริ่มเล่าสิ่งที่เขากระทำลงไปให้ผู้เฒ่าทั้งสองฟัง เมื่อทั้งสองฟังจนเข้าใจในเื่ราวจึงหัวเราะออกมา
“พรุ้งนี้เ้าคงต้องเหนื่อยที่จะต้องอธิบายอีกแน่หาข้ออ้างเอาไว้ดีๆแล้วกัน”
“ทำไมกันรึท่านปู่”
“พรุ่งนี้สหายเ้า ลู ไอลีน ไป่เป่า จะมาที่นี้นะสิพวกเขาออกจากการเก็บตัวฝึกกันแล้วเื่ส่วนมากข้าได้บอกกล่าวแก่พวกเขาไปแล้ว เหลือแต่เื่ที่เ้าเปลี่ยนไปนี่แหละที่ยังไม่ได้บอกไป”
“แค่คิดข้าก็ปวดหัวเเล้วเนี้ย”
เดนทำสีหน้าคิดหนักอย่างมาก
“ช่างมันข้าจะหาข้ออ้างเอง เรามาทานข้าวพร้อมกันเถอะข้าไม่ได้ทานข้าวพร้อมท่านปู่มาชะนานเลย”
“อืมกลิ่นช่างหอมหวนยิ่งนัก”
คนทั้งหกเริ่มรับประทานอาหารส่วนอัสนีม่วงนั้นขอตัวกลับไปยังป้อมอัสนีก่อนเพื่อจะได้รายงานเื่ที่ผู้เฒ่ามูบอกกล่าวไว้รวมถึงเื่ของเดนและผู้ติดตามทั้งสามของเขาด้วย หลังจากพวกเขาทานกันจนอิ่มก็พูดคุยกันเล็กน้อยและก็ต่างแยกตัวไปยังห้องตัวเอง
ในรุ่งเช้าเดนออกมาสูดอากาศภายนอกลานบ้านพบผู้เฒ่ามูกำลังฝึกพลังอยู่จึงเดินเข้าไปหา
“ท่านปู่ดูเหมือนท่านจะแข็งแกร่งขึ้นอีกแล้วนะ”
“ยังไงก็ยังไม่เท่ากับเ้าหรอกเดนรู้ไหมเ้านะกลายเป็สัตว์ประหลาดที่น่ากลัวไปทุกทีแล้ว”
“โธ่ท่านปู่ยังไงข้าก็ยังเป็หลานท่านอยู่นะข้าจะทำให้ป้อมอัสนีและเกาะอัคคีโด่งดังขึ้นในสี่ทวีปอย่างแน่นอน”
“เื่นั้นนะปู่เชื่อเ้าและเ้าก็ยังมอบพลังวิชาอันแข็งแกร่งรวมถึงอาวุธที่ทรงพลังแก่พวกเราดังนั้นในตอนนี้ไม่มีที่ไหนจะกล้าบุกมารังควานพวกเราได้อีกแล้วละ ดังนั้นเ้าไม่ต้องห่วงทั้งป้อมอัสนีและเกาะอัคคีอีกแล้วละ”
“ข้าตัดสินใจจะออกเดินทางไม่รู้ว่าข้าจะได้กลับมาหาท่านอีกเมื่อไรท่านโปรดรักษาตัวเองด้วยนะท่านปู่”
“อย่าห่วงเลยปู่ของเ้านะยังแข็งแรงดีอยู่ เ้าออกท่องเที่ยวให้สบายใจเถอะและข้าก็ขอวานให้เ้าช่วยตามหาเบาะแส่พ่อและแม่ของเ้าด้วยนะ”
“ไม่ต้องห่วงท่านปู่ข้าจะทำทุกวิถีทางที่จะสืบหาให้พบพวกเขาและนำพวกเขากลับมาหาท่านอย่างแน่นอน”
มูเดินมาเบื้องหน้าเขาและลูบหัวของเขา
“เ้านี่ช่างเป็หลานที่ข้าภูมิใจเสียจริงเดน”
ในระหว่างที่พวกเขาคุยกันนั้นออโรร่าก็ตามออกมาเพื่อตามพวกเขาไปทานข้าวเช้าที่นางเตรียมไว้เสร็จแล้ว
“ช่างเป็สตรีที่น่ารักจริงๆนะเ้านี่ตาแหลมไม่ใช่เล่นๆนะเดน”
“พะ..พูดอะไรนะท่านปู่ข้าไม่ได้คิดอะไรกับนางนะ”
“ข้าดูออกนะเดนถึงเ้าจะไม่คิดแต่นางนะคิดแน่ๆ เ้าอย่าทำให้นางเสียใจละ”
“ขะ..ข้ารู้แล้วนา”
มูมองหลานตัวเองและหัวเราะออกมาและพากันเดินเข้าไปภายในบ้าน
และในตอนสายเดนก็ได้ยินบางอย่างมาจากลานบ้าน
“คงเป็เหล่าสหายเ้านั้นแหละคงมากันแล้วพวกเราออกไปรับพวกเขากันเถอะ”
มูที่กำลังนั่งอ่านตำราและเล่นหมากรุกกับเดนภายในห้องนั่งเล่นเอ่ยขึ้น
“อืม”
เดนและมูเดินออกมานอกบ้านพบเรือเหาะขนาดใหญ่จอดอยู่ และมีคนบนเรือเดินลงมาหกคน
“สวัสดีท่านผู้เฒ่ามู ผู้เฒ่าอลันแห่งสถาบันจิต์กล่าวออกมา”
“อืมท่านอลันก็มาด้วยรึ”
“คำนับท่านผู้เฒ่า”
ฑูตจางแห่งเหมันต์อัคคี ผู้พิทักษ์แห่งอาณาจักร คาล ตามมาด้วยไอลีน ลู ไป๋เป่า แสดงความเคารพมายังผู้เฒ่ามู
“ท่านผู้เฒ่า มู เดนละเขาอยู่ไหน”
ไอลีนถามขึ้นทันทีเมื่อมาหยุดยืนเบื้องหน้าเขา มูมองไปยังชายหนุ่มข้างๆเขาและยิ้มออกมาเหล่าคนทั้งหกมองตามผู้เฒ่ามูไปยังชายหนุ่มนั้น
“สงสัยคงยังนอนอยู่ยังไม่ตื่นละสิ”
ไอลีนเอามือท้าวเอวกล่าวออกมา
“เขานะตื่นแล้วและก็ยังยืนข้างๆข้านี้ไงละ”
“หา!!!”
เสียงร้องใของสามสหายของเดนดังขึ้น
“ทะ..ท่านล้อข้าเล่นแน่”
ลูกล่าวออกมาและมองไปยังชายหนุ่มที่ยืนข้างผู้เฒ่ามู ไอลีน ไป๋เป่า มองไปที่เขาอย่างไม่วางตา
“อะแฮ้มข้าเองเดนมันมีเหตุบางอย่างนะจึงทำให้ข้ากลายเป็อย่างนี้นะ”
“ไหนเ้าว่ามาสิอะไรทำให้เ้ากลายเป็แบบนี้ไปได้กัน”
“ไอลีนเดินเข้าไปใกล้เขาและพยายามสำรวจทุกซอกทุกมุม”
“คือมันเป็อย่างนี้ในขณะที่ข้าฝึกวิชาลับของพลังสายฟ้าของป้อมอัสนีจนถึงขั้นสูงรูปร่างหน้าตาของข้าก็เปลี่ยนไปเป็แบบนี้นะแหละถ้าพวกเ้าไม่เชื่อถามท่านปู่ของข้าดูสิเมื่อก่อนท่านไม่ได้รูปร่างอย่างนี้นะ ถามปู่ของลูด้วยก็ได้ถ้าไม่เชื่อ”
ฟูม่าที่กำลังเดินเข้ามาร่วมกลุ่มได้ยินเข้าพอดีจึงมองหน้าเฒ่ามูและส่งกระแสจิตไปที่เขา
“เ้าเดนนี้มันกระล่อนได้โล่จริงแหะ”
“เหอ เหอ ข้าก็คิดว่าอย่างนั้นแหละดันเอาพวกเรามาอ้างอีก”
ลูกล่าวถามไปยังปู่ของเขาทันที
“จริงรึท่านปู่ที่เขาว่ามานะ”
“ชะ..ใช่แล้ว เมื่อก่อนเ้ามูนั้นหน้าตาน่าเกลียดจะตายไปพอมันฝึกวิชาลับนั้นจนสำเร็จหน้าตามันก็เปลี่ยนมาเป็อย่างที่เ้าเห็นนี่แหละ”
ฟูม่าแอบถอนหายในออกมา
“แล้วเกาะอัคคีของเรามีวิชาลับเหมือนกับป้อมอัสนีไหมท่านปู่”
ลูรีบกล่าวถามทันที
“ไม่มีหรอกวิชาแบบนั้นนะ”
“โธ่ข้าเองก็อยากหล่อขึ้นมั้ง งั้นท่านผู้เฒ่ามูท่านสอนข้าได้รึไม่”
“อะ..เออ เสียใจด้วยนะลูวิชานี้นะต้องมีธาตุสายฟ้าภายในร่างถึงจะฝึกกันได้แต่เ้ามีแต่ไฟเลยฝึกมันไม่ได้”
ลูสีหน้าสลดลงและเดินไปหาเดนและโอบไหล่เขา
“เ้านี้โครตโชคดีเลยเมื่อก่อนเ้าไม่หล่อเท่าข้าดูตอนนี้สิ แบบนี้ไปที่ไหนจะจีบสาวก็ง่ายดายอย่างมากเลยนะสิ”
“ขะ..ข้าไม่ทำอย่างเ้าว่าหรอกนาลู”
“ขอให้จริงเหอะ”
ไอลีนกล่าวออกมาพร้อมกับถูหมัดของนาง
“อย่าให้ข้ารู้ว่าเ้าไปหลอกให้ผู้หญิงเสียใจเพราะเ้า แม่จะเล่นให้ยับเลยคอยดู”
“จะบ้าเหรอเ้าเห็นข้าเป็คนยังไงกัน”
“ใครจะไปรู้เื่ในอนาคตละก็แค่เตือนเอาไว้”
ไป๋เป่าและลูหัวเราะออกมา
“เอาละในเมื่ออยู่ครบแล้วละก็ข้าจะบอกเกี่ยวกับวันออกเดินทางไปยังทวีปเหมันต์อัคคีละนะ”
ฑูตจางกล่าวออกมา
“เดี๋ยวๆข้ายังมีสหายอีกสามจากป้อมอัสนีที่จะไปด้วยรอแปปนึงนะท่าน”
เดนรีบกล่าวขัดและเรียกทั้งสามออกมา เมื่อทั้งสามเดินออกมารวมกลุ่ม คนทั้งหกกลับต้องตะลึงในพลังที่พวกเขาััได้
“คนของป้อมอัสนีช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก”
ผู้เฒ่าอลัน คาลและฑูตจางกล่าวออกมาด้วยความตระหนกเป็อย่างมาก
“ข้าจะแนะนำให้พวกท่านรู้จักทั้งสาม”
“ชายสวมชุดขาวนี่มีชื่อว่า กันนาร์”
เ้าขาวหันมองควับอย่างเร็วไปยังเขาทันที
“หญิงที่สวมชุดแดงนั้น แคนดิส”
“และก็ที่สวมชุดสีฟ้านั้น ออโรร่า”
ทั้งสามเป็คนของป้อมอัสนีที่จะติดตามข้าไปด้วย
ไอลีนและไป๋เป่าเข้าไปหาแคนดิสและออโรร่ากล่าวฝากเนื้อฝากตัวกันและเริ่มพูดคุยกันอย่างสนิท เ้าขาวส่งกระแสจิตสื่อสารมาหาเดน
“นายท่าน กันนาร์ คือชื่อใหม่ของข้าเหรอมันแปลว่าอะไรกันละ”
“อืม ยอดนักรบนะ ชอบไหมละ”
“อืมข้าชอบมันยังไงก็ดีกว่าเ้าขาวละกัน”
ลูเดินมาเบื้องหน้าเ้าขาวและเริ่มกล่าวทักทายและทั้งหมดก็เริ่มทำความรู้จักกันให้มากขึ้น
“เอาละในเมื่อครบแล้วข้าก็จะได้บอกเล่าละ”
ทั้งเจ็ดพยักหน้าตอบกลับฑูตจาง
“อีกสามวันพวกเราจะออกเดินทางและข้าจะเป็ผู้นำไปเองเราจะเดินทางด้วยเรือเหาะที่องค์จักรพรรดิทรงมอบให้ ภายในสามวันนี้ใครมีอะไรที่ยังคั่งค้างอยู่ก็จัดการชะให้เรียบร้อยแล้วมาพบกันที่นี้”
ทุกคนพยักหน้าเข้าใจและแยกย้ายกันไป
พวกเหล่าผู้เฒ่ามู ฟูม่า ฑูตจาง อลันและคาลเดินเข้าไปภายในบ้านเพื่อพูดคุยกันต่อ ส่วนพวกของเดนต่างเดินรวมกลุ่มกันไปยังริมแม่น้ำที่อยู่ตีนูเาเฆม