ย้อนกลับไปคืนก่อนที่จะเปิดศึก
“เ้าหมายความว่าอย่างไรว่ะไอ้พัด ที่ว่ารอซ้ำยามเปลี้ย มันเกี่ยวกับการล้อมพระเ้าแปรอย่างไร” พระราเมศวรถามอย่างสงสัย
“กระหม่อมคิดว่า…”ก่อนที่จะพูดต่อพระราเมศวรสั่งให้หยุด ก่อนที่จะสั่งให้ทหารหาที่นั่งเพื่อพูดคุยกันต่อไป
“เอ็งพูดมาได้แล้วไอ้พัด”พระราเมศวรถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“รอซ้ำยามเปลี้ย แปลความหมายตรงตัวคือรอให้อีกฝ่ายเหนื่อยเราค่อยเข้าไปสู้ขอรับ” ภัทรตอบ
“เอ็งอย่าลีลาความหมายแค่นั้นข้ารู้ดี แต่ที่เอ็งว่าเกี่ยวกับการเอาชนะพระเ้าแปรมันหมายความว่าอย่างไร อย่าให้ข้าต้องเสียเวลา รีบพูดมาได้แล้ว”พระราเมศวรเริ่มอารมณ์เสีย
“ขอรับ กระหม่อมขอถามก่อน กำลังระหว่างเรากับพม่ามีความแตกต่างกันรึไม่ขอรับ”ภัทรถามกลับ
“ไม่แตกต่างกันมากเท่าใดนักเพราะหากมีฝ่ายไหนแข็งแกร่งกว่าจนเห็นได้ชัด ป่านนี้คงไม่มีศึกนี้แล้วคงมีแค่กลายเป็หัวเมืองเดียวกันไปแล้ว” พระราเมศวรตอบกลับอย่างรวดเร็ว
“นั่นถูกแล้วขอรับ งั้นหากทั้งสองฝ่ายที่มีกำลังกล้าแข็งเทียมกันยากที่จะเอาชนะ เราก็ไม่ควรจะเข้าปะทะด้วยกำลังทั้งหมด แต่ควรตั้งรับให้เหมือนหนึ่งอ่อนแอ รอเวลาที่ข้าศึกอ่อนเปลี้ยจึงค่อยบุกตีไม่ดีกว่ารึขอรับ”ภัทรตอบและยิ้มให้พระราเมศวร
พระราเมศวรก็หยุดชะงักไปชั่วครู่
“นี่มึงบ้าไปแล้วรึ ก็บอกว่ากำลังทั้ง 2 ฝ่ายแกร่งเท่ากันแล้วจะให้แบ่งครึ่งไปอีก แล้วจะสู้พวกมันได้อย่างไร”นายทหารกล่าวออกมาอย่างหัวเสีย
“เป็ไปได้หากเราตั้งรับอย่างเดียว” พระราเมศวร กล่าวออกมาพร้อมกับเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
“เอ๊ะ?”นายทหารถึงกลับร้องออกมาด้วยความสงสัย
“ใช่แล้วขอรับ เราจะต้องตั้งรับโดยให้แนวหน้าเป็พลโล่ขอรับ” ภัทรตอบ
“พลโล่งั้นรึทัพของอยุธยาไม่มีแบบนั้นหรอกถึงจะมีบางคนถือโล่แต่ก็กระจัดกระจายกันออกไป” พระราเมศวร กล่าว
“เ้าชายต้องรวบรวมให้เป็ 1 ขอรับ เป็กองกำลังพิเศษที่มีโล่ แต่เราจะป้องกันแค่โล่ไม้ได้เราต้องจำกัดการเดินด้วยขอรับ ก่อนอื่นเราจะให้พลโล่ตั้งเป็ 3 แถว จากนั้นเราจะจำกัดการเดินให้พวกตรงกลางค่อยๆ ถอยหลังก่อนจนเหมือนเป็รูปจันทร์เสี้ยวโดยเราจะแกล้งทำเป็แพ้เพื่อให้พระเ้าแปรได้ใจ เพื่อที่จะทำให้มาตกหลุมที่เราวางไว้เพราะนิสัยเพราะเ้าแปรที่กระหม่อมทราบจะเป็คนมุทะลุขอรับ” ภัทรพูดกับพระราเมศวรพร้อมกับคิดถึง่เวลาที่เรียนประวัติศาสตร์ชาติไทยตอนมัธยม
“แล้วที่เ้าบอกว่าแบ่งครึ่งเล่า” พระราเมศวรถาม อย่างสงสัย
“เราใช้พลโล่เพื่อป้องกันแล้วถอย ดังนั้นพื้นที่การรบเราจะแคบลงไปแต่พื้นที่ของพวกพม่ารามัญกลับต้องใช้พลังมากขึ้นเพราะโดนทัพเราบีบทำให้ต้องวุ่นวายชนกันแน่นอน และพื้นที่รบฝั่งเราที่น้อยลงไปทหารตรงมุมเสี้ยวพระจันทร์ก็จะค่อย ๆ บีบเข้ามา หากประจบกันแล้วพลโล่แถวที่ 3 จะหันหน้าออกไปทางกองทัพของพวกพม่า ลองคิดดูขอรับหากทหารที่ยังไม่ได้เข้าสนามรบยังมีแรงเหลืออยู่แล้วจู่ก็วิ่งเข้าไปในวงของพวกเราที่ตั้งค่ายกลไว้แล้ว มันจะไม่เหมือนลูกไก่ในกำมือหรือขอรับ”
เมื่อภัทรพูดจบ พระราเมศวรกับนายทหารที่ได้ยินนั้นต่างคนต่างพูดไม่ออก บางคนอ้าปากค้างถึงแผนการณ์ที่ได้ยินบรรยากาศก็เงียบไปอีกนานจนในที่สุดพระราเมศวรก็ได้พูดขึ้นมา “ไอ้พัดข้าจะลงพนันฝั่งเ้าหากเราชนะข้าจะมอบรางวัลอย่างงามให้เ้า หากเราพลาดเราจะตกตายไปพร้อมกัน ได้ยินแล้วใช่ไหมพรุ่งนี้พวกเ้าจะเป็ผู้บังคับบัญชาในจุดต่าง ๆ” หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้คุยกันต่อถึงแผนการณ์ของวันพรุ่งนี้
ภัทรเดินออกมาพร้อมกับนึกถึงตอนที่เค้าอ่าน 3 ก๊กที่เค้าเสียเวลาอ่านจบหลายรอบมากๆตอนนี้ฉันรู้สึกดีใจหน่อยๆแหะ และเงียบไปซักพักจึงคิดต่อไปว่า “นี่เป็แผนของฉันพรุ่งนี้จะมีคนที่ตายมากมายด้วยแผนของฉัน”จึงหันขึ้นไปมองดวงจันทร์ จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงที่วิ่งมาจากข้างหลัง
“เป็ไงบ้างวะอ้ายพัด ทำไมคุยกับเ้าชายนานขนาดนี้ข้านึกว่าเอ็งจะโดนตัดหัวเสียแล้ว” แดงวิ่งเข้ามาถามด้วยความเป็ห่วง
ภัทรจึงมองแดงด้วยความสุขเพราะแดงเป็เพื่อนคนแรกั้แ่ที่เขาย้อนเวลากลับมาในยุคนี้ “พี่แดงพรุ่งนี้อยู่กับผมนะพี่อย่าห่างจากผมนะ” ภัทรบอกแดงด้วยความเป็ห่วง
.
.
ตัดภาพมาปัจจุบัน
พระเ้าแปรกำลังเสียท่าเพราะอยู่ในวงล้อม “ไอ้พวกหมาอยุธยาพวกแกกล้าใช้แผนการใส่ข้างั้นรึ แฮ่กๆ” พระเ้าแประโออกมาด้วยความโกรธแค้นพร้อมกับอาการเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด
“กันช้างไว้!!”
“ป้องกันไว้อย่าให้ใครเข้ามาใกล้แม่ทัพ”
นายทหารได้ออกคำสั่งเพื่อไม่ให้มีใครเข้าใกล้พระเ้าแปร ตอนนี้ทหารฝั่งพม่าสับสนเป็อย่างมากเพราะโดนแบ่งออกเป็ 2 ทัพ
“ดีมากพระเ้าแปรจงดิ้นรนซ่ะ เพราะอีกไม่นานเ้ากำลังตาย” ภัทรพูดกลับตัวเองอย่างมีความสุข
พลธนูยิงงงง!!!! ทหารของอยุธยายิงธนูลงไปในวงล้อมเพื่อหวังจะสังหารพระเ้าแปร
ฉีกกก!!! ทันใดนั้นลูกธนูหนึ่งดอกก็ได้พุ่งเข้าไปเสียบที่พระเ้าแปร
“อ๊าาาา”พระเ้าแปรร้องอย่างเ็ป