กาลเวลาผันผ่านไปเร็วประหนึ่งติดปีกบัดนี้ล่วงเลยมาสามวันแล้ว
ใน่สามวันนี้ข่าวการอภิเษกสมรสของเซียนแพร่สะพัดไปทั่วทั้งทวีปเจินเซิ่ง สำนักน้อยใหญ่ต่างเคลื่อนไหวสำนักระดับสอง ระดับสาม หรือกระทั่งสำนักระดับสูงต่างก็เดินทางมาร่วมงาน
แม้แต่สำนักระดับสูงสุดบางแห่งก็ส่งคนมาร่วมงาน
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกสำนักจะให้ความสำคัญสำนักระดับสูงสุดบางแห่งเพียงเฝ้ามองอย่างเฉยเมย โดยมิได้ใส่ใจมองว่าก็เป็เพียงเซียนผู้หนึ่งเท่านั้น
ตูม!
ทั่วทั้งเมืองเทียนหยวนต่างก็ระดมพลกันคึกคัก
ภายในเมืองอันกว้างใหญ่นับพันลี้แห่งนี้ตกแต่งไปด้วยโคมไฟสีแดงสว่างไสว เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศแห่งความรื่นเริง
เหล่าสมาชิกตระกูลซูต่างก็ยุ่งอยู่กับการเตรียมงานเลี้ยงและต้อนรับแขก
บรรดาผู้าุโที่เคยมีตำแหน่งระดับสูง บัดนี้กลับทำตัวเฉกเช่นคนธรรมดา ยิ้มแย้มต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมงาน
ไม่เพียงแต่ผู้บำเพ็ญเพียรเท่านั้นขนาดคนธรรมดาก็ได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ทุกคนเข้าร่วมงานเลี้ยงได้เช่นกัน
ตูม ปึงปัง!
ใจกลางงานเลี้ยง ตำหนักพระราชวังอันหรูหราหลายหลังลอยอยู่กลางอากาศ เปล่งประกายแสงศักดิ์สิทธิ์รัศมีสีแดงฉานพวยพุ่ง เงาของสัตว์เทพมงคล เช่น ัในตำนานและหงส์ะโบยบินอยู่บนท้องนภา ดวงดารามากมายตกลงมากลายเป็ทางช้างเผือก
มองจากระยะไกล ราวกับตำหนักเซียนเทพ
อย่างไรก็ตาม ตำหนักเซียนเทพแห่งนี้ประดับประดาไปด้วยเชือกและโคมไฟสีแดงมากมาย กลีบผกานานาพรรณที่สวยงามนับไม่ถ้วนปลิวว่อน เปล่งประกายพร่างพราวงดงามและน่าหลงใหลยิ่ง
วังแห่งนี้คือรางวัลจากแพ็กเกจของขวัญสำหรับตระกูลเป็วังระดับเซียน ครั้นถึงเวลาผลิบานสามารถปลดปล่อยพลังต่อสู้ระดับเซียนได้ กระทั่งปราบปรามเซียนเช่นกัน
และบัดนี้ ซูฉางเซิงได้ใช้ตำหนักระดับเซียนแห่งนี้เป็สถานที่จัดงานแต่งของเขา
เป็ศูนย์กลางของงานเลี้ยง
“ท่านผู้มีเกียรติ เชิญนั่ง...”
เบื้องหน้าตำหนักเซียนเทพ เหล่านักรบสังหารในระดับสำแดงกฎกำลังฝืนยิ้มต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทั้งหลาย
นักรบสังหารในระดับสำแดงกฎกว่าพันนาย บวกกับผู้าุโในระดับนิรันดร์สามสิบนาย กองกำลังอันน่าสะพรึงนี้ทำให้บรรดาผู้าุโจากสำนักต่างๆ ต้องขมวดคิ้วตะลึงงัน
ตระกูลซูมีกองกำลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้ั้แ่เมื่อใดกัน
“เ้าสำนักแห่งสำนักหุนหยวนมอบสมุนไพราาหมื่นปีและดอกบัวิญญาศักดิ์สิทธิ์หนึ่งต้นขออวยพรให้บรรพบุรุษฉางเซิงเกษมสุขในวันอภิเษกสมรส!”
“เ้าสำนักแห่งสำนักหลิงซวีเจี้ยนมอบผลึกดาบระดับสูงสุดเก้าเม็ดขออวยพรให้บรรพบุรุษฉางเซิงสุขสำราญในวันอภิเษกสมรส!”
“เ้าสำนักแห่งสำนักจื่อเซียวมอบ...”
“ผู้นำตระกูลหวังมอบ...”
...
สำนักระดับสูงต่างทยอยเดินทางมาร่วมงาน
ทุกสำนักล้วนเป็สำนักเก่าแก่ที่ทวีปเจินเซิ่งมานับหมื่นปี มีเซียนประจำสำนักมากกว่าหนึ่งคนมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าตระกูลซูมาก
การปรากฏตัวของพวกเขาทำให้บรรดาผู้าุโจากสำนักระดับสองระดับสาม หรือแม้แต่สำนักระดับสูง ต่างก็ใอย่างถึงที่สุด สมาชิกตระกูลซูหลายคนก็เช่นกัน ล้วนตื่นเต้นและภาคภูมิเป็อย่างยิ่ง
ควรทราบว่าในอดีตสำนักระดับสูงเหล่านี้ไม่เคยแยแสตระกูลซูเล็กๆ เช่นนี้มาก่อน ขนาดที่ว่าเป็ผู้าุโคนหนึ่งก็เพียงพอที่จะมองหยามเหยียดตระกูลซูต้องให้ตระกูลซูต้อนรับขับสู้เต็มที่
ทว่าบัดนี้ในงานแต่งงานของบรรพบุรุษฉางเซิง เ้าสำนักของสำนักระดับสูงต่างมามอบของขวัญด้วยตนเอง
ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังมอบของขวัญล้ำค่า เช่น สมุนไพราาหมื่นปี ผลึกดาบระดับสูงสุด และของขวัญล้ำค่าอื่นๆ อีกมากมาย
ของขวัญเหล่านี้แม้เพียงชิ้นเดียว ก็เพียงพอที่จะทำให้ระดับกึ่งเซียนนักบุญต้องตาเป็ประกาย
“สหายผู้บำเพ็ญตนแห่งเต๋าชั้นสูงทั้งหลายเชิญนั่ง้า!”
เหล่าองครักษ์ในระดับนิรันดร์ก้าวไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้มพาเ้าสำนักของสำนักระดับสูงไปยังตำหนักเซียนเทพ รัศมีแห่งระดับนิรันดร์ขั้นสูงสุดแผ่ออกมาเลือนรางทำให้เ้าสำนักเ่าั้ตะลึง
“ระดับนิรันดร์ขั้นสูงสุดเช่นนั้นหรือเหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าพลังของอีกฝ่ายใกล้เคียงกับระดับกึ่งเซียนนักบุญเล่า”
เ้าสำนักแห่งสำนักหลิงซวีเจี้ยนยิ้มแย้มทว่าในใจกลับผวาอย่างมาก
จุดที่น่าสนใจคือเขาซึ่งเป็ผู้ฝึกตนระดับกึ่งเซียนนักบุญที่บรรลุด้วยวิถีแห่งดาบ มีประสาทััที่เฉียบแหลมยิ่งใช่หรือไม่
เขาััได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของผู้าุโในระดับนิรันดร์เ่าั้พวกเขาทั้งหมดล้วนมีพลังใกล้เคียงกับระดับกึ่งเซียนนักบุญ
ผู้าุโในระดับนิรันดร์เช่นนี้ คาดไม่ถึงว่าจะมีมากกว่ายี่สิบคน
ตระกูลซูมีภูมิหลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ั้แ่เมื่อใดกัน
“ตระกูลซูต้องมีกระไรมากกว่านี้เป็แน่ ไม่ได้มีเพียงเซียนที่เพิ่งเลื่อนขั้นมาใหม่เท่านั้น!”
เ้าสำนักแห่งสำนักหลิงซวีเจี้ยนตะลึงในใจ
“บัดซบ ตระกูลซู นี่มันช่างน่ากลัวยิ่งนัก!”
“ตลอดทางที่ผ่านมานี้ ข้าเห็นผู้าุโในระดับนิรันดร์ขั้นสูงสุดมากกว่ายี่สิบคนผู้าุโระดับนิรันดร์ที่มีพลังใกล้เคียงกับระดับกึ่งเซียนนักบุญกว่ายี่สิบคนเชียวหรือ”
“นอกจากเซียนแล้วภูมิหลังของตระกูลซูนี่น่ากลัวยิ่งกว่าสำนักระดับสูงสุดทั่วไปเสียอีก!”
บรรดาเ้าสำนักของสำนักระดับสูงสุดแม้ว่าสีหน้าจะยังคงยิ้มแย้มแจ่มใส ทว่าภายในใจกลับขวัญหนีดีฝ่อพวกเขาทั้งหมดต่างหวาดกลัว
พลังเช่นนี้เกือบจะน่ากลัวกว่าสำนักของพวกเขาแล้ว
ตระกูลซูแห่งนี้ปกปิดความลับไว้แยบยลมากถึงเพียงนั้นเลยหรือ
“บรรพบุรุษแห่งราชวงศ์ไป๋อวิ๋นพร้อมกับองค์หญิงไป๋เยวี่ยเกอได้มอบคัมภีร์ระดับเซียนบางส่วนที่ยังไม่สมบูรณ์นักหนึ่งเล่ม ทั้งอวยพรให้บรรพบุรุษฉางเซิงสุขสำราญในวันอภิเษกสมรส!”
ขณะนั้นเอง เมื่อเสียงอวยพรดังขึ้น ดึงดูดสำนักต่างๆ ให้มองมายังพวกเขาด้วยความประหลาดใจ รวมไปถึงสำนักระดับสูงสุดหลายแห่ง
“ราชวงศ์ไป๋อวิ๋นหรือ นี่ใช่สำนักระดับสูงอีกแห่งหนึ่งในดินแดนเป่ยหวงหรือไม่คาดไม่ถึงว่าจะมาร่วมงานอภิเษกด้วยเช่นกัน”
“น่าจะมาขอเจรจาสงบศึกกระมัง คนทั้งหลายต่างก็มองออกว่า หากตระกูลซู้าเลื่อนขั้นเป็สำนักระดับสูงสุด ก็จะต้องยึดครองดินแดนเป่ยหวงและขยายอำนาจออกไป!”
“ใช่ มีเพียงการรวมดินแดนเป่ยหวงเข้าด้วยกันเท่านั้น ตระกูลซูจึงจะตรงตามมาตรฐานขั้นต่ำในการเป็สำนักระดับสูงสุดได้”
“หากราชวงศ์ไป๋อวิ๋น้าขอเจรจาสงบศึกเกรงว่าคงเป็ไปไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่าตระกูลซูจะแผ่ขยายอำนาจออกไปส่วนนอกเขตทว่าหากเป็เช่นนั้น พวกเขาก็จะปะทะกับดินแดนของสำนักว่านโซ่ว”
“หากตระกูลซูไม่โง่ จะต้องเลือกเป้าหมายที่อ่อนแอกว่า แม้ตระกูลซูจะแข็งแกร่งทว่าการยั่วยุสำนักว่านโซ่วก็ไม่ใช่เื่ดีแน่!”
ผู้าุโจากสำนักต่างๆ เริ่มจับกลุ่มกระซิบกระซาบสายตาจับจ้องไปยังแขกจากราชวงศ์ไป๋อวิ๋น
รวมถึงสำนักระดับสูงสุดหลายแห่งสายตาที่มองมานั้น รัศมีอันน่าสะพรึงกลัวทำให้ห้วงมิติสั่นสะท้าน
โชคดีที่นี่คืองานอภิเษก เหล่าผู้าุโต่างก็จงใจระงับรัศมีของตนเอาไว้
และภายใต้ั์ตาของทุกคนมีร่างสองร่างปรากฏขึ้น
หนึ่งในนั้นคือบรรพบุรุษแห่งราชวงศ์ไป๋อวิ๋นบัดนี้เขาไม่ได้ดูผอมแห้งเหมือนแต่ก่อน ร่างกายเปล่งรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวเส้นผมปลิวสะบัด แสดงให้เห็นถึงพลังอันน่าเกรงขามระดับกึ่งเซียนนักบุญ
เ้าแห่งสำนักระดับสูงสุดหลายแห่งพยักหน้าให้กับรัศมีนั้นพลังเช่นนี้คู่ควรกับการเป็บรรพบุรุษของสำนักระดับสูง ไม่ด้อยไปกว่าพวกเขาเลย
อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขามองไปยังสตรีที่อยู่ข้างๆบรรพบุรุษไป๋อวิ๋น คนจำนวนมากต่างก็เบิกตากว้างไปตามๆ กัน
นางเป็หญิงสาวที่งดงามหาใดเปรียบ อายุอานามยังน้อย ใบหน้าอ่อนเยาว์ ทว่ารัศมีของนางกลับน่าตกตะลึงเฉกเช่นปีศาจแห่งแสงจันทร์ที่ก้าวออกมาจากภาพวาด
ใบหน้าเล็กๆ อันงดงาม ผมสลวยสีดั่งแสงจันทร์สยายลงมาถึงเอว คิ้วเข้มปานภาพวาด ผิวนวลเนียนไร้ที่ติดวงตากลมโตสดใส
สวมชุดกระโปรงสีขาวหรูหราเปล่งประกายระยิบระยับ
เท้าเปล่าอันบอบบางทุกย่างก้าวที่นางย่ำลงไป ล้วนมีแสงจันทร์ห้อมล้อม ขาวผ่องดุจหยก งดงามจับใจ
แม้ว่ายังเยาว์วัยและบอบบางทว่าเสน่ห์ของนางกลับเหนือกว่าสาวงามและเทพธิดาที่มีชื่อเสียงหลายนาง
ยิ่งไปกว่านั้นร่างกายของนางยังมีรัศมีพิเศษ
บริสุทธิ์ไร้ที่ติปานหยกขาวทว่ากลับแฝงไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจ
เสน่ห์อันน่าทึ่งนั้น ทำให้แม้แต่ตาเฒ่าแก่ๆที่มีชีวิตมานานหลายปียังอดใจเต้นไม่ได้
เหล่าอัจฉริยะจากสำนักต่างๆ ล้วนมองมาด้วยสายตาร้อนแรงแม้แต่หญิงงามระดับเซียนที่มีชื่อเสียงหลายคนก็ยังอดริษยาไม่ได้
“ช่างเป็หญิงงามหาใดเปรียบนางต้องเป็ของข้า!”
ดวงตาของเ้าสำนักแห่งสำนักหลิงซวีเจี้ยนเป็ประกายความปรารถนาร้อนแรงผุดขึ้นกลางใจ
ร่างกายบอบบาง เรียวเท้าเปล่างดงาม รัศมีอันบริสุทธิ์ที่แฝงไปด้วยเสน่ห์อันชวนจักจี้หัวใจทั้งหมดนี้ล้วนตรงกับรสนิยมของเขา หัวใจของเขาจึงสั่นอย่างแรง
ไม่เพียงเท่านั้นเนื่องจากการบำเพ็ญเพียรวิชาลับบางอย่าง เขาจึงััได้ถึงความลึกลับขุ่นๆ มัวๆ ของไป๋เยวี่ยเกอ
ร่างกายของนางนั้นพิเศษมาก
หากได้ร่วมสุขกับนางจะเป็ประโยชน์อย่างมากต่อการบำเพ็ญเพียรของเขาและอาจช่วยให้เขาบรรลุระดับเซียนได้
“บังเอิญที่ราชวงศ์ไป๋อวิ๋นกำลังประสบปัญหาข้าจะขอร้องซูฉางเซิงแทนพวกเขา เพื่อเป็การไว้หน้าข้า หากในฐานะพันธมิตร โปรดมอบหญิงสาวผู้นี้เป็สนมคนที่แปดสิบสองของข้าเป็การแลกเปลี่ยน!”
เ้าสำนักแห่งสำนักหลิงซวีเจี้ยนคิดในใจ
ในความเห็นของเขาแม้ว่าตระกูลซูจะแข็งแกร่งและมีภูมิหลังลึกซึ้งทว่าก็มีเพียงเซียนที่เพิ่งเลื่อนขั้นมาใหม่เท่านั้นเมื่อเผชิญหน้ากับสำนักเก่าแก่เช่นสำนักหลิงซวีเจี้ยน ก็คงทำได้เพียงยอมก้มหัวเท่านั้น
ควรทราบว่าสำนักหลิงซวีเจี้ยนมีเซียนประจำสำนักถึงสามคนเป็หนึ่งในสำนักระดับสูงสุดที่แข็งแกร่งที่สุด
ซูฉางเซิงย่อมไม่ปฏิเสธเป็แน่