ตอนที่ 6 เป็เื่ (1)
สวี่เฉิงอวี๋อาศัยอยู่ที่เรือนจ้านลู่ ป้ายนอกประตูเรือนเป็บิดาของนางสวี่ซงซานเขียนด้วยตนเอง กลอนคู่หนึ่งมาจากปากของพี่ชายสี่ของนางสวี่เยี่ยนิ
เมื่อเข้าในไปห้องแล้ว บนโต๊ะไม้จื่อถาน[1]ในห้องโถงใหญ่ตรงข้ามประตู กระถางธูปหยกสลักลายกิเลนทองเป็ของรักที่สุดของท่านย่าใน่ที่ยังอายุน้อย ตอนนางอายุห้าปีนางได้ไป ‘ปล้น’ มาจากห้องของท่านย่านาง
เรือนนี้ั้แ่ในไปนอก นอกจากความประณีตโอ่อ่าแล้วก็ไม่รู้เลยว่ามีความรักความปรารถนาดีจากผู้ใหญ่อยู่มากเท่าไร
ลี่ว์จูเปิดม่านเข้าประตูมา เห็นนางนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงปาปู้[2] บนโต๊ะด้านหน้าวางกระดานหมากเอาไว้
สาวใช้ยิ้มและเข้าไปเพื่อนำกล่องอาหารแกะสลักสีแดงในมือวางลงบนโต๊ะกลมตรงหัวเตียง “คุณหนูจะกินอาหารสักหน่อยก่อนไหมเ้าคะ ข้าจะเรียกให้พวกนางทำโจ๊กข้าวเหนียวไก่ ประเดี๋ยวก็ได้กินแล้ว”
สวี่เฉิงอวี๋ไม่แม้แต่จะเงยหน้า “อย่าวุ่นวายเลย ข้าไม่หิว เ้ามาเดินหมากเป็เพื่อนข้าที”
สีหน้าลี่ว์จูพังทลายทันที ท่วงท่าที่เหยียดลุกขึ้นก็ช้าลงด้วย
คุณหนูของนางเชี่ยวชาญในการเล่นเดินหมากมากนับว่าเป็ผู้มีฝีมือคนหนึ่ง กระทั่งคุณชายใหญ่ที่มาเล่นกับคุณหนูก็ยังพอจะสามารถฝืนให้เสมอกันได้เท่านั้น บางคราหากใจลอยก็ยังแพ้ไปหลายตา
นางคอยรับใช้ข้างกายคุณหนูทุกวัน หลายครั้งที่คุณหนูใจสงบก็จะเดินหมากกับตนเอง แต่ยามที่รู้สึกเบื่อหน่ายก็จะจับนางให้มาเล่นเป็เพื่อน เมื่อหลายครั้งเข้านางเองก็ค่อยๆ เล่นเป็แล้ว
แต่อย่างไรนางก็เป็ข้ารับใช้ เื่ที่สูงส่งเช่นนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับนางนัก ดังนั้นยามที่คุณหนูลากให้ตนเดินหมากด้วย ส่วนลึกในใจนางกลับรู้สึกต่อต้านอย่างมาก
ลี่ว์จูยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับ “คุณหนู อย่า...”
“ทุกครั้งเวลาเรียกให้เ้าเดินหมากเป็เพื่อนข้าก็มักจะบ่ายเบี่ยงเช่นนี้เสมอ ข้าไม่ได้ชนะเอาเงินเ้าเสียหน่อย เ้าจะปฏิเสธด้วยเหตุใด” ในที่สุดสวี่เฉิงอวี๋ก็เงยหน้าขึ้น ปรายตากวาดมองไป “นั่งลงสิ”
ลี่ว์จูอิดออด หน้าตาเหี่ยวเฉาลงทันใด ก่อนเข้าไปนั่งด้วยความไม่เต็มใจ
กระดานหมากตรงหน้าเป็กระดานหมากที่ทำจากหยกขาว กระทั่งหมากบนมือของสวี่เฉิงอวี๋ก็ยังเป็หยกขาว
ลี่ว์จูย่นหน้ามองอยู่นาน เรียกได้ว่าชะงักงันไป
นี่เรียกได้ว่าเป็กระดานที่แพ้อนาถมาก ไม่สิ สำหรับนางแล้วเรียกว่าเป็หมากตายของแท้
ดังนั้นนางจึงทำหน้าเศร้าสร้อย มองดูแล้วน่าสงสาร เหลือบตาขึ้นมองไปที่สวี่เฉิงอวี๋ “คุณหนู...”
สวี่เฉิงอวี๋เอนไปบนโต๊ะสามขา ใช้มือเท้าคางเอาไว้ เห็นท่าทางเช่นนี้ของนางก็ยิ้ม “ข้าสอนเ้ามานานขนาดนี้ เหตุใดถึงไม่ก้าวหน้าเสียที”
นางพูดไปก็ค่อยๆ นั่งเหยียดตัวตรง หยิบหมากสีดำในกล่องด้านหน้าลี่ว์จูแล้ววางลงไปที่มุมด้านซ้ายของกระดานโดยแทบจะไม่ต้องคิด
ลี่ว์จูแทบจะร้องออกมาอย่างใ “เช่นนี้ไม่ใช่ว่าคุณหนูยกสีดำทั้งแถบให้เฉยๆ หรือเ้าคะ”
“นี่เรียกว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ถอยไม่ได้ ต้องก้าวต่อไปเพื่อหาทางรอด” สวี่เฉิงอวี๋เก็บมือกลับมาแล้วมองไปที่ลี่ว์จู เห็นสาวใช้แสดงสีหน้าสงสัยก็ส่ายศีรษะอย่างจนใจ “เ้าไม่ยกหมากดำนี้ทั้งหมดให้ ก็มีแต่ต้องถูกข้าบีบไปทีละก้าว ไม่ว่าจะเดินไปทางใดก็มีแต่ทางตันและถูกกำหนดไว้แล้วว่าต้องแพ้ แต่หากเ้ายกหมากสีดำทั้งแถบนี้ออกไป จะยังสามารถรักษาหมากดำที่มุมด้านขวาให้อยู่รอดต่อไป ไม่แน่ว่าอาจยังมีโอกาสพลิกกลับมาชนะได้ หนึ่งเป็หนึ่งตาย แม้ว่าพยายามสุดกำลังก็ไม่แน่ว่าจะสามารถชนะได้ แต่การมีโอกาสยังดีกว่าไม่มีโอกาสเลย ใช่หรือไม่”
ลี่ว์จูเม้มปากคิดอยู่นาน แล้วยิ้มออกมาอย่างอ่อนหวาน
เพียงแต่คำว่าได้รับคำชี้แนะแล้วของนางยังไม่ทันจะได้พูดออกมา อวิ๋นจูก็เดินอ้อมฉากกันลมอีกด้านเข้ามาด้วยสีหน้าที่ไม่ดีนัก
เชิงอรรถ
^ จื่อถาน คือ ไม้จันทน์แดง หรือประดู่รัตจันทน์^ เตียงปาปู้ คือ เตียงสี่เสาขนาดใหญ่ ประกอบด้วยสองส่วนคือส่วนของเตียงและส่วนที่ล้อมรอบเสาสี่ข้าง สามารถวางโต๊ะและเก้าอี้ได้ มองจากด้านนอกจะเหมือนห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง