ตอนที่ 23 ถูกจับไปสอบสวน
ตอนที่ 23 ถูกจับไปสอบสวนขณะที่ความโกรธของเฉิงจื่อหาวกำลังลุกโชน ไม่ทันได้มองเห็นคนที่นอนอยู่บนพื้น ว่าขนตาของเธอเริ่มขยับเล็กน้อยหลินเหยารู้สึกเพียงแต่ว่าเจ็บปวดไปทั้งร่างกาย เหตุผลน่าจะเพราะว่าฤทธิ์ของยาชา เธอรู้สึกว่าศีรษะของตัวเองนั้นยังคงหนักอึ้งอยู่เล็กน้อย แม้แต่จิตใจก็ยังคงมีความรู้สึกมึนงงอยู่บ้างแม้ว่าจะกำลังมึนงงอยู่ แต่สิ่งที่เฉิงจื่อหาวกล่าวพึ่งจะพูดไปนั้นมันก็เพียงพอที่จะทำให้เธอได้ยินมันอย่างชัดเจนไอบัดซบที่สมควรตายนี่ กล้าดียังไงที่มาลักพาตัวคุณอย่างฉัน และยังอยากที่จะทําอะไรกับคุณหนูอย่างฉันอีก แกฝันไปหวานซะเถอะเธอนอนอยู่บนพื้น ยังไม่ได้ลืมตาขึ้น วางแผนไว้แล้วว่าถ้าเจ้าสารเลวนี่คิดจะลงมือจริงๆ ล่ะก็ เธอจะต้องทำให้เขาได้เจอดีแน่ๆ!เพียงแค่ต้องการจะรู้ว่าใครเป็นคนจับตัวเธอมา? เสียงที่พึ่งจะได้ยินไปนั้นรู้สึกว่าคุ้นเคยมาก เหมือนกับ......ในตัวเธอนั้นสวมกระโปรงชีฟองลายดอกไม้ตัวอยู่หนึ่ง พร้อมกับเสื้อคลุมสีชมพูตัวเล็กด้านนอก น่องเล็กๆ สีขาวของเธอเผยออกมาให้เห็นอยู่บนพื้น เฉิงจื่อหาวมองไปที่น่องเล็กๆ ของเธอ เขาเอื้อมมือออกไปเพื่อที่จะสัมผัสมันเขารู้สึกเพียงสัมผัสของผิวเนียนนุ่มเนียนบนมือของเขาจุ๊ๆ คิดไม่ถึงว่าหลินเหยาคนนี้ จะมีผิวพรรณที่ไม่เลวเลยจริงๆเมื่อเฉิงจื่อหาวตั้งใจที่จะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป แต่เดิมหลินเหยาที่นอนอยู่บนพื้นพลันลืมตาตื่นขึ้น เธอไปที่มองเฉิงจื่อหาวอย่างโกรธเกรี้ยว เมื่อยังไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับมาเธอนั้นพยายามลุกขึ้นนั่งก่อนที่เขาจะได้สติ“ไอ้คนโง่เง่าเต่าตุ่น กล้าดียังไงมาลักพาตัวคุณหนูอย่างฉัน แกไปตายซะ!” เนื่องจากมือและขาทั้งสองข้างถูกมัดเอาไว้ หลินเหยาเหลือเพียงแค่ปากเท่านั้น แต่เธอก็ไม่ลังเลเลยสักนิดพุ่งเข้าไปกัดในทิศทางที่เธอรู้สึกว่าได้ยินเสียงนั้น"อ๊า! " เสียงร้องโหยหวนของเฉิงจื่อหาวดังออกไปทั่วภายในโรงงานที่ถูกทิ้งร้างนั้น"บ้าเอ้ย แกเป็นหมาเหรอไง! " ขอบตรงนิ้วก้อยที่ฝ่ามือข้างซ้ายของเฉิงจื่อหาวได้ถูกหลินเหยากัดเข้าไปอย่างจัง เขาพยายามอย่างหนักที่จะดึงมันออกมา แต่หลินเหยากลับใช้แรงกัดให้แรงขึ้นไปอีก เขาดึงมันถึงสองครั้งแต่ก็ดึงมันไม่ออกหลินเหยาแค่นเสียงออกมาสองครั้ง แม้ว่าจะมองไม่เห็นอะไร แต่เธอก็รู้ว่าเธอกัดสถานที่ซึ่งเหมาะสมเมื่อเธอได้ยินเสียงกรีดร้องของฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นเธอจึงกัดมันให้แน่นมากยิ่งขึ้นทันใดนั้น เลือดก็ไหลออกมาจากมือของเฉิงจื่อหาว หลินเหยาก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นเลือดสดๆ บนปลายลิ้นของตัวเอง กลิ่นคาวเลือดจางๆ ไหลรินไปที่ปลายจมูกของเธอ"บ้าเอ้ย! " เฉิงจื่อหาวตวาดอย่างโกรธเกรี้ยว ใช้ฝ่ามือตบลงไปบนหน้าของหลินเหยาอย่างไม่มีความสงสารเลยแม้แต่นิดเดียว จนทำให้เธอก็ได้ล้มลงไปบนพื้นอีกครั้งหนึ่งใบหน้าของหลินเหยานั้นปรากฏรอยนิ้วมือขึ้นมาถึงห้านิ้ว มีเลือดไหลออกมาจากมุมปากของเธอ แสดงให้เห็นว่าเฉิงจื่อหาวใช้แรงโกรธมากมายแค่ไหน"ฮือๆ .....ถุยถุ่ยถุ้ย.....ฮือๆ " หลินเหยาไม่เคยได้รับความคับแค้นใจอย่างนี้มาก่อน ใบหน้าของเธอปวดแสบปวดร้อนจนเธอเริ่มที่จะร้องไห้ออกมา แต่พอคิดได้ว่าตัวเองเพิ่งกัดคนเลวคนนั้นจนเลือดไหลออกมา และปลายลิ้นของเธอก็ได้สัมผัสเข้าเลือดของคนเลวนั้น ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาอีกครั้ง แล้วได้ถ่มน้ำลายออกมาหลายครั้ง"นี่......" เฉิงจื่อหาวมองไปที่มือของตัวเอง เห็นเพียงรอยฟันที่เรียงกันเป็นแถว เลือดสีแดงสดไหลรินออกมาเขาไม่รู้จริงๆ ว่าถ้าหากยังปล่อยให้หลินเหยากัดต่อไปอีกละก็ เธอจะสามารถกัดจนเนื้อเขาหลุดออกมาได้ทั้งก้อนได้ไหมประตูถูกผลักให้เปิดออก ชายร่างกํายําและอันธพาลอีกสองสามคนได้เดินตามเข้ามาด้วย ชายร่างกำยำก้าวไปข้างหน้าและถามอย่างเป็นกังวลว่า "เกิดเรื่องอะไรขึ้นครับนายน้อย? "เขาเห็นเลือดสดๆ ที่ไหลอยู่ในมือของเฉิงจื่อหาว เขาก็เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างคร่าวๆ แล้ว ก็เลยยังไม่ทันได้รอให้เฉิงจื่อหาวได้ตอบกลับมา ตรงเข้าไปตบหลินเหยาอีกครั้งหนึ่ง : “นังสารเลว ยัยตัวแสบ กล้าทำร้ายนายน้อยของพวกเราเชียวเหรอ”การตบครั้งนี้กับที่เฉิงจื่อหาวพึ่งจะตบไปเมื่อครู่นี้เป็นตำแหน่งเดียวกัน และชายร่างกำยำคนนี้ก็ไม่ใช่นักเรียนมัธยมปลายอย่างเดียวกับเฉิงจื่อหาว ความแข็งแกร่งของเขานั้นย่อมไม่มีใครเทียบได้อย่างแน่นอนเสียงตบดัง เพี๊ยะ! ทำให้ใบหน้าของหลินเหยาแดงและบวมขึ้นทันที พร้อมกับเสียงกรีดร้องที่น่ากลัวก่อนจะหมดสติไป"ไอ้บ้าเอ้ย! " เฉิงจื่อหาวตกใจมากเมื่อเห็นหลินเหยาหมดสติไป ยังคิดว่าหลินเหยาถูกฆ่าตายด้วยการตบนั้น เขารีบเตะไปที่ร่างกายของชายร่างกํายํานั้นทันที เหงื่อเย็นๆ ไหลออกมาจากด้านหลังไม่หยุดเขาเพียงแค่อยากทําให้เซิงห่าวขายหน้า เขาก็เป็นแค่นักเรียนมัธยมปลายคนหนึ่ง สำหรับเรื่องการฆ่าคนนั้นเขาไปไม่เป็นคนที่เลวทรามขนาดที่จะทำเรื่องแบบนั้นได้“ใครบอกให้ปฏิบัติกับเธอแบบนี้! มัวแต่ดูอะไรกันอยู่เล่า! ยังไม่ทำให้เธอฟื้นขึ้นมาอีกถ้าเธอตายแกจะรับผิดชอบไหม?”ชายร่างกํายําถูกเตะจนมึนงง เมื่อได้ยินคําพูดของเฉิงจื่อหาวกลุ่มคนก็ยิ่งยุ่งวุ่นวายขึ้นมาอีกใช้เวลาไม่นาน ก่อนที่หลินเหยาค่อยๆ ตื่นขึ้นมา เธอกระอักเลือดออกมาทันทีที่เริ่มรู้สึกตัว ตอนที่ชายร่างกำยำพึ่งจะตีเธอเมื่อครู่ เธอไม่ทันระวังจนกัดลิ้นโดยไม่ได้ตั้งใจจนทำให้เลือดไหลออกมาเฉิงจื่อหาวถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อเห็นว่าหลินเหยาเหมือนได้ตายไปครึ่งหนึ่งเหมือนไม่มีชีวิต ใบหน้าบวมสูง แล้วก็ไม่มีสติ พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง “พวกแกทุกคนคอยจับตาดูเธอไว้ ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นพวกแกต้องเป็นคนรับผิดชอบ!”พูดจบ เขาหันหลังกลับและเดินออกไปจากประตู เลือดในมือของเขาไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเขากลับเข้าไปที่รถและออกคำสั่งทันทีว่า : “ไปโรงพยาบาล!”เช้าวันที่สองเซิงห่าวถือนมถั่วเหลืองที่ซื้อจากริมถนน กลับมาถึงที่โรงเรียน หลังจากวันนั้นนอกจากพนันกับเฉิงจื่อหาวและได้เปิดหยกเจไดต์ระดับสูงแล้ว เขาก็ไม่ได้ใช้ความสามารถของเขาอีกเลยหลังจากที่เปิดได้หยกเจไดต์แบนสองชิ้นติดต่อกัน ก็ประสบความสําเร็จที่สูงมากทําให้คนรอบข้างคิดว่าเหตุผลที่เขาพบหยกระดับยอดเยี่ยมสองชิ้นล้วนเป็นความโชคดีหลังจากนั้นหยกชั้นดีสองชิ้นก็ให้หลินเหยาเป็นคนนํามันกลับมา เขาไม่ได้สนใจอะไรมาก ตราบใดที่ความสามารถของเขายังมีอยู่ หากว่าเขาต้องที่จะเปิดหยกเจไดต์ชั้นดีอีกเท่าไรก็ไม่ใช่ปัญหาเซิงห่าวเดินไปบนเส้นทางเล็กๆ เพื่อไปยังโรงเรียน ทันใดนั้นก็มีเงาคนวิ่งออกมาจากหญ้าที่อยู่ด้านข้าง ร่างนั้นก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้น: “ท่านเทพพระเจ้า ได้โปรดบอกผมเถิด อนาคตผมจะเป็นอย่างไร”เซิงห่าวถึงกับตกใจแล้วผงะไปทันที โดยไม่รู้ตัวยืดเท้าของเขาเพื่อที่จะเตะออกไปแต่เขาก็หยุดม้นไว้อย่างฉับพลันก่อนที่จะถึงสิ่งที่อยู่ข้างหน้า โชคดีที่เขาสามารถตอบสนองได้รวดเร็วพอ เมื่อมองเห็นใบหน้านั้นเขาก็ถอนเท้ากลับมาทันทีเขามองไปที่เว่ยเวยโดยไม่ได้พูดอะไร “ฉันจะบอกนายรีบออกมากะทันหันแบบนี้ แล้วยังแบมือทั้งสองนั้นอีก อยากจะขออาหารจากฉันหรือไง”เว่ยเวยเดินหัวเราะคิกคักเดินไปถึงข้างกายเขา ในฐานะลูกชายของนายกเทศมนตรี เขาย่อมได้รับข่าวที่ว่าเซิงห่าวที่ได้เสนอหยกคุณภาพเยี่ยมสองชิ้นอย่างแน่นอน จนแม้แต่เขาเองก็ยังรู้สึกทอดถอดใจ อยากที่จะรู้ว่าถ้าเขาลองไปเปิดดูสักสองก้อนจะเป็นอย่างไร แน่นอนว่านี่ก็เป็นเพียงความคิดอย่างหนึ่งของเขา เขาไม่เชื่อว่าเขาจะสามารถมีโชคดีได้เท่าเซิงห่าวอย่างนั้นเขาพูดอย่างกระตือรือร้นว่า : “รีบบอกฉันมาเร็วเข้าสิ หรือว่าคุณมีความลับอะไรเหรอ หยกเจไดต์ที่ดีที่สุดสองชิ้นน่ะ ถ้านายบอกความลับของนายกับฉันจะเป็นลูกพี่ของฉัน! ”เซิงห่าวกลอกตาเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด: "ถึงฉันจะไม่บอกนาย ฉันก็เป็นลูกพี่ของนายอยู่ดี! "“นายคือพระเจ้าของฉัน ขอเพียงแค่นายบอกฉัน จากนี้ไปฉันจะไม่ไหว้พระไม่ไหว้เจ้าแต่จะไหว้แค่นายเท่านั้น”"ให้มันน้อยน้อยหน่อย" เซิงห่าวนึกถึงคำอธิษฐานอันไร้เดียงสาของเว่ยเวยต่อรูปปั้นหรืออะไรบางอย่างของเขา เขาก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเทิ้ม ชายคนหนึ่งบูชาชายอีกคนหนึ่ง มันค่อนข้างที่จะน่าขยะแขยงเกินไปเว่ยเวยหัวเราะคิกคัก : “มาเถอะ เว้นแต่นายจะบอกฉันว่าความลับมันคืออะไร ไม่อย่างนั้นฉันก็จะเดินหน้าต่อไป ใครใช้ทําให้นายกลายเป็นพระเจ้ากันละ”"ถ้าฉันเป็นเทพเซียน ฉันยังจะเรียนที่นี่อยู่อีกหรือ? " เซิงห่าวกล่าวอย่างยิ้มเยาะ จากนั้นก็เดินต่อไปยังห้องเรียนต่อ : “ชั่วชีวิตของผู้อาวุโสที่มีอายุมากขนาดนั้นยังไม่กล้าที่จะพูดเลยว่ามีความลับอะไร นายคิดว่าฉันจะมีเหรอ?”เว่ยเวยได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ลูบหัวของตัวเอง "มันก็ใช่นะ" เขาได้เดินตามไป ทั้งสองคนพูดคุยและหัวเราะแล้วเดินไปที่อาคารเรียนด้วยกันขณะที่เซิงห่าวกำลังที่จะเดินเข้าไปภายในห้องเรียน ก็มีน้ำเสียงจริงจังเสียงหนึ่งดังขึ้น : “นักเรียนเซิงห่าว พวกเราเป็นสำนักงานรักษาความปลอดภัยสาธารณะภายใน มีคดีหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับคุณ ฉันหวังว่าคุณจะให้ความร่วมมือกับเราเพื่อกลับไปทำการตรวจสอบเล็กน้อย”...