หวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 76 ตอน คำถาม 1

            ในขณะที่เหล่าคุณชายผู้ร่ำรวยกำลังพูดคุยกันว่าใครจะเป็นผู้ชนะในพิธีประชันสาวงามอวิ๋นจื่อก็ออกจากหอจุ้ยฮวนแล้ว 

            นางมาถึงจวนผู้ว่าการในช่วงกลางดึกและนอนหลับทันทีหลังจากนั้น

            เมื่อนางลืมตาตื่นแสงแดดก็ส่องเข้ามาทางหน้าต่างแล้ว

            ม่านเตียงสีอ่อนแลดูไม่คุ้นเคยทำให้นางเหม่อลอยเล็กน้อย

            ทันใดนั้นนางก็รู้สึกราวกับอยู่ในความฝันนางไม่ใช่แม่นางปี้เหยียนในหอคณิกาอีกต่อไป แต่เป็นคุณหนูใหญ่แห่งจวนผู้ว่าการ

            นางหัวเราะเยาะตัวเอง

            ‘ตอนนี้ข้ากลับให้ความสำคัญกับตัวตนของตนเองเสียแล้วนี่เป็นสิ่งที่ข้าไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น’

            กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่นางไม่เคยคาดคิดกลับเกิดขึ้นแล้ว 

            ไป๋จื่อและหงหลิงเข้ามาปรนนิบัตินางเช่นเคย

            บ่าวรับใช้ในจวนทุกคนรู้เพียงว่าคุณหนูใหญ่ที่เติบโตในเมืองหลวงได้เดินทางกลับมาเมื่อคืนนี้พวกเขาล้วนมองเข้าไปในเรือนอย่างมีความสุข สาวใช้ที่ทำหน้าที่จัดเตรียมอาหารต่างทำงานอย่างขะมักเขม้น

            เมื่อไป๋จื่อและหงหลิงเห็นเช่นนี้จึงมอบเหรียญเงินให้พวกนางหนึ่งกำมือหลังจากจัดเตรียมอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกนางก็จากไปอย่างมีความสุข

            อวิ๋นจื่อมองไปยังอาหารรสเลิศที่ไม่คุ้นเคยและเหล่าสาวใช้ที่ไม่คุ้นตานางรู้สึกว่าความสนใจของนางกำลังจางหายไป ชั่วขณะหนึ่งนางรู้สึกว่าการกลืนอาหารแต่ละคำเป็นเรื่องยากลำบากมากไม่นานสาวใช้ก็เข้ามารายงานว่าคุณชายซูมาถึงแล้ว

            ทันทีที่ซูเจินเข้ามาก็เห็นท่าทางไร้ชีวิตชีวาของนางดวงตาดอกท้ออันเป็นประกายระยิบระยับของเขาจ้องมาที่นาง จากนั้นเขาก็กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า“น้องสาว เจ้าชอบอาหารที่นี่หรือไม่? ข้าต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการหาแม่ครัวจากทางเหนือเจ้าไม่ชอบหรือ?”

            อวิ๋นจื่อส่ายหน้า“ไม่เลย ข้าเพียงไม่คุ้นชินเท่านั้น”

            ซูเจินสั่งให้สาวใช้เก็บอาหารที่เหลืออยู่จากนั้นก็ไล่พวกนางออกไปเขากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้เจ้าเป็นคณิกาที่ลึกลับที่สุดในหอจุ้ยฮวน?”

            สีหน้าของอวิ๋นจื่อยังคงสับสนนางกล่าวว่า “แล้วอย่างไร?”

            ซูเจินยังคงยิ้ม“นายหญิงแห่งศาลาฉีอวิ๋นมองว่าเจ้าทำเงินให้หอจุ้ยฮวนมากมาย อันที่จริงมากยิ่งกว่ารายได้ตลอดห้าปีที่ผ่านมาเสียอีกเจ้าถือเป็นคณิกาที่ทำกำไรได้มากที่สุด ข้าไม่รู้ว่ามีกี่คนที่ต้องการตัวเจ้าข้าเดาว่าอีกสักครู่ป้าอวิ๋นของเจ้าก็คงจะมา”

            อวิ๋นจื่อกล่าวว่า “ท่านช่วยจัดการทีเถิดถึงบอกเรื่องนี้กับข้าก็ไม่ได้ประโยชน์อันใด”

            นางดื่มชาด้วยท่าทีราวกับมีตัวอักษรแปะอยู่บนหน้าผากว่า“อย่าเข้าใกล้ข้า” 

            ซูเจินยิ้มก่อนจะหยอกล้ออวิ๋นจื่อด้วยการกล่าวว่า“ข้าเรียกเจ้าว่าน้องสาวเชียวนะ เจ้าจะปฏิบัติกับพี่ชายแบบนี้หรือ? เอาเถอะหากข้าไม่ให้เจ้าพบนายหญิงแห่งศาลาฉีอวิ๋นเห็นทีจะมีข่าวลือว่าข้าเป็นพี่ชายที่หวงน้องสาวมากเกินไปแล้วคนอื่นจะคิดอย่างไร? ข้าว่าเราสองพี่น้องควรทำข้อตกลงกันดีหรือไม่?”

            อวิ๋นจื่อไม่สนใจ นางกล่าวว่า“คุณชายไม่ได้บอกว่าจะให้ข้าไปที่สำนักชิงซานเพื่อฝึกกระบี่หรือ? ข้าจะไปได้เมื่อไหร่?”

            ซูเจินถามด้วยความสงสัย“นั่นคือเหตุผลที่เจ้าอยากไปสำนักชิงซานหรือ?"

            อวิ๋นจื่อถอนหายใจยาว“ซูเจิน ข้าต้องการมีชีวิตใหม่”

            แม้นางไม่รู้ว่าชีวิตข้างหน้าจะเป็นอย่างไรแต่นางก็คิดถึงชีวิตในเมืองอวิ๋นเมิ่ง นางเคยเสียใจที่ไม่สามารถคว้าอะไรไว้ได้แต่ชีวิตในหอจุ้ยฮวนช่างน่าหดหู่ใจจริงๆ 

            นางเกลียดชีวิตแบบนั้น

            “เจ้าต้องการชีวิตแบบใด?”ซูเจินถาม

            แบบใดน่ะหรือ?

            อวิ๋นจื่อรู้สึกว่าในใจของนางมีภาพที่ดูเลือนลาง นางไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่ามันคืออะไรกันแน่

            นางลุกขึ้นและกล่าวอย่างเศร้าโศกว่า“ข้าไม่รู้ แต่ข้ามั่นใจว่าในอนาคตชีวิตของข้าจะต้องดีกว่าตอนนี้แน่นอน”

            ทันใดนั้นซูเจินก็หัวเราะ

            เสียงหัวเราะที่ฟังดูขมขื่นกับดวงตาดอกท้อที่เปล่งประกายดูไม่เข้ากันอย่างสิ้นเชิงแต่น่าแปลกที่มันกลับเป็นภาพที่งดงาม

            อวิ๋นจื่อรู้สึกละอายใจนางไม่เคยเห็นซูเจินเป็นแบบนี้มาก่อน

            ซูเจินในความทรงจำของนางคือคุณชายเจ้าสำราญผู้อ่อนโยน

            ยิ่งไปกว่านั้น อวิ๋นจื่อยังรู้ว่าแท้จริงแล้วนางเป็นหญิงสาวผู้ร่ำรวย

            รอยยิ้มของซูเจินค่อยๆจางหายไป ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและกล่าวว่า“เจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าต้องการชีวิตแบบใด แต่เจ้ากลับพูดว่าต้องการมีชีวิตใหม่ปี้เหยียนเจ้ารู้หรือไม่ว่าพูดอะไรออกมา”

            หลังจากที่พูดจบเขาก็กระแทกประตูและจากไปทันที

            เขาโกรธมาก

            อวิ๋นจื่อรู้สึกสับสนเล็กน้อย

            นางไม่รู้ว่าเขาโกรธอะไร หรือเขาไม่เต็มใจให้นางมีชีวิตใหม่

            นางยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยไม่ใช่หรือ?

            เหตุใดเขาจึงเข้าใจยากเสียจริง?

            อวิ๋นจื่อตกอยู่ในความงุนงงเป็นเวลานานก่อนที่นางจะตระหนักถึงคำพูดของซูเจิน

            ‘เจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าต้องการชีวิตแบบใด’

            ‘แล้วข้าต้องการชีวิตแบบใด?’ อวิ๋นจื่อครุ่นคิด

            คำพูดไม่กี่คำของซูเจินเหมือนเข็มที่ทิ่มแทงลงกลางใจของอวิ๋นจื่อ

            ดูเหมือนจะเจ็บแต่ก็ไม่เจ็บมีเพียงความรู้สึกชาๆ เท่านั้น

            ชีวิตที่นางต้องการคือการกลับไปที่ตำหนักเหวินฮวาและชิงทุกอย่างที่เป็นของตระกูลอวิ๋นกลับคืนมาไม่ใช่หรือ?

            นั่นคือชีวิตที่นางต้องการ

            นั่นคือคำสาบานของนางตอนที่นางจากตำหนักเหวินฮวามา

            นางเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตเช่นนั้น

            นั่นคือชะตาชีวิตของนาง

            เมื่อนึกได้เช่นนี้ จู่ๆน้ำตาของนางก็ไหลออกมา

            ตอนข้ามาถึงหยงโจวครั้งแรกข้าไม่รู้อะไรเลย ข้าเพียงต้องการแก้แค้นแต่ความโศกเศร้าจากการสูญเสียผู้เป็นที่รักเปรียบได้กับเงามืดขนาดใหญ่ที่อยู่ในใจข้าตอนนั้นข้าไม่ได้ลงมือทำอะไรเลย ข้าปล่อยให้เวลาผ่านไปทีละน้อยและปล่อยให้รากฐานของราชวงศ์ใหม่มั่นคงขึ้นเรื่อยๆ’ 

            ตอนนั้นนางไม่รู้จริงๆว่าต้องการชีวิตแบบใด

            แต่ตอนนี้นางต้องให้ความสำคัญกับตระกูลอวิ๋น

            นางมีสายเลือดของตระกูลอวิ๋นนางจึงต้องฟื้นฟูตระกูลอวิ๋น ทั้งยังต้องลงโทษขุนนางทรยศและกบฏชั่วช้าเหล่านั้น!

            ย้อนกลับไปตอนที่เสด็จอาประทับอยู่ที่ชายแดนท่านเป็นแม่ทัพหนุ่มที่มีชื่อเสียงในการสู้รบและเป็นผู้ดูแลรากฐานของตระกูลอวิ๋นมาหลายปีแม้นางจะจำเหตุการณ์ตอนนั้นได้ลางๆ แต่นางรู้แน่ชัดว่าเลือดของตระกูลอวิ๋นไหลเวียนอยู่ในตัวนาง

            นางต้องไม่ยอมรับความพ่ายแพ้และพร้อมที่จะเผชิญกับทุกสิ่ง

            ชีวิตของนางคือการต่อสู้เพื่อตระกูลอวิ๋น

            หลังจากซูเจินจากไปอวิ๋นจื่อก็ไม่ได้ทำอะไรอีกเลยไม่ว่าจะเป็นคัดอักษร อ่านหนังสือ หรือเล่นกู่ฉิน นอกจากนี้ นางยังไม่ได้พบใครอีกนอกจากซูเจินนางนั่งเงียบๆ ในศาลาทรงหกเหลี่ยมที่อยู่ในลานบ้าน จากนั้นก็ดื่มชาและสนทนากับไป๋จื่อและหงหลิง

            วันเวลาในหอจุ้ยฮวนจะหายไปตลอดกาล

            นางต้องพักผ่อนให้เพียงพอและออกเดินทางไปสำนักชิงซาน

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730