ร่องรอยาแ
ความเงียบงันแผ่คลุมเมื่อกลุ่มผู้รอดชีวิตมาถึงโกดังร้างใต้สะพานไครโอนิกส์ทุกคนหอบเหนื่อย เืสาดบนเสื้อผ้าของพวกเขาไม่ใช่เพียงคราบของศัตรูแต่เป็ของสหายที่จากไปด้วย ดวงตาของเดวิดยังเต็มไปด้วยภาพโศกนาฏกรรมบนสะพาน—ลูคัสกับโมนิก้าสละชีวิตทั้งคู่เพื่อให้พวกเขามีโอกาสรอด
ลูซี่นั่งลงกับพื้นเหงื่อไหลอาบแก้ม นิ้วมือสั่นเทาแต่ยังไม่หยุดพิมพ์รหัสลงในแท็บเล็ต
“ถ้าเราอยากหนีไปเอลีเซีย…เราต้องรู้เส้นทางขนส่งของรัฐบาลก่อน”
มาร์คอสเทของเหลวสีเข้มลงในขวดแก้วเขย่าเบา ๆ ให้เกิดประกายสะท้อนจากไฟสลัว ดวงตาเขายังคงหม่นเศร้าแต่เสียงกลับหนักแน่น
“พวกมันเอาเด็กไปขาย…เหมือนสินค้าในตลาดมืดแต่เด็ก 80% ถูกส่งไปต่างดาวแล้วใครกันล่ะที่ซื้อ?”
คำถามนั้นแขวนค้างในอากาศไม่มีใครตอบได้ แต่ทุกคนรู้ดีว่าความจริงอาจเลวร้ายกว่าที่คิด
เงามืดในหอคอยออโรร่า
ในเวลาเดียวกันหอคอยออโรร่าใจกลางเมืองหลวงเอเธอร์นัสยังคงสว่างไสวไปด้วยแสงไฟเสียงดนตรีคลอเบาในห้องรับรองลับที่ซ่อนอยู่ชั้นบนสุดเ้าหน้าที่ระดับสูงกำลังดื่มไวน์ชมภาพสตรีมสดจากกล้องสอดส่อง—ภาพของผู้ต่อต้านที่วิ่งหนีอย่างสิ้นหวัง
ผบ.ตร.ไททัสนั่งพิงเก้าอี้กอดอกอย่างผ่อนคลาย ขณะที่พลเอกมักซิมุสเดินเข้ามาจากด้านหลังมือหนาลูบไล้ไหล่ของอีกฝ่าย สายตาเปล่งแสงพิศวาสมากกว่าความเข้มแข็งแห่งอำนาจเสียงหัวเราะต่ำดังขึ้น ก่อนทั้งสองจะโอบกอดกันแแ่ริมฝีปากบดขยี้ท่ามกลางเงามืด
อีกมุมหนึ่งร้อยตำรวจเอกหญิงคนสนิทพาตัวเองและนายสิบสาวเข้าสู่ห้องน้ำปิดตายร่างทั้งคู่แนบชิดจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ย เสียงหอบหายใจสะท้อนก้องกำแพงกระจกเสียงจูบและเสียงครางแ่ซ้อนทับกับเสียงรายงานวิทยุด้านนอก—ราวกับความหฤหรรษ์ต้องห้ามนี้คือแรงบันดาลใจให้พวกเธอมีชีวิตอยู่ท่ามกลางการสังหาร
ภายใต้เงาออโรร่ารัฐบาลอัสฟาลิสยังคงปกครองด้วยความโเี้ขณะเดียวกันก็ปล่อยให้ผู้มีอำนาจเสพสุขกับความเสื่อมทรามอย่างไม่รู้สึกผิด
ความทรงจำของโมนิก้าและลูคัส
ในโกดังมืดสลัวมีเพียงแสงไฟสั่นไหวจากตะเกียงที่ลูซี่จุดขึ้นทุกคนยังคงนั่งนิ่งเหมือนถูกความเงียบกดทับแมรี่หันไปมองคราบเืที่ยังเปื้อนมือของเดวิด แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาเงียบ ๆ
เดวิดหลับตา—แต่ยิ่งหลับยิ่งเห็นภาพโมนิก้ากับพ่อครัวชัดเจนขึ้นเขาจำได้ว่าลูคัสเคยยื่นขนมปังชิ้นเล็ก ๆ ให้เด็กหญิงคู่นั้นบอกให้กินเสียก่อนที่จะไม่มีแรงเดินต่อ และโมนิก้าที่หัวเราะฝืน ๆ ขณะพูดว่า“ฉันอยากมีชีวิตใหม่ที่ไม่ใช่ของเล่น” คำพูดเหล่านี้ยังคงก้องอยู่ในใจเขา
“พวกเขาไม่ควรตายแบบนั้น”เดวิดพูดเสียงแหบ เคนก้มหน้าตอบเบา ๆ
“แต่ถ้าไม่มีพวกเขาพวกเราคงไม่ได้มานั่งตรงนี้…”
ความโศกเศร้ากลายเป็เชื้อไฟแห่งความแค้น—ไม่ใช่แค่หนีแต่คือการโต้กลับอย่างสาสม
การเสื่อมทรามของรัฐ
หอคอยออโรร่ายังคงเต็มไปด้วยงานเลี้ยงลับพรมสีแดงทอดยาวสู่ห้องโถงที่ปิดไม่ให้สายตาสาธารณชนมองเห็นภาพบนจอด้านหน้าคือศพที่กองพะเนิน แต่ด้านหลังกลับเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
พลเอกมักซิมุสผลักผบ.ตร.ไททัสเข้ากำแพงเย็นแข็งแรงแล้วโอบกอดรัดร่างเขาไว้แน่น ริมฝีปากบดขยี้อย่างดุดันเหมือนแสดงสิทธิขณะที่เสียงปืนะเิจากคลิปที่ถ่ายทอดยังดังสนั่นเป็จังหวะพื้นหลังทั้งสองหายใจหอบกระชั้นราวกับการสังหารด้านนอกเป็เพียง “ดนตรี” ประกอบฉากรักต้องห้ามของพวกเขา
อีกด้านหนึ่งร้อยตำรวจเอกหญิงกับนายสิบสาวพากันเข้าไปในห้องพักเ้าหน้าที่มือสั่นเร่าร้อนปลดกระดุมเครื่องแบบทีละเม็ด เนื้อหนังแนบชิดจนหายใจแทบไม่ทันเสียงครางผสานกับเสียงประกาศทางวิทยุว่า “การคัดกรองเสร็จสิ้น”แต่ไม่มีใครสนใจคำประกาศนั้น—พวกเธอจมอยู่กับห้วง์อันบิดเบี้ยวที่สร้างขึ้นท่ามกลางกลิ่นเืของผู้บริสุทธิ์
ภาพนี้สะท้อนความจริงอย่างเจ็บแสบ:ผู้มีอำนาจใช้เืคนจนเป็ฉากหลังให้ตัณหาของตนเองเบ่งบาน
การวางแผนแหกขบวนขนส่ง
ลูซี่กวาดนิ้วไปบนแผนที่โฮโลกราฟิกจุดสีแดงกะพริบอยู่รอบท่าอวกาศ “ดูตรงนี้—ยานขนส่งรุ่นอีริดานัสใช้ทุกสัปดาห์เพื่อส่งเด็ก 80% ขึ้นไปนอกดาว”
แมรี่เบิกตากว้าง“แล้วเด็กพวกนั้น…พวกเขาไปตกอยู่ในเงื้อมมือของเผ่าพันธุ์ไหนกันแน่?”
เคนกำหมัดแน่น“ไม่สำคัญว่ามันจะเป็ใคร…สำคัญที่เราจะไม่ยอมให้มีใครถูกขายอีก”
มาร์คอสล้วงจากกระเป๋าหยิบหลอดแก้วเล็ก ๆ ที่ภายในมีของเหลวเรืองแสงสีเขียว“ผมผสมสาระเินี้จากเชื้อเพลิงและกรดในโรงงานเก่าถ้าได้โอกาสวางในห้องเครื่องยาน…ทั้งลำจะกลายเป็ไฟนรก”
เดวิดหันมามองเพื่อนทุกคนทีละคน
“นี่คือภารกิจใหม่ไม่ใช่แค่หนี แต่คือการโจมตี—เพื่อให้โลกรู้ว่าพวกเราไม่ยอมจำนน”
เสียงคลื่นลมภายนอกพัดกระแทกเหมือนเสียงปรบมือรับคำประกาศนั้น
แผนลับเผยโฉม
เดวิดนั่งพิงผนังโกดังสายตาจับจ้องไปยังแมรี่ที่คอยทำแผลให้เขา แม้มือเธอจะสั่น แต่สายตากลับเด็ดเดี่ยว
“เราเสียเพื่อนไปมากพอแล้วเดวิด” เธอกระซิบ
“ครั้งต่อไปเราต้องเป็ฝ่ายลงมือ ไม่ใช่หนี”
เคนกางแผนที่โฮโลกราฟิกที่ลูซี่เพิ่งดึงข้อมูลได้บนแผนที่มีเส้นทางขนส่งลับสีแดงพาดผ่านเมืองเอเธอร์นัสไปยังท่าอวกาศนอกเมือง—คือเส้นที่ใช้ส่งเด็กจากPop Mom ขึ้นยานออกไปขายต่างดาว
มาร์คอสวางขวดแก้วลงบนโต๊ะไม้เก่าเสียงกระทบแก้วใสกังวาน
“เราต้องบุกเส้นทางนี้…และะเิมันจนพังเพื่อให้โลกได้เห็นว่าอัสฟาลิสไม่ใช่รัฐที่ควบคุมได้อีกต่อไป”
เดวิดเงยหน้ามองทุกคนในห้องเขาไม่ใช่ผู้นำโดยกำเนิด แต่ในแววตาของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยไฟที่พร้อมจะลุกโชน
“ถ้าเอลีเซียคือความหวังเดียวของเราเราจะต้องฝ่าไปถึงให้ได้—แม้ต้องจมทั้งอัสฟาลิสไปพร้อมกัน”
เสียงคลื่นลมภายนอกพัดกระแทกกำแพงโกดังราวกับเป็คำสัญญาแห่งการลุกฮือที่กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า…
เสียงะเิครั้งสุดท้ายะเืเกาะจนพื้นแทบแตกะเืฝุ่นควันฟุ้งไปทั่วลานศพที่เกลื่อนกลาดเคนซึ่งช่วยลูซี่ผลักหุ่นสังเคราะห์ตัวหนึ่งให้ถอยออกไปกลับโดนแรงะเิสะบัดใส่เต็มแรง เขากระแทกเข้ากับก้อนหินขนาดใหญ่เืทะลักออกจากหน้าผากทันที
“เคน!”ลูซี่กรีดร้องวิ่งเข้ามาประคองเขา
เดวิดรีบตามเข้ามาช่วยแต่ก็เห็นาแลึกที่สีข้างของเคน เืไหลซึมออกมาไม่หยุด
เคนกัดฟัน“ไม่…ไม่เป็ไรหรอก แค่…ขอพักสักหน่อย…” น้ำเสียงแหบพร่าก่อนจะไอออกมาเป็เืเขายกมือบีบไหล่ลูซี่แน่น “เธอต้องอยู่รอด ลูซี่…ไม่ว่าฉันจะเป็ยังไง”
แมรี่สะอื้นข้างๆ “พวกเราต้องรีบหาที่พักพิงให้เขา ถ้าไม่รีบ เคนจะ…”
เดวิดพยักหน้าอย่างหนักแน่น“เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เขาเป็คนของเรา”
พวกเขารีบพาเคนที่าเ็หนักหลบหนีไปพร้อมกันท่ามกลางเสียงไซเรนเตือนภัยของเกาะที่ยังดังก้องราวกับประกาศว่าศึกต่อจากนี้จะโหดร้ายยิ่งกว่าเดิม…
จบตอนที่ 7
( 25 ส.ค. 68 )