
อย่าทัก
ไม่ว่าคุณจะได้ยินหรือเห็นใครในที่เปลี่ยวๆเวลาเลยหลังเที่ยงคืนห้ามทักเรียก เป็อันเด็ดขาด
เื่นี้นี้เป็เื่จริงที่เกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่
ผมขอใช้นามสมมุติเรียกผู้หญิงในเื่ข้างต้นว่าคุณบี คุณบีเกิดที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่พ่อกับแม่เป็คนต่างจังหวัดมาทำงานอยู่ที่นี้ ก็เลยเติบโตและเรียนหนังสืออยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เื่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว ตอนนั้นบีกำลังเรียนอยู่ชั้น ปวช.2 สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ใน่นั้นบีเป็เด็กดื้อเงียบชอบเที่ยวตอนกลางคืน แต่เวลาไปไหนเราจะขออนุญาตแม่ตลอด ซึ่งตอนนั้นเป็วัยกำลังอยากรู้ อยากเห็น จะต้องมีปาร์ตี้ สังสรรค์ กินเหล้า (แต่ไม่สูบบุหรี่) บีเป็คนที่ขี้กลัวผีมาก เชื่อในสิ่งลี้ลับ พวกผีิญญา เวลามีใครเล่าเื่ผีจะต้องนอนไม่หลับตลอด ซึ่งบีไม่เคยทิ้งการเรียนได้เกรด 3 กว่าตลอด และสอบได้คะแนนเยอะที่สุดในห้องเสมอบีมีเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มที่สนิทมากกว่าใครชื่อว่า ออม มันจะชอบมารับที่หน้าบ้าน ให้ไปนอนเป็เพื่อนมันที่หอเป็ปกติอยู่แล้ว ซึ่งหอมันอยู่ห่างจากบ้านบีพอสมควร อยู่ใกล้เขตมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อเกี่ยวกับการเกษตร
ตอนที่กำลังขับไปนั้นจะมีสะพานหนึ่งที่อยู่ด้านหลังมอ
เป็สะพานที่ถูกคนเรียกว่าสะพานแดง
เนื่องจากบริเวณรอบๆสะพานถูกทาสีด้วยสีแดง
คนในพื้นที่เชื่อว่าหากขอพรสิ่งใดก็ตามแล้วให้กลั้นหายใจจนสุดสะพาน คำขอนั้นจะประสบผล
แต่ในระหว่างที่คุณกำลังจะข้ามสะพานนั้น
ถ้าได้ยินเสียงเรียกหนือเห็นอะไรเข้า ห้ามทักห้ามหันไปเด็ดขาด
เพราะสิ่งนั้นจะพาคุณไปอยู่ด้วยตลอดการณ์
ตอนที่บีกับออมกำลังจะขับข้ามไป เป็เวลาดึกมากแล้ว ไม่มีสันจรไปมาเลย ประจบกับเป็่ฤดูหนาว เส้นทางที่มีป่าไผ่ล้อมรอบๆสะพาน
ตอนที่พวกบีจะข้ามนั้นก็ไม่ได้จอพรอะไรแต่อย่างใด
เพราะต่อให้บีเป็คนที่เชื่อในสิ่งเล้นลับแต่ก็ไม่งมงายอะไรขนาดนั้น
พอขี่มาถึงกลางสะพาน จู่ๆ ก็มีเสียงดัง “ตึ้ง!”
เป็เสียงที่ไม่ดังมาก เสียงมันมาจาก ใต้ท้องรถมอเตอร์ไซต์ (เสียงคลายๆกับก้อนหินที่กระทบกับใต้ท้องรถมอเตอร์) ตอนแรกบีก็ไม่ได้ยิน แต่แกล้งว่าไม่ได้ยิน แล้วอยู่ๆออมก็ทักขึ้นมาว่า
“เห้ย มึงได้ยินเสียงอะไรป่ะ?”
บีเลยด่ากลับ
“มึงจะทักทำเหี้ยอะไร ไม่รู้เหรอ โบราณเขาบอกเจออะไรก็ตามบนสะพานนี้ห้ามทัก บอกกี่ครั้งๆละว่าอย่าทัก”
ขอบอกก่อนว่า ออมนั้นเป็คนไม่กลัวอะไร ไม่เชื่ออะไรเลย
ออมก็เลยขอโทษบีที่เผลอพูดออกไป เพราะออมรู้ว่าบีกลัวผีที่สุดในกลุ่ม หลังจากที่ขี่พ้นสะพานมาได้่เวลาหนึ่ง บวกกับอากาศที่หนาวเหน็บ ถึงขั้นที่ต้องใส่
เสื้อกันหนาว2ชั้นถึงจะพอบรรเทาความหนาวนี้ได้
อยู่ๆออมก็พูดขึ้นมาว่า
“เห้ยทำไมลมตรงหน้ากูอุ่นๆจังว่ะ ลมอุ่นมากเลย”
บีก็สงสัยบวกกับไม่ค่อยได้ยินเสียงที่ออมพูด
“ห้ะ? อะไรอุ่นนะ”
“ลม ลมตรงหน้ากูอ่ะโคตรอุ่นเลย ลองเอายื่นมือมาด้านหน้ากูสิ”
ด้วยความสงสัยบีก็ยื่นมือออกไป
“เออว่ะ อุ่นมาก ทำไมมันอุ่นจังเลยว่ะ”
“เห้ยมึง กูว่ามันแปลกๆมันจะมีใครตามเรามามั้ยว่ะ”
บีได้ยินที่ออมพูดก็ใแล้วด่ากลับไปยกใหญ่
“อีห่า มึงจะพูดทำไม กูกลัว”
หลังจากที่ออมขอโทษบีเสร็จบีก็นั่งเงียบไป ในใจก็เริ่มกังวลและกลัวนิดๆ
ว่าจะมีใครตามมาจริงๆหรือปล่าว
ไม่ทันใดนั้นออมก็เบรกมอไซค์กระทันหัน
“มีอะไรว่ะ อีออม”
ใบหน้าของออมนั้นตื่นตระหนกเป็อย่างมาก
“มีอะไรก็ไม่รู้ เป็เงาดำๆ ยืนอยู่ข้างหน้าร้านอ่ะ”
บีก็รู้สึกกลัวเป็อย่างมาก
“อีเหี้ยอย่าล้อเล่นได้ไหม”
“กูไม่ได้พูดเล่น คราวนี้แม่งของจริงว่ะ”
สิ้นสุดคำพูดของทั้งคู่เงาดำปริศนาก็มุ่งตรงมายังทั้งคู่
“อีหนู พวกเอ็งกลัวอะไรกัน ตาก็แค่จะมาถามทาง”
เมื่อทั้งคืนได้ยินเสียงของชายแก่ทั้งคู่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“โถ่!! พวกหนูก็นึกว่าผี! ตามาเดินอะไรดึกดื่นตอนกลางคืน”
“ตาจะไปซอย10น่ะ ไปทางไหนงั้นเหรอ”
“เลี้ยวขวาก็เจอแล้วตา”
“อ้อๆ ขอบคุณพวกเอ็งมากนะ แล้วก็ถ้าเกิดอะไรขึ้นให้โยนเหรียญบาท3เหรียญลงข้างทางนะ”
บทสนทนาของชายแก่จบลงก็เดินหายเข้าไปในซอย เหลือทิ้งไว้แค่คำถามว่าทำไมต้องโยนเหรียญ แล้วอะไรแหละที่จะเกิดขึ้น?
“เออๆ รีบๆขี่ไปเถอะ ดึกมากแล้วกูก็กลัวด้วย”
ขณะที่กำลังจะมุ่งหน้าไปสี่แยกไฟแดง หนอง*** เส้นทางก็ลัดผ่านทุ่งนากว้าง ไม่มีไฟกริ่ง รอบข้างมืดสนิท มีเพียงแค่แสงไฟจากรถมอไซ และรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปผ่านมาเท่านั้น
ในใจของบี ก็คิดไปต่างๆนาๆว่าจะมีอะไรแวบๆผ่านตัดหน้า หรือเห็นผีผู้หญิงผมขาวโบกมือกวักอยู่ข้างทางหรือป่าว
จู่ๆออมก็พูดเสียงเบาๆว่า
“อีเหี้ยบี กูว่ากูเจอของจริงแล้วว่ะคราวนี้”
บีก็ใกลัวสุดขีด มือโอบรัดเอวออมไว้อย่างแน่น
ปิดตาไม่ให้เห็นอะไรทั้งสิ้น
“อีเชี้ย กูกลัว มึงเจออะไร!!?”
ออมที่กำลังจะพูด ตัวก็สั่นไปด้วยความกลัว
“ก็เมื่อกี้กูเห็น ผู้หญิงใช่เสื้อโรงงานเดินมาตามทาง กูก็ไม่ใส่ใจอะไร แต่เมื่อกี้กูพึ่งขับผ่านมาเจออีกรอบอ่ะ”
“งั้นมึงรีบบิดเร็วๆเลยนะ”
สิ้นสุดคำสั่งของบี ออมก็เร่งสปีดมอเตอร์ไซค์ด้วยความเร็ว ความเร็ว90กิโลต่อชั่วโมงเห็นจะได้
ไม่ว่าจะขับเร็วแค่ไหน ผีตนนั้นก็ยังเดินตามรถของทั้งคู่ ผ่านกระจกมองข้างของรถ
ท่าทางของเธอนั้นค่อยๆเดินมาอย่างช้า แต่รถที่ทั้งคู่นั่งกับทำความเร็วเป็อย่างมาก
เนืองจากขับมาเป็เวลานานก็ไม่พ้นทางเปลี่ยวนี่เสียที
ออมตัดสิ้นใจเฮือกหนึ่งเลี้ยวกับไปมอง
ภาพที่ปรากฎตรงหน้าเป็ใบหน้าของผีผู้หญิง ดวงตาสีดำเข็ม ใบหน้าแสยะยิ้มอย่างหน้ากลัว พร้อมโบกมือกักเรียกทั้งคู่
ออมใหักรถตกข้างทาง แต่ยังที่ไม่ทันใจถามไถ่กัน ออมกับรีบจูงมือบี ไปหลับยังตรงไฟหน้าของรถ
เพื่อไฟสาดส่องมายังพวกเขา
“ทำไงดีๆ มาเข้าใกล้เข้ามาแล้ว”
บีร้อนลนเป็อย่างมาก ในสถานการณ์คับขันบีกับนึกขึ้นมาได้ว่า คำที่ตาบอกให้โยนเหรียญบาท3เหรียญ
มันจะนำพาท่านพ้นอันตรายทั้งปวง
บีโยนเหรียญออกไปสามเหรียญแล้วสวดมนต์
เสียงฆ้องดังมาจากไกลๆ 3ครั้ง
พอดีลืมตาขึ้น ทุกอย่างก็เป็ปกติ ผีตนนั้นก็หายไป
ไม่กีนาทีต่อมา มีเสียงล้อบดกับพื้น เสียงกริ่งจักยานดังขึ้น มีชายปริศนาเนืองจาก ทั้งคู่นั่งอยู่หน้าไฟของมอเตอร์ไซค์จึงมองเห็นชายคนนั้นไม่ชัดนัก
ชายคนนั้นได้ช่วยดึงมอเตอร์ไซค์ขึ้นจากข้างทาง
แล้วก็เดินหายลับไปทิ้งไว้ให้ทั้งคู่งงงวย
แต่ก็โล่งใจที่รอดมาจากสถานการณ์นี้มาได้
สวัสดีท่านผู้อ่าน ขวัญผวาทุกท่าน ตอนนี้เราก็เดินทางมาถึงตอนที่11กันแล้ว ขอขอบคุณทุกท่านที่รับอ่าน ทางผู้เขียนสัญญาว่าจะตั้งใจเขียนเื่ลี้ลับมากขึ้น
ทุกคนสามารถเข้ามาแลกเปลี่ยนพูดคุยได้ที่คอมเม้นนี้น้า เื่ที่เอามาเขียนบางส่วนก็มาจากเื่จริงที่พบเจอ บางเื่ก็แต่งเพื่อความบรรเทิง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะครับ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน สถานีต่อไป ตอนที่100 นะคะ