วานรอัคคีทั้งสามคนเดินมาสมทบกับหนุ่มผิวคล้ำที่เพิ่งเดินออกจากลิฟต์มา
" พี่สายฟ้า!! " ลลินวิ่งกุลีกุจอเข้าไปหาหนุ่มผิวคล้ำในทันที
" จัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะสมกับเป็พี่สายฟ้า " ลลินเอ่ยปากชมในทันที
" สายฟ้า เป้าหมายของเราอยู่ไหน? " หัวหน้าเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อเขาไม่เห็นนที
" ท่านหัวหน้าไม่ต้องเป็ห่วงครับ เป้าหมายสุดท้ายก็จะตกอยู่ในกำมือของพวกเรา แค่ตอนนี้ผมปล่อยให้มันได้วิ่งเล่นอีกแปปหนึ่งก็เท่านั้น " สายฟ้าตอบกลับอย่างขึงขัง เขามั่นใจในฝีมือของเขา
" หืม? ปล่อยให้ไปวิ่งเล่น แกก็แค่ทำเป้าหมายหลุดมือไปไม่ใช่หรอกเหรอ นี่นะเรอะสไนเปอร์มือหนึ่งของหน่วย ที่แท้ก็มีน้ำยาแค่นี้ " เสียงทุ้มของไมค์กล่าวออกมาอย่างเย้ยหยัน
ไมค์รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยที่ไม่ใช่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำพลาด
" เกิดอะไรขึ้นสายฟ้า ? " หัวหน้าเอ่ยออกมาอย่างเ็า
" การคำนวณของผมผิดพลาดไปเล็กน้อย ผมนึกไม่ถึงว่าบาเรียนั่นจะสามารถหักล้างกับะุสไนเปอร์ได้ แต่คราวหน้ามันไม่มีทางหนีรอดจากผมไปได้อย่างแน่นอน " สายฟ้าตอบกลับด้วยความมั่นใจ
" ใช่แล้วล่ะ เ้าหนูนั่นก็แค่โชคดีเท่านั้นเอง ไม่มีใครหนีรอดจากพี่สายฟ้าไปได้หรอกค่ะ " ลลินพูดอย่างเอาอกเอาใจ
' นังนี่ พอฉันเป็คนทำพลาดแกกลับก่นด่าฉัน แต่พอไอเวรนี่ทำพลาดแกกลับไม่พูดอะไรสักคำ นังแพศยา! ' ไมค์ครุ่นคิดในใจอย่างโกรธแค้น เส้นเืปูดโปนออกมาจากขมับ
" เราไปจับเป้าหมายของเรากลับมากันเถอะ ป่านนี้เ้าหนูนั่นคงดีใจกับของขวัญที่พวกเราเตรียมไว้ให้อยู่แน่ ๆ " หัวหน้าเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มก่อนที่จะเดินนำหน้าเข้าไปในลิฟต์แล้วสมาชิกของเขาก็เดินตามเข้าไป
—--
' โคตรเจ็บ! แต่โชคดีที่บาเรียสามารถรับะุนั่นไว้ได้ ไม่อย่างนั้นแล้วเราคงไม่มีทางหนีรอด ' นทีมองไปยังแหวนที่เขาสวมใส่แล้วเขาก็คิดว่าว่าเขานั้นได้โชคช่วยไว้อีกครั้ง
' แต่ไอหมอนั่นที่ยิงเราอันตรายมาก ความรู้สึกที่เผชิญหน้ากับเขาและชายร่างท้วมนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ' นทีคิดถึงสีหน้าและแววตาที่ชายผิวคล้ำนั้นส่งให้เขา มันราวกับนักล่าที่กำลังเล่นกับเหยื่ออย่างไรอย่างนั้น
ในระหว่างที่นทีคิดไปนั้นเขาก็ไม่ได้หยุดวิ่งเลยแม้แต่ก้าวเดียว ตอนนี้เขาลงมาถึงชั้น 55 ที่รถของลอเรน่านั้นจอดไว้ เขารีบขึ้นไปบนรถแล้วสตาร์ทเครื่องยนต์ทันทีจากนั้นจึงขับไปยังลิฟต์ขนของแล้วเลือกไปยังชั้นลานจอดรถ ลิฟต์ค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงอย่างเชื่องช้าหรือบางทีอาจเป็นทีเองที่เขาคิดแบบนั้น
' แค่เราหนีออกไปจากที่นี่ได้ เราก็จะรอด! ' นทีคิดอย่างดีใจ
เขาร่ายบาเรียมาป้องกันตัวจากนั้นจึงหยิบนมช็อกโกแลตจากช่องเก็บของมาดื่มเพื่อเติมค่า MP ให้เต็มอีกครั้ง เขาเตรียมทุกอย่างให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่เขาต้องเผชิญ
ติ๊ง !
เมื่อลิฟต์มาถึงยังชั้นจอดรถแล้วนทีก็รีบเร่งคันเร่งทันที แต่เขากลับพบว่าความเร็วของรถนั้นช้าผิดปกติและการควบคุมนั้นไม่เป็ไปดั่งใจ เมื่อเขาขับออกมาจากลิฟต์เขาก็ลงมาเช็กล้อรถทันที
' พวกมันเจาะยาง! เวรเอ้ย! ' นทีสบถในใจ
ในระหว่างนั้นเองนทีก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ดังมาจากบริเวณทางเข้าชั้นใต้ดิน เขารีบวิ่งไปแอบหลังรถกระบะคันใหญ่คันหนึ่งจากนั้นจึงชะเง้อออกมาสอดส่องก็พบกับรถจิ๊ปทหารคันสีเขียวมาจอดอยู่ตรงหน้ารถของรอเลน่าที่เขาทิ้งเอาไว้
" ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้นะไอ้หนูเวร! ถ้าไม่ติดว่าแกยังมีความจำเป็ล่ะก็ ฉันคนนี้จะหั่นแกเป็ชิ้น ๆ แล้วโยนศพแกให้พวกซอมบี้กินด้วยตัวเองเชียวล่ะ " ไมค์ะโออกมาอย่างเกรี้ยวกราด เสียงของเขานั้นสะท้อนไปมาในลานจอดรถอยู่พักหนึ่ง
" ไอ้หมูโง่ แกจะะโทำไม! เดี๋ยวซอมบี้ก็แห่กันมาหรอก " ลลินทนไม่ไหวกับนิสัยของไมค์เต็มที เธอถึงขั้นใช้คำด่าที่เธอไม่เคยใช้มาก่อน
กรอก กรอบ แกรก
ทันใดนั้นเอง เสียงของกระดูกที่หักก็ค่อย ๆ ดังขึ้นจากทั่วทุกทิศทางสะท้อนอย่างกึกก้องไปมาภายในลานจอดรถชั้นใต้ดิน ทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนั้นไม่ว่าจะเป็วานรอัคคีหรือนทีก็ขนลุกขุนพองไปตาม ๆ กัน
" พวกมัน...พวกมันอยู่ที่นี่! " ไมค์แหกปากลั่นด้วยความกลัวสุดขีด
" ตั้งสติไว้คงมีพวกมันไม่เยอะเท่าไรนัก " หัวหน้าเสียงทุ้มเอ่ยอย่างใจเย็น แต่ภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นก็ทำให้แม้แต่เขาที่เป็คนใจเย็นนั้น สีหน้าหม่นหมองลงในทันที
ซอมบี้นับร้อยวิ่งกรูออกมาจากมุมมืด พวกมันถูกปลุกด้วยเสียงของไมค์ที่ะโลั่น จำนวนที่หัวหน้าหน่วยวานรอัคคีคาดการไว้นั้น แตกต่างจากความจริงตรงหน้าอย่างสิ้นเชิง
" เวรล่ะ! พวกมันหนีแสงแดดมาแอบในที่มืดแน่ ๆ ทุกคนกลับขึ้นไปบนรถ! " หัวหน้าเสียงทุ้มสบถออกมาแล้วสั่งการทันที
" แต่หัวหน้าเรายังไม่ได้ตัวเป้าหมายเลยนะ!! " สายฟ้าเอ่ยแทรกขึ้นมาทันที เขาไม่อยากทำให้ประวัติการล่าของเขาต้องด่างพร้อย
" ใครจะไปสนใจไอหนูเวรนั่นอีก ถ้าไม่ใช่เพราะมันเราคงไม่ต้องตกอยู่ในอันตรายแบบนี้ ถ้าแกยังอยากจะตามจับมันล่ะก็ แกก็อยู่ที่นี่ต่อไปเถอะ " ไมค์ตะคอกใส่สายฟ้าอย่างเสียขวัญ เขาไม่อยากจะอยู่ตรงนี้ต่อแม้แต่วินาทีเดียว
" รีบไปกันเถอะค่ะพี่สายฟ้า ยังไงซะเป้าหมายของเราก็ไม่มีทางรอดฝูงซอมบี้นี้ไปได้แน่ " ลลินโน้มน้าว
เมื่อสายฟ้าเห็นว่าทุกคนนั้นไม่มีใครสนใจที่จะทำภารกิจต่อเขาก็ไม่ดึงดันอีกต่อไป เขารีบจับมือลลินที่ยืนมาช่วยเขาขึ้นรถจิ๊ปแล้วขึ้นไปนั่งข้างเธอในทันที ไมค์รีบเหยียบคันเร่งมิด เขาไม่สนใจว่าทีมของเขาจะนั่งอย่างปลอดภัยหรือไม่ สิ่งเดียวที่เขา้าคือการหนีจากฝูงซอมบี้ที่เหมือนผุดออกมาจากนรก
ฝูงซอมบี้มากมายวิ่งไล่ตามรถจี๊ปทหารไปอย่างไม่ลดละ ในขณะเดียวกันนทีนั้นก็ย้ายมาอยู่ที่หลังพวงมาลัยของรถกระบะคันเดิม เขาพยายามควานหาทุกที่ในรถที่อาจจะมีกุญแจสำรองซ่อนอยู่ และแล้วความพยายามของนทีก็เป็ผล เขารีบเสียบกุญแจแล้วสตาร์ทรถทันที
' โชคดีชะมัดที่เจอกุญแจสำรอง ต้องรีบหนีออกไปจากที่นี่! หากซอมบี้พวกนี้มันเหมือนกับที่เราเคยพบแล้วล่ะก็ระยะการล่าของพวกมันจะไปได้ไม่ไกลนัก แล้วสุดท้ายเมื่อพวกมันย้อนกลับมา เราจะเป็คนที่ตกอยู่ในอันตราย! ' นทีคิดอย่างหวาดกลัว เขายังไม่อยากัักับการโดนรุมกินโต๊ะโดยซอมบี้
บรื้น!
เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม นทีเปลี่ยนเป็เกียร์เดินหน้าแล้วเขาก็ไม่รอช้าเหยียบคันเร่งมิด กระบะคันสีแดงพุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็ว นที้าที่จะออกไปก่อนที่สิ่งเลวร้ายที่เขาคิดไว้จะเกิดขึ้น แต่คราวนี้นั้นดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเขาสักเท่าไรนัก เหล่าฝูงซอมบี้ที่ไล่ตามรถทหารจี๊ปไปนั้นกลับมาอย่างรวดเร็ว
' ชิบหายแล้ว! ' นทีสบถอย่างหัวเสีย
นทีที่โชคดีมาตลอดนั้นไม่เคยคาดคิดว่าโชคของเขาจะมาหมดเอาตอนนี้ ฝูงซอมบี้กว่าร้อยตัวย่างกรายเข้ามาหานที เสียงฝีเท้าที่ดังกึงก้องด้วยจำนวนซอมบี้มหาศาล ยิ่งเพิ่มความกดดันแก่เขาเป็เท่าทวีคูณ
' คิดสิ นที คิด! เราต้องออกไปจากที่นี่ เราจะมาตายที่นี่ไม่ได้! ' นทีพยายามใช้ความคิดอย่างหนัก
เขาใช้ความสามารถของทักษะ Reading Master เพื่อค้นหาวิธีอะไรก็ได้ที่จะทำให้เขารอดจากสถานการณ์ตรงหน้านี้ แต่ไม่ว่านทีจะพยายามแค่ไหนก็ตาม เขาก็ไม่พบวิธีที่จะรอดจากฝูงซอมบี้ตรงหน้าไปได้
' คงเหลือแค่ต้องขับฝ่าไปเท่านั้น แต่ถ้าล้อเราดันไปติดกับร่างของซอมบี้แล้วล่ะก็รถของเราอาจจะหยุดชะงักได้ มันเสี่ยงเกินไป ' นทีคิดว่าการพุ่งใส่ซอมบี้ตรง ๆ นั้นดูจะสิ้นคิดเกินไปหน่อย
' ข้อได้เปรียบเดียวของเราคือซอมบี้พวกนี้นั้นเคลื่อนไหวช้า หากเราขับล่อพวกมันไปยังส่วนที่ลึกที่สุดแล้วขับออกมาอาจจะหนีออกไปได้ ' นทีคิดว่าไอเดียนี้นั้นดูจะเป็ความคิดที่เข้าท่าที่สุด
นทีกลับรถแล้วขับไปอย่างช้า ๆ เพื่อทำตามแผนการในทันที
ซอมบี้ที่ไร้สติปัญญานั้นพวกมันวิ่งตามนทีอย่างไม่ลดละ มีอีกสิ่งที่นทีสังเกตเห็นหลังจากที่เขาดำเนินตามแผน นั่นก็คือซอมบี้บางตัวนั้นวิ่งเร็วกว่าซอมบี้ทั่วไป นทีคาดว่าซอมบี้เหล่านี้อาจจะวิวัฒนาการหรือเลเวลของพวกมันนั้นสูงกว่าซอมบี้ที่นทีเคยจัดการ
เมื่อรถขับมาจนสุดเส้นทางแล้วนั้น นทีก็รอคอยให้พวกซอมบี้เ่าั้เข้าใกล้เขาถึงที่สุด เขาใส่เกียร์เดินหน้าเตรียมพร้อมไว้ เมื่อไรที่ซอมบี้มาถึงระยะ เขาจะเหยียบคันเร่งมิดแล้วพุ่งออกไปอีกเส้นทางหนึ่ง แต่เหมือนว่าโชคของนทีนั้นจะหมดลงแล้วจริง ๆ เมื่อเขาได้ยินเสียงของรถจี๊ปทหารคันเดิมนั้นอยู่ดังมาจากทางออกของลานจอดรถใต้ดิน
' พวกมันกลับมา?! มันยังไม่ยอมแพ้อีก? ' นทีคิดอย่างโกรธแค้น
แผนการอันเรียบง่ายแต่ทรงพลังที่เขาคิดขึ้นมาได้กลับพังอย่างไม่เป็ท่าเมื่อหน่วยอัคคีวานรนั้นกลับมาปิดกั้นเส้นทางหนีเส้นเดียวของเขาเอาไว้ นทีไม่สามารถขับหนีออกไปได้ แต่หากเขาอยู่เฉย ๆ ล่ะก็ ซอมบี้ที่กำลังจะมาถึงตัวเขาก็จะฉีกเขาออกเป็ชิ้น ๆ
' พวกแกอย่าให้ฉันรอดไปได้นะ ฉันจะเอาคืนพวกแกอย่างสาสม ไอพวกชั่วเอ้ย ' นทีสบถในใจอย่างหัวเสีย
" ไอหนูสกปรกนั่นยังดิ้นรนอยู่อีกเหรอ ฮ่า ๆ ๆ สมกับเป็หนูจริง ๆ " ไมค์หัวเราะลั่นเมื่อเห็นนทีขับหนีซอมบี้วนไปวนมา
" เราควรไปช่วยเป้าหมายออกมา แล้วนำไปส่งท่านแร็กนอร์ " สายฟ้ายังยืนกรานกับการทำภารกิจ เขาไม่อยากเสียโอกาสในการเลื่อนขั้นไป
" หากแกอยากจะลงไปตายกับฝูงซอมบี้อย่างไอ้หนูสกปรกนั่น แกก็เชิญลงไปคนเดียวเถอะ ฮ่า ๆ ๆ " ไมค์หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง มันจะดีแค่ไหนหากสายฟ้าลงไปตามคำยั่วยุของเขาจริง ๆ
" นายไม่จำเป็ต้องพูดจาหมา ๆ แบบนั้นก็ได้นะ แค่พี่สายฟ้าเขาจริงจังกับภารกิจไม่เหมือนใครบางคนแถวนี้ แค่ซอมบี้ไม่กี่ตัวก็รีบหนีขึ้นรถคนแรก ไอ้คนขี้ขลาดเอ้ย " ลลินปกป้องสายฟ้าราวกับว่าเธอเป็แฟนสาวของเขา
" เลิกทะเลาะกันได้แล้ว เราจะไม่ลงไปพาเป้าหมายกลับมา แต่เราจะถ่ายวิดีโอเพื่อเป็หลักฐานไปให้ท่านแร็กนอร์แทน ถึงเราจะไม่ได้นำเป้าหมายไปส่งให้ แต่การเห็นคนที่ฆ่าลูกชายตัวเองถูกรุมทึ้งด้วยฝูงซอมบี้นั้นคงจะทำให้ท่านแร็กนอร์พอใจไม่มากก็น้อย และทำให้เรารอดพ้นข้อหาปฏิบัติภารกิจล้มเหลวอีกด้วย " หัวหน้าออกคำสั่งอย่างเด็ดขาด
เขาไม่อยากให้ทีมของเขาเสี่ยงอันตรายไปมากกว่านี้ และทุกคนในวานรอัคคีพยักหน้าเห็นด้วย ชะตาของคนที่ลงไปฝ่าฝูงซอมบี้เหล่านี้มีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่
นทีนั้นขับรถวันไปมาในที่จอดรถใต้ดินแห่งนี้ไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ แต่เขาก็ยังไม่สามารถคิดหาวิธีที่จะรอดพ้นซอมบี้เหล่านี้ไปได้
' หากฉันยังไม่สามารถสลัดซอมบี้พวกนี้ออกไปได้ก่อนที่น้ำมันจะหมดฉันคงไม่มีทางรอดได้เลย แต่ถ้าต้องขึ้นไปเพื่อโดนพวกนั้นจับแล้วล่ะก็ฉันขอตายกับฝูงซอมบี้พวกนี้ดีกว่า ' นทีคิดอย่างคนอับสิ้นหนทาง
ความกดดันและความเคร่งเครียดถาโถมใส่เขาอย่างไม่หยุดหย่อน น้ำมันที่ค่อย ๆ ร่อยหรอ ซอมบี้ที่ยังตามติดเขาเหมือนเป็เงาตามตัวไม่เลิกและหน่วยวานรอัคคีที่ดูเหมือนจะไม่ยินดียินร้ายกับสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้นั้น ทั้งหมดนี้มันทำให้นทีรู้สึกว่าหนทางรอดของเขานั้นเลือนรางเหลือเกิน
' จริงสิ! หากเราไม่สามารถไปข้างหน้าได้เราแค่เพียงต้องก้าวถอยหลังเท่านั้น! ทำไมไม่นึกออกให้เร็วกว่านี้นะ ' ตาของนทีเบิกกว้าง รอยยิ้มของเขาผุดขึ้นมาบนใบหน้าอีกครั้งเมื่อคิดถึงแผนการนี้ขึ้นมาได้
นทีขับรถสวนกลับไปอีกฟากฝั่งนึงของลิฟต์ที่ใช้ขนรถลอเรน่าขึ้นไปยังเดอะควา
เขาค่อย ๆ ลากฝูงซอมบี้ให้ห่างไกลจากลิฟต์ไปเรื่อย ๆ เมื่อนทีเห็นว่าระยะห่างนั้นเพียงพอแล้วเขาก็หันหัวรถกลับในทันที เขาเหยียบคันเร่งสุดเท้า กระบะคันแดงก็พุ่งทะยานไปหาลิฟต์ขนของตัวเดิมกันกับที่เขาใช้มันลงมา
ปัง !
แต่แล้วก็เหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดสะบั้นลง เสียงของะุสไนเปอไรเฟิลดังขึ้น มันพุ่งไปยังแผงควบคุมลิฟต์อย่างพอดิบพอดี ทำให้เกิดไฟไหม้แผงควบคุมแล้วะเิออกในที่สุด นทีสาบานกับตัวเองในตอนนั้นว่า หากเขาสามารถรอดชีวิตออกไปได้แล้วล่ะก็ เขาจะจัดการสไนเปอร์คนนี้ด้วยวิธีที่เหี้ยมโหดที่สุดที่เขาจะทำได้
" Nice shot! ยังแม่นเหมือนเดิมเลยนะคะ พี่สายฟ้า " ลลิลเอ่ยปากชมออกมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
" ฉันคาดไว้แล้วว่าเป้าหมายนั้นจะต้องใช้ลิฟต์นั่นเพื่อหนีกลับไปข้างบน แต่ฉันไม่ยอมให้เื่แบบนั้นเกิดขึ้นหรอก พวกเรา้าคลิปที่เป้าหมายถูกซอมบี้กัดกินจนตายเพื่อส่งมอบให้ท่านแรกนอร์เท่านั้น ภารกิจนี้จึงจะถือว่าลุล่วง " สายฟ้าตอบกลับเสียงขรึม
เขาได้เปลี่ยนความคิดจากการช่วยเหลือนทีแล้วพาไปส่ง เป็การเห็นนทีถูกซอมบี้กัดกินจนตายอย่างที่หัวหน้าหน่วยได้ออกคำสั่งไว้
สิ่งเดียวที่หน่วยวานรอัคคีรอคอยนั่นคือ การคอยให้รถของนทีนั้นน้ำมันหมดแล้วโดยซอมบี้รุมฆ่า
สายฟ้านั้นรู้สึกว่ามันใช้เวลาค่อนข้างนาน เขาเลยคิดจะยิงยางล้อรถเพื่อให้รถนั้นเคลื่อนไหวช้าลง แต่พอเขานึกถึงเื่ที่นทีทำให้เขาต้องล้มเหลวในการล่าเหยื่อเป็ครั้งแรกนั้น เขาก็เกิดความรู้สึกที่อยากจะยืนดูนทีดิ้นรนจนเฮือกสุดท้ายแต่ก็ไม่สามารถรอดพ้นเงื้อมมือเหล่าซอมบี้
เมื่อนทีหันไปมองหน้าปัดน้ำมันที่เลยตัว E ไปแล้วนั้นเขาก็รู้ทันทีว่าเวลาของเขาใกล้จะมาถึงแล้ว
' ผมขอนะโทษลอเรน่า ผมไม่สามารถทำตามที่ให้สัญญากับคุณไว้ได้ ผมขอโทษ ' น้ำตาของนทีเริ่มไหลลินออกมา
หากแต่ไม่ใช่การร่ำร้องเพราะเขากำลังจะตาย แต่หากเป็การร้องไห้ที่เขานั้นไม่สามารถรักษาสัญญากับคนรักของเขาเอาไว้ได้ รถกระบะคันสีแดงที่เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ค่อยๆ หยุดลงในที่สุด เหล่าซอมบี้ก็รับรู้ได้ทันทีว่าโอกาสของพวกมันนั้นได้มาถึงแล้ว