บทที่131 กล้วยหนึ่งหวี แครอทครึ่งท่อน
หลายผู้นิ่งอึ้งแต่เจียซุนนี้มีสภาพที่ย่ำแย่เกินบรรยายสตรีอัปลักษณ์ตรงหน้า สตรีที่มันเคยแร้งน้ำใจ เคยดูถูกเหยียดหยาม และเคยคิดสังหารเมื่อครู่จู่ๆ กลับกลายเป็นสตรีสูงศักดิ์ศิษย์เอกของประมุขแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ไปได้ ประการสำคัญนางยังออกหน้าช่วยเหลือแพทย์ไร้นามอีกเป็นเช่นนี้มันได้ย่ำแย่แน่ แม้มันจะรอดตายอย่างหวุดหวิดเมื่อครู่ มันก็ไม่ได้รู้สึกมีความตื่นเต้นยินดีเลยซักนิด
เจียซุนคล้ายวัวสันหลังหวะเกรงว่าสตรีอัปลักษณ์หรือแท้จริงก็คือสตรีสะคราญโฉมแห่งแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์จะรู้ความจริงมาก่อนแล้วมันที่ไร้ทางเลือกจึงได้แต่หาทางกระทำทุกวิธีเพื่อให้ประมุขแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์จัดการตัวบัดซบโดยเร็ว
มันจึงไม่สนศักดิ์ศรีรีบเข้าไปทิ้งตัวคุกเข่าต่อหน้าประมุขแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์กล่าวอ้อนวอนถึงขีดสุด
“ท่านประมุขผู้เมตตาเห็นแก่มิตรภาพอันดีของปู่ข้า ได้โปรดช่วยพรรคภูษิตฟ้าของพวกเราให้พ้นจากเงื้อมมือของคนโฉดด้วยเถิด”
มันกล่าวพร้อมกับชี้นิ้วกวาดมือไปยังเหล่าประชาชนที่มามุงดูรวมถึงเหล่านายทหารจากทางการที่มาร่วมจัดการแพทย์ไร้นาม แล้วกล่าวต่อ
“ไม่เพียงแต่ข้าเท่านั้นชาวบ้านเหล่านี้ รวมถึงทางการเองก็ถูกความเห็นแก่ตัวแลชั่วช้าของมันเล่นงาน ทุกผู้จึงได้มารวมตัวเพื่อจัดการมันประมุขศักดิ์สิทธิ์ได้โปรดเห็นแก่ผู้ทุกข์ร้อน ขจัดโจรชั่ว ผดุงคุณธรรม ปัดเป่าภัยร้ายที่กำลังสร้างหายนะความวุ่นวายแก่แคว้นหลุนแห่งนี้”
เจียซุนยังคงร่ำวาจามิขาดตกมันชี้นิ้วไปทางสตรีสะคราญโฉมที่ออกหน้าปกป้องแพทย์ไร้นาม
“ท่านก็เห็นถึงความร้ายกาจของมันแล้วแม้แต่ศิษย์ท่านก็ถูกมันใช้พิษร้ายล้างสมองไปเป็นพวก คนเช่นนี้จะปล่อยไว้ได้อย่างไร"
ทั่วลานศิลามีแต่เสียงของเจียซุนที่กล่าวให้ร้ายฮุ่ยจวินประมุขแห่งแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ได้ฟังมากพอแล้วจึงยกมือขึ้นเป็นการบอกให้มันสงบใจแลสงบคำลงจากนั้นร่างชราค่อยก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าหาศิษย์ตน
“มีเหตุผลใดที่ต้องปกป้องคนร้าย"
เสวี่ยนฉีมองอาจารย์เหตุผลนั้นยากนักที่นางจะอธิบายออกมา หากจะบอกว่าเพราะความรู้สึก นั่นมิอาจนับเป็นหลักฐานได้
“ศิษย์มิได้ปกป้องเพียงแต่ต้องรอให้กระจ่างกว่านี้”
เจียซุนรีบกล่าวขึ้นทันใด
“นี่ยังไม่กระจ่างอยู่หรือท่านคงถูกมันเป่าหูเล่นละครหลอกตาแล้ว ชาวบ้านทุกคนต่างเป็นพยาน ขุนนางทุกผู้ ทหารทุกนายต่างออกปากได้รับความเดือดร้อนหากมิใช่มันกระทำผิด เช่นนั้นแล้วยังจะมีผู้คนมากมายมารอจัดการมันหรือ"
ประมุขแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์รอฟังคำอธิบายเพิ่มเติมของศิษย์ประการสำคัญคือรอหลักฐานในการกล่าวอ้างเพื่อแสดงความกระจ่างแลความบริสุทธิ์ที่นางเห็นแย้งแต่รอจนหลายชั่วอึดใจแล้ว ศิษย์รักของตนกลับมิอาจยกเหตุผลหรือหลักฐานมาอธิบายได้ ทว่าฝั่งของเจียซุนรวมถึงเหล่าชาวบ้าน และทางราชวงศ์แคว้นหลุนกลับมีเหตุผลแลหลักฐานมากเหลือเกินในเรื่องความชั่วร้ายของแพทย์ไร้นามเช่นนั้นนางจึงมิอาจทานเสียงส่วนมากและความสุขของชนชาวแคว้นหลุนได้ สตรีชรานางจึงสาดประกายตาอันเย็นเยือกเจิดจ้าไปที่ฮุ่ยจวิน
“เจ้าจะหลบหลังสตรีไปถึงเมื่อใด"
ฮุ่ยจวินรู้สึกตกใจมิน้อยที่สตรีอัปลักษณ์ที่ตนเคยให้ความช่วยเหลือคือศิษย์เอกของตัวตนสูงสุดแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์และการที่นางออกหน้าแสดงการให้ความเป็นธรรมกับตนนับเป็นน้ำใจอย่างหาที่สุดมิได้ มันจึงมิอยากให้นางต้องมาผิดข้องหมองใจกับอาจารย์ด้วยเรื่องของตนเช่นนั้นมันจึงก้าวเดินออกไปยังเบื้องหน้าของนาง พร้อมกล่าวอย่างแผ่วเบา
“ขอบคุณในน้ำใจท่านที่ช่วยออกหน้าแทนข้าเท่านี้ข้าก็ตอบแทนมิไหวแล้ว"
กล่าวจบร่างที่โซเซก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าของประมุขแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์มิรอให้สตรีชรากล่าวคำใด มันนึกถึงคนที่มีจิตใจอย่างเจียซุน นึกถึงสิ่งที่ชาวบ้านจักต้องประสบหากมันผู้นี้ยังดำรงอยู่บนจุดสูงสุดของพรรคภูษิตฟ้าอย่างมั่นคงในภายภาคหน้าหากตนล่าถอยในครั้งนี้ ครั้งหน้าก็คงยากจะมีโอกาสเข้าถึงพรรคภูษิตฟ้าอีก เพราะพวกมันคงเตรียมการที่ดีกว่านี้ทั้งคงได้รับการส่งเสริมจากกองกำลังต่างๆ อย่างมากมายเพิ่มขึ้น ประการสำคัญจะเหมือนว่าตนได้ยอมรับว่าเป็นคนกระทำผิดในเรื่องที่ผ่านมาโดยปริยายชายหนุ่มจึงกล่าวว่า
“ข้ามิอาจหยุดจนกว่าประมุขผู้นี้จะลงจากบัลลังก์พรรค"
เจียซุนได้ฟังถึงกับเดือดดาลแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าประมุขศักดิ์สิทธิ์ มันก็ทำตัวเป็นน่าสงสาร
“ท่านประมุขผู้สูงส่งท่านดูขนาดอยู่ต่อหน้าท่านมันยังแสดงท่าทีโอหังข่มขู่ข้า อยากได้ตำแหน่งประมุขจากข้าจนไม่สนแม้แต่จะสู้กับใครหรือสังหารผู้ใด คนชั่วช้าเช่นนี้ยังหลงเหลือบนปฐพีได้อีก”
บุรุษชราผมขาวหวังเหว่ยผู้เป็นแพทย์ศักดิ์สิทธิ์คิดกล่าวคำบางอย่างแต่ประมุขศักดิ์สิทธิ์ของมันยกมือขึ้นห้ามก่อน
“ไม่ต้องกล่าวสิ่งใดแล้วต้นตอแห่งหายนะที่จะเกิดกับแคว้นหลุน มันต้องจบสิ้นลงตรงนี้”
ก่อนนางจะจ้องมองฮุ่ยจวินพร้อมเอ่ยเสียงราบเรียบ
“ข้าอุตส่าห์เปิดโอกาสให้เจ้าได้กลับใจแลล่าถอยแต่เจ้าก็ยังกำแหงแสดงจุดยืนที่จะแย่งชิงของสำคัญของผู้อื่นอีก ตัวตนที่ละโมบเช่นเจ้ามิสมควรจะดำรงอยู่ที่ปฐพีแคว้นหลุนและโลกแห่งนี้”
หลังวาจาสิ้นสุดฝ่ามือขวาที่เหี่ยวย่นของสตรีชราก็ยกขึ้นระดับหน้าอก นิ้วชี้โป้งจรดกันเป็นช่องวงกลมพลังปาฏิหาริย์ถูกผนึกไว้ที่ช่องว่างระหว่างนิ้ว ความเย็นเยือกและแสงอันเจิดจ้าก็แผ่พุ่งขึ้นทันใด
“ในเมื่อเจ้าเลือกแล้วก็อย่าได้โทษข้าว่าไร้ไมตรี"
นี่คือพลังปาฏิหาริย์แห่งมหาวิถีวจนะมุทรานี่คือพลังปาฏิหาริย์ที่เหนือกว่าพลังของบุรุษชราผมขาวครึ่งขั้น นี่จึงมิใช่ระดับพลังที่ฮุ่ยจวินในตอนนี้จะทานรับได้เพราะสิ่งที่มันต้องสู้ตอนนี้มิใช่เพียงประมุขแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างเดียว แต่มันกำลังสู้กับเวลาร่วมด้วยเวลาอีกเพียงนิดเดียวให้มันทลายกฎเกณฑ์สู่ดวงดาราที่สาม!
หลังจากได้สู้กับหวังเหว่ยแลคว้าชัยตอนนั้นมันยังมืดแปดด้านในการจะเบิกดวงดาราที่สามในขั้นเข้าถึง แต่พอมันได้ปลดปล่อยดวงดาราที่สองกอปรกับเปิดใช้พลังญาณแผดเผาเพลิงเทวะผลาญโลหิตขึ้น มันจึงได้ฉุกใจคิดแลเห็นกฎเกณฑ์ที่อาจขัดแย้งและเกี่ยวเนื่องดังกล่าวสิ่งใดที่เกี่ยวเนื่องมันจึงพยายามส่งเสริมหลอมประสาน สิ่งใดที่ขัดแย้งมันก็หาทางกลบลบแลหักล้างออกไประหว่างที่มันสนทนาอยู่กับสตรีชรา กฎเกณฑ์แลเส้นทางแห่งดาราดวงที่สามกำลังแง้มออกและมุ่งไปในทิศทางที่ดีแต่ทว่าน่าเสียดายที่เวลาของมันไม่เพียงพอ
นั่นเพราะถึงคราวที่สตรีชราได้ลงมือแล้ว!
ไม่เพียงเวลาที่รอทะลวงดาราดวงที่สามแต่ฮุ่ยจวินยังต้องอาศัยเวลาในการเปิดโปงความจริงให้กระจ่าง หากประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่มาหลังจากมันเอาชนะแพทย์ศักดิ์สิทธิ์ย่อมมีโอกาสได้เปิดโปงความจริง เพราะคนเหล่านั้นที่สู้กับมันมาคงได้เห็นแลได้คิดอะไรบ้างแล้วแต่พอมีตัวแปรเพิ่มขึ้น ทั้งตัวแปรใหม่ยังร้ายกาจกว่าทุกตัวแปรที่ผ่านมา มันจึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากอีกครั้ง
เมื่อไม่มีทางเลือกเมื่อยังมิอาจทลายกฎเกณฑ์อันถูกต้องได้ทั้งหมด เมื่อถูกบีบคั้น ฮุ่ยจวินจึงจำต้องฝืนเบิกดาราดวงที่สามก่อนเวลาอันควรจุดชีพจรดาราบริเวณใต้ลิ้นปี่ที่เปรียบเป็นดวงดาราที่สามทอประกาย ลมปราณที่เพิ่มเท่าทวีคูณขึ้นสามส่วนกำลังคลุ้มคลั่งรุนแรงและเพราะความรุนแรงที่หนาหนักนี้ ผสานกับร่างกายที่บาดเจ็บสาหัส อีกทั้งยังเป็นการฝืนกฎเกณฑ์เปิดใช้จึงไม่เพียงแต่ชักนำพลังให้มุ่งออกเบื้องหน้ามิได้ กลับกลายเป็นว่าถูกพลังย้อนทวนเล่นงานร่างกายเสียเอง
พลังในมหาวิถีวจนะมุทรากำลังจะมุ่งมาทว่าฮุ่ยจวินกลับมิอาจปลดปล่อยพลังสูงสุดเพื่อต้านรับ!
ชายหนุ่มในตอนนี้ไม่มีทางต้านทานพลังของประมุขแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ได้เลย!
แพทย์ไร้นามมิอาจหยุดในที่นี้ก็ไม่มีใครจะหยุดยั้งพลังมุทราอันแกร่งกร้าวของประมุขแห่งแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์ได้เสวี่ยนฉีแม้อยากหยุดแต่ความเป็นจริงนางก็ไม่มีทางที่จะหยุดพลังของอาจารย์แม้อาจารย์ในตอนนี้จะมีอาการบาดเจ็บจากพิษเป็นทุนเดิมอยู่ก็ตาม อีกทั้งจะให้นางสู้กับอาจารย์เพราะความไม่กระจ่างของผู้อื่นยิ่งมิอาจกระทำ
เมื่อไม่มีใครสามารถหยุดพลังมุทราแม้แต่ฮุ่ยจวินที่ฝืนดึงพลังออกมาก็ยังติดขัดมิอาจกระทำได้ เจียซุนได้เห็นจึงถลึงตาขึ้นด้วยความสาสมใจแผนการของมันสำเร็จ ต่อให้ตัวบัดซบจะมีปาฏิหาริย์มากกว่าเดิม ทว่ามันในตอนนี้อย่างไรก็มิรอดพ้นจากมุทราที่ร้ายกาจได้
ครั้งนี้เป็นเจียซุนที่ชนะแล้ว!
“ตายไปเถอะตัวบัดซบวันนี้เจ้าได้พ่ายแพ้ให้คนอย่างข้าแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าคือผู้ชนะ ทุกสิ่งอย่างจะต้องเป็นของข้าสิ่งที่ข้าเคยสูญเสียไป ข้าจะหาทางไปกอบโกยเอาคืนเป็นสิบเท่า ฮ่าฮ่าฮ่า”
เสียงหัวเราะดังขึ้นในหัวของเจียซุนแต่ท่าทางภายนอกมันยังแสดงตนอย่างน่าสงสารจ้องมองเหตุการณ์ เช่นเดียวกับทุกสายตาที่จับจ้องอยู่ที่พลังมุทราพลังมุทราแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ทั่วปฐพีแคว้นหลุนมิอาจมีใครต่อต้าน
มุทราปลดปล่อยลำแสงเย็นเยือกที่ราวกับหล่มน้ำแข็งพันปีเคลื่อนออก
เจียซุนเบิกตาร่ำตะโกนอย่างสาสมอยู่ในใจ
“ตาย!!!!”
ผู้ใดเห็นก็ว่าตาย ผู้ใดสัมผัสก็รู้ว่ามิอาจยับยั้งผลลัพธ์แต่ทว่าพลังยังมิทันได้บรรลุถึงคน กลับมีสองสิ่งมุ่งมาหยุดพลังมุทราอันแกร่งกร้าวเอาไว้ได้ทำให้ความได้ใจของเจียซุนต้องชะงักค้างอีกหน
สองสิ่งที่มุ่งมามิใช่อาวุธที่เลิศล้ำมิใช่เคล็ดวิชาอันเลิศภพ และมิใช่ยอดฝีมือจากสารทิศใด
สองสิ่งนั้นเมื่อทุกผู้ได้เห็นอย่างชัดตาก็ล้วนตื่นตะลึงละคนงุนงงไปตามกัน
กล้วยหนึ่งหวีแครอทครึ่งท่อน กลับหยุดสุดยอดมุทราของประมุขศักดิ์สิทธิ์ได้!
“นี่มันอะไร?”
หลายผู้แทบจะบังเกิดคำถามเดียวกันขึ้นในหัวจึงจับจ้องสายตามองไปที่ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์เป็นจุดเดียว คล้ายดั่งต้องการคำตอบว่าเหตุไฉนนางจึงหยุดพลังเพียงเพราะผักผลไม้ได้พวกมันมองสตรีชราเพื่อหาคำตอบ แต่สายตาของสตรีชรากลับตกไปที่เบื้องหลังของฮุ่ยจวิน
ที่ตรงนั้นมีฝูงลิงฝูงกระต่าย รวมถึงสรรพสัตว์มากมายมารวมตัว!
เสมอมาสัตว์ป่ามิชมชอบสถานที่ที่มีมนุษย์ดำรงอยู่ยิ่งมีมนุษย์มาก พวกมันยิ่งหลบเลี่ยง แต่เหตุไฉนวันนี้พวกมันถึงกล้าออกมาปรากฏตัว ประการสำคัญกล้วยหนึ่งหวี แครอทครึ่งท่อน หากมองโดยมนุษย์ส่วนใหญ่ย่อมไม่มีค่าเท่าไหร่ แต่สำหรับสัตว์ป่านี่คือปัจจัยสำหรับการดำรงชีวิตของพวกมัน เหตุใดพวกมันจึงขว้างออกมาเพื่อขวางพลังมุทราของนาง
เห็นสายตาของสตรีชรามองค้างทุกผู้จึงเริ่มมองตาม จู่ๆ เห็นภาพของสัตว์ป่ามากมายปรากฏ พวกมันก็ยิ่งงุนงงสงสัยเป็นการใหญ่
ลิงตัวหนึ่งที่เหมือนจะเป็นจ่าฝูงพร้อมกับกระต่ายป่าอีกตัวที่มีผ้าพันแผลอยู่ที่ขา พวกมันกระโดดออกมาพร้อมกับยกง้างอาหารในมือราวกับแสดงความตั้งใจว่าหากผู้ใดกล้าทำร้ายบุรุษหนุ่ม พวกมันจะฟาดด้วยอาหารในมือนี้ทันที!
สตรีชราประมุขแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์ทอประกายตาที่ลึกล้ำมองภาพตรงหน้านางที่ฝึกใจเยือกแข็งถึงขั้นพิสุทธิ์ สามารถสื่อสารได้กับสิ่งมีชีวิตแทบทุกสรรพสิ่งนางจึงปลดปล่อยจิตใจให้คืนสู่ความพิสุทธิ์ปลอดโล่ง ก่อนยื่นมือเรียกกระต่ายน้อยตัวนั้นเข้ามา
เจ้ากระต่ายสัมผัสได้ถึงความเป็นมิตรและจิตที่สื่อสารมันจึงกระโดดเข้ามาหาฝ่ามือของประมุขแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่เกรงกลัว ประมุขศักดิ์สิทธิ์ก็นั่งลงคล้ายกำลังสดับรับฟังอะไรบางอย่างอยู่เงียบๆ
ฝูงสัตว์ป่ามากมายปรากฏกายสร้างความแตกตื่นแปลกใจแก่ผู้คนมากพอแล้วแต่ผ่านไปชั่วอึดใจเสียงฝีเท้าม้าที่มุ่งมากลับสร้างความแปลกใจให้ผู้คนอีกเท่าตัว ตอนนี้แม้แต่กองกำลังทหารจากราชวงศ์แคว้นหลุนก็มารวมตัว!
ตอนแรกที่ลานศิลาแห่งนี้มีเพียงนายทหารแห่งราชวงศ์แคว้นหลุนไม่กี่นายมาตามคำเชิญของพรรคภูษิตฟ้าซึ่งผู้ที่มาล้วนเป็นยอดฝีมือที่เก่งกาจทั้งสิ้น แต่ทางขุนนางและนายทหารที่ประจำการอยู่ในเมืองก็ไม่นิ่งเฉยหากบังเอิญว่าคนจากแดนเหมันต์ศักดิ์ศิทธิ์ พรรคภูษิตฟ้า รวมถึงยอดฝีมือฝ่ายตนมิอาจเอาชนะแพทย์ไร้นามได้พวกมันก็จะเคลื่อนขบวนที่ได้ระดมพลทหารซึ่งเตรียมพร้อมไว้ทั้งหมดมาสนับสนุน พอม้าเร็วของพวกมันที่มาจับตาดูสถานการณ์ไปแจ้งข่าวว่าแม้แต่แพทย์ศักดิ์สิทธิ์ได้พ่ายแล้ว พวกมันก็ยกพลที่เตรียมไว้มาอย่างไม่ชักช้า
เจียซุนได้เห็นก็คล้ายมีความหวังเพิ่มอีกหลังจากประมุขแดนเหมันต์ศักดิ์สิทธิ์เงียบไปเมื่อเห็นสัตว์ป่า คงมีแต่ต้องอาศัยกองกำลังทหารและคนของตนจัดการแพทย์ไร้นามเองแล้ว
เพียงคนบาดเจ็บสาหัสผู้เดียวไหนเลยจะต่อต้านกองกำลังมากมายได้!
ไม่รอให้เสียเวลามากความเมื่อเห็นกองกำลังทหารมุ่งมาเพื่อหวังจัดการแพทย์ไร้นาม เจียซุนมันก็ทะยานกายออกหน้าคิดนำพาขบวนทหารเปิดฉากจัดการฮุ่ยจวินทันที มีแต่ต้องชิงลงมือก่อนจึงจะได้เปรียบ ซึ่งเวลานี้นับเป็นเวลาที่เหมาะสมให้มันลงมือ
เจียซุนคำรามก้อง
“แพทย์ไร้นามชั่วที่ปล้นฆ่าทางการอยู่ตรงหน้าพวกเรามาร่วมมือจัดการมัน!”