ข้าวของที่กองเต็มลานบ้านในยามค่ำคืน ทำให้ทั้งสองยืนชื่นชมอยู่นาน ก่อนที่ซูลี่จะทยอยขนของเข้าไปเก็บ หยางหลงนั่งช่วยหยิบจับจัดเก็บของเล็กๆ น้อยๆ ด้านใน ทั้งยังช่วยจัดเรียงเครื่องปรุงและธัญพืชในห้องครัวอย่างเรียบร้อย เขาภูมิใจในตัวซูลี่มาก นางซื้อหาของใช้ที่ร่อยหรอแทบหมดบ้านเข้ามาเติมเต็มให้เขา ข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ นางก็หามาเปลี่ยนให้ใหม่หมด เสื้อผ้า รองเท้า ที่นอนล้วนมีหมด จนเขาไม่รู้จะเอ่ยคำใด ได้แต่ขอบคุณ์ที่ส่งนางมาให้เขา
เมื่อเก็บข้าวของทุกอย่างเสร็จแล้ว ซูลี่ที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันจึงรีบเดินไปอาบน้ำผลัดผ้าเพื่อจะได้รีบมานอน
หยางหลงยังนั่งพิงหัวเตียงอ่านหนังสืออยู่ เขาเพียงนั่งนอนมาทั้งวันแล้วจึงไม่ค่อยรู้สึกง่วง ทั้งยังอยากพูดคุยกับซูลี่อีกสักหน่อย นางกับเขาแยกห้องนอนกันั้แ่นางมาอยู่กับเขา แต่คนภายนอกต่างเข้าใจว่าเขาและนางเป็สามีภรรยากัน เขาจึงไม่อยากให้ผู้อื่นระแวงสงสัยเื่เขาและนางแยกกันนอนคนละห้องเช่นนี้ จึงอยากพูดคุยกับนางให้เข้าใจ
“ซูลี่ หากอาบน้ำเสร็จแล้วมาหาข้าที่ห้องด้วยนะ”
หยางหลงเห็นซูลี่เดินผ่านหน้าห้องเขาจึงบอกนางไว้ก่อน ด้วยกลัวนางจะไม่แวะมาหาเขาที่ห้อง
“ได้เ้าค่ะ เดี๋ยวข้าทำธุระเสร็จแล้วจะมาหาท่านนะเ้าคะ”
ผ่านไปไม่นานซูลี่ก็เดินตัวหอมฉุยมานั่งข้างเตียงของหยางหลง นางช่างงดงามนัก เขามองนางอย่างไรก็ไม่เคยเบื่อ ยิ่งนางไม่ประทินโฉมอันใดยิ่งดูงดงามสดใสบริสุทธิ์
“ข้ามีเื่จะปรึกษาเ้า ตอนนี้ชาวบ้านภายนอกต่างคิดว่าเ้าคือภรรยาข้า แต่เราสองคนแยกห้องนอนกันเช่นนี้ หากผู้อื่นบังเอิญมาพบเห็นเข้าจะสงสัยหรือไม่ ข้าไม่อยากให้คนติฉินนินทาเ้า หากเ้าไม่รังเกียจจะนอนร่วมห้องกับข้าได้หรือไม่?”
ซูลี่ตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูดมา แม้มันจะมีเหตุผล แต่ตนเองก็ไม่เคยชินที่จะนอนร่วมเตียงกับบุรุษ แต่หากบังเอิญชาวบ้านมาพบเจอเช่นที่เขาว่าก็คงไม่ดีแน่
“มันจะดีหรือเ้าคะ ข้าเองไม่เคยนอนร่วมเตียงกับบุรุษ คงไม่ชินง่ายๆ หากข้านอนดิ้นทำท่านตกเตียงท่านจะไม่โกรธข้าหรือเ้าคะ?”
หยางหลงได้ยินเช่นนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้ เขานึกว่านางจะกลัวเื่ใดจึงไม่ยอมมานอนร่วมห้องกับเขา ที่แท้กลัวทำเขาตกเตียง
“ท่านหัวเราะทำไมเ้าคะ ข้าพูดอันใดผิดไปหรือ”
หยางหลงพยายามข่มกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ก่อนจะเอ่ยคำใดกับนาง
“ข้านึกว่าเ้ากลัวข้าจะข่มเหงรังแกเ้า หรือกลัวว่าข้าจะถูกเนื้อต้องตัวเ้าซะอีก”
ซูลี่ได้ยินเช่นนั้นจึงเพิ่งจะนึกได้ แต่เื่พวกนั้นเป็เื่ธรรมดามากสำหรับโลกในยุคศตวรรษที่ 23 ความสัมพันธ์ทางกายเป็เื่ธรรมชาติ นางจึงไม่คิดมาก
“ข้าไม่ถือเื่พวกนั้นเ้าค่ะ ข้าเพียงเกรงใจท่าน กลัวท่านจะนอนไม่สบายตัว อย่างไรข้าก็ได้ชื่อว่าเป็ภรรยาท่าน คนภายนอกต่างรู้กันหมด หากท่านคิดว่าข้าควรนอนห้องของท่านข้าก็ไม่เกรงใจแล้วนะเ้าคะ แต่หากท่านตกเตียงห้ามมาโทษข้านะเ้าคะ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้านี่ตลกนัก หากเป็ผู้อื่นคงเขินอายบอกว่ากลัวเื่ชายหญิงหรือไม่ก็กลัวว่าข้าจะล่วงเกิน นี่อันใดกัน กลัวทำข้าตกเตียง”
“ก็มันจริงนี่เ้าคะ ข้านอนดิ้นมาก หากท่านไม่เชื่อ วันนี้ข้าจะนอนที่ห้องท่านลองดูสักวันก่อนดีหรือไม่ หากท่านรู้แล้วพรุ่งนี้อาจจะเปลี่ยนใจก็ได้”
“เช่นนั้นเ้าก็มานอนพร้อมข้าเถิด ข้าไม่กลัวหรอก พรุ่งนี้ค่อยขนของเ้าไว้ก็ได้ วันนี้เ้าเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
“เช่นนั้นข้าขอไปดูประตูเรือนกับดับไฟด้านนอกก่อนนะเ้าคะ เดี๋ยวข้ามา”
หยางหลงไม่คิดว่าซูลี่จะยินยอมโดยง่ายเช่นนี้ เขาดีใจนักที่นางเปิดโอกาสให้เขาได้ใกล้ชิดนาง แม้ในใจจะหวั่นๆ ว่านางจะกลั่นแกล้งทำเขาตกเตียงอย่างที่นางบอกกล่าวเอาไว้
ผ่านไปครู่หนึ่งซูลี่ก็เดินเข้ามาช้าๆ แก้มของนางแดงก่ำอมยิ้มอย่างน่ารักจนเขาเผลอมองอยู่นาน ก่อนนางจะเดินเข้ามาในห้องแล้วลงดานประตู ซูลี่เดินมานั่งบนเตียงของหยางหลงและจ้องมองเขา ยังมีเทียนที่โต๊ะข้างเตียงยังสว่างอยู่ แต่ส่วนอื่นมืดไปหมดแล้ว ทั้งสองจ้องมองกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยางหลงจะขยับตัวเข้าไปด้านใน ให้มีที่ว่างด้านนอกให้ซูลี่ได้นอน
เมื่อทั้งสองเอนตัวลงนอนเคียงข้างกัน หยางหลงนอนตะแคงข้างหันมามองหน้าซูลี่ที่นอนตะแคงหันมามองหน้าเขาเช่นกัน
“เ้านอนเถอะ ข้าไม่ทำอันใดเ้า แต่ข้ากลัวเ้าจะเตะข้าตกเตียง ข้าขอกอดเ้าเอาไว้ได้หรือไม่ เ้าจะได้ไม่ดิ้นมากนัก”
ซูลี่ได้ยินเช่นนั้นก็อดเขินอายไม่ได้ ชายยุคโบราณช่างเ้าเล่ห์นัก ท่าทีนุ่มนวลสุภาพแต่ขอกอดกันดื้อๆ เลย หากเขากล้าขอนางก็กล้าให้ แค่กอดเท่านั้นคงไม่เป็อันใดหรอกกระมัง
“ตามใจท่านเ้าค่ะ อย่างไรข้าก็ได้ชื่อว่าเป็ภรรยาท่าน แค่กอดกันคงไม่เป็อันใดมากใช่หรือไม่เ้าคะ”
หยางหลงได้ยินเช่นนั้นก็ตาเป็ประกาย นางช่างว่าง่ายนัก ทั้งยังไม่รังเกียจเขาเลย นางเปิดทางให้เขาเช่นนี้หรือว่านางจะมีใจให้เขาแล้ว คิดได้ดังนั้นหยางหลงก็เพ้อฝันไปไกลทันที อมยิ้มตาลอยจนซูลี่เห็นแล้วหมั่นไส้ต้องหันหน้าหนีก่อนที่เขาจะกอดนาง
หยางหลงได้สติหันมามองซูลี่ที่ขยับตัวหันหลังให้เขาก็ใกลัวนางจะเปลี่ยนใจ จึงค่อยๆ ขยับยื่นมือมาโอบกอดนางทางด้านหลัง และขยับตัวเข้าใกล้นางอย่างช้าๆ เขารู้สึกตื่นเต้นจนหัวใจเต้นแทบทะลุออกมานอกอก แค่ได้กอดนางก็ทำให้เขารู้สึกดีอะไรเช่นนี้ ตัวนางนุ่มนิ่มนัก ทั้งยังกลิ่นตัวหอมหวลนักจนเขาเผลอสูดดมเข้าไปเสียงดังจนซูลี่ได้ยิน
“ท่านจะดมกลิ่นข้าอีกนานหรือไม่เ้าคะ ข้าง่วงแล้วนะ”
“ก็เ้าตัวหอม ข้าอยากดมไปนานๆ ได้หรือไม่ มันรู้สึกสดชื่นดี จนข้ารู้สึกผ่อนคลาย”
“ตามใจท่านเถิดเ้าค่ะ ข้าจะไปว่าอันใดท่านได้ ตอนนี้ข้าก็อยู่ในอ้อมกอดท่านแล้ว ขอเพียงท่านอย่าข่มเหงข้ามากไปก็พอแล้วเ้าค่ะ ข้ายังไม่พร้อม”
หยางหลงได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มยินดี นางช่างดีกับเขานัก ตามใจเขาทุกอย่าง จนตอนนี้เขาหลงใหลนางหัวปักหัวปำแล้ว
“ข้าไม่ข่มเหงเ้าแน่จนกว่าเ้าจะยินยอมพร้อมใจเอง ข้าเพียงอยากใกล้ชิดเ้ามากขึ้นเท่านั้น เ้ารู้หรือไม่ ั้แ่เ้าเข้ามาในชีวิตข้า ทุกอย่างเปลี่ยนไปมาก เ้าเข้ามาทำให้ข้าอยากมีลมหายใจต่อไป อยากฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องเ้า อยากอยู่กับเ้าทุกวัน อยากอยู่ใกล้ๆ เ้าเช่นนี้ตลอดไป”
“ข้าเองก็ไม่มีที่ไป จึงต้องมาพึ่งพาท่านเช่นนี้ อย่างไรเมื่อได้มาอยู่กับท่านแล้วเราก็เหมือนลงเรือลำเดียวกัน ร่วมหัวจมท้ายด้วยกัน หากท่านมีความสุขข้าเองก็ย่อมมีความสุข ตอนนี้ข้าแค่อยากให้ท่านรีบแข็งแรงไวๆ และหากท่านดีต่อข้าเช่นนี้ไปนานๆ ไม่คิดเปลี่ยนใจ ข้าอาจจะใจอ่อนยินยอมเป็ภรรยาท่านอย่างเต็มใจในไม่ช้านี้ก็ได้ ดีหรือไม่เ้าคะ”
หยางหลงที่นอนกอดซูลี่ทางด้านหลังได้ยินนางพูดเช่นนั้นยิ่งใจเต้นแรงขึ้นหลายเท่า เขาดีใจที่นางเปิดใจให้เขา ตอนนี้เขามีกำลังใจที่อยากฟื้นฟูร่างกายเป็ร้อยเท่า อยากแข็งแรงภายในวันนี้พรุ่งนี้เลยทีเดียว
“ข้าจะเชื่อฟังเ้าจะรีบหายดี จะมีเพียงเ้าไม่เปลี่ยนใจ!”