“เธอเจอเื่อะไรมากันแน่ คุณอายะ!?”
กระดาษคำตอบของเธอเต็มไปด้วยการบรรยายคำตอบมากมายเหมือนรายงานวิทยานิพนธ์เพื่อส่งประกวด ส่วนที่ทำให้ผมอึ้งยิ่งกว่านั้นคือ แบบทดสอบนี้เป็ข้อปรนัย 4 ตัวเลือก แต่เธอกลับเขียนบรรยายมาโดยไม่สนใจหัวข้อคำสั่งเลยสักนิด
หรือลึก ๆ เธอเป็พวกเด็กดื้อต่อต้านสังคมกันนะ แต่ผมว่าไม่น่าจะเป็ไปได้ ผมดูคนไม่ผิดหรอก
ผมเองก็ต้องกลับห้องเรียนของตัวเองแล้วสิ
ข้าวเที่ยงก็ยังไม่ได้กิน วันนี้จะเรียกว่าดวงดีหรือดวงซวยดีนะ
หลังเลิกเรียน
ผมรีบกลับมาที่ห้องชมรม เพื่อเอาแบบทดสอบของคุณอายะมาตรวจสอบและวิเคราะห์
ผมยังได้รู้ว่าที่เธอบอกว่าจะกลับมาฟังผลพรุ่งนี้ แทนที่จะเป็ตอนเย็น เพราะเธอต้องรีบกลับบ้าน ที่บ้านมารับด้วยรถยุโรปสุดหรูคันเดิมกับเมื่อตอนเช้า
รู้มาจากที่ยูนะคุยกับเพื่อนร่วมห้องในคาบ เพื่อนสาวอยากชวนเธอไปเที่ยวต่อ แต่เธอก็ต้องปฏิเสธไปแบบน่าเสียดาย
ผมไม่ได้อยากแอบฟังหรอก แต่เมื่อคุณอยู่คนเดียว เื่รอบ ๆ มันก็จะมาเข้าหูคุณเองแบบไม่ได้ตั้งใจ
เสร็จแล้ว หลังจากผ่านไป 2 ชั่วโมง ผมก็วิเคราะห์ความคิดที่เธอระบายมันออกมาผ่านแบบทดสอบได้สำเร็จ
แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด ผมยังได้แอบสืบข้อมูลประวัติของเธอก่อนจะย้ายมาที่นี่ั้แ่เด็ก ผมรู้ว่ามันเป็ข้อมูลส่วนตัว แต่ถ้าไม่มีข้อมูลพื้นฐานพวกนี้ การวิเคราะห์ให้แม่นยำที่สุดก็เป็เื่ยาก
และถ้าถามว่าผมทำได้ยังไง ผมก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่ผมมีพร์เื่การใช้คอมพิวเตอร์มาั้แ่เด็ก เลยมีโอกาสได้ทำงานให้หน่วยงานความมั่นคงทางไซเบอร์
แต่เลิกทำไปแล้วแหละ เพราะความสามารถนี้เลยทำให้เกิดเื่แบบนั้นขึ้น…
แต่ก็ไม่รู้ทำไมผมถึงได้กลับมาใช้มันอีกครั้ง ไม่รู้จริง ๆ รู้ตัวอีกทีก็เปิดคอมที่ถูกทิ้งล้างมานานซะแล้ว เป็เพราะเธอรึเปล่านะ?
จากข้อมูลที่รวมมาทั้งหมด แบบเข้าใจง่ายเลยคือ เธอเครียดแล้วไม่มีที่ระบาย
ความเครียดของเธอมาจากทางบ้านที่คอยกดดัน เพราะเป็พี่สาวคนโต จึงต้องแบกรับชื่อของครอบครัวในรุ่นถัดไป จึงโดนความคาดหวังที่สูงเกินรับไหว
เธอถูกย้ายไปเรียนต่างประเทศั้แ่เด็ก ่เย็นหลังเลิกเรียน เธอจะต้องไปเรียนพิเศษเสริมทุกวัน ไม่มีเวลาพูดคุยกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน วันหยุดก็ต้องเดินสายพบคนใหญ่คนโต
ก่อนที่จะได้ย้ายกลับมา เธอก็ไปก่อวีรกรรมใหญ่โต แล้วจึงขอร้องให้ได้ย้ายกลับมาพร้อมน้องสาวแค่ 2 คน พ่อแม่ก็ยังอยู่ต่างประเทศ
ชีวิตของเธอค่อนข้างน่าอึดอัดมาก เธอแทบไม่มีเวลาส่วนตัว ขนาดเธอหนีมาขนาดนี้ก็ยังไม่พ้นมือพ่อแม่ของเธอเอง
แต่ผมเองก็จะไปเห็นใจเธอทำไมกันนะ ในเมื่อชีวิตผมเองก็ไม่ได้ดีไปกว่าเธอเลย
แต่โรงเรียนเราก็ไม่ได้มีกฎให้ปฏิเสธคนที่มีความสนใจที่จะเข้าชมรมด้วยสิ
กลายเป็ชมรมรวมคนมีปัญหาแล้วรึเปล่าเนี่ย
ต้องกลับบ้านแล้วสิ เย็นขนาดนี้แล้ว
ผมกำลังจะเปิดประตูห้องออกไป แต่ก็มีกลุ่มผู้ชายกลุ่มหนึ่งประมาณห้าถึงหกคนมาดักรอหน้าประตู แล้วชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าสุดก็พูดขึ้น
“เฮ้ย ฉันว่าแล้วไง มันเปิดคอมใช้อีกแล้ว”
“จริง ๆ ด้วย แปลว่ามันทำแบบเมื่อตอนนั้นอีกแล้วสินะ”
“ให้เรียวไปเอาไม้เบสบอลมา ฉันจะสั่งสอนมันเอง พวกแกเฝ้าหน้าห้องกันเอาไว้”
ไม่ใช่นะ… “ไอไอ่อา”
“มันพูดอะไรของมันวะ แกอยากจะโดนใช่ไหม เคยสัญญาแล้วนี่ ว่าจะไม่เปิดคอมอีกตลอดไป”
“มันผิดสัญญานะ รู้ไหม”
อ่า ใช่ ผมเคยสัญญาแบบนั้นไว้นี่ ใครจะคิดว่าวันนี้จะมาโดนเจอแบบนี้
ผมถอยออกมาจากประตูจนสุดห้อง ชายที่ยืนขวางระหว่างผมกับประตู ชื่อชุน เป็นักเรียนชาย ปี 1 ห้อง 2
พวกเราเคยเรียนมาด้วยกันั้แ่ประถม แม้เราจะไม่ได้สนิทกัน แต่ก็มีเื่ให้เราได้เห็นหน้ากันบ้าง
ก่อนหน้านี้ก็ครั้งหนึ่ง ตอนขึ้น ม.ต้นใหม่ ๆ โดนเขาเข้ามาเตือนพร้อมกับกลุ่มเพื่อนว่าอย่าทำแบบนั้นอีก จากนั้นข่าวก็เริ่มกระจายอีกรอบ ทำให้ชีวิต ม.ต้นของผมที่คิดว่าจะเปลี่ยนไป กลับมาแย่ลงอีกครั้ง
ย้ายหนีก็ไม่ได้ บ้านไม่ได้มีเงินถุงเงินถังขนาดนั้น
เสียงประตูเปิด
“ได้มาแล้ว ชุน”
“ดีมาก”
ชุนได้รับไม้เบสบอลมาจากเรียว ที่วิ่งไปหามาให้ พร้อมยกขึ้นสูงทำท่าจะฟาดลงมาสุดแรง
แย่แล้ว หลบไม่พ้นแน่ผม
ปั้ง
เสียงฟาดดังชัดเจน แต่สิ่งที่ถูกฟาดไม่ใช่ผม แต่เป็คอม
อีกครั้ง ฟาดลงซ้ำ ๆ มากกว่าสิบครั้ง จนสภาพเละไม่เหลือชิ้นดี
แล้วชุนก็หันหน้าไม้เบสบอลมาทางผม แล้วพูดว่า
“จำไว้ ครั้งหน้าที่แกเปิดใช้มันต่อหน้าพวกเรา สภาพของคอมในตอนนี้ จะเป็สภาพของแกในครั้งหน้า”
ขู่เสร็จก็เดินจากไป ทิ้งไว้เพียงคอมสภาพเละ และผมที่กลัวจนหัวหด นั่งหมอบอยู่บนพื้น ทำอะไรไม่ถูก
ผ่านไปสักระยะ ผมเริ่มตั้งสติได้ แต่ก็ยังมีความกลัวหลงเหลืออยู่
ก็ได้แต่เก็บเศษคอมที่พังเละเต็มพื้นห้องให้เรียบร้อย
ปั้ง
เสียงประตูห้องเปิดดังขึ้นอีกครั้ง ผมคิดว่าอาจจะเป็พวกนั้นอีก จึงรีบเอามือมาบังหน้าเอาไว้ แต่ไม่ใช่
เธอน่าจะกลับบ้านไปแล้วนี่
“ขออนุญาตเข้าห้องนะคะ”
คุณอายะมาทำอะไรเวลานี้
“เอ๊ะ ฮารุโตะคุง เกิดอะไรขึ้น ทำไมสภาพห้องเป็แบบนี้”
ไม่มีอะไรหรอกครับ
(ต่อไปนี้เราจะเขียนภาษาของฮารุโตะให้เข้าใจกันแบบปกติ เพราะมีแค่อายะที่ฟังเข้าใจ แต่ฮารุโตะยังคงพูดแบบปกติต่อหน้าคนอื่นไม่ได้ ถือว่าเข้าใจตรงกันนะ)
“ผมแค่หกล้มไปโดนเท่านั้นแหละครับ ไม่ต้องเป็ห่วงครับ”
“แต่นี่มันสภาพโดนทำลายชัด ๆ เลยนะคะ”
“ยังไงก็ไปบอกอาจารย์ก่อนเถอะค่ะ”
“ก็บอกว่าไม่เป็ไรไงครับ”
ผมขึ้นเสียงใส่ เธอใเล็กน้อย
แม้ผมจะพูดไม่รู้เื่ แต่เธอก็ััได้ถึงความรู้สึกภายในของผม
ถ้าเป็ผม โดนขึ้นเสียงใส่จากความเป็ห่วง คงเดินจากไปไม่กลับมาอีก แต่เธอไม่ได้ทำแบบนั้น เธอเดินมาช่วยผมเก็บเศษซากคอมที่แตกกระจายเต็มพื้น
ผมได้แต่ใ
ผมได้แต่รู้สึกผิด
และความรู้สึกผิดของผมก็เริ่มมากยิ่งขึ้น เมื่อผมมองที่ใบหน้าของเธอ
อึก… อึก…
น้ำตาไหลบาง ๆ หยดลงที่แก้มสีชมพูของเธอ มืออีกข้างช่วยเก็บ อีกมือปาดน้ำตาเบา ๆ
ใครจะไปคิดว่าผมจะทำให้เธอร้องไห้
“ผมขอโทษ อย่าร้องเลยนะครับ”
“ฉ-ฉันไม่เป็ไร ค-แค่ฝุ่นมันเข้าตาเท่านั้นเอง แง แง… อึก”
เป็ชัด ๆ แล้วยังมาแก้ตัวอีก แต่คนผิดมันผมนี่หว่า ทำไงดี แบบนี้รู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิมอีก
“คุณอายะครับ คืออย่าร้องได้ไหมครับ ผมสัญญาจะทำให้ทุกอย่างเลย อย่าร้องนะครับ”
“จ-จริงเหรอ ฮารุโตะคุง”
“จริงครับ ไม่โกหกแน่นอน”
“งั้นช่วยฟังคำขอฉันหน่อย”
นี่เธอมีเื่จะขอจริง ๆ เหรอเนี่ย หยุดร้องเร็วเกิน!
เื่อะไรกันนะ ที่เธออยากจะขอคนอย่างฉัน
“อยากให้รับฟังเื่ราวของฉันไปตลอดได้ไหม”
ห๊ะ!?