ตำหนักเย็น
เฟิ่งเฉี่ยนยังคงกินบะหมี่ชามนั้นจนหมดท่ามกลางเสียงเกลี้ยกล่อมของจื่อซู
ให้ตายเถอะ หิวจะแย่อยู่แล้ว!
“จื่อซู ไป! ไปหาที่ฝังชามใบนี้เสีย!”
“เพคะ เหนียงเหนียง” จื่อซูรับชามใบนั้นไปด้วยสีหน้าของคนใกล้จะร่ำไห้เต็มแก่
เวลานี้ท่านเพิ่งจะรู้จักกลัวจะช้าเกินไปหรือไม่?
เฟิ่งเฉี่ยนไม่เกรงกลัวเซวียนหยวนเช่อจริงๆเพียงแต่สถานการณ์ในตอนนี้หลีกเลี่ยงเื่ยุ่งยากลงสักเื่ได้ย่อมดีกว่ามีเื่ยุ่งยากมากขึ้น
จื่อซูไปจัดการชามใบนั้นเฟิ่งเฉี่ยนเอนกายนอนลงบนตั่งเตรียมจะงีบยามบ่าย ขณะที่นางกำลังจะเข้าส่งภวังค์หลับใหลนั้นพลันมีเสียงของระบบดังขึ้นในสมองของนาง...
[ติ๊ด ติ๊ดระบบกำลังเริ่มต้นทำงาน เชื่อมต่อถูกต้อง เริ่มเชื่อมต่อ...เชื่อมต่อสำเร็จ!]
สีหน้าของเฟิ่งเฉี่ยนไม่มีสิ่งใดผิดปกติทว่าในใจนั้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจ นางพรวดลุกขึ้นนั่ง กวาดตามองไปรอบราวกับ้าหาที่มาของเสียงนั้น
[เ้านาย ไม่ต้องหาแล้วข้าอยู่ในสมองของท่าน]
เฟิ่งเฉี่ยนงงงัน “เ้าเป็ใคร?”
[ข้าเป็ระบบเทพอาหารข้าชื่อฟ่านฟ่าน ข้าช่วยให้เ้านายเป็เทพอาหารระดับยอดฝีมือบนโลกนี้ได้]
“เทพอาหาร?” ดวงตาเฟิ่งเฉี่ยนทอประกาย“เทพอาหารที่เ้าพูดถึงกับเทพอาหารของโลกนี้ต่างกันอย่างไร?”
[โดยรวมแล้วเหมือนกันแต่ยังคงมีความแตกต่างอยู่บ้าง วันหน้าเ้านายก็จะค่อยๆ เข้าใจเอง]
“เยี่ยมไปเลย! ข้ากำลังคิดเช่นนี้เหมือนกัน!” เฟิ่งเฉี่ยนพลันรู้สึกลังเลใจขึ้นมา “แต่ข้าเป็จะกละกินเป็แต่ทำไม่เป็น่ะสิ”
[ไม่เป็ไร มีระบบอยู่ ต่อให้เป็คนโง่งมก็สามารถเป็เทพอาหารได้!]
“...” บนหน้าผากพลันมีรอยย่นสามเส้นปรากฏขึ้นคนโง่งมนี้กำลังพูดถึงนางใช่หรือไม่
[ตอนนี้เ้านายยังอยู่ในขั้นอาหารง่ายๆฝึกทำได้เพียงอาหารที่เป็ขั้นพื้นฐานะ—ข้าวผัดไข่!]
ทันทีที่สิ้นเสียงได้ยินเพียงเสียง ติ๊ง ดังขึ้นครั้งหนึ่ง จากนั้นข้างๆตั่งพลันปรากฏกระทะเหล็กสีม่วงใบหนึ่ง ้าของกระทะมีลวดลายัสลักเอาไว้ลวดลายัเหล่านี้มีลักษณะคล้ายคลึงตัวอักษรภาพวาดเหลือเกินตัวอักษรภาพวาดเหล่านี้เมื่ออยู่รวมกันแล้วกลายเป็บทความเื่หนึ่งหรืออาจพูดได้ว่ากลายเป็ภาพวาดภาพหนึ่ง ทำให้กระทะใบนี้เต็มไปด้วยจิติญญาราวกับมีชีวิตชีวาเปี่ยมไปด้วยพลังและความลี้ลับ!
“เยี่ยมที่สุด!”
[เ้านายนี่เป็กระทะหรูอี้ที่ทำมาจากเหล็กบริสุทธิ์และน้ำแข็งสลักลวดลายัข้างในยังได้เพิ่มเนื้อเหล็กสีม่วงขั้นสูงอีกจำนวนไม่น้อย บนกระทะยังได้สลักคำว่าอาวุธโบราณ อาณุภาพไร้ขอบเขต!]
“ร้ายกาจเช่นนี้เลยหรือ” ดวงตาทั้งคู่ของเฟิ่งเฉี่ยนเป็ประกาย
[แต่ว่า ด้วยความสามารถของเ้านายในเวลานี้ ยังไม่อาจใช้มันได้!]
เฟิ่งเฉี่ยนแทบจะถอดใจ แต่นางกระจ่างแจ้งดีว่า อาวุธของเทพต้องใช้คู่กับคนที่มีความสามารถเหมาะสมกันด้วยคิดจะอาวุธเทพย่อมจำเป็ต้องมีความสามารถในระดับไม่สามัญ
ระหว่างที่ใคร่ครวญก็ได้ยินเสียง ติ๊ง ดังขึ้นอีกครั้งหนึ่งพลันมีจวักอันหนึ่งตกลงมาจากฟ้า เฟิ่งเฉี่ยนใจนสะดุ้งโหยง
“นี่อะไรอีกเล่า?”
[นี่เป็จวักแปลงกายพันชั่งที่ใช้ควบคู่กับกระทะหรูอี้!]
“จวักแปลงกายพันชั่ง?”
เฟิ่งเฉี่ยนลองจับด้ามจับของจวัก แล้วลูบไล้พิจารณาลักษณะของมันวัสดุที่นำมาตีเป็จวักและกระทะนั้นเป็วัสดุชนิดเดียวกันเนื่องมาจากการเสริมแร่หินเทพสีม่วงขั้นสูงดังนั้นจึงทำให้รูปร่างของจวักกลายเป็สีม่วงตัวด้ามของจวักแกะสลักเป็ลวดลายัละเอียดประณีตบรรจงเช่นเดียวกันราวกับเป็ภาพวาดอีกภาพหนึ่ง เมื่อมือของนางกุมกระชับด้ามจับของจวักนางรู้สึกได้ถึงพลังเทพที่กำลังส่งพลังอย่างชัดเจน ทำให้นางยากที่จะเชื่อยิ่งไปกว่านั้นก็คือนางรู้สึกราวกับว่าจวักด้ามนี้เป็เช่นสหายเก่าที่นางไม่ได้พบหน้ามาเป็เวลาหลายปีเป็ความรู้สึกเป็กันเองสนิทชิดเชื้อที่ไม่อาจบรรยายเป็คำพูดได้!
“ปลายด้ามจับของจวักนี้แปลกเหลือเกิน ลวดลายเต็มไปด้วยลายเส้นดูไปแล้วเหมือนวาดตามมาตราส่วน”
[เ้านาย ท่านลองหมุนด้ามจับของจวักดูสักหน่อย]
เฟิ่งเฉี่ยนลองหมุนด้ามจับของจวักเบาๆ ทันใดนั้น เสียง แคร่ก ดังขึ้นจวักเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็ตะหลิว!
นางมองมันอย่างตื่นตะลึง ที่แท้จวักเหล็กอันนี้แปลงกายได้นับร้อยอย่างเมื่อเป็เช่นนี้ย่อมนำมาใช้เป็จวักและใช้เป็ตะหลิวได้ ช่างมากประโยชน์นัก!
นางหมุนด้ามจับเบาๆ อีกครั้ง ด้วยคิดจะลองดูว่ามันจะเปลี่ยนเป็สิ่งใดได้อีกทว่าตะหลิวด้ามนั้นกลับไม่มีการเคลื่อนไหว
[เ้านาย จวักแปลงกายพันชั่งเป็เช่นกระทะหรูอี้ล้วนต้องอาศัยความสามารถที่ไม่หยุดยั้งพัฒนาก้าวหน้าในการแสดงประสิทธิภาพจึงจะส่งผลให้มันแสดงศักยภาพของพวกมันได้มากขึ้นด้วยกำลังและความสามารถของท่านในตอนนี้ทำได้เพียงแค่เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานะเท่านั้น]
เฟิ่งเฉี่ยนถอนใจเบาๆหมุนด้ามจับของตะหลิวกลับมาให้มันกลายสภาพเป็จวักอีกครั้ง
ติ๊ง—กระทะหรูอี้ : พลัง +1000, พลังการป้องกัน +1000 (พลังวรยุทธ์: ปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือเดียว)
ติ๊ง—จวักแปลงกายพันชั่ง : พลัง +1000,พลังการสู้รบ +1000 (พลังวรยุทธ์ : กวาดล้างทหารนับพัน)
ตัวอักษรสีฟ้าปรากฏเข้ามาในม่านตาของนาง!
“นี่คือ...”
[เป็เช่นที่เ้านายเข้าใจลวดลายับนกระทะหรูอี้และจวักแปลงกายพันชั่งนอกจากทำอาหารได้แล้วยังนำมาเป็อาวุธในการป้องกันตัวและโจมตีศัตรู]
ในสมองของเฟิ่งเฉี่ยนปรากฎให้เห็นภาพๆ หนึ่งบุรุษรูปงามคนหนึ่งกำลังถูกอันธพาลกลุ่มหนึ่งล้อมเอาไว้ ขณะที่อยู่ในนาทีวิกฤติ มือขวาของนางถือกระทะมือซ้ายของนางถือจวัก เหินกายลงมาจากฟ้าพร้อมกับตวาดเสียงดังลั่น : ข้าคือจอมยุทธ์กระทะจวัก โจรชั่วจงมอบชีวิตมา—
ร่างของนางสั่นสะท้าน เฟิ่งเฉี่ยนออกแรงสะบัดศีรษะ ภาพเหตุการณ์นี้ช่างล้าสมัย เหลือเกิน! ส่งผลให้ภาพลักษณ์จิ้งจอกเงินมือสังหารอันดับหนึ่งแห่งยุคของนางต้องเสื่อมเสีย!
[เ้านาย ตอนนี้มาเริ่มฝึกฝนทักษะการผัดข้าวผัดไข่กันดีหรือไม่]
“ข้าวผัดไข่ก็ยังต้องฝึกฝนหรือ”
ท่ามกลางสายตาไม่แยแสของเฟิ่งเฉี่ยน เบื้องหน้าของนางพลันปรากฏแสงสว่างวาบออกมาเป็แสงสีทองหนังสือเล่มหนึ่งเขียนชื่อหน้าปกว่า 《ตำราทักษะข้าวผัดไข่》กำลังหมุนเข้ามาหานาง
พ่าบ! ตำราเล่มนั้นตีเข้ามากลางหน้าผากนางอย่างไร้สุ้มเสียงและหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เฟิ่งเฉี่ยนโคลงศีรษะ มีความรู้สึกแปลกประหลาดชนิดหนึ่งราวกับวิธีการทำข้าวผัดไข่ได้สลักลึกเข้าไปในสมองของนางกลายเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายนาง
“ที่แท้การทำข้าวผัดไข่ยังต้องเรียนรู้อีกมากมายการคัดเลือกวัตถุดิบจำเป็ต้องใช้วัตถุดิบที่มีพลังทั้งสิ้น เรียกสั้นๆ ว่าวัตถุดิบเทพ...นี่เป็เื่ไม่ง่ายดาย!”
ระหว่างที่นางทอดถอนใจ รัศมีสังหารสายหนึ่งได้กดดันเข้ามาในบรรยากาศนี่เป็สัญชาตญาณจากการเป็นักฆ่าที่เฉียดความตายมาแล้วนับไม่ถ้วนของนางสัญชาตญาณของนางไม่เคยผิดพลาดมาก่อน!