ตอนที่ 8 ขนมแป้งทอดธัญพืช (2)
เมื่อเยี่ยซื่อออกจากครัวมาพร้อมกับอาหารหมู ก็เห็นสามพี่น้องกำลังเดินไปด้านนอกพอดี เห็นสภาพเช่นนี้แล้ว ย่อมรู้ว่าพวกเขาถูกส่งออกไปตัดฟืนอีกแล้ว แววตาพลันหม่นแสงลงโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกสงสารและถือโทษตัวเองพลุ่งพล่านในใจไม่รู้จบ ลูกสาวตนเพิ่งจะหายจากอาการป่วย ไหนเลยจะทนงานหนักเช่นนี้ได้
“พวกเ้าระวังกันหน่อย จำไว้ว่าห้ามเข้าไปในูเาลึกเด็ดขาด”
เยี่ยซื่อรู้ดีว่าต่อให้ตนพูดมากอีกเท่าไรก็ไม่อาจเปลี่ยนคำตัดสินของแม่สามีได้ เพียงเหลือบมองที่โถงหลักปราดหนึ่ง แล้วขยิบตาให้คนทั้งสามพลางพูดขึ้นว่า
“ไปที่ห้องแล้วใส่เสื้อผ้าเพิ่มอีกหน่อย บนูเาในยามฤดูใบไม้ร่วงอากาศหนาวเย็น ต้องดูแลน้องสาวของเ้าให้ดีเล่า”
ถึงแม้เมื่อครู่เยี่ยซื่อจะอยู่ในห้องครัวคนเดียว ทว่านางก็ได้ยินความเคลื่อนไหวในโถงหลักแล้ว รู้ว่าหลี่จางซื่อถูกลวกจนาเ็ ก็เลยไม่กล้าไปพบนางให้เื่แย่กว่าเดิม เพื่อเด็กทั้งสองจะได้ไม่รับโทษมากไปกว่านี้
หลี่เฉินรู้ว่าท่านแม่กำลังบอกเป็นัยให้พวกเขากลับไปที่ห้อง ในบ้านยังมีผลไม้และน้ำผึ้งที่เหลือจากเมื่อคืนนี้ซึ่งเติมเต็มท้องให้อิ่มได้ เขาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองน้องหญิงหลี่ซินคราหนึ่ง
หลี่ซินกลับส่ายศีรษะ เดินไปด้านข้างเยี่ยซื่อ แสร้งทำเป็จัดแจงเสื้อผ้าให้นาง แต่ความจริงแอบยัดขนมแป้งทอดธัญพืชที่อยู่ในมือใส่ไว้ในอ้อมแขนอีกฝ่าย เอ่ยว่า “ไม่ต้องแล้วเ้าค่ะ ท่านแม่ พวกเราไม่หนาว ท่านยุ่งมาั้แ่เช้าแล้ว เสื้อผ้าชุ่มไปด้วยเหงื่อหมดแล้ว รีบกลับไปเปลี่ยนชุดที่ห้องเถิด ประเดี๋ยวจะเป็หวัดเอาได้นะเ้าคะ”
หลี่ซินเอ่ยจบก็ย่ำเท้าออกไปด้านนอก เสี่ยวสือโถวรีบตามไป หลี่เฉินก่อนจะไปกลับขยิบตาให้มารดา สื่อถึงว่าเขาจะดูแลน้องสาวให้ดี
เยี่ยซื่อแอบซ่อนขนมอบในมือไว้ในแขนเสื้อโดยสัญชาตญาณพลางมองลูกๆ จากไป พลันเกิดความรู้สึกอบอุ่นในใจขึ้นมา แต่นางไม่พูดอะไรอีก ยกอาหารหมูไปที่เล้าหมูในสวนหลังบ้าน
ครั้นเมื่อหลี่ซินออกจากประตูลานบ้านสกุลหลี่ได้ก็สูดหายใจลึกคำหนึ่ง รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นในบัดดล สายตากวาดมองสำรวจไปรอบๆ
ทั้งสี่ด้านล้อมรอบไปด้วยูเาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา มีทางเดินเข้าออกหมู่บ้านไปด้านนอกเพียงทางเดียว นอกจากหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว ก็ไม่เห็นควันไฟจากบ้านเรือนหลังไหนอีก เสมือนหมู่บ้านแห่งนี้เป็หมู่บ้านที่ตัดขาดจากโลกภายนอกแห่งหนึ่ง
ทั่วทั้งหมู่บ้านซั่งหยางถูกปกคลุมไปด้วยแสงยามเช้า ยอดไม้และหลังคาอาบย้อมด้วยแสงสีสันสวยงาม
ถนนเล็กสายหนึ่งทอดยาวจากประตูบ้านของตระกูลหลี่ใต้เชิงเขาเสี่ยวชิงทางทิศตะวันตก ยืดยาวคดเคี้ยวไปทะลุเข้าสู่ทางเข้าหมู่บ้านซั่งหยาง
ต้นไม้ใบหญ้ากระจัดกระจายตามข้างถนนอยู่เป็กระจุก ในหมู่บ้านซั่งหยางที่ปลายสุดถนนเล็กมีบ้านพักน้อยใหญ่หรือทั้งใหม่เก่าตั้งเรียงรายกันอย่างเป็สัดส่วน ผสมปะปนไปกับต้นไม้เก่าแก่สูงใหญ่หลายต้น หากมองจากใจกลางบ้านเรือนเหล่านี้ออกมาจะเห็นตัวหมู่บ้านทั้งหมด
ทางเหนือของหมู่บ้านเป็ท้องนาขนาดใหญ่ทอดยาวไปถึงริมแม่น้ำเสี่ยวชิง ข้าวในนาถูกเก็บเกี่ยวจนหมดแล้ว ฟางข้าวถูกมัดรวบไว้ตรงปลายด้านหนึ่ง ส่วนด้านล่างของมัดฟางยืนตั้งเป็รูปสามเหลี่ยมคล้ายกับทหารยืนเรียงเป็คนๆ ไป
สองขอบทุ่งนากว้าง ทุ่งหญ้าริมแม่น้ำ ทั้งยังสวนดอกเบญจมาศสีเหลืองทองที่บานสะพรั่งอยู่ทุกแห่งหน รวมไปถึงชาวบ้านที่ลุกขึ้นมาทำงานแต่เช้าตรู่และเด็กเลี้ยงวัวริมแม่น้ำ สิ่งเหล่านี้ประกอบกันเป็ภาพอันงดงามน่าหลงใหล
“ซินเอ๋อร์ ทางนี้!”
หลี่เฉินเห็นน้องสาวยืนแน่นิ่งอยู่ตรงประตูลานบ้าน คิดว่านางเสียใจกับเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ พลันเอื้อมมือไปดึงนางก้าวเท้าเดินไปทางูเาด้านหลัง
จนกระทั่งไกลจากบ้านสกุลหลี่แล้ว หลี่เฉินถึงแอบหยิบขนมแป้งทอดธัญพืชชิ้นหนึ่งออกมาจากอก แล้วยื่นส่งให้หลี่ซิน แม้แต่เสี่ยวสือโถวก็ยังทำแบบเดียวกัน
“ซินเอ๋อร์ กินเถอะ กินอิ่มแล้วถึงจะมีแรงทำงาน”
ฉากภาพอันอบอุ่นราวกับฉายชัดในหัวของหลี่ซินนับไม่ถ้วน นางทอดถอนใจ แล้วรับขนมแป้งทอดธัญพืชเพียงอันเดียวของหลี่เฉินมา มองท่าทีระแวดระวังของพวกเขาแล้วก็รู้สึกซาบซึ้งใจและเ็ปใจยิ่งนัก
สี่แม่ลูกครอบครัวนี้ใช้ชีวิตในแต่ละวันไม่เหมือนคนเลยสักนิด ต่อให้เป็ทาสที่ถูกซื้อมา เกรงว่าก็คงไม่มีสภาพเช่นนี้
โชคดีที่พี่ชายน้องชายสองคนนี้ฉลาดหัวไว แอบหยิบของกินออกมาบ่อยครั้ง ไม่อย่างนั้นเกรงว่าสองแม่ลูกคู่นี้คงได้อดตายไปนานแล้ว
“พี่หญิง ของข้าอันนี้ก็ให้ท่านเหมือนกัน รีบหยิบไปเถอะ พวกเรากินกันแล้ว ส่วนนี่น้ำ ระวังด้วย อย่าสำลักล่ะ”
เสี่ยวสือโถวเห็นนางหยิบแค่ชิ้นนั้นของพี่ใหญ่ ก็ยัดอีกสองชิ้นในมือตนใส่เข้าไปในมือนาง แล้วถึงจะก้าวยาวไปข้างหน้า