ยาวิเศษที่เนี่ยหลีมอบให้นี้สามารถเทียบกับความมั่งคั่งของครอบครัวชั้นสูงบ้านหนึ่งได้ทีเดียว
เนี่ยหลีมอบสูตรยาให้แก่สมาคมนักปรุงยาวิเศษตั้งมากมาย ดังนั้นในส่วนของยาวิเศษ สมาคมนักปรุงยาวิเศษย่อมต้องทำสุดความสามารถเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อให้เนี่ยหลีพอใจยาวิเศษที่มอบให้แก่เนี่ยหลีนี้มีจำนวนเท่ากับหนึ่งในห้าส่วนที่สมาคมนักปรุงยาวิเศษมีกล่าวได้ว่านอกจากสมาคมนักปรุงยาวิเศษแล้วผู้ที่มียาอยู่ในมือมากที่สุดก็คือเนี่ยหลีนี่เอง
“นอกจากยาเสริมพลังวิญญาณ ยารวมสมาธิ และยาสงบอารมณ์แล้วข้ายังมียากลั่นร่างสีแดงและยาแปรรูปเก้าขั้น...” เนี่ยหลีจงใจค้างคำพูดของตนไว้
กระทั่งยาระดับตำนานเช่นยากลั่นร่างสีแดงและยาแปรรูปเก้าขั้นก็ยังมี! ดวงตาของเนี่ยไห่และเนี่ยเอินร้อนผะผ่าวขึ้นมาจนไม่อาจบรรยายได้แล้ว
“ยาวิเศษสองอย่างนี้ท่านประมุขคงไม่คิดให้ข้าบริจาคพวกมันออกมาให้แก่ตระกูลอย่างเปล่าๆ หรอกนะ...” ความหมายในคำพูดของเนี่ยหลีก็คือ หากเนี่ยไห่อยากได้ยาทั้งสองตัวนี้จากเขาก็จะต้องทำตัวดีๆ ยื่นข้อเสนอดีๆ ให้แก่เขา
“แน่นอนอยู่แล้วสมบัติส่วนตัวของคนในตระกูลย่อมต้องได้รับความคุ้มครองจากตระกูล!” เนี่ยไห่รีบพูด ในใจค่อนข้างกังวล เขาจะสามารถยื่นข้อเสนอดีๆอันใดให้แก่เนี่ยหลีได้เล่า?
เนี่ยเอินที่อยู่ด้านข้างพลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้และพูดว่า “จริงสิ ท่านประมุข ตระกูลเทียนเหินของพวกเรามีประวัติศาสตร์อันยาวนานสมบัติตกทอดมาแต่โบราณของตระกูลก็ยังมีของดีๆ เหลืออยู่อีกมากในเมื่อเสี่ยวหลีได้รับการคัดเลือกให้เข้าเรียนในชั้นเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์ของโรงเรียนเซิ่งหลันพวกเราสมควรจะอนุญาตให้เสี่ยวหลีเข้าไปในหอเก็บสมบัติเพื่อเลือกของสักชิ้นหนึ่งหรือไม่?”
‘หอเก็บสมบัติของตระกูลเทียนเหิน?’ เนี่ยหลีหวั่นไหวเล็กน้อยในชีวิตหนก่อน เนี่ยหลีไม่เคยได้เข้าไปในหอเก็บสมบัติของตระกูลเทียนเหินในฐานะที่เป็นตระกูลอันมีประวัติที่มายาวนานผู้สืบเชื้อสายของหนึ่งในสิบเจ้าเมืองแห่งยุคอาณาจักรวายุหิมะภายในหอเก็บสมบัติของตระกูลเทียนเหินคงต้องมีอะไรดีๆ อยู่บ้าง
มรดกมากมายที่ตกทอดมาแต่ครั้งโบราณเนี่ยไห่และผู้อื่นอาจไม่รู้จักคุณค่าของพวกมัน ทว่าเนี่ยหลีไม่เหมือนกันเนี่ยหลีเคยตรวจสอบสมบัติล้ำค่ามามากมายในชีวิตหนก่อน โดยทั่วไปแล้ว สมบัติล้ำค่าทั้งหลายย่อมไม่อาจหลุดรอดไปจากสายตาของเนี่ยหลีได้
“ผู้อาวุโสเนี่ยเอิน ยากลั่นร่างสีแดงเพลิงนี้ หลังจากที่ท่านกลับไปนำไปกลั่น จะเป็นประโยชน์ต่อการเสริมร่างกายของนักสู้เป็นพิเศษ!” เนี่ยหลีส่งมอบยากลั่นร่างสีแดงเพลิงเม็ดหนึ่งให้แก่เนี่ยเอินและพูด
“ขอบใจเสี่ยวหลี!” เนี่ยเอินเวลานี้บังเกิดความตื่นเต้นเล็กน้อยที่ตลาดภายนอก ยากลั่นร่างสีแดงเพลิงนี้ถูกปั่นจนมีราคาแพงลิ่วพูดกันว่ายาเม็ดหนึ่งมีราคามากกว่าหนึ่งล้านเหรียญจิตอสูร
เนี่ยไห่อิจฉาขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว ยากลั่นร่างสีแดงเพลิงนี้ไม่เพียงมีประโยชน์กับนักสู้เท่านั้นกับผู้ควบคุมจิตอสูรก็มีประโยชน์ไม่น้อย
“เสี่ยวหลีเอ๋ย ตระกูลเทียนเหินก็เป็นบ้านของเจ้าหอสมบัติของตระกูลเทียนเหินก็คือหอสมบัติของเจ้าด้วยเช่นกันหากมีสิ่งใดในนั้นต้องตาเจ้า เจ้าก็สามารถนำออกมาได้ตามสบาย!” เนี่ยไห่รีบเห็นด้วยกับเนี่ยเอินและพูดแม้ในหอเก็บสมบัติยังมีของเหลืออยู่บ้าง ทว่าของที่ใช้ได้อันที่จริงล้วนถูกนำออกมาขายหมดแล้วส่วนที่เหลืออยู่ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาใช้ไม่ได้ได้แต่หวังให้เนี่ยหลีชมชอบของภายในหอนั้น หยิบไปสักมากหน่อยเนี่ยหลีมอบยาวิเศษให้แก่ตระกูลนี่ก็มีมูลค่าเทียบเท่ากับหอเก็บสมบัติทั้งหลังที่ตระกูลคอยปกปักษ์รักษาเอาไว้แล้ว
“ท่านประมุขช่างใจกว้างเสียจริงที่ผ่านมาข้าเข้าใจท่านประมุขผิดมาตลอดทีเดียว นี่คือยากลั่นร่างสีแดงเพลิงข้าขอมอบให้แก่ท่านประมุข รอจนข้าเข้าไปในหอสมบัติแล้ว ข้าจะส่งมอบยากลั่นร่างสีแดงเพลิงนี้หนึ่งร้อยเม็ดและยาแปรรูปเก้าขั้นหนึ่งร้อยเม็ดให้แก่ทางตระกูล!” เนี่ยหลีพูดเบาๆในเมื่อเขามียาวิเศษมากมายอยู่ในมือ บริจาคออกไปเพียงน้อยนิดย่อมไม่นับประสาอะไร
เมื่อได้ยินคำพูดของเนี่ยหลี ดวงตาของเนี่ยไห่ก็เบิกกว้างแล้วแทบอยากจะบินกลับไปถึงตระกูลเทียนเหินเสียเดี๋ยวนี้!
การประมูลยังคงดำเนินต่อไป การประมูลยาวิเศษสิ้นสุดไปเรียบร้อยแล้ว
เหลยจั๋วและเจียงหมิงสองคนชำเลืองมองเนี่ยไห่
“เมื่อครู่เนี่ยไห่คงแกล้งทำเป็นอวดรวยอย่างแน่นอน จ่ายเงินออกไปสองล้านเหรียญจิตอสูรซื้อของไปตั้งกองเบ้อเริ่ม แต่พอมาถึงการประมูลยาวิเศษก็คงไม่เหลือเงินทองอะไรแล้ว!” เหลยจั๋วทำเสียงฮึขึ้นจมูกคราหนึ่ง
เจียงหมิงก็กล่าวเสริมว่า “แม้ชุดเกราะระดับทองจะมีประโยชน์แต่ก็ใช้ได้กับคนๆ เดียวเท่านั้น ยังมีประโยชน์เฉพาะเวลาต่อสู้เท่านั้นด้วยอย่างไรก็ไม่อาจเทียบกับยาเหล่านี้ได้เลยเดาว่าเนี่ยไห่คงต้องเสียใจจนไส้เขียวคล้ำไปหมดแล้ว!”
สิ่งที่พวกเขาไม่ทราบก็คือเนี่ยไห่กับพวกได้รับยาวิเศษมากมายจากเนี่ยหลีแล้วผู้ใดยังจะสนใจยาในการประมูลเหล่านั้นอีกเล่า?
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นี่เองเนี่ยหลีก็เริ่มประมูลอย่างเมามันอีกหนหนึ่ง รวดเดียวก็ประมูลสำเร็จไปถึงห้าหกล้านเหรียญจิตอสูรตราบใดที่เขาสนใจวัตถุเหล่านั้นแม้เพียงน้อยนิด เขาก็จะประมูลในเมื่อมีเงินมากมายเหลือเฟือจนใช้ไม่หมด แผ่นผลึกอสูรมากมายถูกเก็บอยู่ในแหวนมิติกินพื้นที่เสียเปล่าๆ ซื้อของที่มีประโยชน์มาใช้บ้างจะไม่ดีกว่าหรือ
ที่แท้ตระกูลเทียนเหินไม่สนใจยาวิเศษเหล่านั้น มิใช่ไม่มีเงิน!
เหลยจั๋วและเจียงหมิงพลันหน้าร้อนผ่าวๆ แล้ว พระเจ้า! ตระกูลเทียนเหินร่ำรวยปานนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันในใจของพวกเขาเศร้าสลดยิ่ง
ผ่านการประมูลไปอีกราวครึ่งชั่วโมง เนี่ยหลีซื้อของไปสิบกว่าอย่างทว่าก็ไม่มีของชิ้นใดทำให้เนี่ยหลีตื่นเต้นได้ จึงเริ่มรู้สึกเบื่อจนแทบตายแล้ว
เวลานี้เองแม่นางน้อยผู้ดำเนินการประมูลผู้นั้นพลันเพิ่มเสียงและพูดด้วยน้ำเสียงดึงดูดใจยิ่งว่า“การประมูลใกล้สิ้นสุดลงแล้ว ดังนั้นพวกเรากำลังจะเปิดการประมูลวัตถุล้ำค่าหายากอันประเมินค่ามิได้ชิ้นหนึ่ง!”
ครั้นสิ้นเสียงของแม่นางน้อยผู้ดำเนินการประมูลคนกว่ายี่สิบคนเดินเข้ามาในห้องประมูล คนเหล่านี้สวมชุดจีนโบราณภายใต้การนำทางของแม่นางน้อยผู้เลอโฉมหลายคนทุกคนเดินขึ้นบันไดตรงไปถึงชั้นสามของห้องประมูล
ทั่วทั้งห้องเริ่มส่งเสียงเอะอะวุ่นวาย
“ท่านผู้นั้นข้าจำได้ เป็นผู้อาวุโสท่านหนึ่งของตระกูลเฟิงหมิงพวกตระกูลชนชั้นสูงตระกูลหนึ่ง!”
“นั่นเป็นผู้อาวุโสของตระกูลอี้หลง!”
“นั่นเป็นผู้อาวุโสของตระกูลเสินเซิ่ง!”
...
“พวกเขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
“ได้ยินว่าครั้งนี้ ตระกูลหงเยวี่ยได้สมบัติล้ำค่าที่หาใดเทียมมิได้มาชิ้นหนึ่งจากส่วนลึกของซากเมืองมืดและดังนั้นจึงเปิดงานประมูลและเชื้อเชิญทั้งสามตระกูลหลักกับอีกหกตระกูลชนชั้นสูงมาร่วมงานประมูล!”
ของที่ถูกนำออกมาประมูลเมื่อครู่ พวกยักษ์ใหญ่เหล่านี้คงไม่มีความสนใจนักไม่ว่าอย่างไร พวกเขาสามารถหาซื้อได้จากสำนักประมูลอื่นๆวัตถุประสงค์ในการเดินทางมาครั้งนี้ก็คือเจ้าวัตถุล้ำค่าที่หาใดเทียบของตระกูลหงเยวี่ยนี่เอง!”
“ที่แท้พบจากส่วนลึกของซากเมืองมืด โอ้สวรรค์พวกเขากล้าไปสำรวจถึงซากเมืองมืดด้วยหรือนี่!”
ซากเมืองมืดรึ? เนี่ยหลีหวนนึกถึงสถานที่แห่งนั้นในชีวิตหนก่อน เขาไม่ได้เข้าไปในสถานที่แห่งนั้นเพียงแค่เคยได้ยินผู้คนบอกว่าซากเมืองมืดเป็นสถานที่แห่งฝันร้ายมีเพียงยอดยุทธ์ระดับทองดำขึ้นไปเท่านั้นจึงกล้าเข้าไปในนั้นมีสัตว์อสูรที่น่ากลัวรวมตัวกันอยู่
กล่าวกันว่าที่นั่นเคยเป็นสถานที่ที่ผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานผู้หนึ่งอาศัยอยู่ก่อนยุคมืดผู้ควบคุมจิตอสูรผู้นั้นหลอมรวมเข้ากับจิตอสูรที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งตนหนึ่งหลังจากที่ผู้ควบคุมจิตอสูรผู้นั้นตายสถานที่แห่งนั้นจึงกลายเป็นสถานที่อาศัยของจิตอสูรแห่งฝันร้าย
จิตอสูรแห่งฝันร้ายเป็นจิตอสูรที่ลึกลับและน่ากลัวเป็นที่สุดพวกมันมีพลังลึกลับมากมายที่แม้แต่เนี่ยหลีก็ยังรู้จักเพียงบางส่วนและจิตอสูรแห่งฝันร้ายนี้เป็นจิตอสูรที่จับได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง!
ไม่ทราบครั้งนี้ สำนักประมูลหงเยวี่ยได้อะไรมาจากซากเมืองมืดกันแน่
ในใจของเนี่ยหลีก็อดที่จะตั้งตารอคอยขึ้นมามิได้แล้วของที่สำนักประมูลหงเยวี่ยจะนำออกมาประมูลในครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเป็นของอะไร?