บทที่ 5 เงินตรานั้นมีไว้ให้สตรีแลเห็น!
เฉินเสวียนทงพยักหน้า “ยังดีที่์ส่งเสียงบอกพวกข้าว่า นี่เป็ความทุกข์ยากของฉางอัน เป็โชคชะตาของเขา! ให้พวกเรารออย่างช้า ๆ มิเช่นนั้น พวกข้าคงต้องคลุ้มคลั่งกันไปทั้งปี!”
ทุกคนพยักหน้าเล็กน้อย
เฉินเสวียนทงมองไปยังทุกคน ก่อนพูดเย้ยหยันออกมาว่า “ดูเหมือนว่าที่ผ่านมาพวกเราคงทำตัวต้อยต่ำเกินไป จนทำให้ผู้อื่นไม่ยอมเหลียวแลตระกูลเฉินของพวกเรา ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป หากผู้ใดบังอาจลอบกัด หรือรังแกผู้น้อย ท้าทายคุณชายของพวกเรา... ฆ่ามันให้หมด! ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็ผู้ใด!”
“ขอรับ!!!”
เหล่าผู้าุโทั้งเก้าคำรามพร้อมกัน พลังปราณพลันเพิ่มพูนขึ้น บิดเบือนห้วงมิติโดยรอบ
พลังเช่นนี้หาใช่ขั้นราชัน์ที่ผู้คนรับรู้ไม่ หากแต่เป็...
“เอ่อ… คุณชายใหญ่จะไปถอนหมั้นที่ตระกูลกู้ในอีกสามวันข้างหน้า!”
"แต่ตามที่พวกข้าได้ข่าวมา เ้านั่นยังอยู่ในตระกูลกู้ พวกข้าควรจะใช้ท่าทีเช่นไรไปเผชิญหน้ากับมันดี?"
ครานี้ ผู้เฒ่าอายุมากที่สุดในกลุ่มเอ่ยขึ้น น้ำเสียงติดจะเย้ยหยัน
"ท่าทีเช่นไรได้อีกล่ะ? คุณชายใหญ่ว่าอย่างไร พวกเราก็ทำอย่างนั้น! ใครไม่ยอม พวกเราก็จะสั่งสอนมันเอง!" เฉินเสวียนทงกล่าวอย่างเ็า
"เข้าใจแล้ว!" เสียงขานรับดังขึ้นเป็ทิวแถว
ทันใดนั้น นายท่านเก้าก็ก้าวออกมา "เช่นนั้นข้ากับท่านแปดขออาสาไปด้วยก็แล้วกัน จะได้ไปพบปะกับสองตาแก่นั่นจากแคว้นไท่ชางเสียหน่อย!"
"ฮ่า ๆ เช่นนั้นก็ดี!"
นายท่านแปดก้าวออกมาพยักหน้ารับคำ ชายผู้นี้มีท่าทางเป็บัณฑิตผู้คงแก่เรียน
เื้ัสะพายดาบเล่มหนึ่งไว้ ปลายดาบพันไว้ด้วยผ้า ปกปิดคมไว้ บุคลิกของเขาช่างสุขุมลุ่มลึก
แต่ระหว่างที่เอ่ยถ้อยคำ ดวงตากลับฉายแววคมกริบ
“ข้าไม่คิดเลยว่าเฉินฉางอันเพียงห่างหายไปปีเดียว กลับกลายเป็ผู้ใหญ่เช่นนี้ รู้ถึงความยากลำบากของตระกูล ถึงกับเอ่ยปากทวงคืนทรัพยากรที่มอบให้แก่แม่นางกู้ชิงเฉิง นี่ช่างเป็สิ่งที่ข้าคาดไม่ถึง” ณ เวลานั้น ผู้าุโคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเปี่ยมล้นไปด้วยความยินดี
“อืม ไม่เลว” ผู้าุโคนอื่นผงกศีรษะเห็นด้วย “แต่พวกเราก็ต้องแสดงออกถึงความลำบากใจ ให้เขาได้รู้ถึงความยากเข็ญ จะได้เป็แรงผลักดันให้เขาขยันหมั่นเพียร ไม่ใช่กลายเป็คุณชายสุรุ่ยสุร่ายไป”
เหล่าผู้าุโต่างสบตากัน แล้วยิ้มออกมาอย่างรู้กัน
ณ เวลาเดียวกัน ที่ตระกูลกู้
ทุกคนในตระกูลต่างพากันประจบประแจงชายหนุ่มผู้หนึ่ง นามว่า จวินอู๋เจวี้ยน
ภายในโถงใหญ่ จวินอู๋เจวี้ยนนั่งอยู่บนบัลลังก์ สายตาดูหยิ่งทระนง เหนือกว่าสิ่งใด
เมื่อได้ยินเสียงร่ำไห้ฟูมฟายของกู้ชิงเฉิง จวินอู๋เจี้ยนก็เอ่ยขึ้นอย่างดูแคลน "ชิงเฉิง เ้าจงวางใจเถิด อีกสามวันให้หลัง หากไอ้เฉินฉางอันกล้ามา ข้าจะบังคับมันให้คุกเข่า ขอขมาต่อหน้าเ้าเอง!"
คำพูดของจวินอู๋เจี้ยน ทำให้ผู้คนภายในโถงใหญ่ต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
บิดาของกู้ชิงเฉิง หรือกู้ชิงซาน ยิ้มกล่าวอย่างนอบน้อม "ชิงเฉิง เหตุใดเ้ายังไม่รีบขอบคุณอีก หากมิใช่เพราะเขา พวกเราก็คงถูกตระกูลเฉินรังแกเป็แน่!"
"เ้าค่ะ ท่านพ่อ"
กู้ชิงเฉิงยิ้มหวาน ก่อนจะหันไปคารวะจวินอู๋เจี้ยน อากัปกิริยาดูนุ่มนวลชวนมอง "ขอบพระคุณท่านเป็อย่างยิ่ง พระคุณของท่านในครั้งนี้ ข้าน้อยจะจดจำไว้ไม่มีวันลืม"
"ฮ่า ๆ ๆ เ้าช่างเกรงใจไปชิงเฉิง เื่ของเ้าก็เหมือนเื่ของข้า! ผู้ใดรังแกเ้า ก็เท่ากับรังแกข้า!" จวินอู๋เจี้ยนหรี่ตาลง เดินเข้าไปหาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะจับมืออันเนียนนุ่มของกู้ชิงเฉิงไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"นั่นสิชิงเฉิง คุณชายมีใจให้เ้าขนาดนี้ เหตุใดเ้าจึงยังไม่เข้าใจอีกหรือ? เ้าอย่าได้ทำให้ความหวังดีของเขา ต้องสูญเปล่าไปเชียวนะ"
หลิ่วซือซือเอ่ยปากสนับสนุนด้วยใบหน้าเปี่ยมความหมายแฝง
คำพูดของนาง ทำเอาหญิงงามอย่างกู้ชิงเฉิงอับอายจนต้องก้มหน้าลง
ท่าทางเช่นนั้น ทำให้ใจของท่านอ๋องอย่างจวินอู๋เจี้ยนรุ่มร้อน อยากจะััริมฝีปากนุ่มนิ่มใจจะขาด แต่รอบกายกลับมีผู้คนมากมายนัก
"อะแฮ่ม... ฮ่า ๆ ๆ ซือซือพูดได้ถูกต้องแล้ว!" เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนส่งสายตาให้กัน กู้ชิงซานก็เอ่ยปากขึ้นด้วยความยินดี "หากท่านอ๋องมีใจให้กับบุตรสาวของข้า รอให้นางสลัดหลุดจากพันธสัญญากับตระกูลเฉินได้แล้ว ข้ายินดียกนางให้เป็ฮูหยินของท่านอ๋อง!"
ได้ยินดังนั้น บรรดาผู้คนรอบข้างต่างก็ยิ้มแย้มแจ่มใส
กู้ชิงเฉิงก้มหน้าลงต่ำยิ่งกว่าเดิม พึมพำว่า "ท่านพ่อ พูดอะไรเช่นนี้เ้าคะ"
กล่าวจบ นางก็รีบดึงแขนเสื้อของหลิ่วซือซือ ก่อนวิ่งจากไปด้วยความเขินอาย
ระหว่างที่จากไป สายตาของหลิ่วซือซือยังคงสอดประสานกับสายตาของจวินอู๋เจี้ยนอย่างมีความหมาย...
เมื่อเห็นท่าทางขวยเขินของกู้ชิงเฉิง บรรดาผู้คนรอบข้างก็พากันหัวเราะร่า
แต่บนใบหน้าของจวินอู๋เจี้ยนกลับมีเพียงรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความยินดี ก่อนจะแค่นเสียงเยาะเย้ยในใจ ‘ยังฝันจะเข้ามาเป็สะใภ้ตระกูลข้าอีกหรือ ฝันกลางวันแสก ๆ!’
‘อย่างไรก็ตาม... เล่นสนุกนิดหน่อยก็ไม่เสียหาย นางยังคงเป็หญิงพรหมอยู่มิใช่รึ…’
‘เฉินฉางอันผู้นั้น ปฏิบัติต่อนางดีถึงเพียงนั้น แต่กลับไม่แตะต้องนางเลย น่าขันนัก!’
แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แต่คำที่เอ่ยจากปากของจวินอู๋เจี้ยน กลับกลายเป็อีกอย่าง "ข้าได้แต่งกับนางก็นับเป็บุญของข้ายิ่งนัก!”
“เพียงแต่... ข้ายังคงต้องดูใจกับนางเสียก่อน ข้าไม่อาจหยาบโลนกับนางได้"
"ฮ่า ๆ ถูกต้องแล้ว ถูกต้องแล้ว คนหนุ่มสาวก็แบบนี้ ย่อมชอบพิธีรีตองอยู่บ้าง ข้าเข้าใจดี" กู้ชิงซานหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
เดิมทีตระกูลกู้ได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลเฉิน จึงทำให้พวกเขายืนหยัดในเมืองหลวงแคว้นต้าโจวได้อย่างรวดเร็ว
บัดนี้ได้พบกับผู้สนับสนุนที่ยิ่งใหญ่กว่า ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งนัก ที่ได้ให้กำเนิดบุตรสาวเช่นนี้!
"เช่นนั้น ข้าขอตัวไปหานางเยว่ชิงเฉิงก่อน" จวินอู๋เจี้ยนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
"เชิญคุณชายจวินตามสบาย!" กู้ชิงซานเอ่ยด้วยใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้ม
จากนั้น จวินอู๋เจี้ยนพร้อมด้วยบริวารหนึ่งคน และสองผู้าุโ ก็เดินออกจากห้องโถงตระกูลกู้ มุ่งหน้าไปยังสวนหลังบ้านตระกูลกู้
“คุณชาย ท่านคิดจะแต่งนางกู้ชิงเฉิงเป็ภรรยาจริงหรือขอรับ? เกรงว่าบิดาท่านจะ... ไม่เห็นด้วย” ระหว่างทาง ผู้าุโที่อยู่ข้างกายเอ่ยขึ้นเบา ๆ “อีกอย่าง... คุณหนูกู้ชิงเฉิงผู้นี้ดูเหมือนนางจะแอบบอกใบ้ให้คุณชายมอบของวิเศษต่าง ๆ ให้นาง คุณชาย... สตรีผู้นี้... นางช่างเ้าเล่ห์นัก”
“หึ! แต่งงานรึ? ฝันไปเหอะ ข้าแค่จะนอนกับนางก็เท่านั้น" จวินอู๋เจี้ยนกล่าวอย่างเหยียดหยัน สายตาเป็ประกายเ้าเล่ห์ “ส่วนเื่มอบของวิเศษให้นางน่ะหรือ... ข้าจะไปมอบให้ทำไมกัน!”
ระหว่างที่เดิน จวินอู๋เจี้ยนก็เอ่ยขึ้นอย่างเฉยเมยว่า “เงินทองน่ะ มีไว้ให้สตรีได้เชยชม มิใช่ให้พวกนางผลาญเล่น เข้าใจหรือไม่?”
“ปรีชาสามารถยิ่งนักขอรับ คุณชาย!” ผู้าุโที่อยู่ด้านหลังชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้าเห็นด้วย
“ว่าแต่... คุณหนูกู้ชิงเฉิงผู้นี้... นางช่างน่าสนใจนัก เดี๋ยวก็นางก็ทำทีเขินอายปฏิเสธ แต่แอบส่งสายตาให้ท่า ข้ารู้ทันหรอก! นาง้าให้ข้ายอมทุ่มเทให้กับนาง คิดจะทำให้ข้าหลงใหลหัวปักหัวปำงั้นรึ? ไม่มีทางเสียหรอก!”
"แม่นางผู้นั้นมิอาจได้ประโยชน์อันใดไป หากข้ายังมิได้ลิ้มรสเนื้อเชย!"
จวินอู๋เจี้ยนเอ่ยด้วยท่าทีดูแคลน
"ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ สตรีมากมายล้วนผ่านหัตถ์ข้ามานับไม่ถ้วน แค่นางขยับกายเพียงน้อย ข้าย่อมรู้ได้ทันทีว่านางปรารถนาสิ่งใด"
สามวันผ่านไป…
เื่ราวการกลับมาของเฉินฉางอันแพร่สะพัดไปทั่วทุกตรอกซอกมุมของเมืองหลวง ก่อให้เกิดความปั่นป่วนไปทั่วหล้า
เดิมทีเขาคืออัจฉริยะผู้เฉิดฉาย แต่บัดนี้กลับไร้ซึ่งพลังยุทธ์ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะปลุกความคิดเล็กคิดน้อยในหมู่ผู้คน
บัดนี้ สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่ตระกูลกู้...