“เริ่มตกกลุมรักฉันแล้วสินะคะรุ่นพี่..”
“ยะ ย่าห์ พูดบ้าอะไรของเธอกันยะ”
"แน่ะๆ"
"แน่ะอะไร..ถ้าได้เล่นพอแล้วก็รีบกลับกันได้แล้ว"
ยื่นมือไปคว้าข้อมือของพิชญาแล้วออกแรงลากออกไปแต่ก็โดนเธอรั้งเอาไว้
“เดี๋ยวๆๆ เดี๋ยวก่อนสิ ฉันยังเล่นไม่หมดเลยอ่ะ ดูดิ! เหรียญเหลืออยู่ตั้งเยอะแน่ะ”
“เอาไปแลกตังค์คืนสิ”
“อ๋าาาา.....ไม่เอา จะเล่นให้หมดก่อนแล้วค่อยกลับ..”
“เฮ้ยย!! แต่นี่มันสองทุ่มกว่าแล้วนะ”
“หาาา..สองทุ่มหรอ”
“ก็เออดิ กลับบ้านดึกขนาดนี้พ่อแม่เธอไม่ว่ารึไง รีบพาฉันกลับเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันกว่าพ่อกับแม่ด่าเพราะกลับบ้านดึกดื่นโดยที่ไม่บอกท่านก่อน”
ว่าแล้วก็ปล่อยมือจากพิชญาแล้วตั้งท่าจะเดินหนีแต่พิชญาก็คว้าแขนเธอเอาไว้แล้วก้มหน้าลงมองพื้น
“อะไรของเธออีกเนี่ย”
หันกลับไปหา
“ทำไมก้มหน้าทำหน้าตาแบบนั้นน่ะ"
นัทธมนกล่าวถามเมื่อเห็นพิชญาทำสีหน้าไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่
“ดีจังเลยเนาะ ที่รุ่นพี่มีคนที่คอยห่วงใยถึงขนาดนี้ ผิดกับฉันนี่สิ! ที่แม่ทิ้งฉันไปั้แ่เด็ก..แล้วป๊าก็เอาเมียใหม่ ไม่เคยสนใจหรือห่วงใยฉันแบบนี้เลยสักนิด ใช้ชีวิตบ้าๆบอๆไปวันๆ ไม่รู้ว่าชีวิตจะลงเอยแบบไหน”
หลังจากที่ก้มหน้าพูดจนจบก็เงยหน้าขึ้นมา
“แต่ก็ไม่เป็ไร..สนุกดี!!”
พูดจบก็เผยยิ้มออกมาแล้วลดมือตัวเองลงมาจับมือรุ่นพี่สาวอย่างนัทธมนแล้วพาเธอเดินไปแลกเหรียญเป็เงินสดคืนแล้วพาเธอไปส่งบ้าน
บรรยากาศบนรถนั้นก็ช่างเงียบสนิทราวกับว่าไม่มีใครอยู่ในรถ แต่นัทธมนก็แอบลอบมองพิชญาที่เป็ฝ่ายขับรถอยู่เป็ระยะๆ จนในที่สุดเธอก็เป็ฝ่ายเริ่มต้นบทสนทนาในรถก่อน
“ขอโทษด้วยนะ ฉันไม่รู้จริงๆว่าพ่อกับแม่เธอท่านแยกทางกัน”
“ไม่เป็ไรหรอก ฉันไม่ได้พูดเื่นี้ให้ใครฟังอยู่แล้ว แม้กระทั่งเพื่อน..รุ่นพี่เป็คนแรกเลยแหละ”
“แต่ถึงยังไงก็ต้องขอโทษ..ฉันไม่ควรพูดแบบนั้นั้แ่แรก ถ้ารู้ว่าเธอจะ..”
“อะไรกันเล่ารุ่นพี่ อยู่ดีๆก็จะพูดเื่ดราม่าขึ้นมาได้ คิดว่าฉันจะรู้สึกอะไรงั้นหรอ มันก็แค่อดีตที่เลวร้าย แต่ฉันลืมมันไปแล้วแหละ และไม่คิดจะเก็บมันมาใส่ใจด้วยซ้ำ”
“แต่น้ำเสียงเธอมันบ่งบอกว่าเธอไม่ค่อยโอเค..”
“ไม่โอเคอะไร..ก็แค่ป๊าพาเมียใหม่เข้าบ้าน ม้าไม่พอใจก็เลยหนีออกจากบ้านโดยไม่พาฉันไปด้วย และนับจากวันนั้น ฉันก็ไม่ได้เจอแม่อีกเลยก็เท่านั้น”
ฉันล่ะก็ไม่คิดมาก่อนเลยว่าคนที่มองภายนอกแล้วออกจะดูร่าเริงสดใส เื้ัแล้วเค้าจะมีอดีตที่เ็ปขนาดนี้ แต่เธอก็ไม่เคยแสดงมุมที่อ่อนแอของตัวเองออกมาให้ใครได้เห็นเลย นอกจากทำตัวกวนตีนคอยยั่วต่อมประสาทให้ฉันโมโหได้อยู่ทุกวัน
“ถ้างั้นต่อไปฉันจะไม่พูดแบบนั้นกับเธออีกก็แล้วกัน”
“ว่าแต่เทอมนี้เทอมสุดท้ายของรุ่นพี่แล้วนี่นะ รุ่นพี่คิดจะเข้ามหาวิทยาลัยไหนหรอ ได้คิดไว้ยัง..”
“ถามทำไม..ฉันจะเรียนต่อไหนก็เื่ของฉันไม่เกี่ยวกับเธอ”
“อ้าวว..ไมเปลี่ยนคำพูดน้ำเสียงจากหน้ามือเป็หลังตีนงี้ล่ะ เมื่อกี้ยังพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิดกับฉันอยู่เลยอ่ะ”
“ก็เราคุยคนละเื่กันอ่ะ แล้วที่บอกจะเลิกพูดกวนประสาทฉันน่ะ ลืมไปแล้วรึไง”
“อาๆ ขอโทษจ้า จะไม่ลืมแล้ว จะพูดแต่คำดีๆ ไม่พูดกวนโมโหแล้ว จะเดินหน้าจีบรุ่นพี่เต็มที่เลยด้วย”
“ชิ้!!”
นัทธมนจิปากแล้วพิชญาก็กดปุ่มตรงหน้ารถแล้วหลังคารถก็ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ
“นี่รถหลังคารถลงทำไม”
นัทธมนหันหน้าไปถามด้วยความแปลกใจ
“รุ่นพี่รองยืนขึ้นรถลมดูสิ”
เมื่อพิชญาพูดไปแบบนั้นนัทธมนก็ค่อยๆลุกขึ้นยืนรับลมตามที่พิชญาบอก
“ว้าวว..!! ลมเย็นดีจัง อากาศดีด้วย..แสงสีตอนกลางคืนก็สวย”
“ชอบใช่มั้ยล่ะ”
“อืออ..”
“นี่แหละวิธีผ่อนคลายของฉันหละ เวลาที่รู้สึกเครียดก็จะออกมาขับรถเล่นตอนกลางคืนแบบนี้แหละ”
“จริงสิ!! ตอนนี้กี่โมงแล้วอ่ะ”
“พึ่งจะ 3 ทุ่ม แต่ไม่ต้องกังวลนะ ฉันโทรคุยกับแม่รุ่นพี่แล้ว ท่านบอกว่ากลับดึกไม่เป็ไร แต่ให้ขับรถระวังๆ กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ..”
“อ้ออ..!! ค่อยโล่งใจขึ้นมาหน่อย”
นัทธมนถอนลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ
ตื้ดดด..ตื้ดด...
เสียงโทรศัพท์มือถือของพิชญาสั่นขึ้นมาเธอจึงรีบกดรับสายในทันที เพราะหมายเลขและชื่อที่ปรากฏขึ้นโชว์บนหน้าจอโทรศัพท์ของเธอคือชื่อพ่อของเธอเอง
“ฮัลโหลป๊า..มีอะไรหรอ”
“นี่กี่โมงกี่ยามแล้วทำไมแกไม่กลับบ้าน”
“อ้าวว!! ป๊า..ปกติไม่เคยเป็ห่วงฉันไม่เคยโทรตามโทรถามฉันหนิ แล้ววันนี้มาอารมณ์ไหนของป๊าเนี่ย”
“ก็วันนี้ฉันมีเื่จะรอคุยกับแก..ให้แกรีบมาด้วย”
“ว่าแล้วไง ไม่งั้นคงไม่พูดแบบนี้หรอก ป๊าเข้านอนไปเลยเถอะ ถึงยังไงก็คงจะเกือบๆตีหนึ่งฉันค่อยจะกลับถึงบ้าน เพราะงั้นเราค่อยคุยกันพรุ่งนี้นะคะ”
“ล้อเล่นรึเปล่า..ตีหนึ่งเลยหรอ”
เสียงของนัทธมนพูดแทรกขึ้นมา
“ชู่ววว..!!”
พิชญายกนิ้วมือขึ้นจุปาก
“ไม่ได้..แกต้องรีบมาเดี๋ยวนี้ มันเป็เื่สำคัญ..แล้วนั่นเสียงใคร แกอยู่กับใคร..”
“คงไม่ได้อะป๊า..ตอนนี้เอิร์ทอยู่กับคู่หมั้นอ่ะ กำลังขับรถไปส่งบ้าน”
“แกอยู่กับคู่หมั้น ไม่ได้!! ดึกแค่ไหนฉันก็จะรอ..”
“ก็ได้..แต่.....! มีข้อแลกเปลี่ยน”
“ข้อแลกเปลี่ยนอะไร”
“ป๊าต้องซื้อแลมโบร์กินีให้ฉันคันนึง สีขาว..ตัวใหม่ล่าสุด ไม่งั้นฉันไม่คุยด้วย ไม่ว่าธุระจะสำคัญแค่ไหนก็ตาม..ขอแค่นี้แหละ”
“นี่แกจะบ้าหรอ คันเดิมพึ่งซื้อให้ไม่ถึงปี วันนี้จะเอาอีกแล้ว อายุแกยังไม่ถึง 17 หรือบรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ..อีกอย่างแกยังอยู่ม.4 อยู่เลย”
“17 คืนนี้เที่ยงคืนฉันจะอายุครบ 17 ปีบริบูรณ์ พรุ่งนี้วันเกิดฉัน แล้วฉันก็จะจบม.5 แล้วนะ ปีหน้าก็ม.6 แล้วรถคันนี้ก็จะอายุครบปีในวันพรุ่งนี้แล้ว ป๊าคงจะลืมอีกแล้วสินะ อืออ..ไม่เป็ไร ฉันเข้าใจ..ฉันมันก็แค่ลูกที่ไม่เอาไหนของป๊า.....มันก็คงไม่แปลกเนาะที่ป๊าจะลืมวันเกิดและก็ไม่ให้ความสำคัญกับฉัน..ทั้งบ้าน ก็คงจะมีแค่ป้าน้อยเพียงคนเดียวที่จำวันเกิดฉันได้ เท่าที่ฉันจำได้นะ ทุกๆปีที่ถึงวันเกิดฉัน ป๊าไม่เคยจะเลี้ยงฉลองวันเกิดให้กับฉันด้วยซ้ำ มีแต่ป้าน้อยคนเดียวที่จุดเทียนเป่าเค้กให้ฉันทุกๆปี จนฉันแทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าฉันเป็ลูกใครกันแน่ ระหว่างลูกแม่บ้านกับลูกคนรวยอย่างป๊า แต่แค่มาอาศัยบ้านป๊าอยู่ก็เท่านั้น แต่พอตัดภาพไปที่ภาคิณสิ พอถึงวันเกิดภาคิณเมื่อไหร่ ทุกคนมักจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา จัดงานเลี้ยงใหญ่โตให้กับน้อง ทั้งที่ฉันที่เป็ลูกคนโตกลับไม่เคยได้รับอะไรแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ..จริงๆวันนั้นม้าน่าจะเอาฉันไปด้วยก็คงดี”
พิชญากล่าวเป็ประโยคร่ายยาวจบจบประโยคด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งอย่างกับคนที่ไม่มีความรู้สึกอะไร
“เอิร์ท..”
“ป๊าไม่ต้องพูดอะไรหรอก เอาเป็ว่าฉันจะรีบกลับไปให้เร็วที่สุดแล้วกัน มีอะไรจะได้พูดให้มันจบๆ ส่วนแลมโบร์กินีไม่เอาแล้วก็ได้..”
เมื่อพูดจบเธอก็กดวางสายไป
“เอิร์ทๆ..เดี๋ยวก่อน เอิร์ท..”
เสียงร้องเรียกชื่อของลูกสาวทั้งๆที่เธอไว้กดวางสายไปแล้ว
“เฮ้ยย..พวกคนใช้ในบ้านน่ะ มานี่ซิ..น้อย น้อย..มาหาฉันซิ”
ร้องเรียกคนมาหาตัวเองที่ห้องรับแขกเสียงดังลั่นบ้าน แล้วไม่นานคนใช้ในบ้านก็มายืนรวมกันอยู่ตรงหน้า
“พรุ่งนี้วันอะไร..”
“วันศุกร์ครับ..”
“รู้แล้วว่าวันศุกร์”
“9 พฤศจิกายนค่ะ”
“เออ..อันนี้ก็.......9 พฤศจิกา..”
หยุดที่จะพูดในถอยคำแรกเมื่อฉุกคิดเื่บางอย่างขึ้นมาได้
“แล้วคุณท่านจะถามทำไมคะ ปกติไม่เคยถามแบบนี้สักครั้ง”
“ก็..น้อยย..ว่าไง วันนี้วันอะไร ช่วยตอบให้ฉันแน่ใจหน่อย”
หยุดที่จะพูดในสิ่งแรกและหันไปมองหญิงคนใช้คนหนึ่งแทน
“คุณท่านจะไม่รู้จริงๆหรอคะว่าพรุ่งนี้วันอะไร ก็พรุ่งนี้ก็คือวันเกิดคุณเอิร์ทยังไงล่ะคะ”
“ไปได้แล้วไป ขอโทษที่รบกวนทุกคน..”
ทุกคนต่างแยกย้ายตามคำสั่ง จะเหลือก็แต่หญิงคนใช้วัยกลางคนเท่านั้นที่ไม่ยอมไปตามคำสั่ง
“พรุ่งนี้วันเกิดยัยเอิร์ทจริงๆงั้นหรอ นี่ฉันลืมวันเกิดลูกสาวแท้ๆของตัวเองไปได้ยังไงกัน นี่ฉันมองข้ามแก..ไม่เคยมองแกสำคัญในชีวิตฉันเลยจริงๆงั้นหรอ ฉันเป็ป๊าที่เลวมากๆเลยใช่มั้ยน้อย ลูกทั้งคนฉันกับไม่เคยห่วงใยหรือสนใจมันเลย”
“ค่ะ!!”
“น้อยย..”
พูดกรอกเสียงแข็ง
“ดิฉันพูดไปตามจริง..คุณหนูของน้อยแกแอบร้องไห้คนเดียวแทบทุกครั้งที่เห็นคุณท่านกับคุณหนูภาคิณและคุณผู้หญิงอยู่ด้วยกัน ภายนอกแกอาจแสดงออกว่าเข้มแข็งไม่เคยอ่อนแอให้ใครเห็น ทำตัวเหมือนคนร่างเริงแจ่มใส แต่ลึกๆในใจแล้วแกก็อยากได้ความรักความอบอุ่นอยากให้คุณท่านกอดบ้างเหมือนกับที่คุณท่านมีและทำให้กับคุณหนูภาคิณบ้าง แต่แกก็ไม่เคยคิดที่จะแย่งความรักไปจากคุณหนูภาคิณเลยสักครั้ง..ดิฉันขอตัวนะคะ”
ลุกขึ้นเดินจากไปทิ้งไว้ให้เ้านายนั่งอยู่คนเดียว
ตัดภาพไปที่พิชญากับนัทธมนอีกครั้ง
“เปลี่ยนให้ฉันขับแทนเอามั้ย”
นัทธมนกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่เป็ห่วง
“ไม่ต้อง..เดี๋ยวขับเอง”
“แฮปปี้เบิร์ธเดย์ล่วงหน้านะ ถึงจะเป็แค่คำพูดของคนที่พึ่งรู้จักกันก็เถอะ แต่ก็หวังว่าเธอจะแฮปปี้กับมันนะ สุขสันต์วันเกิด..”
พิชญาเผยยิ้มออกมาอ่อนๆเมื่อได้ยินนัทธมนบอกแฮปปี้เบิร์ธเดย์ตัวเองล่วงหน้าก่อนที่จะถึงวันจริงๆในอรกไม่กี่ชั่วโมง
“ขอบคุณนะ โทรศัพท์กับกระเป๋าตังค์รุ่นพี่อยู่ในเก๊ะ เปิดเอาได้เลย เดี๋ยวฉันจะขับเร็วหน่อยนะ จะรีบไปส่ง..”
“นี่..! ไม่ต้องขับเร็วเลย ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมามันไม่คุ้มกันหรอกนะ”
“นั่นน่ะสินะ”
กล่าวจบก็ยิ้มออกมาอย่างร่าเริง แต่รอยยิ้มนั้นและที่สื่อออกมาจากทางสายตากลับแอบแฝงความบางอย่างไว้ข้างในใจ
เื้ัชีวิตตัวเองเป็แบบนี้เธอก็ยังยิ้มได้อยู่อีก หรือนี่จะเป็การสร้างเกราะป้องกันตัวเองขึ้นมาอีกรูปแบบนึงใบแบบของเธอกันนะ
เธอค่อยๆขับรถไม่เร็วไปตามที่ฉันบอกจนมาถึงที่หน้าบ้านฉัน ฉันได้ลงตรงหน้าบ้านแล้วให้ยัยนั่นขับรถกลับบ้านตัวเอง
นับจากวันนั้นฉันก็เริ่มสงสารในชีวิตของรุ่นพี่ผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาแล้วสิ ทั้งที่ฐานะทางบ้านก็รวยแต่กลับมีปมปัญหาชีวิตเื่ครอบครัวเอาซะได้..