ลานกว้างบนยอดเขาที่ใช้ต้อนรับแขกของนิกายันพเก้าด้านหน้าศาลาขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากหลังจากจักรพรรดิไห่หลิงเดินเข้าสู่ศาลาสถานการณ์ด้านนอกก็กลับมาเป็ปกติอีกครั้งในเวลานี้มีกลุ่มผู้นำเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่เนื่องจากชะงักไปเพราะจักรพรรดิไห่หลิง
“ท่านปู่อย่าลืมเื่ที่ข้าบอกนะ”
เสียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งกล่าวกระซิบออกมาด้านข้างชายชราเขามีนามว่าหยวนเต่าเป็ลูกหลานของตระกูลผู้ฝึกตนตระกูลหนึ่งที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงหยวนเต่านั้นเกลียดองค์ชายไห่หยวนเป็อย่างมากเพราะในอดีตหญิงสาวที่เขาหลงรักได้ถูกองค์ชายไห่หยวนแย่งไปด้วยอำนาจบารมีที่มากกว่าเมื่อรู้ข่าวว่าตอนนี้องค์ชายไห่หยวนถูกจับตัวมาเขาจึงขอร้องให้ปู่ของเขาพามาที่งานเลี้ยงน้ำชานี้เพื่อจะได้เยาะเย้ยองค์ชายไห่หยวนต่อหน้า!
“เฮ้อ...ข้าจะลองดูในระหว่างที่ข้าเข้าไปด้านในอย่าได้ก่อเื่เป็อันขาดเ้าเข้าใจหรือไม่?”
“ข้ารู้แล้วท่านปู่”
หยวนเต่ายิ้มออกมาอย่างพอใจก่อนหันหลังเดินออกจากบริเวณหน้าศาลาไปแต่ด้วยคนจำนวนมากที่แออัดกันอยู่บริเวณนั้นทำให้บนถนนหินที่ตัดผ่านจากทางขึ้นเขามายังศาลานั้นแทบไม่มีทางเดินด้วยการที่เป็คุณชายของตระกูลใหญ่นี่ถือเป็ครั้งแรกที่เขาต้องมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะเป็ในนิกายันพเก้าแต่ชื่อเสียงของตระกูลหยวนก็ยังพอทำให้หลายๆคนเลือกที่จะหลบทางให้เขา
ทว่าระหว่างเส้นทางนั้นตรงหน้าของหยวนเต่ากลับปรากฏเด็กชายในชุดสีขาวคนหนึ่งกำลังเดินตรงมา...สมองของหยวนเต่าหมุนวนราวกับลูกข่างเพื่อค้นหาในความทรงจำว่าในจำนวนคนที่เขาไม่อาจล่วงเกินได้นั้นมีผู้ใดที่มีลักษณะเช่นนี้หรือไม่?แล้วผลที่ได้ก็คือ....
‘ไอ้เด็กบ้านนอกนี่เป็ใครกัน?กล้ามาขวางทางข้าเช่นนี้ได้อย่างไร?’
อีกฝ่ายหนึ่งเย่ฉีที่กำลังเดินมุ่งหน้าไปยังศาลาใหญ่ก็หรี่ตามองไปยังชายหนุ่มเบื้องหน้าเช่นกันก่อนจะขมวดคิ้วขึ้นมาและในเวลานั้นหยวนเต่าที่เดินเข้ามาใกล้เย่ฉีก็ยกมือขึ้นมาหมายจะฟาดไปยังเขา!แต่ในเวลานั้นเงาดำสายหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ด้านข้างของเย่ฉีโดยที่ไม่มีผู้ใดรู้สึกตัวก่อนจะคว้าจับไปที่แขนของหยวนเต่าและบิดมันอย่างรุนแรง
อ้าก!
ภายใต้ความเงียบสงบที่เกิดขึ้นหลังจากการมาถึงของจักรพรรดิไห่หลิงนั้นการแหกปากร้องของหยวนเต่าสร้างเป็จุดสนใจได้เป็อย่างดีในเวลานั้นชายชราที่เดินเข้าในศาลาก่อนหน้านี้ก็หันกลับมามองยังต้นเสียงที่คุ้นเคย...ดวงตาของเขาเบิกกว้างราวกับไข่ห่านก่อนที่ใบหน้าจะซีดลงยิ่งกว่าซากศพ!
“บัดซบเอ้ย!”
ร่างของเขากลายเป็เงาสายหนึ่งพุ่งไปยังหยวนเต่าทันทีในเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อนนั้นตระกูลหยวนเป็หนึ่งในตระกูลที่เคลื่อนไหวนำกำลังมาหมายจะล้อมกรอบนิกายันพเก้าทว่าหลังจากที่เย่ฉีจัดการกับกองทัพต้าไห่พวกเขาก็รีบจากไปทันทีดังนั้นทั้งเด็กชายในชุดขาวที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้และชายชุดดำที่คว้าจับแขนของหลายชายเขาไว้เขาย่อมรู้ดีว่าเป็ผู้ใด!
เมื่อหยวนเต่าเห็นท่านปู่ของเขาพุ่งเข้ามาในใจแม้จะเ็ปแต่ก็ยังปรากฏเป็ความฮึกเหิมประจวบกับที่เสี่ยวเฮยปล่อยมือของเขาออกเพราะเย่ฉีคร้านเกินจะใส่ใจกับเขาก็ยิ่งทำให้หยวนเต่าได้ใจ
“ท่านปู่ท่านต้องจัดการมันให้ข้า! ไอ้เด็กสารเลวน่าตายนั่นข้าจะฉีกมันเป็ น ....อ้าก!”
ในเวลานั้นหยวนเต่ากล่าวออกมาได้เพียงไม่กี่คำฝ่ามือที่เหี่ยวแห้งแต่เต็มไปด้วยพละกำลังของชายชราก็ฟาดลงที่ใบหน้าของเขาอย่างแรงเมื่อหยวนเต่าล้มลงไปกับพื้นอย่างมึนงงผ่าเท้าของชายชราก็ยังกระทืบลงไปอีกหลายครั้งราวกับว่าจะทุบตีเขาให้ตายคาเท้า!
“ไอ้ตัวบัดซบ!ไสหัวไปให้กับข้า!”
ชายชราตวาดออกมาเสียงดังก่อนจะเตะไปที่ท้องของหยวนเต่าจนเขาปลิวกระเด็นไปทางบันไดหินขึ้นเขาก่อนจะมีชายวัยกลางคนของตระกูลหยวนมานำตัวไปอย่างรวดเร็วภาพเหตุการณ์นี้สร้างความมึนงงให้กับผู้คนจำนวนมากและยังมีผู้คนอีกจำนวนมากเช่นกันที่ไม่ถูกกับตระกูลหยวนหัวเราะเยาะเย้ยออกมาในเวลานี้คนที่ไม่ควรยั่วยุมากที่สุดก็คือเด็กชายชุดขาวที่ยืนเบื้องหน้าผู้นี้...แต่ไอ้ตัวบัดซับนั้นกลับกล้าจะทำร้ายเขา?
หยวนเส้าชิงรีบปั้นหน้ายิ้มทันทีหลังจากจัดการกับหลายชายของเขาเสร็จเขารีบหันมากล่าวกับเย่ฉีอย่างนอบน้อมด้วยวาจาสุภาพ
“คำนับประมุขน้อยคนของข้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง หลังจากข้าลงโทษไปหวังว่าท่านจะไม่ลดตัวลงมาสนใจตัวบัดซบเช่นนั้น”
เย่ฉีมองไปยังชายชราเบื้องหน้าก่อนจะยิ้มออกมาเช่นกันเขาค่อนข้างพอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างไรก็ตามเย่ฉีได้กล่าวออกมาอีกคำหนึ่งก่อนจะเดินนำเสี่ยวเฮยเข้าไปในศาลาใหญ่
“ในเมื่อเป็เพียงเื่เข้าใจผิดท่านก็อย่าได้ใส่ใจเลยอย่างไรวันนี้พวกเราก็จะแก้ไขความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว”
หยวนเส้าชิงยิ้มออกมาอย่างข่มขื่นก่อนจะประสานมือคำนับทีหนึ่งและเดินตามเย่ฉีเข้าไปด้านในไกลออกไปเล็กน้อยตรงทางขึ้นเขาใกล้กับจุดที่หยวนเต่ากลิ้งไปพวกเสี่ยวฟงที่เห็นเหตุการณ์ต่างเบิกตากว้างด้วยความใเพราะแท้จริงแล้วเด็กชายที่พวกเขาพูดคุยด้วยมาตั้งนานก็คือ...ประมุขของนิกายันพเก้า?
ภายในศาลาใหญ่บรรยากาศเงียบลงอีกครั้งหลังจากที่เย่ฉีเดินเข้ามาบนพื้นที่ถูกปูด้วยหินอ่อนนั้นทอดยาวไปยังเก้าอี้ด้านในสุดที่ดูธรรมดาแต่แฝงไว้ด้วยความเก่าแก่มันคือเก้าอี้หินสีดำสนิทที่ถูกสร้างจากศิลาดำในสุสานโบราณของนิกายสำหรับคนในศาลาใหญ่ตอนนี้นั้นตัวตนของเย่ฉีล้วนสลักลงในจิตใจของพวกเขามาั้แ่วันนั้นแล้วแม้ว่าจะมีบางคนที่ไม่ได้เห็นเหตุการณ์วันนั้นแต่ก็เป็เพียงแค่ส่วนน้อย
ระหว่างทางเดินแม้ว่าสองข้างทางจะเต็มไปด้วยผู้มีอำนาจของแผ่นดินเทียนเหอนั่งอยู่เย่ฉีก็ไม่ได้ใส่ใจพวกเขาเลยซึ่งทำหลายคนต้องขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างไม่พอใจโดยเฉพาะสองคนที่นั่งอยู่ด้านในสุดต่อจากเย่ฉีหรือก็คือจักรพรรดิไห่หลิงและชายชราผู้เป็ตาขององค์ชายไห่หยวน
เย่ฉีเดินไปและนั่งลงบนเก้าอี้สีดำก่อนจะหลับตาลงโดยไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อจากนั้นก็เป็ผู้าุโกู่หยาของนิกายทำหน้าที่กล่าวต้อนรับและดำเนินงานเลี้ยงน้ำชาต่อไปในระหว่างนี้ของขวัญจำนวนมากเริ่มถูกทยอยส่งมอบให้กับนิกายเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต...จนกระทั่งถึงยามตะวันลับฟ้าจักรพรรดิไห่หลิงและท่านตาขององค์ชายก็นำสิ่งของออกมาเพื่อมอบให้กับนิกาย
สิ่งที่ทั้งสองคนนำออกมานั้นสร้างความตกตะลึงให้กับคนจำนวนมากและแม้แต่พวกกู่หยาเองก็ยังหายใจติดขัดอย่างไรก็ตามสำหรับเย่ฉีแล้วสิ่งของเ่าั้ไม่ได้อยู่ในความสนใจของเลยแม้แต่น้อยนอกจากบางอย่างที่เขา้าจากหลุมฝังศพนิรันดร์แล้วอย่างอื่นก็เพื่อให้กู่หยาใช้ในการฟื้นฟูนิกายเท่านั้น
หลังจากกู่หยาพูดคุยกับจักรพรรดิไห่หลิงและชายชราเล็กน้อยองค์ชายไห่หยวนก็ถูกนำตัวออกมาสภาพของเขายังคงอยู่ดีไม่ได้มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปแสดงให้เห็นว่านิกายันพเก้ายังไว้หน้าราชวงศ์ต้าไห่อยู่บ้าง...มันทำให้จักรพรรดิไห่หลิงกับชายชรายิ้มออกมาอย่างพอใจ
อย่างไรก็ตามในเวลานั้นเสียงหัวเราะขององค์ชายไห่หยวนก็ดังออกมาทำให้ใบหน้าของหลายคนต้องมืดลงโดยเฉพาะคนของนิกายและจักรพรรดิไห่หลิง
“ฮ่าๆเป็อย่างไร ? ตอนนี้จะปล่อยข้าแล้ว?ไอ้พวกหมาเน่าเช่นพวกเ้าเมื่ออยู่ต่อหน้าพระบิดาข้าก็ไม่เห็นจะมีสิ่งใดต้องเกรงกลัว!ครั้งนี้เป็ข้าประมาทเองจึงพลาดท่า...แต่ในครั้งหน้า เ้า!จะต้องเป็ฝ่ายที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าข้า!”
“ไห่หยวนมานี่แล้วเงียบซะ!”
ชายชรากล่าวออกมาเบาๆขณะที่ใบหน้าของเขามืดลงอย่างเห็นได้ชัดการกระทำนี้จุดไฟให้กับองค์ชายไห่หยวนอีกครั้งความจริงแล้วพวกเขาก็ไม่ค่อยพอใจเย่ฉีเท่าไหร่ไม่ต้องกล่าวว่าเขาเป็เพียงเด็กที่ดูธรรมดาคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะเป็ประมุขนิกายเมื่ออยู่ต่อหน้าพวกเขาที่เป็ชนชั้นสูงของแผ่นดินเทียนก็ไม่ควรมีท่าทีไม่แยแสต่อผู้ใดเช่นนี้
“ฮึ่ม!เห็นแก่หน้าท่านปู่และพระบิดาวันนี้ข้าจะยอมเลิกรา ป ไป เ้า...เ้าจะทำอะไร?”
องค์ชายไห่หยวนยังคงกล่าวออกมาอีกครึ่งคำด้วยความลำพองเพราะเบื้องหน้าเขานั้นมีทั้งจักรพรรดิไห่หลิงและตาของเขาอยู่อย่างไรก็ตามในเวลานั้นแรงกดดันระลอกหนึ่งก็ถูกกระจายออกมาจากชายชุดดำที่ยืนอยู่ด้านข้างของเย่ฉีมันทำให้ภายในศาลานี้แม้แต่จักรพรรดิและชายชราเองก็ไม่สามารถขยับตัวได้!
ในเวลานั้นใบหน้าขององค์ชายไห่หยวนซีดลงเล็กน้อยเพราะภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเขาคือภาพที่เด็กชายในชุดสีขาวกับเดินถือดาบเล่มหนึ่งตรงมายังเขาด้วยการที่ถูกผนึกพื้นฐานฝึกตนเอาไว้ทำให้หัวใจขององค์ชายไห่หยวนเต้นโครมครามไม่เป็สุข
“เ้าเ้าคิดจะทำอะไร?”
ในนเวลานั้นเย่ฉีได้มาหยุดอยู่ตรงหน้าขององค์ชายไห่หยวนและยกดาบในมือขึ้นอย่างไม่รีบร้อนซึ่งทำให้ดวงตาของคนทั้งศาลานั้นเบิกกว้างก่อนที่เสียงของจักรพรรดิไห่หลิงจะดังออกมาก้องไปทั้งศาลา
“เ้ากล้า!”
ฉับ!
ราวกับตอบรับคำพูดนั้น...เย่ฉีสะบั้นดาบลงบั่นคอขององค์ชายไห่หยวนจนสายโลหิตพุ่งโชนราวกับบ่อน้ำพุท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คนทั้งศาลาใหญ่รวมไปถึงจักรพรรดิไห่หลิงและชายชรา เย่ฉีค่อยๆยกดาบที่อาบโลหิตนั้นขึ้นมาและชี้ตรงไปยังจักรพรรดิไห่หลิง
“ไม่มีสิ่งใดที่ข้าไม่กล้าทำเ้าจงไตร่ตรองให้ดีกว่าจะแลกหนึ่งชีวิตของมันกับคนนับล้านเื้ัเ้าหรือไม่!”