หลังจากกู้หยูม่านพาลูกชายทั้งสามคนเข้านอนกลางวัน นางกับกู้เฉินซีจึงมานั่งที่ใต้ต้นก้ามปูเพื่อปรึกษาเื่การจัดสรรที่ดินเพื่อทำการเกษตรแบบครบวงจร
“พี่หญิง ข้าเดินสำรวจที่ดินจนทั่วแล้ว ผู้เฒ่าจี้ช่างขี้เหนียวนัก พืชผักยังไม่ถึงเวลาเก็บเกี่ยว แต่เขากลับขุดทิ้งทั้งหมดเลยขอรับ” กู้เฉินซีบอกพี่สาวอย่างไม่พอใจ “เราซื้อที่ดินต่อจากเขาโดยไม่ต่อรองราคาสักคำ ผักแค่แปลงสองแปลงยังไม่ยอมทิ้งไว้ให้เราเลย”
“เขาไม่ให้ก็ไม่เป็ไร เราปลูกผักของเราเองได้ รับรองว่าผักของเราต้องมีรสชาติดีและคุณภาพดีกว่าของเขามากแน่นอน” กู้หยูม่านปลอบใจน้องชายแล้วถามต่อ “บ่อน้ำ บ่อเลี้ยงปลา แล้วก็รั้วล่ะ เ้าเจอปัญหาอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีปัญหาเลยขอรับ” กู้เฉินซีเปลี่ยนมาเป็ยิ้มกว้าง “บ่อน้ำของเขาเพิ่งเปลี่ยนรอกชักน้ำอันใหม่ แถมยังทำขอบกั้นรอบๆ บ่อไว้ด้วยนะขอรับ เด็กๆ ไปยืนอยู่ใกล้ก็ไม่เป็ปัญหา บ่อเลี้ยงปลากับรั้วก็ไม่มีปัญหาเหมือนกันขอรับ”
“เห็นไหม เขาแค่ทำลายแปลงผักแต่ของอย่างอื่นกลับยังใช้การได้ดี เท่านี้เราก็ประหยัดเงินไปได้มากแล้ว”
“เช่นนั้นพรุ่งนี้เราจะเริ่มทำสวนของเราเลยหรือไม่ขอรับ”
“พรุ่งนี้่เช้าข้าจะพาเ้ากับเด็กๆ ไปแจกขนมเพื่อนบ้านเพื่อทำความรู้จักกันไว้ก่อน จากนั้นก็จะไปพบหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อขอซื้อลูกไก่กับลูกหมูมาเลี้ยง” กู้หยูม่านทำท่าคิด “ส่วนพันธุ์ปลากับเมล็ดพันธุ์ผัก ข้าจะเข้าเมืองไปเลือกซื้อมาเอง”
เื่เข้าเมืองเป็เพียงข้ออ้าง เพราะความจริงแล้วนางตั้งใจจะซื้อเมล็ดพันธุ์ผัก เบี้ยไม้ผล และพันธุ์ปลามาจากมิติวิเศษ เพราะนางจะเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุดและเลือกปลาที่ให้เนื้อเยอะแต่เลี้ยงง่ายมาเลี้ยง ซึ่งนางคิดไว้ในใจแล้วว่านางจะปลูกผัก ปลูกผลไม้ และเลี้ยงปลาชนิดใด ส่วนลูกไก่กับลูกหมูนางจะซื้อจากคนในหมู่บ้านเพื่อเป็การสานสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านไปในตัว ถึงอย่างไรนางก็มีน้ำศักดิ์สิทธิ์และอาหารบำรุงสัตว์ชั้นดีจากมิติวิเศษ นางจึงไม่กลัวว่าสัตว์ของนางจะตายหรือเลี้ยงไม่โต
“พี่หญิงขอรับ เฟิงเฉิงได้บอกหรือไม่ว่าเขาไปที่บ้านข้างๆ ทำไม แม้เฟิงเฉิงจะซุกซนไปบ้าง แต่เขาก็ไม่น่าจะเข้าไปเล่นที่บ้านคนอื่นโดยไม่ขออนุญาตก่อนแบบนี้” กู้เฉินซีถามอย่างสงสัย
“ดูเหมือนเขาจะรู้ว่าเพื่อนบ้านของเราไม่สบาย เขาจึงเอาน้ำกับยาอมแก้ไขที่ข้าเคยให้ไว้ไปให้เพื่อนบ้านกิน” กู้หยูม่านพูดยิ้ม
“ท่านไม่โกรธและจะไม่ทำโทษเขาแล้วใช่หรือไม่ขอรับ”
“ที่ข้าสั่งทำโทษเขาก็เพราะอยากให้เขาจดจำความผิดของตัวเองและไม่อยากให้เขาซุกซนจนทำให้ตนเองเกิดอันตราย” กู้หยูม่านนึกถึงลูกชายคนเล็กแล้วพูดถึงเขาด้วยความภาคภูมิใจ “เ้ารู้หรือไม่ว่าความจริงแล้วเฟิงเฉิงไม่ได้ไปเล่นซุกซน แต่เขาคิดว่าเพื่อนบ้านของเรามีคนป่วยอยู่ในบ้าน เขาอยากไปช่วยเหลือจึงได้มุดรั้วข้ามไปฝั่งโน้น เหมือนเมื่อครั้งที่เราอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านหลิ่วเจีย มีชายชราผู้หนึ่งเคยช่วยเหลือเราสี่คนแม่ลูกเช่นนี้เหมือนกัน แต่เมื่อชายชราผู้นั้นตายไปก็ไม่เคยมีใครช่วยเหลือพวกเราอีกเลย ข้าคิดว่าเฟิงเฉิงคงอยากทำความดีเหมือนชายชราผู้นั้น”
“พี่หญิง เมื่อก่อนพวกท่านคงมีชีวิตที่ยากลำบากมากใช่หรือไม่ขอรับ”
“ลำบากสิ ที่เราสี่คนแม่ลูกมีชีวิตรอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็นับว่า์เมตตามากแล้ว” กู้หยูม่านยิ้มให้น้องชาย “และสิ่งที่โชคดีที่สุดของเราสี่คนแม่ลูกก็คือมีเ้าเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งของครอบครัว เฉินซี...ขอบใจที่เ้าดูแลเราเป็อย่างดี”
เฮ่อหลานจวินที่อยากทดสอบร่างกายว่าอาการหนาวสั่นกับอาการไอจะกลับมาอีกหรือไม่ เมื่อเขาทานอาหารกลางวันเสร็จ เขาจึงให้เฮ่อหลงพามานั่งรับลมที่ใต้ต้นก้ามปูอีกครั้ง แต่ไม่คิดว่าเขาจะมาได้ยินที่กู้หยูม่านกับกู้เฉินซีคุยกัน
‘เมื่อก่อนสองพี่น้องคู่นี้มีชีวิตที่ยากลำบากกันเพียงใดนะ แล้วเฟิงเฉิงกับพี่ชายของเขาต้องผ่านอะไรกันมาบ้าง อืม...หมู่บ้านหลิ่วเจีย สงสัยข้าคงต้องส่งจดหมายไปให้พี่ใหญ่เทียนโหย่วสืบเื่ของพวกเขาที่หมู่บ้านหลิ่วเจียให้เสียแล้ว หากครอบครัวของพวกเขาไม่ได้รับความเป็ธรรม ข้าก็จะช่วยพวกเขาเอาคืน อย่างน้อยก็เพื่อตอบแทนความมีน้ำใจของเ้าหนูเฟิงเฉิง’
ณ บ้านสกุลกู้
“เ้าแน่ใจหรือว่าจดหมายฉบับนี้เป็ของเฮ่อหลานจวิน ไม่ใช่ว่าเขาหายตัวไปพร้อมกับที่ม่านม่านหายตัวไปหรือ” กู้เจี้ยนถามลูกชาย
“ข้านำจดหมายฉบับนี้ไปถามกับท่านลุงเฮ่อแล้วขอรับ และท่านลุงเฮ่อก็ยืนยันแล้วว่าเป็จดหมายของหลานจวินจริงๆ” กู้เทียนโหย่วพูดต่อ “ความจริงท่านลุงเฮ่อรู้มาตลอดว่าหลานจวินพักอยู่ที่ไหน แต่ที่เขาไม่ได้บอกผู้ใดก็เพราะไม่อยากให้หลานจวินถูกรบกวน”
“ไม่อยากให้ถูกรบกวน? เกิดอะไรขึ้นกับเขา หรือว่ามีคนปองร้ายเพราะไม่อยากให้เขาสอบได้จอหงวน เฮ้อ...คนดีๆ ทำไมถึงมีแต่คนคอยปองร้ายกันนะ” กู้เจี้ยนยังนึกถึงภาพบัณฑิตรูปงามและมากความสามารถที่กำลังจะมาเป็ลูกเขย แต่ทุกอย่างก็สลายไปกับตาั้แ่ที่ลูกสาวหนีไป
“ไม่ใช่เื่ที่เขาถูกปองร้ายขอรับ แต่ท่านลุงเฮ่อบอกว่าหลานจวินช่วยเหลือคนผู้หนึ่งไว้ คนผู้นั้นรอดชีวิตไปได้ ส่วนตัวเขากลับติดพิษเสียเอง” กู้เทียนโหย่วถอนหายใจ “และที่โชคร้ายกว่านั้นคือพิษชนิดนี้ไม่มียารักษา ที่หลานจวินมีชีวิตอยู่ก็เพื่อรอเวลาเท่านั้นขอรับ”
“ไม่ใช่ว่าจดหมายฉบับนี้เป็จดหมายฉบับสุดท้ายของเขาหรอกนะ” กู้เจี้ยนแทบจะโยนจดหมายทิ้ง เขาไม่อยากให้สิ่งที่เขาคิดเป็ความจริง ทุกวันนี้เขายังรอที่จะได้พบลูกสาวและรอที่จะได้เป็พ่อตาของเฮ่อหลานจวิน
“ไม่ใช่ขอรับ ที่หลานจวินเขียนจดหมายมาหาข้าเพราะเขาอยากรู้ว่าเรามีความคืบหน้าเกี่ยวกับน้องเล็กบ้างหรือยัง เขายังเฝ้ารอน้องเล็กของเราอยู่ขอรับ”
“ดูสิ...ข้าเลือกคนผิดที่ไหน หลานจวินเป็คนดีถึงขนาดนี้ แต่ม่านม่านกลับหนีงานแต่งไปเสียได้”
“ท่านพ่อจะโทษว่าเป็ความผิดของน้องเล็กไม่ได้นะขอรับ หากจะโทษก็ต้องโทษภรรยาคนใหม่ของท่านกับลูกติดของนางมากกว่า หากพวกนางไม่พูดจาใส่ร้ายและไม่พูดให้น้องเล็กเข้าใจผิด ป่านนี้น้องเล็กกับหลานจวินคงได้แต่งงานและใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุขไปนานแล้ว”
“ดีที่ตอนนั้นเ้ามาเตือนข้า ไม่เช่นนั้นข้าคงโง่และโดนสองแม่ลูกคู่นั้นหลอกไปอีกนาน” กู้เจี้ยนพูดขึ้นอย่างโมโห
“แต่ท่านก็ลงโทษพวกนางไปแล้วไม่ใช่หรือขอรับ แม้จุดจบของพวกนางจะดูโหดร้ายไปบ้าง แต่ข้าคิดว่ามันก็สาสมแล้ว”
“จุดจบแค่นั้นนับเป็อะไร ตลอดหกปีที่ผ่านมาข้าไม่รู้ข่าวคราวเกี่ยวกับลูกสาวของข้าแม้แต่น้อย เผลอๆ ม่านม่านอาจจะเจอเื่ร้ายมากกว่าที่พวกนางประสบอยู่ตอนนี้ก็เป็ได้ ข้ายังคิดว่าโทษที่พวกนางได้รับมันเบาไปด้วยซ้ำ”
หลังจากที่กู้เทียนโหย่วมาเตือนบิดาว่าเื่ที่กู้หยูม่านหายตัวไปอาจจะเกี่ยวข้องกับแม่เลี้ยงและลูกติดของนาง หลังจากนั้นกู้เจี้ยนก็ส่งคนออกไปสืบหาความจริงและพบว่าการที่ลูกสาวหนีออกจากบ้านเป็ฝีมือของจวงซูซิ่นกับจวงเหมยเหลียนจริงๆ
ด้วยความโกรธ หลังจากที่จวงซูซิ่นมาขอให้เขาหาคู่ครองให้กับจวงเหมยเหลียน ในฐานะพ่อเลี้ยง เขาได้จัดงานแต่งงานให้กับจวงเหมยเหลียนอย่างยิ่งใหญ่ เ้าบ่าวของจวงเหมยเหลียนมีนามว่าหานจี้สุ่ย ซึ่งหานจี้สุ่ยเป็ถึงบุตรชายคนโตของขุนนางขั้นห้าในกรมอาญา แม้ตำแหน่งไม่ได้ใหญ่โตแต่ก็นับว่ามีหน้ามีตาในเมืองหลวงอยู่พอสมควร
งานแต่งงานครั้งนั้นผู้คนต่างกล่าวยกย่องกู้เจี้ยนว่ามีน้ำใจต่อลูกเลี้ยงเป็อย่างมาก เพราะมีไม่มากนักที่พ่อเลี้ยงจะหาเ้าบ่าวที่มีคุณสมบัติไร้ที่ติเช่นนี้ให้ลูกเลี้ยง โดยมากที่คนส่วนใหญ่มักจะจัดงานแต่งให้ลูกเลี้ยงหรือญาติห่างๆ ย่อมเป็งานแต่งงานที่เรียบง่ายหรือไม่ก็ส่งลูกเลี้ยงหรือญาติผู้นั้นไปเป็อนุเพื่อสร้างความก้าวหน้าให้ตนเองเท่านั้น
แต่ไม่มีใครรู้ความจริงเลยว่าหานจี้สุ่ยที่หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตรที่กู้เจี้ยนหาให้กับจวงเหมยเหลียนนั้นไม่ต่างจากปิศาจร้ายที่ผุดมาจากนรก เพราะหานจี้สุ่ยเป็พวกนิยมความรุนแรงและมักจะทรมานสตรีเพื่อกระตุ้นความ้าของตนเอง อีกทั้งเขายังมีหน้าที่รับทรมานนักโทษในกรมอาญา ดังนั้นความทรมานต่างๆ ที่จวงเหมยเหลียนได้รับย่อมไม่ต่างจากนักโทษเ่าั้ หรือบางทีจวงเหมยเหลียนอาจจะถูกหานจี้สุ่ยทรมานหนักกว่านักโทษในคุกของกรมอาญาเสียอีก และที่หนักกว่านั้นคือหานจี้สุ่ยไม่ปล่อยให้สตรีของตนเองต้องสิ้นใจไปง่ายๆ ดังนั้นเมื่อภรรยาและสตรีทั้งหลายถูกเขาทรมาน เขาก็จะเรียกหมอมารักษาและยังซื้อยาสมุนไพรที่ดีที่สุดมารักษาพวกนางอีกด้วย ชีวิตของจวงเหมยเหลียนจึงต้องวนเวียนอยู่ในวัฏจักรนั้นอย่างไม่มีสิ้นสุด
หลังจากงานแต่งของจวงเหมยเหลียนผ่านพ้นไป กู้เจี้ยนก็หันมาจัดการกับภรรยาของตนอย่างไร้ความปราณี แม้สิ่งที่เขาทำจะเป็การทำลายชื่อเสียงของตนเองไปด้วย แต่เขาก็หาได้สนใจ อายุของเขาแก่ถึงเพียงนี้แล้ว เขายังจะรักษาหน้าตาของตัวเองไปทำไม เื่แก้แค้นให้ลูกสาวย่อมสำคัญกว่า
จวงซูซิ่นที่อยู่ในความดีใจที่สามีจัดงานแต่งงานให้ลูกสาวอย่างยิ่งใหญ่ ครอบครัวของลูกเขยก็เป็ครอบครัวที่มีหน้ามีตา ส่วนลูกเขยของนางก็หล่อเหลา อีกทั้งยังมีหน้าที่การงานที่มีเกียรติ แม้จะเป็เพียงเ้าหน้าที่ตำแหน่งเล็กๆ ในกรมอาญา แต่ได้ชื่อว่ากรมอาญาย่อมไม่มีใครเข้าไปทำงานในสถานที่แห่งนั้นได้ง่ายๆ ไม่ใช่หรือ แต่ลูกเขยของนางกลับเป็หนึ่งในเ้าหน้าที่ในสถานที่อันทรงเกียรตินั้น
วันหนึ่งจวงซูซิ่นขออนุญาตสามีว่าจะไปเยี่ยมลูกสาวและลูกเขย กู้เจี้ยนอนุญาตในทันที ทั้งยังให้นางเลือกของขวัญที่ดีที่สุดไปมอบให้กับลูกสาวกับลูกเขยอีกด้วย
แต่แทนที่รถม้าคันนั้นจะพาจวงซูซิ่นไปส่งที่ตระกูลหาน นางกลับถูกส่งตัวไปยังบ้านทรุดโทรมหลังหนึ่งที่อยู่นอกเมืองเพื่อพบกับ ‘ชายชู้’ และชายชู้ผู้นั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็สามีเก่าของนางและเป็บิดาที่แท้จริงของจวงเหมยเหลียนนั่นเอง
สามีเก่าของจวงเหมยเหลียนเป็ผู้ร้ายหนีคดี ความผิดที่เขาทำมีทั้งลักขโมย ปล้น ฆ่า ฉุดคร่าขืนใจเด็กและสตรี โทษที่ได้รับมีแต่ต้องปะาสถานเดียว กระบวนการจับชู้โดยไม่ได้ตั้งใจเกิดจากการที่เ้าหน้าที่ตามไปจับตัวสามีเก่าของจวงซูซิ่นที่บ้านพักหลังนั้นนั่นเอง
หลังจากที่เ้าหน้าที่มาแจ้งข่าวให้ทราบ กู้เจี้ยนทำหนังสือตัดความสัมพันธ์กับจวงซูซิ่นทันที และยังส่งหนังสือไปแจ้งที่สกุลหานว่าจวงเหมยเหลียนกับตระกูลกู้สิ้นสุดความสัมพันธ์แล้วเช่นกัน
นอกจากถูกประจานเื่การคบชู้ เ้าหน้าที่ยังพบหลักฐานว่าจวงซูซิ่นมีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดที่สามีเก่าของนางก่อขึ้นอีกหลายคดี จวงซูซิ่นจึงถูกตัดสินปะาชีวิตไปพร้อมกับสามีเก่า
หลังจากที่ตระกูลกู้ประกาศตัดความสัมพันธ์ จวงเหมยเหลียนก็ถูกลดขั้นจากภรรยาเอกให้ไปเป็อนุ และการทรมานที่หานจี้สุ่ยมอบให้กับอนุก็แตกต่างและรุนแรงกว่าเมื่อครั้งที่นางเป็ภรรยาเอกเป็อย่างมาก ไม่นับอีกว่าเวลานี้จวงเหมยเหลียนไม่มีตระกูลกู้หนุนหลัง ทั้งบิดามารดาที่แท้จริงของนางยังเป็นักโทษปะา ตระกูลหานและหานจี้สุ่ยต้องอับอายขายหน้ามากเพียงใด การทรมานที่จวงเหมยเหลียนได้รับจะรุนแรงเพียงใดคงไม่มีใครรู้ได้
แต่กู้เจี้ยนกับกู้เทียนโหย่วไม่ได้สนใจความเป็ความตายของสองแม่ลูกแซ่จวงแม้แต่น้อย เพราะความสนใจทั้งหมดของพวกเขายังอยู่ที่การตามหากู้หยูม่านเท่านั้น