หลังจากได้รับชัยชนะ และครอบครองอันดับ25 แทนที่เมิ่งฉีแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเสี่ยงออกมาท้าประลองกับหมิงหลงอีก ส่วนทางด้านผู้ไร้พ่ายไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกมาเหนื่อยโดยใช่เหตุ ซึ่งต่ำแหน่งที่ครอบครองก็ได้รับเงินจำนวนมากแล้ว ถ้าหากไม่มีความแค้นส่วนตัวก็ไม่รับการท้าประลองโดยง่าย
จำนวนเงินที่หมิงหลงมีตอนนี้ไม่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ไรพ่ายได้เลยแม้แต่น้อย
ทางด้านหวางเจีเล่อที่มีอันดับ5 บัลลังผู้ไร้พ่าย ก็ไม่มีท่าทีจะออกมาประลองแต่อย่างใด ในความคิดของเขาหากต้องการท้าประลองเขา ต้องไต่อับดับขึ้นมาเท่านั้น เขาไม่ยอมลดตัวลงไปรับการประลองโดยไม่มีความจำเป็น
เมื่อไม่มีใครกล้าท้าประลองแล้วเขาจึงออกจากลานประลองทันที ขณะเดินออกไป เขาได้แหงนหน้ามองขึ้นไปที่กระดานผู้ไร้พ่าย ได้พูดทิ้งท้ายก่อนจาก
“ในอณาคตได้เจอกันอีกแน่ ตระกูลไป๋!!” ความโกรธของหมิงหลงที่มีต่อตระกูลไป๋นั้นต้องได้รับการแก้แค้นถึงจะถ่ายถอนออกจากใจได้หมด
หลังจากนั้น
2วันผ่านไป
หมิงหลงมีเป้าหมายใหม่ในวันนี้ กำลังครุ่นคิดถึงบางอย่าง
“ข้าควรเลือกเข้าร่วมพรรค หรือ นักล่าภายใต้สังกัดจักรพรรดิหอคอยเก้าชั้นฟ้าดี?”
ทว่าหมิงหลงกลับไม่มีข้อมูลถึงความต่างระหว่างทั้งสองสังกัด
“คงต้องไปหาข้อมูลที่ศูนย์บัญชาการสาขาเมืองนภาคราม คงจะเป็นหอคอยเหล็กสูงเสียดฟ้าในใจกลางเมือง” หมิงหลงได้สอบถามชาวบ้าระแวกนี้ ซึ่งได้รับข้อมูลสำคัญบ้างเล็กน้อย
เมืองนภาครามเป็นเมืองหลวงของ แคว้นพยัคฆ์เมฆา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของทวีปมนุษย์
เจ้าเมืองเป็นหนึ่งในตัวตนเหล่าจักรพรรดิมนุษย์ สัญลักษณ์ประจำตัวคือกระทิงสามเขาสีเทา ซึ่งแสดงถึงรูปแบบพลังที่เป็นเอกลักษณ์ของตน
ไม่นานเด็กหนุ่มก็มาถึงศูนย์บัญชาการใหญ่โตสูงเสียดฟ้า แหงนขึ้นมองมีเพียงแสงแดดที่เข้าสะท้อนสาดใส่ดวงตา มือขวามีปฎิกิริยายกขึ้นทันทีเพื่อปดบังแสงที่สะท้อน
ประตูบานใหญ่สีเทาถูกเปิดออกโดยเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง หน้าตานับว่าเป็นที่น่าอิจฉาต่อเหล่าผู้ชายทั้งหลาย
เมื่อเข้ามาด้านในจึงตกเป็นเป้าสายตาทันที และด้วยหน้าตาที่อ่อนเยาว์ จึงตกเป็นเป้าหมายพวกนักเลงถิ่นทันที
“เอ้ย !! ไอ้หน้าละอ่อน ที่นี่ไม่ใช่สถานที่เด็กอดมืออย่างแกมาเที่ยวเล่นนะโว้ย ออกไปซะ!!” ชายหนุ่มหน้าโหดได้พูดขึ้นท่ามกลางนักล่าที่ลายล้อมกาย
หมิงหลงมุ่งตรงไปที่ผู้รับรองแสนสวยทันทีโดยไม่สนใจเสียงดูถูกถากถางแต่อย่างใด
“ไอ้หน้าละอ่อนกล้าเมินข้า คงหยากเจ็บตัวใช้ไหม เห้ย! ไปจับมัน” นักล่าขอบเขตก่อกำเนิดขั้นต่ำ ทั้งสองได้วิ่งตรงมายังเด็กหนุ่มโดยไม่สนสถานที่แม้แต่น้อย
หมิงหลงเข้าสภาวะเตรียมพร้อมในชั่วพริบตา พร้อมตั้งท่าฟันทว่าซึ่งไร้ดาบในมือ
ทันใดนั้นเองเสียงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นทั้งอาคารราวกับเกิดแผ่นดินไหว
“ใครกล้าสร้างปัญหา ตาย!!!!”
คลืนนน!!
สีหน้าเหล่านักล่าต่างซีดขาวไร้สีเลือด บางคนถึงกับทรุดเข่าด้วยความสั่นเทา
‘ใครกัน ทำไมพลังมากมายถึงเพียงนี้’ หมิงหลงกัดฟันกรอด
ทางด้านหมิงหลงใช้สภาวะไรน้ำหนักเข้าต่อต้านแรงกดดันอันมหาศาล แม้จะยังคงยืนอย่างมั่นคงแต่กลับปรากฏเม็ดเหงื่อผุดขึ้นท่วมกาย เลือดภายในกายต่างเดือดพล่าน
‘เพียงแค่แรงกดดันก็ถูกสยบในทีนที เป็นตัวตนระดับใดกัน’ หมิงหลงได้ตนักถึงความอ่อนแอของตน
“พ…พวกเราไป” เด็กหนุ่มหน้าโหดกับเหล่าสมาชิกในกลุ่มแปดคน ต่างรีบออกจากศูนย์บัญชาการทันทีทันใด พร้อมส่งสายตาอาฆาตมาทางหมิงหลง
หมิงหลงแสยะยิ้มเย้ยหยันกลับไป ไม่มีท่าหวาดกลัวในแววตาแม้แต่น้อย
เมื่อเหตุการณ์ได้เข้าสู่สถานการณ์ปกติ เด็กหนุ่มเดินไปที่ผู้รับรองแสนสวยด้วยรอยยิ้มแหยๆ ถึงเด็กหนุ่มจะไม่ใช้ผู้ก่อเหตุ แต่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องเต็มๆ
ผู้รับรองแสนสวยพลันมองค้อนไปที่เด็กหนุ่มตัวต้นเหตุ
“สวัสดี เอ่อ…ข้าอยากสอบถามข้อมูลเล็กน้อย” เด็กหนุ่มเกิดอาการลุกลี้ลุกลนที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ด้วยความผิดรวมกับหญิงสาวเบื้องหน้าตนนั้น เป็นสาวแสนสวยผู้เปราะบาง ผมสีขาวยาวสลวยหยดย้อยไปถึงพื้น จมูกนิดปากหน่อยส่วนดวงตานั้นกลมโตราวกับตุ๊กตามีชีวิต ร่างกายโค้งเว้าจนสามารถโอบกอดด้วยแขนข้างเดียว ส่วนสิ่งที่น่าประทับใจที่สุดก็คงจะเป็น ภูเขาสองลูกขนาดไซ้ส์อันมหึมา สูงตระหง่านตั้งชันราวกับรอรับแสงอรุณยามเช้า ผ้าเนื้อเดียวสีขาวอันบางเบา หากสัมผัสมันก็กลัวจะขาดเอาซะง่ายๆ
“สวัสดีเด็กน้อย ข้าชื่อฟางเอ๋อ เจ้าต้องการจะถามสิ่งใด” ฟางเอ๋อแสนสวยต่างยิ้มหยอกล้อเด็กหนุ่มที่มีท่าที่ลนลานไม่หาย
อึกก ! เสียงกลืนน้ำลายสายได้ดังขึ้น สายตานิ่งค้างจดจ้องไปที่เรือนร่างของนาง
เด็กหนุ่มน้อยประสบการณ์ จิตใจนั้นโดนสั่นคลอดอย่างรุนแรง
“ข..ข้าอยากรู้ถึงความแตกต่างระหว่างการเข้าเป็นศิษย์ในพรรค และการเป็นนักล่า” หมิงหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงขาดห้วง
“เช่นนี้เอง จุดมุ่งหมายนั้นแตกต่างกัน พรรคสำหรับผู้เยาว์ศึกษาการเบาะเพาะวิชา มอบความรู้พื้นฐาน สร้างเมล็ดพันธุ์ปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์และเป็นสถานที่ปลอดภัยภายใต้การดูแลของผู้อาวุโสของพรรค”
“นักล่าเป็นหนทางที่อันตราย เส้นทางการบ่มเพาะถูกปูไปด้วยเลือด ในเวลาเดียวกันก็คุ้มค่าต่อการเสี่ยงอันตราย การทำภารกิจมีแต้มและเงินเป็นการตอบแทน สามารถนำของมีค่ามาแลกเป็นแต้มเช่นกัน”
“แต้มสามารถแลกกับสมบัติมีค่ามากมาย รวมไปถึงสมบัติมีค่าจากโลกใหม่ นอกเขตแดนทวีปมนุษย์”
“หนทางแห่งนักล่า ย่อมมีผู้ฝึกตนตกตายเป็นจำนวนมาก ผู้แข็งแกร่งที่รอดชีวิตต่างโลดแล่นในโลกใหม่เพื่อแสวงหาหนทางแห่งเซียน”
“พรรคนั้นไม่รุ้งเรื่องเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ปัจจุบันเป็นสถานที่เลี้ยงเด็กไปโดยปริยาย หลังจากเกิดสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์และก่อตั้งก๊กจักรพรรดิ์หอคอยเก้าชั้นฟ้าขึ้น ศิษย์ในพรรคเมื่ออายุล่วงเกินวัยเยาว์แล้ว ต่างก็เลือกเดินหนทางแห่งนักล่าทั้งสิ้น”
“ทั้งหมดคือข้อมูลที่เจ้าอยากรู้ ส่วนหนทางเจ้าเป็นคนเลือกเอง” ฟางเอ๋อกล่าวด้วยรอยยิ้มสดใส
“ข้าได้ตัดสินใจแล้ว ข้าเลือกท่าน……” สติของหมิงหลงยังคงล่องลอย จนพรั้งเผอหลุกปากออกไป
ฟางเอ๋อถึงกับหลุดหัวเราะด้วยความขบขัน
หมิงหลงถึงกับอ้าปากค้าง
“ข..ข้าหมายถึง อยากขอสมัคเป็นนักล่า แม่หญิงฟางเอ๋อ” ใบหน้าถูกย้อมไปด้วยสีแดงอ่อน
“เจ้ากรอกข้อมูลส่วนตัว และค่าใช้จ่าย 50เหรียญเงิน ตรานักล่าก็จะเป็นของเจ้า หิหิ..”
เมื่อดำเนินการเสร็จเรียบร้อย ตรานักล่าสีเขียวรูปหอคอยเก้าชั้นถูกประทับที่หน้าอกเสื้อด้านขวามือ
“ส่วนระดับยศแบ่งออกเป็นสี 1ระดับสีเขียว 2ระดับสีเหลือง 3ระดับสีส้ม 4ระดับสีแดง 5ระดับสีม่วง 6ระดับสีดำ 7ระดับสีทอง 8ระดับสีทองดำ 9ระดับสีรุ้งประกาย”
“ระดับสีสำคัญอย่างมาก ยกตัวอย่างหากเจ้าต้องการผ่านประตูสู่โลกใหม่จำเป็นต้องมียศสีม่วง และสามารถปลดล็อคสิทธิ์อื่นอีกมากมายเมื่อยศนักล่าเลื่อนระดับ”
“หากเจ้าปรารถนาที่จะเลื่อนยศอย่างรวดเร็ว เรามีมิติการประลองข้ามแคว้น นักล่าที่มียศน้อยกว่าจำเป็นต้องนำของมีค่ามาเดิมพัน และอีกฝ่ายจะต้องยินยอมตกลง”
“ขอบคุณแม่หญิงฟางเอ๋อ แล้วพบกันใหม่ ข้าขอตัว” เด็กหนุ่มรีบวิ่งออกไปทันที รู้สึกว่าฟางเอ๋อคุมเกมอยู่ตลอดเวลา สติของเขานั้นได้สั่นกระเจิง
‘เป็นผู้หญิงที่สวยงาม และอันตรายในเวลาเดียวกัน’ หมิงหลงครุ่นคิด
“หมิงหลง สินะ น่าสนใจ…” มือขวาเท้าคางพร้อมส่งยิ้มอ่อนๆ จดจ้องไปที่เด็กหนุ่มกำลังวิ่งออกไป