บทที่ ๓
“ตอนนี้ไม่ได้เรียนหนังสือเหรอ”
“ผมไม่มีเงินเรียนนะครับคุณบัว…”
“อ๋อ เหมือนฉันตอนนี้เลย” แววตาเศร้าพผลุบลงต่ำหลังจากที่พึ่งจำได้ว่าตนเองนั้นไม่มีโอกาสได้เรียนต่อแล้วแล้วเหมือนกัน
“แต่่นี้ผมไปทำงานที่บ้านผู้ว่า…ท่านใกล้จะเกษียณแล้วก็เลยหาคนไปทำสวนให้เผื่อได้นั่งดูตอนแก่เฒ่า”
“อย่างนั้นเหรอ…”
“ครับ…เข้าบ้านเถอะครับคุณบัว ไปอาบน้ำอาบท่าแล้วจะได้มากินข้าวกัน หวังว่าคุณบัวจะกินน้ำพริกได้นะครับ แม่ผมทำไม่เผ็ดหรอกเพราะผมก็ไม่กินเผ็ดเหมือนกัน” บัวชมพูส่งรอยยิ้มเล็กๆให้กับดินอีกรอบก่อนจะเดินตามเข้าไปในบ้าน
ห้องนอนของดินเป็ห้องเล็กๆที่มีเพียงฟูก หมอน และผ้าห่ม มีตู้เก็บหนังสือเล็กๆและโต๊ะทำการบ้านแบบนั่งพื้นอีกหนึ่งตัว ถึงบ้านจะดูเก่าแต่ภายในนี้สะอาดสะอ้านและเป็ระเบียบเรียบร้อยผิดคาดมากๆ ทีแรกเธอคิดว่าเขาจะเป็คนสกปรกและไร้ระเบียบเสียอีก ที่ไหนได้เขากลับรักสะอาดเสียอย่างนั้น
“คุณบัวนอนในนี้ได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะไปกางมุ้งนอนด้านนอกเอง”
“แล้วที่นอนล่ะ”
“ผมนอนพื้นได้ครับ ด้านนอกมีหมอนกับผ้าห่มอีกผืนอยู่แล้วไม่ต้องห่วง”
“...ฉันไม่ได้ห่วงนายเสียหน่อย” หน้าสวยคว่ำปากลงเพราะไม่ชอบให้อีกคนคิดว่าเธอรู้สึกยังไง นั่นเลยทำให้ดินแอบหัวเราะออกมาเล็กๆกับความปากแข็งของเธอ
“ดิน! ดิน! ดิน!” เสียงเรียกของใครบางคนดังมาจากหน้าบ้าน ได้ยินดังนั้นดินจึงรีบออกไปดูเพราะน้ำเสียงของคนเรียกดูร้อนรนมากๆ พอออกไปก็เจอเข้ากับลุงส่วนเพื่อนรักของพ่อนั่นเอง
“ลุงส่วนมีอะไรหรือจ๊ะ ทำไมถึงหน้าตาตื่นแบบนั้น”
“บ้านไอ้พลับไฟไหม้ แม่เอ็งให้ข้ามาบอกว่าทั้งพ่อทั้งแม่เอ็งไปช่วยเขาดับไฟอยู่”
“ว่าไงนะจ๊ะ! แล้วลุงพลับกับครอบครัวเป็อะไรหรือเปล่า”
“ไม่เป็อะไรหรอก ไอ้พลับกับเมียและลูกมันมันพึ่งกลับจากงานศพเสี่ยชา คนเลยไม่เป็อะไร แต่ทรัพย์สินนี่น่าจะไม่เหลือ”
“งั้นหรือจ๊ะ เดี๋ยวฉันจะไปช่วยเขาดับไฟเดี๋ยวนี้เลย”
“เห้ย! เอ็งไม่ต้องไป” ลุงส่วนรีบเดินเข้ามาห้ามดินที่ะโลงจากบ้านมาใส่รองเท้า
“ทำไมล่ะจ๊ะลุง ช่วยกันหลายๆแรงไฟจะได้มอดไง”
“แม่เอ็งฝากมาบอกว่าให้ดูแลคุณบัวอยู่ที่นี่ หาข้าวหาน้ำหาที่นอนให้เธอ เดี๋ยวทางนู้นเขาดับไฟเสร็จแล้วจะกลับมากันเอง คนทั้งหมู่บ้านเขาไปรวมตัวกันอยู่ที่นั่นหมดแล้วเอ็งไม่ต้องห่วงหรอก”
“…งั้นก็ได้จ้ะ ฉันฝากดูแลพ่อกับแม่ด้วยนะอย่าให้ทำอะไรที่มันอันตรายล่ะลุง”
“เออๆรู้แล้ว ไปก่อนนะ ข้ามาบอกแค่นี้แล่ะ”
“ขอบใจนะจ๊ะลุง”
หลังจากที่ชายชราปั่นจักรยานกลับไป ดินก็เดินขึ้นบ้านมาด้วยท่าทีกังวลใจจนบัวชมพูเห็นได้ชัด เขาเลยเล่าเื่ทั้งหมดให้เธอฟัง ทีแรกเด็กสาวก็บอกให้เขาไปช่วยชาวบ้านดับไฟแต่สุดท้ายก็ต้องทำตามที่ดวงดาวบอก ทั้งสองเลยอาบน้ำแล้วมานั่งกินข้าวด้วยกัน
“กินได้ไหมคุณบัว ที่บ้านมีแค่นี้แล่ะ”
“ก็…ได้แล่ะมั้ง เกิดมาไม่เคยกินอะไรแบบนี้เลยนี่สิ”
“อย่างนั้นก็ลองดูก่อน” มือหนาเอื้อมมาเลื่อนถ้วยน้ำพริกให้เข้าไปใกล้บัวชมพูมากขึ้น หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะใช้ช้อนจ้วงเอาน้ำพริกขึ้นมาตักกิน ปรากฎว่าเธอดันชอบมันเสียอย่างนั้น
“…อื้อ…อื้อ ฉันไม่เคยกินรสชาตินี้มาก่อนเลย”
“เป็อย่างไร ถูกปากไหม ปกติแม่จะเป็คนทำอาหารอร่อยมากนะแค่ไข่เจียวยังอร่อยเลยใครๆก็ชม”
“อร่อยมาก! ความเผ็ดกำลังพอดีเลย” หญิงสาวตาลุกวาวเมื่อได้ลิ้มรสชาติแสนอร่อยที่ไม่น่าอยู่ในน้ำพริกถ้วยเก่าแบบนี้ เธอใช้ช้อนจ้วงน้ำพริกลงไปอีกช้อนแล้วตักเข้าปากอย่างไว
“อื้อ…อร่อยมาก”
“คุณบัวอย่ากินแต่น้ำพริกสิ ตักข้าวกินด้วยเดี๋ยวก็ปวดท้องเอาหรอก แล้วนี่กินผักแกล้มไปด้วย”
หนุ่มสาวนั่งกินข้าวด้วยกันไปเรื่อยเรื่อยจนอิ่มท้อง บัวชมพูชอบใจน้ำพริกของป้าดวงดาวมากเสียจนกินเกือบหมดถ้วย แต่เธอก็ต้องหยุดกินก่อนเพราะกลัวลุงกับป้ากลับมาแล้วจะไม่มีกับข้าวให้กิน เนื่องจากบ้านหลังนี้ไม่ได้มีอาหารไว้มากเพียงพอและมีอยู่ตลอดเวลาเหมือนกับบ้านของเธอ ทุกอย่างจึงจำเป็จะต้องประหยัดให้มากที่สุด
“ดิน นั่นไหอะไร” ในระหว่างที่กำลังนั่งย่อยก่อนเข้านอน ดินที่เป็เด็กรักเรียนก็เอาหนังสือบางอย่างขึ้นมานั่งอ่านเพื่อฆ่าเวลา ส่วนบัวชมพูก็มองซ้ายมองขวาเพื่อหาอะไรทำ เพราะบ้านหลังนี้ไม่ได้มีโทรทัศน์ให้ดูแก้เบื่อเลยสักเครื่อง สายตาจึงหันไปสะดุดเข้ากับไหเล็กๆเกือบสิบไหที่ตั้งอยู่มุมบ้าน
ดินเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือหลังจากได้ยินคำถาม เขามองตามนิ้วของบัวชมพูจึงไปเห็นไหตรงมุมบ้าน เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะตอบ
“นั่นไหใส่ยาดองของพ่อ”
“ยาดองเหรอ ขอลองได้ไหม”
“คุณบัวจะไปลองของแบบนั้นทำไมครับ เดี๋ยวก็ได้เมากันพอดี”
“ฉันยังไม่เคยลอง จะรู้ได้ไงว่าเมาหรือไม่เมา เถอะน่า…ไปเอามาให้ฉันลองดื่มหน่อยสิฉันอยากรู้”
“อย่าดีกว่าครับคุณบัว”
“แค่นี้ทำมาเป็หวงของ…ฉันก็แค่อยากกินให้มันเมาๆแล้วหลับไปก็เท่านั้นเอง ฉันนอนหลับยากและนอนไม่เต็มอิ่มมาหลายวันแล้ว ก็แค่อยากพักผ่อน” หน้าตาหงอยๆของบัวชมพูทำเอาดินถึงกับถอนหายใจ หลายวันที่ผ่านมาเขานึกว่าเธอร้องไห้จนเหนื่อยแล้วจะหลับง่ายเสียอีก แต่พอเ้าตัวมาสารภาพแบบนี้ก็แอบสงสารอยู่ไม่น้อย
“ผมไม่ได้หวงครับ…เฮ้อ…ก็ได้ ถ้าคุณบัวอยากลอง ผมจะไปเอามาให้” ดินวางหนังสือลงกับพื้นในลักษณะกางหน้าออกแล้วคว่ำลงเพราะจะกลับมาอ่านต่อ ก่อนจะลุกขึ้นไปอุ้มเอาไหที่มุมห้องมาหนึ่งไหแล้วเอามาวางไว้ตรงหน้าของบัวชมพู ดินเดินหายเข้าไปในครัวสักครู่และออกมาพร้อมกับแก้วเล็กๆหนึ่งใบ
“ให้แก้วเดียวพอนะ”
“อื้อ รู้แล้วน่า รินลงมาเสียทีสิ” คนรอเริ่มจะอดใจไม่ไหว ทำตาลุกวาวจ้องไปที่ไหนั้นอย่างคาดหวัง ดินจึงใช้จอกตักยาดองขึ้นมาใส่แก้วเพียงเล็กน้อยแล้วยื่นให้กับเธอ
“อื้ม กลิ่นเป็แบบนี้เองหรอ...อืมม อ้าาาา!!!! รสชาตินี้มัน…” จมูกเล็กดมฟุตฟิตก่อนจะยกแก้วขึ้นกระดกรวดเดียวหมด
“เป็ยังไงล่ะ รสชาติแย่สุดๆไปเลยใช่มั้ย ถ้าอย่างนั้นผมเก็บนะ”
“เดี๋ยววว จะรีบเก็บไปไหน!” ดินทำทีว่าจะเก็บไหเข้าที่ แต่แล้วก็ถูกมือเล็กยื้อเอาไว้เสียก่อน
“ยังจะดื่มอีกเหรอคุณบัว”
“แน่สิ! อร่อยเสียขนาดนี้ นายไม่เคยชิมหรือไง”
“ก็ไม่เคยน่ะสิ เรายังเด็กกันอยู่นะ ใครจะกล้าไปลองของแบบนั้นกัน”
“เด็กอะไร ปีนี้เราจะยี่สิบกันแล้วนะ ลองเสียหน่อยน่าดิน นายจะต้องติดใจแน่แน่” เด็กนิสัยเสียเริ่มชวนคนอื่นให้เข้าเริ่มขบวนการของตัวเองโดยการใช้ลูกอ้อนที่มีอยู่ทั้งหมด จนดินใจอ่อนแล้วยอมลองดื่มกับเธอด้วย
“…อ้าาา!! เฝื่อนขนาดนีี้คุณบัวบอกว่ามันอร่อยได้ยังไงครับ” ดินทำหน้าตาเหยเกหลังจากได้ลิ้มลองรสชาติของที่มันแปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เขาเคยกินมา แต่ความรู้สึกหลังจากที่มันลงไปในท้องของเขานั่นสิยิ่งแปลกเสียกว่า
“มันอร่อยจริงๆนะ ฉันขออีกแก้วสิดิน นะๆตักให้ฉันอีกหน่อย”
คนหน้าหวานอ้อนอีกรอบ ดินที่ไม่กล้าปฏิเสธจึงรินให้เธอเรื่อยเรื่อย แก้วแล้วแก้วเล่าผ่านไปบัวชมพูก็ไม่ยอมหยุด และแน่นอนว่าตัวของดินเองก็ดื่มตามเธอไปด้วยเหมือนกัน จนสุดท้ายเด็กสองคนก็นั่งหน้าแดงและเริ่มมีอาการเมาด้วยกันทั้งคู่
แน่นอนว่าเวลาที่เราเมามักจะเผลอพูดความในใจของตัวเองออกมาเสมอ
ใช่…
ฉันที่เคยเกลียดดินนักหนาแต่มาวันนี้ที่เริ่มเห็นความดีของเขา ใจที่มันเคยแข็งก็เริ่มอ่อนยวบขึ้นมา
นี่ฉันตกหลุมรักเขาั้แ่วันแรกที่เลิกเกลียดเลยหรือ
ใจง่ายเสียจริงนะบัวชมพู
ใครใช้ให้ไอ้แววตาที่ดูเหมือนมีเรสนัยนั่นมันน่ามองล่ะ
ไหนจะจมูกโด่งๆที่มันรับกับใบหน้านั่นอีก
แต่ก็ไม่มีอะไรดึงดูดสายตาได้เท่ากับริมฝีกปากอวบอิ่มนั่นหรอก
ฉันจำมันติดตาั้แ่งานวันเกิด ที่ไอ้หมอนี่มันทะลึ่งยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเกือบจะลืมหายใจไปเป็นาที
ริมฝีปากบ้านั่นมันยังติดอยู่ในหัวฉันเสมอมา
อยากจะลองชิมมันสักครั้งจัง
…..
..
.
“อะไรนะคุณบัว” บัวชมพูเผลอคิดดังเกินไปจนอีกคนได้ยิน
“ฉันบอกว่า ฉันอยากลองชิมสักครั้งจัง”
“คุณจะเอาไหไหนล่ะ นี่เราดื่มมาสองไหติดแล้วนะ กะจะเล่นจนหมดบ้านผมเลยหรือไง”
“ฉันไม่ได้หมายถึงยาดอง….”
“เอา! แล้วคุณหมายถึงอะไรล่ะ”
“……ฉันหมายถึงปากนาย….”
หลังจากได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย ดินที่สะลึมสะลือใกล้จะหลับก็สะดุ้งใ…เขากลับมามีสติครบถ้วนเหมือนเดิม มีเพียงหญิงสาวขี้เมาที่นั่งสัปปะหงกอยู่ข้างๆ ไม่รู้สึกตัวว่าพูดอะไรออกมา
“คุณบัว…ว่ายังไงนะครับ” ดินลองเช็กความแน่ใจอีกรอบ เพราะคิดว่าบัวชมพูคงจะเมาจนลิ้นพันกันแล้วพูดอะไรไปเรื่อย แต่ตำตอบของคนเมาก็ยืนยันสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาอีกรอบ
“หูหนวกหรือไงไอ้ดิน! ฉันบอกว่า อยาก ชิม ปาก นายไง!”
“ชิมปากผม นี่คุณบัวจะบอกว่า อยากจูบผมอย่างนั้นเหรอครับ”
“ก็เออสิวะ! พูดไม่รู้เื่หรือไงเนี่ย” คนเมาเริ่มมีน้ำโหอีกรอบที่ถูกดินถามย้ำกลับไปกลับมาจนน่ารำคาญ
“ทะ ทำไมคุณบัวถึงพูดแบบนั้นล่ะ ไหนว่ารังเกียจผมนักหนา…แล้วทำไมถึง คุณเมามากแล้วนะเนี่ย ไปนอนดีกว่าไหมผมจะพยุงไปที่ห้อง มาเถอะ”
“ไม่! ฉันยังไม่ง่วง ฉันบอกว่า ฉันอยากลองจูบนายไง ไอ้ดิน!” ไม่พูดเปล่า มือเล็กก็ยื่นออกไปคว้าต้นคอของดินให้เข้ามาชิด จนคนถูกคว้าตัวใทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งใจเต้นเธอลวนลาม
ด้วยความเมาบวกกับความไร้เดียงสาของบัวชมพูที่ไม่เคยจูบกับใครมาก่อน เธอจึงใช้ปากเล็กแตะไปทั่ว โดนปากบ้างโดนแก้มบ้างจนอีกคนเริ่มจะหงุดหงิด ดินไม่อยากจะทำแบบนี้เลยแต่เพราะความยั่วยวนของอีกคนมันทำให้เขาควบคุมตัวเองแทบไม่ได้
“คุณบัว! นี่คุณบัว! หยุดได้แล้วนะ…คุณบัวครับ…คุณทำแบบนี้แล้วอย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ”
“ฉันไม่หยุดแล้วจะทำไม! นายน่ะมานี่นะอย่าหลบซ้ายหลบขวาได้มั้ย” ดินไม่ได้หลบไปไหนเพียงแต่บัวชมพูนั้นเมาแล้วคิดว่าตัวของเขาเอียงไปเอง ชายหนุ่มถึงกับหลุดขำออกมาด้วยความเอ็นดูก่อนจะลงมือทำบางอย่างที่มันไม่ควร
“จูบน่ะ เขาทำแบบนี้ครับ”
เพราะอยากสั่งสอนและอยากลิ้มลองเธอดูสักครั้ง ดินจึงดึงหน้าคนเมาที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เข้ามาใกล้ๆก่อนจะประกบปากอิ่มลงไปอย่างนุ่มนวล ความจริงเขาก็ไม่เคยมีประสบการณ์ในเื่พวกนี้เหมือนกัน ใช้เพียงแต่ความรู้สึกและสัญชาตญาณของตัวเองเท่านั้น
ริมฝีปากหนาเริ่มบดขยี้ไปมาในระหว่างที่อีกคนนั่งตัวแข็งทื่อ อารมณ์ต่างๆนานามันพาชายหนุ่มเดินหน้าต่อไม่ถอย ลิ้นหนาจึงถูกส่งเข้าไปภายในโพรงปากหวาน เขาชิมและลิ้มลองเธออยู่นานไม่รู้เบื่อ ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ดินหยอกเย้าบัวชมพูจนเธอเผลอใช้มือกำที่ต้นแขนของเขาจนแน่น
ทั้งรสชาติเฝื่อนของยาดองที่อยู่ในโพรงปาก และจังหวะการบดขยี้ของดิน บวกกับอาการเสียวแปรบๆตรงบริเวณหน้าท้องที่หญิงสาวไม่รู้ว่าเกิดจากอะไร บัวชมพูเริ่มทนไม่ไหว หายใจไม่ออก สุดท้ายเธอจึงใช้แขนเล็กผลักดินออกไปเพราะ้ายุติเื่นี้ก่อนที่ใจของเธอมันจะเตลิดไปไกลเกินกว่าจะดึงกลับมาได้
“……..”
“…ฉัน ฉันง่วงแล้ว ไปนอนก่อนนะ” บัวชมพูมีท่าทีลนลานและไม่กล้ามองหน้าของอีกฝ่าย เธอรีบลุกขึ้นก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้องนอน ปิดประตูลงกลอนแน่น แล้วลงไปทิ้งตัวบนฟูกก่อนจะดึงมือขึ้นมากุมหัวใจดวงน้อยๆที่มันกำลังเต้นไม่เป็ส่ำ ใบหน้าและใบหูที่ร้อนผ่าวมันเป็เครื่องบ่งบอกแล้วว่าเธอเผลอชอบใจกับสิ่งที่ถูกกระทำก่อนหน้าไปเรียบร้อย
“ไม่นะ…อย่านะ…อย่าไปเผลอชอบมันเชียว”
เช้าวันต่อมา
“ดิน ไปที่นู่นก็ระวังตัวด้วยนะ ดูแลคุณบัวดีๆด้วยเข้าใจไหม” ดวงดาวยืนกำชับลูกชายซ้ำไปซ้ำมาจนผู้เป็สามีเริ่มเบื่อ
“พอเถอะแม่ กำชับมันมาสิบรอบแล้วนะั้แ่ออกมาเนี่ย”
“ก็ฉันเป็ห่วงนี่ ลูกเราไม่เคยเข้ากรุงเทพฯเลยสักครั้ง เกรงว่าจะเป็คุณบัวเสียมากกว่าที่ต้องดูแลมัน”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกแม่ กรุงเทพฯมันก็คงไม่ต่างอะไรกับบ้านเราขนาดนั้นหรอก…ใช่ไหมคุณบัว” ดินหันไปถามบัวชมพูที่เอาแต่ปิดปากเงียบไม่พูดไม่จากับเขามาั้แ่เช้า ตอนนี้ก็เช่นกันเธอดันเลือกที่จะหันไปคุยกับดวงดาวแทน สงสัยจะเป็เพราะเื่เมื่อคืนเป็แน่
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะป้าดาว ของของบัวมีแค่หนังสือและเสื้อผ้าไม่กี่ชุด เก็บแปปเดียวก็เสร็จ”
“เสร็จแล้วคุณบัวจะเอาอย่างไรต่อคะ จะกลับมาพักที่บ้านของป้าก่อนไหม”
“…ตอนนี้บัวพอจะมีเงินติดตัวอยู่บ้าง คงจะเอาจ่ายค่าเช่าหอที่เหลือก่อน พอขนของออกมาก็กะว่าจะไปหาอาที่จังหวัดข้างๆค่ะ ตอนี้ท่านคงยังไม่รู้ว่าคุณพ่อเสียแล้ว”
“แล้วคุณบัวจะแวะกลับมาที่นี่หรือเปล่าคะ”
“คงไม่แล้วค่ะ แต่จะนั่งรถไฟกลับมากับดินแล้วลงที่บ้านคุณอาก่อน ดินคงต้องนั่งรถไฟกลับมาที่นี่คนเดียว” ดินหันมามองหน้าบัวชมพูหลังจากได้ยินคำตอบ เขาแอบใจหายที่อยู่อยู่คนที่เจอกันมาั้แ่เด็กจะต้องจากไปอย่างไม่มีกำหนด แถมเธอยังเป็จูบแรกของเขาอีกด้วย