ตอนที่ 21 ปรับเปลี่ยนความคิด
“พวกเขาคิดเสมอว่า มีลูกสาวเท่ากับขาดทุน แต่เชียนเอ๋อร์แค่ไม่รู้ว่า เดิมทีพวกเขาก็ไม่ได้เลี้ยงดูข้ามานานสักเท่าไหร่นัก ฉะนั้นจะพูดถึงเื่บุญคุณที่เลี้ยงดูได้อย่างไรกัน หากไม่มีพี่ซิวผิง เชียนเอ๋อร์ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้จะมีชีวิตเป็เช่นไร บางทีอาจถูกพวกเขาทำให้ลำบากใจเช่นนี้ก็เป็ได้”
จี้ซิวผิงได้สติกลับมาในยามที่ได้ยินน้ำเสียงอ่อนหวานชวนให้คล้อยตามของถงเชียน หากกล่าวตามตรง ั้แ่ที่ตนซื้อถงเชียนกลับมา ก็ไม่เคยถามความเห็นนางจริงๆ เลยสักที หลายครั้งหลายคราที่ทำเหมือนนางเป็เพียงเด็กคนหนึ่งก็มิปาน ถึงได้เอาอกเอาใจปานนั้น จนถึงขั้นแบกรับภาระเ่าั้ไว้ที่ตนเองผู้เดียว แล้วให้นางใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็พอ
ทว่าในเวลานี้ถึงพบว่า ที่แท้เด็กที่ตนเองตามใจมาโดยตลอดนั้น ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่ ที่นางเริ่มมีความคิดเป็ของตัวเอง ในทางตรงกันข้ามกลับเป็ตนที่พอใจในปัจจุบันมาโดยตลอด ไม่เคยคิดอย่างถ่องแท้เลยว่านาง้าสิ่งใด พอได้ยินนางบอกเล่าเื่ราวในอดีตเ่าั้แล้ว จึงอดขมวดคิ้วเป็ปมไม่ได้
“เชียนเอ๋อร์ เ้าอย่าคิดมากถึงเพียงนั้น ท่านพ่อท่านแม่ของเ้าไม่ชอบเ้า เ้าก็ไม่ต้องไปใส่ใจพวกเขาอีก ในเมื่อพวกเรามีแผนจะออกไปอยู่ข้างนอกแล้ว ถึงครานั้นเ้าก็ไม่ต้องกังวลแล้วว่าพวกเขาจะมาทำให้เ้าลำบากใจอีก ยิ่งไม่ต้องกลัวว่าพวกเขาจะมาคุกคาม พี่ซิวผิงใช้ไม่ได้เอง ไม่อาจมอบความปลอดภัยให้เ้าได้”
“แต่เ้าวางใจเสียเถอะ พี่ซิวผิงจริงใจต่อเ้า จะไม่เป็เช่นพวกเขาแน่ ในอดีตข้าเป็คนซื้อตัวเ้ากลับมา ตอนนี้ยังมีหลักฐานเหลืออยู่ รออีกไม่กี่วัน พวกเราค่อยไปที่ว่าการ ให้พวกเขาตัดสินให้เ้า พิสูจน์ว่าเ้ากับพวกเขาไม่เกี่ยวข้องกันอีกต่อไป ถึงครานั้น เ้าก็จะไม่ถูกพวกเขาควบคุมอีก”
ถงเชียนยังคิดอยู่ว่าตนเองจะบอกแผนการของตนกับจี้ซิวผิงอย่างไรดี คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะพูดเื่นี้ จึงได้นิ่งไปสักพัก หลุดพ้นความสัมพันธ์เป็เื่ที่ต้องทำแน่นอน แต่ชื่อเสียงของตนเองถูกพวกเขาทำลายจนป่นปี้ไปแล้ว เงินของจี้ซิวผิง ก็ถูกพวกเขาหลอกไปตั้งมากมายถึงเพียงนั้น หลังจากที่หลุดพ้นความสัมพันธ์ไปแล้วตนจะยังมีอาวุธใดที่สามารถนำสิ่งเหล่านี้กลับคืนมาได้อีกกันเล่า
เมื่อคิดเช่นนี้จึงรีบส่ายหัว “พี่ซิวผิง จะทำเช่นนี้ไม่ได้เป็อันขาด ถึงแม้มันจะช่วยขจัดความกังวลใจของพวกเรา แต่พวกเพื่อนบ้านยังไม่รู้ธาตุแท้ของพวกเขา หากถึงเวลานั้นพวกเขากลับมาแว้งกัดล่ะก็ อาจถึงขั้นทำลายชื่อเสียงของท่าน เช่นนั้นอาจส่งผลเป็อย่างมากต่อเส้นทางขุนนางของท่านในอนาคต”
“ข้าอุตส่าห์ผลักดันให้ท่านเดินบนเส้นทางขุนนางเสียตั้งมากมาย จะยอมให้มีผลกระทบต่อท่านเช่นนี้ได้อย่างไรกัน นอกจากนี้ ในอดีตพวกเขายังหลอกเอาเงินจากท่านไป ทั้งยังไม่ได้นำมาคืน จากนี้ต่อไปหากพวกเราไม่มีความสัมพันธ์กับพวกเขาล่ะก็ จะนำสิ่งเ่าั้กลับคืนมาได้อย่างไร”
“เื่ไปที่ว่าการนั้น จำเป็ต้องขบคิดให้ละเอียดถี่ถ้วนอีกสักหน่อย” พูดเช่นนี้แล้ว ในใจก็รู้สึกกังวลเป็อย่างมาก คนในหมู่บ้านเหล่านี้ล้วนเป็ประเภทใครพูดอะไรก็เชื่อไปเสียทุกอย่าง แต่มีบางเื่ สามารถทำให้เป็ที่วิพากษ์วิจารณ์ภายในชั่วพริบตา อย่างเื่ในวันนี้ ได้ทำให้สถานการณ์ที่เลวร้ายของตนเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน
แต่หาก้าเปลี่ยนจุดยืนของพวกเขาอย่างแท้จริงและมีผลต่อทัศนคติของพวกเขา ยัง้าเื่ราวที่มากกว่านี้ ด้วยฐานะของนาง ทั้งยังมีนิสัยเมื่อในอดีต จะต้องทำให้ตนลงมือได้สะดวกมากอย่างแน่นอน เมื่อคิดได้แล้ว ก็ยิ่งยืนหยัดในความคิดที่ไม่อาจทำให้เป็รูปเป็ร่างก่อนหน้านี้ได้
ครั้นเมื่อถงเชียนเพิ่งจะเกิดความคิดนั้น กลับเป็ครั้งแรกที่จี้ซิวผิงไม่เห็นด้วยกับนาง “ถงเชียน ข้าสามารถไปสอบจอหงวนได้หรือไม่ สามารถเข้าสู่เส้นทางขุนนางได้หรือไม่นั้น ไม่ได้มีสิ่งใดสลักสําคัญเลย ข้าสนใจเพียงแค่ว่าชีวิตเ้าอยู่ดีสบายดีหรือเปล่า ต่อให้ข้าสอบจอหงวนแล้วอย่างไร ยังจะมีผู้ใดให้ร่วมแบ่งปันความยินดีนั้นกันล่ะ”
”หากเป็เพราะข้า เ้าถึงไม่ยอมไปที่ว่าการล่ะก็ เช่นนั้นเื่ที่เ้ากังวลใจทั้งหมดนั่น สามารถวางใจได้ เดิมทีข้าก็ไม่ใส่ใจเื่เ่าั้อยู่แล้ว หากใส่ใจจริงๆ ล่ะก็ แม้พวกชาวบ้านบอกว่าเ้าไม่ดี หรือมีบางครั้งที่พวกเขามาสร้างความวุ่นวาย ทว่าข้าก็ไม่เคยคิดที่จะทอดทิ้งเ้า”
“แต่หากเป็เื่เงินล่ะก็ เ้าไม่ต้องไปสนใจมากนัก ข้าคิดว่าเงินปันผลจากร้านน้ำชาแห่งนั้น คงพอที่จะประคับประคองค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของพวกเราได้แล้ว อีกอย่างในภายภาคหน้าหากข้าได้เป็จอหงวนล่ะก็ คงจะพอมีเงินเพิ่มขึ้นมาบ้าง ฉะนั้นไม่ต้องไปใส่ใจพวกเขา”
ถงเชียนรู้ดีว่าจี้ซิวผิงไม่ได้มีนิสัยชอบคิดเล็กคิดน้อยเช่นนั้น แต่ตนเองไม่ใช่ถงเชียนคนก่อน จึงทนให้พวกเขารังแกอย่างน่าอดสูเช่นนั้นไม่ได้
ชั่วพริบตาเดียวจึงกล่าวว่า “พี่ซิวผิง ที่ท่านพูดมานั้นถูกต้อง ไม่จำเป็ต้องไปคิดเล็กคิดน้อยกับพวกเขา แต่หากพวกเราไม่ทำอะไรล่ะก็ เกรงว่าพวกเขาจะคิดว่าท่าทางของพวกเราในวันนี้ ก็แค่เด็ดขาดเกินไปหน่อยเท่านั้น ข้ากลัวว่าพวกเขาจะมาก่อความยุ่งยากให้พวกเราอีก”
“ท่านก็รู้นิสัยของพวกเขาดี วันนี้พวกเราฉีกหน้าพวกเขาเสียขนาดนั้น ทั้งยังให้พวกชาวบ้านเห็นท่าทางอับอายของพวกเขาอีก หากมิใช่เพราะสถานการณ์ไม่ดี ทั้งยังถูกควบคุมอีก พวกเขาคงจะไม่ยอมหยุดแน่ๆ ไม่ใช่ว่าพวกเราบอกว่าจะไม่สืบหา แล้วก็สามารถจบลงเอยด้วยดีเสียเมื่อไหร่”
เมื่อจี้ซิวผิงได้ฟังถงเชียนวิเคราะห์เช่นนี้ สีหน้าจึงเปลี่ยนเป็ครึ้มลง เมื่อครู่นี้ตนเพิ่งนึกว่าจะปกป้องคุ้มครองถงเชียนได้แล้ว แต่กลับไม่เคยคิดว่าเื่จะพัวพันซับซ้อนเช่นนี้ หากบัดนี้ลองคิดดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนล่ะก็ สิ่งที่ถงเชียนกังวล ก็ไม่ถือว่าไร้เหตุผลเสียทีเดียว
แม้จะบอกว่าตนเองอยากปกป้องถงเชียน ทว่าในยามนี้กลับรู้สึกตื่นตระหนก และถามอย่างสับสนว่า “เชียนเอ๋อร์ เช่นนั้นเ้าคิดว่าพวกเราควรทำอย่างไรดี ไม่เช่นนั้นพวกเราไปในเมืองกันเถอะ อยู่ที่นั้นพวกเขาทำอันใดเ้าไม่ได้หรอก”
ถงเชียนรู้สึกใจสั่นเล็กน้อย เมื่อได้มองเห็นความห่วงใยที่ไม่ปิดบังในดวงตาของจี้ซิวผิง ความรู้สึกที่มีคนใส่ใจนั้น ทำให้ตนเองรู้สึกอบอุ่นหัวใจจริงๆ วินาทีนั้น จึงได้ตัดสินใจ จากนี้ไปตนจะต้องช่วยจี้ซิวผิงให้ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามต้องทำให้เขาเข้าสู่เส้นทางขุนนางให้จงได้
มองดูสีหน้าที่ร้อนใจของเขา จึงเอ่ยอย่างเชื่องช้าว่า “พี่ซิวผิง ท่านไม่ต้องเป็กังวลไป อย่างไรเสียพวกเราก็มีเพื่อนบ้านมากมายอยู่ที่นี่ ต่อให้พวกเขาคิดจะทำสิ่งใด ขอเพียงร้องะโ ย่อมต้องมีคนออกมาช่วยพวกเราแน่นอน พวกเขาไม่มีทางทำเื่ร้ายอันใดกับพวกเราเป็อันขาด”
“ส่วนในเวลาอื่น นอกเสียจากเวลาที่อยู่กับท่าน ข้าก็จะอยู่ในเมืองเพื่อจัดการเื่เ่าั้ ถึงแม้พวกเขาจะ้าเจอข้า ก็ไม่อาจทำได้ง่ายในชั่วพริบตา ฉะนั้น ท่านวางใจเถอะ ข้าไม่มีทางเกิดเื่แน่ ข้ายังอยากใช้ชีวิตที่มีความสุขร่วมกับท่านอยู่นะ”
เมื่อพูดเช่นนี้แล้ว จึงกอดแขนของจี้ซิวผิง ซบหน้าลงบนไหล่ของเขา สายตาดูราวกับนำเหล็กร้อนมาชุบน้ำก็มิปาน ไร้อารมณ์อย่างสิ้นเชิง
จี้ซิวผิงััได้ถึงการกระทำเช่นนี้ของถงเชียน จึงพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ และแต่ทำตามนาง ให้ความสนใจอย่างมากเฉกเช่นในเวลาปกติ แต่เขาไม่มีทางเห็นได้ว่า หลังจากที่ถงเชียนกล่าวประโยคนั้นจบ แววตาก็ยิ่งทวีความเ็ามากขึ้น
.
.
.